LOGIN“พ่อขอโทษ พ่อขอโทษจริงๆ หนูภา”
เสียงร่ำไห้ของผู้ชายร่างใหญ่ ที่กำลังโอบกอดเธอไว้ ทำให้ภาพิไลน้ำตารินร่วงตามเขา มือน้อยของเธอลูบไล้ไปตามหลังไหล่ของเขาอย่างปลอบประโลม ทั้งที่ด้วยวัยและด้วยสถานะแล้ว คนที่ต้องได้รับการปลอบปกป้องน่าจะเป็นเธอมากกว่า
“ใจเย็นๆ นะคะพ่อขา เราไม่มีทางเลือกต่างหาก ไม่ใช่ความผิดของพ่อเลย”
เสียงหวานๆ ของลูกสาวนอกไส้ ยิ่งทำให้เขายิ่งช้ำใจ มือใหญ่ของเขาประคองใบหน้างามล้ำไว้ในอุ้งมือ เธอมองเขาอย่างอ่อนโยน และพยายามยิ้มให้ทั้งๆ ที่ปากกำลังสั่น บอกถึงอารมณ์ภายในว่ากำลังสะเทือนใจไม่น้อย
“แต่มัน...มันต้องการให้หนูภาไปเป็น...หนูภา...หนูภาตัดสินใจดีแล้วหรือ”
“ตัดสินใจแล้วค่ะ ถ้าเขาต้องการหนูภา แทนหนี้สินของเรา หนูภาก็ยินดีค่ะ”
“แต่พ่อ...พ่อ...” ปารมีเอามือปิดหน้า ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ภาพิไลถอนใจเฮือก เธอกอดเขาแล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ถ้าเขาอยากได้หนูภาเป็นเมีย หนูภาก็จะยอมเป็นเมียเขาค่ะพ่อ หนูภาจะให้ ถ้าเขาอยากจะเอา และหนูภาก็จะเอาจากเขาเช่นกัน”
นัยน์ตาของเธอส่องประกายบางอย่าง ที่คนเป็นพ่อเลี้ยงไม่ได้เห็นซึ่งถ้าได้เห็นแล้ว เขาก็คงจะอดหนาวสันหลังไม่ได้
เธอยังคงพร่ำปลอบโยนเขามากมาย ดูแลให้เขารับประทานอาหารและส่งเขาขึ้นนอนพร้อมกินยา ภาพิไลอยู่ในปกครองของปารมีตั้งแต่อายุสิบสองปี มารดาของเธอแต่งงานใหม่กับเขา ผู้ชายที่ยังสมาร์ทแม้จะอายุล่วงเลยเข้าหลักสี่แล้ว เขาเอ็นดูเธอมาก และรักเธอยิ่งกว่าดวงใจก็ว่าได้ เขาและมารดาไม่มีลูกใหม่ด้วยกัน ภาพิไลจึงเป็นเพียงลูกสาวคนเดียวที่ปารมีทั้งรักทั้งหวง
จนมารดาเสียชีวิตไปเมื่อต้นปีที่แล้ว ความเศร้าโศกมากมายมาสู่ครอบครัว แถมยังธุรกิจของปารมีที่ทำกับเพื่อนรุ่นพี่กลับมาทรุดและขาดทุน ทำให้ชีวิตของภาพิไลตกอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่าเกือบจะย่ำแย่แล้วก็ว่าได้ ก็แค่เกือบจะ...
ใช่...แค่เกือบจะ
เมื่อพีระยื่นข้อเสนอมาว่าให้เธอไปอยู่บ้านเดียวกับเขา ในฐานะนางล้างหนี้ แม้ปารมีจะแทบใจสลาย แต่ทว่า...บุตรสาวบอกให้เขารับข้อเสนอนั้น เพื่อฐานะความเป็นอยู่ที่จะได้กลับคืนมา ภาพิไลแม้จะวัยแค่สิบหกปี แต่เธอก็รู้ดีว่าความยากจนนั้น มันน่ากลัวขนาดไหน และเธอยินดีที่จะไปอยู่ในบ้านเดียวกับพีระ ที่เธอเคยพบเจอเขาอยู่สองหน เท่าที่จำได้ เขาก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากนัก ยังดูหนุ่มแน่นในวัยขนาดนั้น และดูท่าว่าเขาจะเอาอกเอาใจเธอมากเสียด้วย
สาวน้อยยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก
เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มในห้องตัวเอง แล้วถอนหายใจน้อยๆ
คนพวกนี้หวังอะไรจากเธอกันนะ?
ภาพิไลตั้งคำถาม
แล้วเธอก็ได้คำตอบนั้น
เธอเองก็มีสิ่งที่เธออยากจะได้จากพวกเขาเช่นกัน
ในวัยสิบหกปี
ภาพิไลไม่ได้ ‘ไร้เดียงสา’
อย่างที่ใครต่อใครเข้าใจไปเองนัก
สาวน้อยยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะหลับใหลไปในคืนนั้น
พรุ่งนี้เธอมี ‘งาน’ ที่จะต้องจัดการก่อนที่จะไปมอบตัวให้กับพีระ
สถานเสริมความงามของหมอวิษณุ เป็นที่เลื่องลือว่าสามารถเนรมิตสาวๆ ที่อยากเปลี่ยนตัวเองให้งดงามขึ้นดั่งจิตกรมือดีมาปั้น ก็มาใช้บริการได้ที่นี่ แม้จะมีราคาแพงในระดับหนึ่ง แต่ก็มีสาวๆ มากมายแวะเวียนมาใช้บริการไม่ขาด จนต้องจองคิวหมอกันแบบข้ามปีเลยทีเดียว
ผู้หญิงอย่าหยุดสวย...
ความสวย...นำพามาซึ่งหลายๆ สิ่งในชีวิต
นั่นคือความเชื่อในเรื่องสังขารของผู้หญิงหลายคน
และความสวยที่พวกหล่อนปารถนา มันก็เป็นที่ดึงดูดของเหล่าภมร ที่บินปรี่เข้าใส่เมื่อรูปโฉมแปรเปลี่ยนไป สรีระเปลี่ยนไป วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น เพื่อตอบสนองในสิ่งที่มนุษย์ต้องการ
อยากได้อะไรใหม่ล่ะ
จมูก ปาก ชั้นตา รูปหน้า หน้าอก สะโพก เอว รูปร่าง
เพียงแค่มีเงิน
ก็สามารถมีใหม่ได้ดั่งเนรมิต
เพศใหม่?
วงการแพทย์ก็จัดสรรให้ได้
แม้กระทั่ง
....
ประตูอัตโนมัติเปิดออก ร่างระหงโปร่งของเด็กสาวในชุดนักเรียนเดินเข้ามา สายตาของใครหลายๆ คนพากันหันมองหล่อนอย่างสะดุด แล้วก็ไม่อาจจะละสายตาไปได้ เพราะใบหน้าที่สะสวย ทรวดทรงองค์เอวที่งดงาม หล่อนอายุยังเยาว์ยังงามขนาดนี้ ถ้าเป็นสาวเต็มตัวแล้ว คงจะงามจนหาตัวจับยากเลยทีเดียว
คนไข้หลายๆ คนเริ่มแอบถ่ายรูปของหล่อนเก็บไว้ หล่อนมีสันจมูกที่พอดีงดงามและธรรมชาติ นัยน์ตาที่กลมโตสวย ปากกระจับสีชมพูเรื่อ ทุกอย่างประดับบนหน้ารูปไข่ ลงตัวเหมาะเจาะ ยามเจ้าหล่อนเอ่ยจำนรรจาทักทาย เผยเขี้ยวเล็กๆ ที่มุมปาก มันยิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก แน่ล่ะเดินเข้ามาในที่แบบนี้ บางส่วน บางสรีระอาจจะเพราะแพทย์ของที่นี่ก็เป็นได้ ถ้าไม่ศัลยกรรม แล้วเจ้าหล่อนจะเข้ามาทำไมกันเล่า ฉะนั้นแล้ว มีความหวังว่าพวกหล่อนอาจจะงดงามเหมือนเด็กสาวคนนี้ก็เป็นได้
“รอสักครู่นะคะ”
เจ้าหน้าที่บอกหล่อนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่สายตานั้นมองกวาดหน้าของภาพิไลอย่างสงสัยเล็กน้อย เพราะวัยของหล่อนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำศัลยกรรมได้แน่นอน ยกเว้นว่าหมอณุจะเปิดเคสพิเศษ ซึ่งแทบจะนับครั้งได้เลยก็ว่าได้
ทันทีที่ได้ยินชื่อของแขก หมอชื่อดังก็แทบจะวางมือจากทุกอย่างมาต้อนรับเธอ เขาติดคนไข้สำคัญอยู่รายหนึ่งเลยให้พนักงานต้อนรับพาภาพิไลเข้าไปในส่วนด้านบนของอาคาร ที่เขาตกแต่งไว้เป็นที่สำหรับพักผ่อน ถ้าเกิดว่ามีงานมากจนต้องค้างคืน แต่พักนี้เขาไม่ค่อยได้ค้างสักเท่าไหร่ หมอณุรับงานน้อย และปล่อยงานให้แพทย์คนอื่นในสังกัดทำแทนเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นเคสสำคัญจริงๆ เพราะเขากำลังตื่นเต้นกับการที่ภรรยาของเขามีลูกคนแรก
ภาพิไลหมุนตัวไปมาเพื่อสำรวจห้องพักแขกของวิษณุ เธอมองเฟอร์นิเจอร์เครื่องประดับอย่างสำรวจตรวจตรา เด็กสาวใช้มือไล้ไปตามเนื้อผ้าที่บุโซฟา พลางยิ้มนิดๆ รสนิยมของวิษณุ มักจะเริดหรูและแพงระยับเสมอ นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอชอบในตัวเขา นอกเหนือไปจากอย่างอื่น
เสียงประตูห้องเปิด ทำให้หล่อนหันขวับไปมอง หมอวิษณุก้าวพรวดเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว เขาเดินมาหาเธอด้วยกิริยาเหมือนจะติดปีกบิน แขนของเขาอ้าออกกว้าง ใบหน้ายิ้มแย้มเต็มที่ พร้อมกับเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระล่ำระลัก
“น้องภา น้องภาจริงๆ ใช่ไหมนี่ พี่คิดถึงเรามาก”
“พี่หมอขา”
ภาพิไลก้าวถลาเข้าสู่อ้อมกอดนั้นอย่างไม่ลังเล กลิ่นของวิษณุเป็นกลิ่นที่เธอจำได้ มันเป็นกลิ่นของน้ำยาแอลกอฮอล์และน้ำหอมปนกัน บอกไม่ถูกว่าหอมไหม แต่สำหรับเธอเมื่อได้กลิ่นแล้ว ความทรงจำเก่าๆ มักจะกลับคืนมาเสมอ
และมันทำให้เธอยิ้มหวานส่งให้กับวิษณุ ที่มองกวาดไปทั่วใบหน้าเรียวงดงามนั่น พลางกลืนน้ำลายลงคอ เด็กสาวคนนี้ สวยขึ้นมาก ทุกครั้งที่เขาได้พบ เรือนร่างอวบอัดเกินเด็กกำลังบดเบียดกับเนื้อตัวแกร่ง มันทำให้วิษณุต้องพยายามระงับข่มใจ
“น้องภาก็คิดถึงพี่หมอ ขอน้องภาหอมหน่อยนะ”
เจ้าหล่อนเขย่งตัวจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ ไม่ได้อุปปาทานที่เขาสะดุ้งน้อยๆ ทำให้เธอถึงกับหัวเราะคิก พลางย่นจมูกน้อยๆ
“อะไรนะคะพี่หมอ ทำไมจะต้องทำเหมือนกลัวน้องภาด้วย”
วิษณุเพียงแค่หัวเราะ ลำคอของเขากำลังแห้งผากเพราะเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นของเด็กสาววัยขบเผาะที่กำลังเบียดเนื้อตัวกับเขา ชายหนุ่มประคองเธอพาไปนั่งตรงโซฟาตัวนุ่มสีสวย ภาพิไลซบกับอกเขา เอ่ยอ้อนเสียงหวาน
“พี่หมอยังไม่เปลี่ยนโซฟาตัวนี้หรือคะ? น้องภานึกว่าพี่หมอเปลี่ยนไปเสียแล้วสิ”
“ใครจะไปเปลี่ยนได้ ก็โซฟาตัวนี้น้องภาเลือกไว้นี่คะ”
เขาอดไม่ได้จริงๆ ที่จะจูบเคล้าริมฝีปากกับเรือนผมนุ่มๆ ของภาพิไล ใจของเขากำลังเต้นระทึก เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอแบบนี้
ความทรงจำหลายอย่างวูบไหลเข้ามา
สามัญสำนึกส่วนดีของเขากำลังเอ่ยห้ามปราม
ภาพของอรวิมลในตอนท้องแก่วูบเข้ามาในห้วงนึก
มันทำให้เขาถอนใจเฮือก แล้วทำตัวแข็ง ภาพิไลรับรู้ถึงอาการนั้น เธอเพียงยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก ริมฝีปากได้รูปสวยนั่น เอื้อนเอ่ยถึงสิ่งที่ตนต้องการออกมาทันที
“น้องภามีเรื่องร้อนใจค่ะพี่หมอ”
เธอซบหน้ากับอกเขา พร้อมกับนิ่งไปครู่ เนื้อตัวของเธอสั่นขึ้นมาน้อยๆ ทำให้วิษณุเชยคางมนขึ้นมามอง แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าใบหน้านั่น กำลังแดงเรื่อ และนัยน์ตางดงามของเธอเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“น้องภา เกิดอะไรขึ้นหรือคะ โธ่...น้องภาอย่าร้องไห้”
“น้องภา น้องภา”
ภาพิไลร้องไห้กระซิก จนทำให้เขาต้องดึงเอาทิชชูที่วางอยู่บนโต๊ะมาเช็ดซับน้ำตาให้เธอ เมื่อคลายสะอื้นแล้ว เธอก็พร้อมจะพูดให้เขาฟัง
หมดเวลาเล่นละคร ถึงเวลาบอกเงื่อนไข
“ตกลงว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับหวานใจของพี่กันแน่”
มือหนานั่นปาดไล้น้ำตาให้ สีหน้าของเขาดูเป็นทุกข์ร้อนเหลือเกิน ภาพิไลยิ้มปากสั่น แล้วกะพริบตาไล่หยาดน้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาอีกแล้ว ท่าทางของเธอช่างน่าสงสารเหลือเกิน จนวิษณุแทบจะขาดใจตามไปด้วย
“ที่บ้านของน้องภามีเรื่องค่ะ คุณพ่อ...ธุรกิจของคุณพ่อขาดทุนค่ะพี่หมอ บ้านของน้องภากำลังแย่มาก”
เธอถอนใจ วิษณุขมวดคิ้ว บิดาของเธอคือลูกพี่ลูกน้องของเขาที่สนิทสนมกันมากพอสมควร เขานิ่งไปครู่ มองหน้าของภาพิไลอย่างชั่งใจ หรือว่าเธอจะมาเรื่อง...
“น้องภาต้องการให้พี่ช่วยหรือคะ? พี่ปอเป็นหนี้เท่าไหร่?”
คำถามติดๆ กันนั้น ทำให้ภาพิไลรู้สึกซึ้งในน้ำใจของวิษณุชั่วครู่ เธอสั่นหน้า แล้วถอนหายใจอีกหน
“ไม่ไหวหรอกค่ะพี่หมอ หนี้ของคุณพ่อสิบล้านเชียวนะคะ”
ฟังแล้ว วิษณุถึงกับอึ้งไป ภาพิไลหัวเราะเสียงแผ่ว เธอลูบหน้าเขา แล้วยิ้มหวานส่งให้
“แต่ถ้าพี่หมออยากช่วยน้องภาจริงๆ พี่หมอช่วยน้องภาได้ค่ะ น้องภาเชื่อใจ ไว้ใจฝีมือของพี่หมอ หมออันดับหนึ่งของด้านศัลยกรรมความงาม”
“น้องภาหมายความว่ายังไงกันคะ” วิษณุขมวดคิ้ว มองใบหน้างดงามนั้นอย่างฉงน
“ทางเจ้าหนี้ของคุณพ่อ ต้องการความบริสุทธิ์ของน้องภาค่ะ” คำตอบจากริมฝีปากรูปกระจับอิ่มสวยนั้น ทำให้วิษณุนิ่งไปชั่วครู่
“เขาอยากได้น้องภาไปขัดดอก เขาอยากได้ความไร้เดียงสาของน้องภา”
“เอ่อ...” วิษณุกลืนน้ำลายลงคอ ใจคอถึงกับวูบโหวงกับสิ่งที่ภาพิไลเอ่ย
ความบริสุทธิ์?
พรมจารี
“พี่หมอช่วยน้องภาได้นี่คะ เทคโนโลยีทางการแพทย์ อะไรก็เป็นไปได้ ไม่ใช่หรือคะ”
“น้องภาหมายความว่า”
“ค่ะ...”
ภาพิไลขึ้นคร่อมตักเขาแล้วตอนนี้ แขนเรียวเสลาโอบรอบคอหมอหนุ่มไว้ พร้อมกับยิ้มหวานส่งให้กับวิษณุ เธอเอ่ยเสียงแผ่ว เบาพร่า หากฟังแล้วมันตอกย้ำชัดเจนเหลือเกิน
“น้องภาอยากได้พรมจารี พี่หมอทำให้น้องภาได้”
“น้องภา...”
“ได้ใช่ไหมคะพี่หมอ”
เธอเบียดตัวเสียดสีความอิ่มนุ่มที่เริ่มชื้นฉ่ำ กับความโป่งนูนในกางเกงของหมอวิษณุ รอยยิ้มแสนเซ็กซี่นั่น กำลังทำให้ความยับยั้งชั่งใจของเขาจบสิ้น
“พี่หมอเป็นคนทำให้มันหายไปจากน้องภา พี่หมอก็คงจะเสกมันให้กับน้องภาได้”
“ได้สิคะ ได้สิ พี่จะผ่าตัดทำให้ โอ...น้องภาอย่างทำอย่างนี้ พี่...พี่จะไม่ไหว”
ภาพิไลหัวเราะคิกคักชอบใจ ตอนนี้เธอเลิกเสื้อนักเรียนของเธอขึ้น อวดทรวงอกในเสื้อชั้นในลูกไม้ ความล้นหลามเกินวัยของเธอทำให้หมอหนุ่มกลืนน้ำลาย ผิวขาวลออละเอียดที่ปรากฏแก่สายตา ทรวงงามกลมมนเหมาะมือ
มือที่เคยเคล้นคลึงหยอกล้อ ตั้งแต่มันยังตั้งเต้า
เธอเหมือนตราบาปของเขา...
ภาพิไล
ตราบาปที่แสนหวานฉ่ำ อยากลืมแต่ลืมไม่ได้ อยากครอบครองแต่ทำไม่ได้ คำว่าศีลธรรมมันค้ำใจ แต่ทว่าเขาก็เหมือนคนบาปหนาบาปหนัก ที่ไม่อาจจะละเลิกทำมันได้สักที
“น้องภาใหญ่ขึ้นไหมคะพี่หมอขา...น้องภาไม่ว่าอะไรหรอกนะคะ ถ้าพี่หมอจะ...มีความสุขกับน้องภา ก่อนที่น้องภาจะกลับเป็นพรมจารีอีกหน”
“อา...พี่ไม่ไหวแล้วคนดี ยั่วพี่เหลือเกิน”
หมอหนุ่มซุกหน้าลงกับบัวงามแสนยั่ว ภาพิไลครางรับเสียงหวาน และจิกมือกับศีรษะของเขา เธอหลับตาพริ้ม เมื่อเขาปลดเปลื้องมันจากพันธนาการ
ปากของเขาดูดดึง ทึ้งปลายทับทิม มันสปริงขึ้นรับมือเขา ทรวงสาวขบเผาะ แน่นมือนัก ยิ่งจูบ ยิ่งเคล้าก็ยิ่งเมามัน หลงใหลเหลือเกิน มือน้อยๆ นั่นเลื่อนลงไปที่กางเกงของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาครางกับทรวงนุ่มเมื่อมือนั้นกอบกุม บีบมันเบาๆ
“อา...น้องภาขา น้องภา”
“พี่หมอ...มันยังใหญ่เหมือนเดิมเลย”
ภาพิไลเอ่ยเสียงกระซิบกระเส่า แนบริมหูเขา กลิ่นของเขาเป็นกลิ่นที่เธอจำได้ และชอบมันนัก ปลายลิ้นน้อยๆ เลียเล็มใบหูของเขาอย่างมันเขี้ยว มันทำให้หมอหนุ่มขนลุกซู่
หล่อนยังอยากรู้อยากเห็นเหมือนเดิม
เซ็กซี่และแทบจะทำให้เขาทะลักทลายแบบเดิม
เขายอมถอยหายจากเด็กสาวเพราะภรรยากำลังตั้งครรภ์และรู้สึกผิดกับเธอขึ้นมา
แต่ทว่าตอนนี้
คำสาบานหรือศีลธรรมใดๆ ก็ฉุดรั้งเขาไม่อยู่อีกแล้ว
“เราไม่ได้กันมานานมากแล้วนะคะ น้องภาขา น้องภากำลังจะทำให้พี่ไม่ไหว อย่า...อืม...เด็กซน” หมอหนุ่มครางเบาๆ เมื่อถูกเธอผลักลงให้นอนหงายลงไป เขาช่วยเธอถอดกางเกงนอกกางเกงใน ปล่อยให้เจ้าตัวร้ายผงาดง้ำชูคอ ภาพิไลสูดปาก พลางแลบลิ้นสีชมพูออกมา หมอหนุ่มจับเธอให้หันสะโพกมาทางเขา วัวเคยขาม้าเคยขี่อย่างภาพิไล จึงแยกเรียวขาให้เขาอย่างรู้ใจ
เธอจะต้องสั่งลา...
เพราะไม่รู้ว่าหลังผ่าตัดแล้ว เธอจะได้ลิ้มรสผลไม้สวรรค์แบบนี้อีกหนเมื่อไหร่
ปลายลิ้นฉกวูบแลบเลีย ทำให้สาวน้อยเกร็งนิดๆ เธอครางงึมงำในลำคอ เพราะตอนนี้ปากของเธอกำลังเต็มไปด้วยบางสิ่งที่ยืดหยุ่นและแสนอร่อย คับปากคับคอเธอเหลือเกิน เธอแลบเลียมันเหมือนกินไอศกรีมแท่งโปรด ลำขาเกร็งไปหมดเมื่อวิษณุปาดไล้ และดูดดื่มมันแรงขึ้น จนเธอขับน้ำหวานจนฉ่ำเยิ้มไปหมด
เขาเองก็กระตุกไปทั้งท่อนลำ เมื่อเธอดูดตรงปลาย ในที่สุดวิษณุก็ยอมแพ้สาวน้อย เขาประคองใบหน้าเธอ เอ่ยละล่ำละลักบอกให้เธอพอ แล้วนอนหงายเมื่อภาพิไลบอกกับเขาว่า เธอจะตอบแทนค่าผ่าตัดของเธอ
“อา...”
สาวน้อยสูดปาก เมื่อความคับแน่นบีบรัด มันค่อนข้างลำบากในหนแรกเพราะขนาด เธอไม่ได้เจอกับเขามานานมากจริงๆ สินะ มือน้อยยันอกกว้างไว้เป็นหลัก มือหนาของเขาเลื่อนไล้ลูบบีบ เคล้าคลึงไปทั่วร่างงาม ปากของเขาเอ่ยปลอบประโลม เพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บ
วิษณุขี้เป็นห่วงและถนอมเธอเสมอ
ภาพิไลยิ้มร้าย ก่อนจะเริ่มขยับโขยก ควบขับเขาด้วยจังหวะของเธอ ซึ่งหนักเบา รุนแรงตามอารมณ์ที่ทะยานโหม วิษณุถึงกับร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาขยับสะโพกตอบโต้เธอ เสียดสีกัน กระแทกกระทั้นเป็นจังหวะอันดุเดือด เร็วขึ้น แรงขึ้น เหงื่อของเธอซึมออกมา เสียงร้องครางแผ่วเป็นระยะบ่งบอกว่าเธอสุขสันต์แค่ไหนกับบทเพลงแห่งกาม
“น้องภา น้องภาขา พี่ไม่ไหวแล้วคนดี อา...โอ...”
วิษณุจับสะโพกกลมมนไว้กระแทกเสยใส่เธอเป็นจังหวะสุดท้าย ปล่อยหยาดน้ำออกมาทะลายทะลัก ภาพิไลซบลงกับอกกว้าง หายใจหอบแผ่ว แล้วแลบลิ้นเลียเหงื่อเค็มๆ ของเขาที่ซึมออกมา
กลิ่นของเขายังดีเหมือนเดิมเลย
เธอเปียกขึ้นมาอีกแล้ว
สาวน้อยกระซิบข้างหูของหมอวิษณุด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า
หมอหนุ่มกลืนน้ำลายก่อนจะจูบเคล้าที่แก้ม เลยไปที่ปากอิ่ม มือหนาของเขาเลื่อนไปตามเนื้อตัวแน่นหนั่นของสาวน้อย
และทุกอย่างก็เกิดขึ้นตามครรลองสวาทอีกหน
จนวันนี้เทิดวิชก็ยังไม่กลับบ้าน พีระเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเทิดวิชบอกมาทางข้อความสั้นๆ ว่าเขามีธุระที่ต่างจังหวัด ขอลางานไปพักสมองสักสองสามวัน เขากำลังเมามัวกับเมียเด็กของตน เพราะถือว่าเป็นเวลาพักเช่นกัน ผัวแก่เมียสาว แทบไม่ออกจากห้อง เล่นเอาพวกคนรับใช้พากันแอบซุบซิบอย่างอดไม่ได้“หูย...ไม่รู้ว่าคุณพีระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน” “มีเมียเด็ก สวย ขนาดนั้น เป็นฉันก็ไม่ออกมาง่ายหรอก นี่ยังดีนะที่คุณท่านยังไปทำงานทำการบ้าง” คนที่ทะลึ่งหน่อยว่า“ป่านนี้แหกไปหมดแล้วมั้ง” นางทองสร้อยพูดโพล่งขึ้นมาอย่างนึกหมั่นไส้ พลางเบ้ปาก ทุกคนชื่นชอบภาพิไล บางคนสงสาร แต่คงจะมีแต่นางนี่แหละที่หมั่นไส้“สงสารคุณหนูภามากกว่า” เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขัดขึ้น นายชนะคนขับรถนั่นเอง ทุกคนหันขวับไปมองเขาแทบจะเป็นตาเดียว นายชนะกระแอมแล้วพูดต่อเสียงขรึมๆ“คิดถึงสิ ว่าถ้าเป็นพวกเอ็งน่ะ มีผัวแก่แบบคุณพีระ จะมีความสุขไหม? อายุยังนิดเดียว เรียนก็เก่ง มารยาทก็ดี ต้องมาจำใจทำอะไรแบบนี้ คงไม่สนุก ไม่เสียวอะไรหรอก”คำพูดนั้นทำให้วงนินทาถึงกับแตก แยกย้ายกันไปคนล่ะทางสองทาง นางทองสร้อยกอดอก พลางมองหน้าชนะ นางเอ่ยขึ้นม
เทิดวิชมองภาพิไลที่ตอนนี้ถูกโอบโดยพีระ หัวใจของเขาร้อนผ่าวกับไฟจี้ จนไม่อาจจะทนมองสิ่งนั้นได้นานนัก เขาขอตัวจากโต๊ะอาหาร โดยอ้างว่าเขาปวดหัว พีระบอกสั่งให้เขาหายากิน ก่อนจะสนใจกับเมียเด็กในอ้อมแขนของตนต่อ นั่นก็เมียเขา...เหมือนกันหัวใจของเขาปวดหนึบนัก เมื่อรู้ว่าคืนนี้ ภาพิไลจะต้อง...อยู่ร่วมเตียงกับพีระ เธอบอกเขามากมายอย่างเปิดใจ หลังจากที่เธอและเขาได้ตกเป็นของกันและกันแล้ว ว่าบิดาทำอะไรลงไปกับเธอบ้างมันยิ่งทำให้เขาทั้งสงสาร ทั้งหึงหวง และโกรธบิดาบุญธรรมมากขึ้นไปอีก สมองของเขาตอนนี้ กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ภาพิไลรอดพ้นเสียจากบิดา คิด คิด และคิด ว่าเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง นับวันเขายิ่งรัก ยิ่งหลงเธอ และอยากได้เธอ ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพรากแย่งของรักของใคร แถมของรักนั้นยังเป็นของผู้มีพระคุณของตนเสียด้วยแต่ทว่า...ความรัก ความหลง มันทำให้สิ่งใดๆ ที่เทิดวิชเคยยึดถือไว้ มันถูกกระชากพรากไปเสียจากสมองของเขาชั่วคราว ไม่รู้ถูกผิด ดีชั่ว รู้เพียงว่าเขาจะทำอย่างไร ถึงจะได้เธอมาเป็นของตนเขาล้มตัวลงนอน แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ห้องของเขาและบิดาอยู่ติดกัน มีประตูเปิดปิดถึงกันแต่ตอน
โตเกียวดิสนีย์แลนด์...ภาพิไลมองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ จะอย่างไรส่วนหนึ่งของเธอก็ยังมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ เธอจูงมือกับเทิดวิช วิ่งไปตรงนั้นตรงนี้อย่างมีความสุข สาวน้อยหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส จนคนข้างๆ มองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น แล้วมีความสุขไปด้วยกับเธอยิ่งเธอสร้าง...ให้เขาเข้าใจว่าเธอนั้นน่าสงสาร รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของภาพิไล มันกระแทกใจเทิดวิช และทำให้เขาปลาบปลื้มอย่างมาก ที่ทำให้เธอมีความสุขได้“เราไปขึ้นอันนั้นไหมคะ” สาวน้อยชี้มือไปยังโซนเครื่องเล่นที่ค่อนข้างจะเรียกเลือดลมจากหัวใจ เทิดวิชมองพวกเครื่องเล่นพลางย่นจมูกน้อยๆ เขากลัวความสูง...มาก...“เอ่อ...คือว่าพี่”“ไปได้ไหมคะ นะคะ” เห็นตาแป๋วๆ ของเธอเข้า ใจของเขาก็ละลายวูบ ทิ้งความหวาดกลัวทั้งหมดไปยอมตามเธอไปแต่โดยดีและแล้ว ทำใจกล้า ไม่กลัวแท้ๆ แต่ความกลัวไม่ได้เอาชนะกันได้ง่ายๆ ลงมาจากเครื่องเล่นอันแรก เทิดวิชก็ถูกหิ้วปีกประคองโดยสาวน้อย ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขา แล้วต่อว่าตัวเองที่พาเขาไปเล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวโดยไม่ถามไถ่ก่อนว่าเขาชอบไหม พร้อมที่จะเล่นมันกับเธอไหม“กลับกันก็ได้นะคะ พี่วิชดีขึ้นหรือยั
“อันนี้น้องภาทำเองหรือคะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางลองตักสลัดที่ตกแต่งอย่างน่ากินตรงหน้าขึ้นมาลองรับประทานดู “ค่ะ อร่อยไหมคะ” เธอมองเขาตาแป๋ว แล้วจ้องเขานิ่งเหมือนรอคำตอบ พีระยกนิ้วโป้งให้ แล้วตักอีกคำใหญ่เพื่อรับประทานเพื่อเอาใจคนทำ“เยี่ยมไปเลย ปรกติพี่จะไม่กินสลัดนะ แต่สงสัยเป็นเพราะน้องภาทำ มันเลยอร่อยมากๆ”“ถ้าอย่างนั้นน้องภาจะทำให้กินบ่อยๆ นะคะ” เธอดูปลื้มกับคำชมนั้นมาก หนุ่มใหญ่หัวเราะ แล้วพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบกินผักนัก แต่ถ้าเมียรักทำให้แล้ว เขาก็ยอมกินจนหมด“ได้ค่ะ กินผักดีต่อสุขภาพด้วย”“น้องภาเลือกแต่ผักที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลยค่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ตักป้อนเขาไป แล้วบรรยายไปว่ามีผักอะไรบ้างที่เอามาทำสลัดให้เขากินหนนี้ พีระฟังเสียงใสๆ เจื้อยแจ้วนั่นอย่างมีความสุขเขาราวกับได้ยาอมฤตจริงๆ เมื่อมีเธอเข้ามาในชีวิตอิ่มอาหารแล้ว เขาก็ประคองพาเมียเด็กของเขาไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้งานรุมเร้าจนเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่ แถมยังจะต้องบินไปเมืองนอกอีกในไม่กี่วันนี้ เพื่อจัดการเรื่องปัญหาของโรงงานทางโน้น เขาปล่อยไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องการทุจริต ขืนปล่อยไว้มี
กว่าภาพยนตร์จะจบก็เกือบเที่ยงคืน เทิดวิชพาสาวน้อยไปแวะหาอะไรรับประทานก่อนกลับบ้าน ภาพิไลยังคงเอ่ยชวนคุยถึงเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างติดอกติดใจ เขายิ้มนิดๆ กับความช่างคุยนั่น ยามนี้เธอเหมือนเด็กๆ จริงๆ เพราะคุยแล้วคุยอีกแจ๋วๆ ชวนน่าเอ็นดู “ชอบมากๆ หรือครับ”“ค่ะ น้องภาชอบจริงๆ อยากดูตั้งแต่ที่เห็นทีเซอร์ ไม่ผิดหวังเลย” เธอหันมายิ้มจนตาหยีส่งให้กับเขา รอยยิ้มนั้นประทับใจคนมองเป็นอย่างมากนั่น...หล่อนเป็นภรรยาของพีระสำนึกถูกผิดเตือนขึ้นมา แม้จะนึกถูกใจหล่อนมากกว่าใคร แต่...เขาก็ต้องรู้จักที่เหมาะที่ควร เทิดวิชไม่เคยคิดจะแย่งของๆ ใคร หล่อนน่ารัก และน่าสงสาร น่าเวทนาเหลือเกินความรู้สึกวูบขึ้นมาอีก เมื่อเผลอมองหล่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งเอนพิงเบาะ หลับตาพริ้ม ดูเหมือนจะงีบหลับไปแล้ว ทั้งที่ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่มุมปากไม่รู้ว่าพ่อของเขา...เขาไม่รู้มาก่อนว่าพีระจะเป็นพวกเซ็กส์วิตถาร นั่นก็ยิ่งทำให้เทิดวิช นึกสงสารหล่อนมากยิ่งขึ้น อายุก็เพียงเท่านี้ ประสบการณ์เลวร้ายทางเพศที่ได้รับจากพีระ มันจะฝังใจเธอไปนานแค่ไหนนะ เธอทั้งหวาดกลัว และดูเหมือนไม่อยากจะเอ่ยถึงพ่อของเขาด้วยซ้ำ เธอคงจะกลัวม
“แฟนพี่เค้าไม่ได้ใช้ห้องนี้มาตั้งแต่ท้อง พนักงานคนอื่นจะใช้ห้องโน้น มิ้นเค้าไม่ชอบใช้เครื่องมือร่วมกับใคร ก็เลยทำห้องไว้เป็นพิเศษน่ะ”ภาพิไลมองไปรอบๆ ห้องแลปที่ทันสมัยอย่างพึงใจ วิษณุมองเจ้าหล่อนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย“น้องภาจะทำโครงงานนี้คนเดียวหรือคะ มีเพื่อนมาทำด้วยหรือเปล่า”“ทำคนเดียวค่ะ เป็นโครงการส่งเข้าประกวด น้องภาจะทำเกี่ยวกับเรื่องยา แล้วก็พวกสมุนไพร” ภาพิไลหรี่ตา เธอเปิดดูตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง “น้องภาใช้งานเป็นนะคะ” วิษณุเอ่ยถามย้ำอีกหน เครื่องมือเครื่องไม้ในนี้แพงมาก ภรรยาของเขามักจะใช้ทดลองทำเครื่องสำอางและครีมใหม่ๆ มีขวดเก็บพวกสารเคมีที่ใช้ในงาน บางอย่างเป็นอันตรายถ้าเกิดใช้ไม่ถูกวิธี“เป็นสิคะ น้องภาไม่ยุ่งไม่กวนของของพี่มิ้นหรอกค่ะ น้องภามีของน้องภามาเอง แล้วพี่หมอคะ น้องภาอยากได้” เธอเอากระดาษจดรายการให้เขา วิษณุมองแล้วขมวดคิ้ว ตัวยาบางอย่างเป็นยาควบคุม เจ้าหล่อนจะเอาไปทำไม?“น้องภาจะเอามาทดลองน่ะค่ะ พี่หมอหามาให้น้องภาได้ไหม”“เอ่อ...มัน”“นะคะ...น้องภาขอแค่ครั้งนี้เองนะ”เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ท่าทียั่วยวนจนวิษณุร้อนผ่าวแข็งขึงขึ้นม



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



