Mag-log inณ คฤหาสน์ตระกูลกู้กู้สือซวี่นั่งนิ่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาตรงลายเซ็นชื่อ ‘เยี่ยเจาเจา’ บนหนังสือสัญญาหย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าลายมือหมึกสีดำนั้นดูเรียบสวยอ่อนช้อย ทว่ากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดเอาไว้อย่างชัดเจนวันที่ที่ลงกำกับไว้ คือวันที่ข่าวฉาวระหว่างเขากับซูหย่าซินแพร่สะพัดออกไปทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอหึงหวงและตามตอแยเขาไม่เลิก ก่อเรื่องวุ่นวายมากมายจนถึงขั้นพรากชีวิตเนี่ยนเอินของเขาไปทั้งหมดที่เธอทำลงไป ก็เพื่อรักษาตำแหน่งคุณนายกู้นี้ไว้ไม่ใช่หรือไง?ใบต้นอูถงนอกหน้าต่างเสียดสีกับสายลมส่งเสียงซ่า ๆ ดังเป็นจังหวะ ความรู้สึกอึดอัดหม่นหมองในอกซัดกระหน่ำเข้ามาดั่งระลอกคลื่นจู่ ๆ ในหัวของเขาก็พลันนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เยี่ยเจาเจาพูดกับเขา ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยในวันนั้นขึ้นมา“กู้สือซวี่... ฉันไม่ได้ต้องการนายตั้งนานแล้ว”ค่ำคืนนี้ ที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะทำงานมีก้นบุหรี่เพิ่มขึ้นมวนแล้วมวนเล่าทั้งที่เธอเป็นฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขา เป็นคนทำร้ายคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดจนถึงแก่ความตายแต่ทำไมในคืนนี้... เขาถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า บางส
พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหากู้สือซวี่ฉันรีบห้ามเธอไว้ “ฉันไม่อยากเจอเขา เขาไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น ทางที่ดี... อย่าให้เขาได้นึกถึงคนอย่างฉันขึ้นมาอีกเลยจะดีกว่า”ซ่งจินรั่วพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง แยกกันอยู่ครบสองปีก็ฟ้องหย่าได้แล้ว ในเมื่อเขาชอบกินอาจมขนาดนั้น ก็ปล่อยให้เขากินสองพี่น้องตระกูลซูให้อิ่มหนำสำราญไปเลย! ตายไปคนหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกคนไม่ใช่หรือไง!”……ด้วยเหตุนี้ ซ่งจินรั่วจึงยอมวางมือจากงานทั้งหมดเพื่อมาดูแลฉันเธอถึงขั้นไปหัดทำอาหารกับแม่บ้านที่คฤหาสน์ ทุก ๆ วันจะคอยเปลี่ยนเมนูตุ๋นซุปบำรุงสารพัดสูตรมาให้ฉันดื่มแม้ว่าการดูแลเอาใจใส่ของเธอจะช่วยให้ร่างกายของฉันฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีแต่ปริศนา ‘การฆ่าตัวตายอย่างมีเงื่อนงำของซูเนี่ยนเอิน’ ก็ยังคงเป็นดั่งเมฆหมอกดำทะมึนที่ปกคลุมอยู่ในใจของฉันซูเนี่ยนเอินเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของซูหย่าซิน... เป็นไปได้หรือว่า เพื่อที่จะกำจัดฉัน ซูหย่าซินถึงกับยอมสังเวยชีวิตพี่สาวของตัวเองเชียวหรือ?ตกดึก หลังจากซ่งจินรั่วกลับไปแล้วฉันกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟนอน ก็พลันได้ยินเสียงของกู้สือซวี่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง“เธอพ
เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันติดค้างซูเนี่ยนเอินฉันจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองคุกเข่าลงไปกี่พันครั้ง และโขกศีรษะกราบลงกับพื้นไปกี่หมื่นหนแต่คำว่า “ฉันขอโทษ” ที่ฉันเอ่ยออกมาซ้ำ ๆ นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อซูเนี่ยนเอินเลยแม้แต่น้อย... หากแต่มันเป็นคำขอโทษที่ฉันมอบให้ลูกน้อยในท้องของตัวเองต่างหากจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ฉันก็ใกล้จะคุกเข่าขึ้นไปถึงยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของวัดหัวใจของฉันหนาวเหน็บและเจ็บปวดจนด้านชา ทว่าความเจ็บปวดที่ท้องน้อยซึ่งบิดเกร็งและดึงรั้งอย่างรุนแรง กลับยิ่งทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆฉันรู้ดี... ว่าลูกของฉันพยายามอดทนและต่อสู้เคียงข้างฉันมาโดยตลอดแต่ตอนนี้ เขาคงทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้วของเหลวอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลรินลงมาตามเรียวขาด้านใน หยดลงสู่พื้นหิน และถูกสายฝนชะล้างจนกลายเป็นสายธารสีแดงฉานคดเคี้ยวไปตามขั้นบันไดสีแดงนั้นดูราวกับอสรพิษ มันรัดรึงร่างของฉันเอาไว้ และรัดรึงลมหายใจของชีวิตน้อย ๆ ในท้องที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า“ขอโทษนะลูก...”ฉันขยับริมฝีปากที่สั่นเทา ทว่าเสียงสี่คำนั้นกลับถูกสายฝนซัดกระหน่ำจนแตกสลาย แม้แต่ตัวฉันเองก็แทบจะไม่ได้ยินฉันแหงนหน้าขึ้นมององค์พระพุ
ฉันยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองซูเนี่ยนเอินตายแล้วงั้นเหรอ?ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?ซูหย่าซินซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมอกของกู้สือซวี่ “เมื่อคืนพี่สาวฉันฆ่าตัวตาย! กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่ามีคนแปลกหน้าแอบย่องเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยของเธอ คนพวกนั้นสารภาพว่าคุณเป็นคนส่งไป! คุณจิตใจอำมหิตเกินไปแล้ว! ร้ายกาจจนแทบไม่ใช่คน! ตอนพี่สาวจากไป... แม้แต่คำบอกลาคำเดียวเธอก็ยังไม่ได้ทิ้งไว้ให้พี่สือซวี่เลย”ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม ถึงแม้ฉันจะไม่เคยรู้จักซูเนี่ยนเอินมาก่อน แต่การที่คนคนหนึ่งต้องมาจากไปกะทันหันแบบนี้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกช็อกอยู่ไม่น้อยสีหน้าของกู้สือซวี่ซีดเผือดจนดูคล้ายคนตาย ทว่าสายตาของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะแล่เนื้อเถือหนังฉัน “เธอทำอะไรกับเนี่ยนเอิน? พูดอะไรกับเธอกันแน่!”ฉันตอบกลับไปอย่างบริสุทธิ์ใจ “ฉันแค่จ้างนักสืบเอกชนให้ไปเก็บตัวอย่างเส้นผมของซูเนี่ยนเอินมาให้ ตอนนั้นนักสืบบอกว่าเธอหลับสนิทไปแล้ว เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น การตายของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน!”แววตาของซูหย่าซินวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเคียดแค
ฉันกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในอีเมล หัวใจคล้ายกับถูกมือที่มองไม่เห็นคู่ใหญ่ค่อย ๆ บีบรัดเข้าหากันทีละนิดนักสืบเอกชนได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยที่กู้สือซวี่เคยศึกษาอยู่ในอังกฤษ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากอาจารย์ของเขาอาจารย์หลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กู้สือซวี่กับซูเนี่ยนเอินเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยกที่ใคร ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยต่างพากันอิจฉาซูเนี่ยนเอินเป็นสาวสวยผู้เย็นชาที่ทุกคนในสถาบันต่างยอมรับ เธอจะยอมเผยรอยยิ้มออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้ากู้สือซวี่เท่านั้นได้ยินมาว่า หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นที่ทำให้ซูเนี่ยนเอินต้องกลายเป็นอัมพาต กู้สือซวี่ก็คงเตรียมจะพาเธอเข้าบ้านตระกูลกู้หลังจากเรียนจบไปแล้วฉันพลันนึกถึงช่วงเวลาหลายปีที่กู้สือซวี่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ข้อความมากมายที่ฉันส่งไปหาเขาล้วนเงียบหายราวกับก้อนหินจมดิ่งสู่ก้นทะเลลึกที่แท้... ทุกอย่างมันมีร่องรอยให้เห็นมาตั้งนานแล้วในตอนนั้น ตัวฉันเองเกือบจะยอมถอดใจจากความรักข้างเดียวนี้อยู่รอมร่อแต่ในปีที่ฉันสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กู้สือซวี่กลับบินถือแหวนเพชรข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาคุกเข่าขอฉันแต่งงานช่วงเวลานั้น น
เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองฉันอีกเลย รีบสาวเท้าก้าวพรวด ๆ ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันทีครึ่งชั่วโมงต่อมา กู้สือซวี่ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ คาดว่าคงจัดการปลดปล่อยอารมณ์ความต้องการของตัวเองอยู่ข้างในนั้นเรียบร้อยแล้วเขาแต่งตัวอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าลื่นไหล ใบหน้าที่เคยวางมาดสุขุมนิ่งสนิทอยู่เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิดตอนที่เดินมาถึงหน้าประตู คล้ายกับเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกคน“ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ฉันต้องไปดูงานที่ต่างประเทศสักหน่อย”เขาทิ้งคำอธิบายส่ง ๆ ไร้ความจริงใจไว้แค่นั้น แล้วก็ก้าวขาจากไปทันทีสำหรับการเดินหนีจากไปแบบนี้ของเขา ฉันชินชาจนด้านชาไปหมดแล้วแต่ในตอนนี้ มันคือจังหวะเวลาทองที่ฉันจะได้รู้ความจริงเสียทีพอลับหลังเขาไป ฉันก็รีบโทรหานักสืบเอกชนทันที “พวกคุณสะกดรอยตามกู้สือซวี่ไปได้เลยค่ะ อีกสองชั่วโมงเขาจะออกเดินทางบินไปอังกฤษ จำไว้นะคะว่าอย่าให้เขาจับได้เด็ดขาด”“วางใจได้เลยครับคุณหนูเยี่ย เรื่องการสะกดรอยตามเนี่ย พวกเราเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพอยู่แล้วครับ”นักสืบเอกชนให้คำม







