Share

บทที่ 6

Penulis: อุดมสมบูรณ์
กู้สือซวี่มักจะวางตัวสูงส่งอยู่เสมอ เขาไม่มีทางเอ๋ยปากให้ฉันเป็นคนทำอาหารมังสวิรัติให้เขากินต่อแน่ ๆ

แต่เขาเป็นคนเลือกกินและพิถีพิถันเรื่องอาหารมาก เขาจึงโทรหาผู้ช่วยแล้วสั่งว่า “ไปหาเชฟที่เชี่ยวชาญด้านอาหารมังสวิรัติมา เงินเดือนเท่าไหร่ไม่เกี่ยง ฉันจะต้องได้เจอเขาพรุ่งนี้”

ตอนนั้นซูหย่าซินที่สงบเสงี่ยมราวกับเป็นแขกที่อาศัยชายคาผู้อื่นและถูกกลั่นแกล้งมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า

“คุณเยี่ย ฉันรู้ว่าคุณมีอคติกับฉัน และที่ฉันพาตั๋วตั่วมาอยู่ที่นี่ มันออกจะเสียมารยาทไปหน่อย…”

สีหน้าของฉันยังคงราบเรียบ “หากรู้ว่าเสียมารยาท แล้วทำไมยังหน้าด้านย้ายเข้ามาอยู่อีก หรือว่าบนโลกนี้นอกจากบ้านของฉันกับกู้สือซวี่แล้วก็ไม่มีที่อื่นให้เธออยู่เลย หรือว่าทั้งชีวิตของซูหย่าซินจำเป็นต้องแย่งชิงถึงจะได้ที่อยู่มางั้นเหรอ”

ซูหย่าซินได้ยินคำพูดที่รุนแรงของฉันสีหน้าก็ซีดเผือดทันที เหมือนเธออยากจะตอบโต้ แต่สุดท้ายก็อดทนเอาไว้ แล้วมองไปทางกู้สือซวี่พร้อมน้ำตาคลอเบ้า

มีแต่ฉันที่เห็นว่าเธอกำลังกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

แม้ตั๋วตั่วจะยังเด็กอยู่ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของฉัน

ดังนั้นเธอจึงวิ่งเข้าไปนั่งตักกู้สือซวี่ด้วยท่าทีหวาดกลัว แล้วพูดเสียงอ่อนว่า “พ่อคะ คุณป้าคนนี้คือใครเหรอคะ ทำไมเธอดูดุจัง”

“ตั๋วตั่วไม่ต้องกลัวนะลูก ป้าเธอ…ไม่ใช่คนเลวอะไร”

กู้สือซวี่ส่งสายตาเตือนฉัน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวกับฉันต่อหน้าซูหย่าซิน

ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะครั้งนี้เขาพาสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน มาสร้างความวุ่นวายอยู่ต่อหน้าต่อตาฉัน แต่ฉันกลับ"ให้ความร่วมมือ"กับเขาเป็นอย่างดี ไม่โวยวาย ไม่ก่อเรื่อง อย่างไรเสียเขาก็คงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าได้คืบจะเอาศอก ไม่มีทางอยู่แล้วที่จะบอกให้ฉันยอมรับเมียน้อยของเขา แล้วยังต้องให้ฉันยิ้มต้อนรับสองแม่ลูกนั่นอีกเหรอ

เพราะฉันไม่ได้ทะเลาะกับกู้สือซวี่ ซูหย่าซินจึงดูไม่ค่อยพอใจเท่าไร อาหารมังสวิรัติบนโต๊ะก็ดูจะเย็นชืดไปหมด

ฉันหัวเราะเยาะขึ้นอย่างอดไม่ได้

กู้สือซวี่นับถือพุทธศาสนามาเป็นเวลาสามปี ปกติแล้วฉันเป็นคนชอบกินเนื้อสัตว์ แต่ฉันก็ต้องกินมังสวิรัติตามเขามาตั้งสามปี

แต่ทั้งที่ซูหย่าซินอยากแย่งผู้ชายคนนี้แท้ ๆ กลับแค่เรื่องอาหารมังสวิรัติก็ยังผ่านด่านไปไม่ได้

ฉันกินจนอิ่มแล้ววางตะเกียบลง จากนั้นก็เดินออกมาท่ามกลางสายตาซับซ้อนของพวกเขา

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องนอนแขก ฉันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกวาดสายตามองบ้านที่ฉันอยู่มาเกือบสี่ปี

ฉันย้ายจากห้องนอนใหญ่มาที่ห้องนอนแขก ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแขกมากกว่า

เมื่อวานนี้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ตอนกลางวันก็เลยอยากจะนอนพักสักหน่อย แต่กลับได้ยินเสียงเคาะประตู

เมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าซูหย่าซินยืนอยู่

เธอถือถุงใบใหญ่ในมือ จากนั้นก็พูดว่า “คุณเยี่ย ขอโทษนะคะ ข้างในนี้มีรูปแต่งงานของคุณกับพี่สือซวี่ เขาบอกว่าหากตั๋วตั่วมาเห็นก็คงจะไม่ดี ดังนั้นรบกวนคุณช่วยเก็บไปด้วยเถอะค่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว เอาไปทิ้งถังขยะไปเลย”

ฉันพูดขึ้นด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นก็ปิดประตูทันที

เห็นได้ชัดว่าซูหย่าซินไม่คิดจะยอมแพ้หลังจากที่เธอยั่วโมโหฉันไม่ได้ผล

เธอรีบแทรกตัวเข้ามาในห้อง จากนั้นก็พูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “คุณเยี่ย ตั๋วตั่วเป็นความลับของฉันกับพี่สือซวี่ มันเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย คุณไม่จำเป็นต้องประชดขนาดนั้นหรอกค่ะ รอพวกเราจากไปแล้ว คุณจะแขวนรูปเหล่านี้กลับไปที่เดิมก็ได้”

ความลับ?

โอเคเลย ความลับระหว่างพวกเธอสองคน มันเป็นเรื่องที่พูดยาก ฉันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในเกมของพวกเธอเท่านั้น พอใจแล้วใช่ไหม

ฉันไม่อยากจะพูดจาไร้สาระกับเธออีก จึงหยิบถุงในมือของเธอแล้วโยนเข้าไปในห้องอย่างไม่ใส่ใจ

กรอบรูปที่อยู่ในถุงแตกละเอียด ซูหย่าซินตกใจมาก แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าของฉันไม่มีร่องรอยของความเสียใจเลย เธอก็ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

บางทีในสายตาของเธอ ฉันคือคนที่ถูกสามีทรยศหักหลัง

ดังนั้นฉันควรจะต้องคุกเข่าลงกับพื้น กอดเศษแก้วที่แตกละเอียดแล้วร้องไห้ออกมา

ฉันเหลือบมองถุงที่กองอยู่บนพื้น จากนั้นก็พูดว่า “เอาล่ะ ฉันรับรูปภาพพวกนี้มาแล้ว เธอยังมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า ต้องการให้ฉันเก็บอะไรอีกไหม เตียงที่อยู่ในห้องนอนใหญ่เป็นเตียงที่ฉันเคยนอนกับกู้สือซวี่ จะให้ฉันไปเก็บมาด้วยหรือเปล่า”

ซูหย่าซินพูดอะไรไม่ออก ใบหน้างดงามของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจและไม่ยอมแพ้

แต่สิ่งเดียวที่เธอได้รับคือเสียงปิดประตูดังกระแทกหน้า

ฉันไม่ได้หยิบกรอบรูปที่อยู่ในถุงนั้นออกมา แค่ปล่อยทิ้งไว้อยู่ที่หน้าประตู

เดี๋ยวรอให้ป้าหลิวเอาไปทิ้งให้ก็พอแล้ว

หลังฉันตื่นจากการนอนกลางวัน ฉันก็พบว่าในไลน์มีคนแอดเฟรนเข้ามา

หลังจากฉันเปิดดูก็พบว่า รูปโปรไฟล์คือรูปของตั๋วตั่ว

ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่าซูหย่าซินเป็นคนแอดฉันมา

ฉันไม่ได้ปฏิเสธ กลับกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเธอด้วย

และเหมือนที่ฉันเดาเอาไว้ไม่มีผิด เธอตั้งใจจะยั่วโมโหฉันผ่านโมเมนต์ในไลน์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เดิมทีฉันควรจะเมินเฉย แต่ฉันก็ยังอดใจไม่ไหว กดคลิกเข้าไปดูโมเมนต์วีแชทเธอ

สมแล้วที่ซูหย่าซินอยู่ในวงการบันเทิง เธอรู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อจัดการตัวเองให้ใสสะอาดและไม่ตกเป็นเป้า ในโมเมนต์ของเธอไม่มีรูปภาพครอบครัวเลยสักใบ แม้กระทั่งรูปที่เห็นหน้าตัวเองยังไม่มี

แต่รูปที่มีกู้สือซวี่กับตั๋วตั่วกลับเห็นใบหน้าชัดเจนทุกรูป ทุกๆ วันพิเศษ เธอมักจะโพสต์รูปเก้าใบ พร้อมเขียนข้อความบรรยาย

ตอนที่ฉันท้อง ฉันก็อดจินตนาการไม่ได้ว่ากู้สือซวี่จะเป็นพ่อแบบไหน

แต่ที่น่าตลกก็คือ ความคาดหวังของฉันไม่เป็นความจริง แต่ฉันสามารถหาคำตอบได้จากโมเมนต์ของคนอื่น

ฉันเลื่อนหน้าจอลงดูเรื่อย ๆ อยากดูให้เห็นกับตาว่ากู้สือซวี่เริ่มนอกใจฉันตั้งแต่เมื่อไหร่

แล้วนิ้วที่กำลังเลื่อนโทรศัพท์ของฉันก็ชะงักหยุดอยู่ที่โพสต์ในวัน ๆ หนึ่ง

มันไม่ใช่วันที่กู้สือซวี่นอกใจ แต่เป็นวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตของฉัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 196

    ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของกู้สือซวี่ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาพอดี เป็นสายจากลูกสาวของเขานั่นเองเมื่อมีเรื่องนี้เข้ามาแทรก เขาก็เลิกตื๊อที่จะขอดูโน้ตบุ๊กของฉัน แล้วเปลี่ยนไปเอ่ยถามปลายสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแทน “ตั๋วตั่ว เลิกเรียนแล้วเหรอลูก?”ฉันได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของแม่หนูน้อยดังแว่วออกมาจากลำโพงอย่างออดอ้อน “คุณพ่อคะ วันนี้คุณพ่อมารับหนูหลังเลิกเรียนได้ไหมคะ? หนูไม่อยากกลับบ้านกับคุณย่าเลยค่ะ”กู้สือซวี่ชะงักไปนิด ก่อนจะถามว่า “ทำไมล่ะลูก?”“คุณย่าขี้บ่นมากเลยค่ะ อารมณ์เสียก็ง่าย เอะอะก็ดุตั๋วตั่วตลอดเลย” แม่หนูบ่นพึมพำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “คุณพ่อใจดีกับหนูที่สุดแล้ว หนูอยากอยู่กับคุณพ่อค่ะ”น้ำเสียงของกู้สือซวี่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ได้สิครับ เดี๋ยวพ่อรีบไปรับหนูเดี๋ยวนี้นะ”พอกดวางสาย เขาก็บอกให้คนขับรถไปรออยู่ด้านล่างตึก แล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแม้ว่าตามตัวจะยังมีผ้าพันแผลพันอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่มีอะไรมาขัดขวางไม่ให้เขาไปรับลูกสาวได้เลยฉันเห็นเขาสวมเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเลสุดกำลัง สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปช่วยขยับให้อยู่ดี“เธอไปด้วยกันกับฉัน”น้ำเสียง

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 195

    กู้สือซวี่เอื้อมมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “เธอเป็นภรรยาของผม ของของผมก็คือของของเธอ เงินแค่ห้าสิบล้านแล้วมันจะทำไมกันครับ?”“ก็ไหนว่าจะหย่ากันแล้วไม่ใช่เหรอ!”เจียงซูฮุ่ยกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น “นังนี่มันจงใจจะสูบเลือดสูบเนื้อแกทิ้งทวนก่อนหย่าชัด ๆ! แม่เคยเตือนแกตั้งนานแล้ว ว่าแต่ก่อนที่มันหน้าด้านตามตอแยแกไม่เลิก ก็เพราะหวังเงินทั้งนั้น!”สีหน้าของกู้สือซวี่ฉายแววรำคาญใจขึ้นมาหลายส่วน “แม่ครับ คุณหมอบอกว่าผมต้องพักผ่อนอย่างสงบ ทำไมแม่มาทีไร ถึงต้องเอะอะโวยวายเสียงดังทุกทีล่ะครับ?”เจียงซูฮุ่ยทั้งอับอายทั้งเสียหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเธอพยักหน้ารับด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น “ได้! ได้เลย! ต่อไปนี้แม่จะไม่ยุ่งกับแกอีกแล้ว ให้แม่นังสารเลวนี่มันคอยทำกับข้าวให้แกกินไปก็แล้วกัน รอจนวันที่แกโดนมันวางยาพิษจนตายคาที่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นแกค่อยมารู้ซึ้งว่าที่แม่ทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับแก!”หลังจากเธอสะบัดก้นเดินจากไป ภายในห้องพักผู้ป่วยก็พลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบในทันทีฉันคิดว่ากู้สือซวี่คงจะเลือกกินมื้อเที่ยงที่แม่ของเขาหิ้วมาส่งให้ ฉันจึงเอื้อมมือไปหย

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 194

    กู้สือซวี่สาวเท้าตามมาทันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “แค่คุกเข่าบนขั้นบันไดไม่กี่ขั้น เธอก็เจ็บปวดจนทนไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ แต่เนี่ยนเอินที่ถูกเธอทำร้ายจนตาย เธอต้องกระโดดลงมาจากชั้นสิบหก เธอคิดว่าเนี่ยนเอินจะต้องเจ็บปวดทรมานขนาดไหน?”ฉันชะงักฝีเท้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองเขาแสงจันทร์ทอดตัวลงมาต้องใบหน้าอันหล่อเหลาและเย็นชาของกู้สือซวี่ ยิ่งขับเน้นให้คนที่เย็นชาอยู่เป็นทุนเดิมดูแล้งน้ำใจและเฉยเมยยิ่งขึ้นไปอีกความเจ็บแปลบที่ซ่อนอยู่ตรงหัวเข่าผสมปนเปกับความเจ็บปวดร้าวลึกที่บีบรัดอยู่ในขั้วหัวใจ ราวกับตาข่ายที่ถักทอจนแน่นหนาไร้ช่องว่าง ล้อมขังฉันไว้ตรงกลางจนแทบจะขาดใจตายกู้สือซวี่ไม่คิดจะหยุดรอฉันอีก เขาเดินจ้ำอ้าวตรงไปข้างหน้าตามลำพังเมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย คุณหมอกำลังช่วยเปลี่ยนผ้ากอซให้เขาพอดีทันทีที่แกะผ้าพันแผลออก คุณหมอเห็นรอยเลือดสีแดงจาง ๆ ซึมออกมา คิ้วก็พลันขมวดมุ่นเข้าหากันทันที “รอยเย็บแผลไปโดนอะไรมาทำไมถึงปริแยกแบบนี้ล่ะครับ?”ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง มองดูบาดแผลที่ปริแยกออกจนเห็นเนื้อด้านใน พลันนึกถึงเรื่องที่เขาเช็ดตัวด้วยตัวเองเมื่อวานนี้ขึ้นม

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 193

    ในจังหวะนั้นเอง กู้สือซวี่ก็เดินกลับมาจากข้างนอกพอดี เขาขมวดคิ้วแน่นพลางเอ่ย “แม่ครับ เมื่อกี้ผมเดินเล่นอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ได้ยินเสียงแม่ดังลั่นมาแต่ไกลเลย”เจียงซูฮุ่ยรีบดึงตั๋วตั่วเข้ามาฟ้องทันควัน “แกดูสิว่าลูกสาวแกกำลังกินอะไรอยู่! ของจากนังผู้หญิงคนนี้ แกยังกล้าให้ลูกสาวกินเข้าไปอีกเหรอ!”กู้สือซวี่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ผมก็นั่งดูอยู่ตรงนี้ มันจะไปเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้?”“แบบนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน!”เจียงซูฮุ่ยเอ่ยตัดบท “ตั๋วตั่ว กลับบ้านกับย่า! ผู้หญิงจิตใจคดโกงอำมหิตพรรค์นี้ ต่อไปอย่าได้ไปข้องแวะด้วยเด็ดขาด”พูดจบ เจียงซูฮุ่ยก็จูงมือหลานสาวเดินลิ่วออกจากห้องไปทันทีก่อนจะก้าวพ้นประตู ตั๋วตั่วก็ยังมิวายเหลียวหลังหันกลับมามองเค้กส่วนที่เหลือบนโต๊ะตาละห้อยทุก ๆ สามก้าวเสียงประตูปิดลงดัง ‘ปัง!’ ภายในห้องพักผู้ป่วยพลันกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้งฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดินเข้าไปหยิบมื้อเย็นที่เจียงซูฮุ่ยหิ้วมาส่ง จัดแจงวางเรียงลงบนโต๊ะจนเรียบร้อยทว่ากู้สือซวี่กลับไม่แตะต้องอาหารพวกนั้นเลยสักนิด เขาเดินตรงไปยังโต๊ะที่ฉันวางเค้กเอาไว้ หยิบเค้กครึ่งชิ้นที่เหลือขึ้นมาแล้วค

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 192

    หัวคิ้วของกู้สือซวี่ขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปมทว่าเพื่อลูกสาวแล้ว เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความแม้แต่คำเดียว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันทีครู่เดียวโทรศัพท์ฝั่งฉันก็สั่นเตือน ยอดเงินในบัญชีมีตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอีกห้าสิบล้าน“แค่นี้พอหรือยัง?” น้ำเสียงของเขาเจือแววโทสะที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ฉันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วขานรับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “รอเดี๋ยว”ฉันโทรบอกให้ป้าหลิวช่วยขนกล่องอุปกรณ์ทำขนมและวัตถุดิบทั้งหมดมาส่งให้ที่โรงพยาบาลโดยตรงในเมื่อซูหย่าซินทิ้งเด็กคนนี้ไว้ที่นี่ ฉันก็เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าเธอมีเจตนาอะไรแอบแฝงอะไรก็ตามที่ฉันลงมือทำ จึงจำเป็นต้องทำต่อหน้าต่อตากู้สือซวี่ทุกขั้นตอน ไม่อย่างนั้น ใครจะไปรู้ว่าเธอจะกุเรื่องหาว่าฉันใส่สารพัดสิ่งแปลกปลอมลงไปในวัตถุดิบเพื่อทำร้ายลูกสาวของเธอหรือเปล่า?ผ่านไปไม่นาน ป้าหลิวก็ขนวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ทั้งหมดมาส่งให้ถึงที่กู้สือซวี่เอนหลังพิงหัวเตียงก้มหน้าอ่านเอกสาร ส่วนตั๋วตั่วก็ลากเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งข้าง ๆ แสร้งทำเป็นเปิดหนังสือนิทานภาพอ่านไปเรื่อย แต่หางตากลับคอยเหลือบชำเลืองมองมาทางฉันไม่หยุดหย่อนฉันไม่ปริปากพูด

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 191

    “คุณหนูเยี่ยคะ ของพรรค์นี้ไม่สมควรเอามาวางไว้ตรงหน้าพี่สือซวี่เลยนะคะ คุณแต่งงานกับเขามาตั้งหลายปี เรื่องแค่นี้จะไม่รู้เลยจริง ๆ เหรอคะ?”เธอปรายตามองถุงอาหารเดลิเวอรีในมือฉันด้วยสีหน้าดูแคลนอย่างเปิดเผยฉันยิ้มรับบาง ๆ พลางเอ่ย “ขอบคุณที่ช่วยสั่งสอนนะ ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้วล่ะ แต่คนที่นับถือศาสนาพุทธคงไม่อยากเห็นการกินทิ้งกินขว้างหรอกจริงไหม ด้านหลังโรงพยาบาลมีสุนัขจรจัดอยู่ตั้งหลายตัว ฉันเอาไปเทให้หมากินดีกว่า”ซูหย่าซินเบิกตากว้างมองฉันด้วยความตกตะลึงส่วนสายตาของกู้สือซวี่นั้นดุดันราวกับจะฉีกร่างฉันให้เป็นชิ้น ๆฉันเอาอาหารพวกนั้นไปเลี้ยงสุนัขจรจัดจริง ๆ ถึงแม้หน้าตาจะเป็นเมนูเจ แต่คิดว่าในครัวของร้านอาหารคงใช้น้ำมันสัตว์ผัดอยู่ดีเจ้าพวกตูบเลยไม่เรื่องมาก พากันกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงผ่านไปพักใหญ่ ฉันเดินทอดน่องกลับขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน บังเอิญเจอกับซูหย่าซินที่เพิ่งก้าวขาออกจากลิฟต์พอดีเดิมทีฉันไม่อยากเสียเวลาเสวนากับเธอ ทว่าเธอกลับกึ่งยิ้มกึ่งเยาะเย้ยแล้วชิงพูดขึ้นก่อน “คุณหนูเยี่ยคะ ฝากดูแลตั๋วตั่วด้วยนะ”ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยราวกับเธอจะจับความสงสัยของฉันได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status