Share

บทที่ 6

Author: อุดมสมบูรณ์
กู้สือซวี่มักจะวางตัวสูงส่งอยู่เสมอ เขาไม่มีทางเอ๋ยปากให้ฉันเป็นคนทำอาหารมังสวิรัติให้เขากินต่อแน่ ๆ

แต่เขาเป็นคนเลือกกินและพิถีพิถันเรื่องอาหารมาก เขาจึงโทรหาผู้ช่วยแล้วสั่งว่า “ไปหาเชฟที่เชี่ยวชาญด้านอาหารมังสวิรัติมา เงินเดือนเท่าไหร่ไม่เกี่ยง ฉันจะต้องได้เจอเขาพรุ่งนี้”

ตอนนั้นซูหย่าซินที่สงบเสงี่ยมราวกับเป็นแขกที่อาศัยชายคาผู้อื่นและถูกกลั่นแกล้งมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า

“คุณเยี่ย ฉันรู้ว่าคุณมีอคติกับฉัน และที่ฉันพาตั๋วตั่วมาอยู่ที่นี่ มันออกจะเสียมารยาทไปหน่อย…”

สีหน้าของฉันยังคงราบเรียบ “หากรู้ว่าเสียมารยาท แล้วทำไมยังหน้าด้านย้ายเข้ามาอยู่อีก หรือว่าบนโลกนี้นอกจากบ้านของฉันกับกู้สือซวี่แล้วก็ไม่มีที่อื่นให้เธออยู่เลย หรือว่าทั้งชีวิตของซูหย่าซินจำเป็นต้องแย่งชิงถึงจะได้ที่อยู่มางั้นเหรอ”

ซูหย่าซินได้ยินคำพูดที่รุนแรงของฉันสีหน้าก็ซีดเผือดทันที เหมือนเธออยากจะตอบโต้ แต่สุดท้ายก็อดทนเอาไว้ แล้วมองไปทางกู้สือซวี่พร้อมน้ำตาคลอเบ้า

มีแต่ฉันที่เห็นว่าเธอกำลังกำมือแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

แม้ตั๋วตั่วจะยังเด็กอยู่ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของฉัน

ดังนั้นเธอจึงวิ่งเข้าไปนั่งตักกู้สือซวี่ด้วยท่าทีหวาดกลัว แล้วพูดเสียงอ่อนว่า “พ่อคะ คุณป้าคนนี้คือใครเหรอคะ ทำไมเธอดูดุจัง”

“ตั๋วตั่วไม่ต้องกลัวนะลูก ป้าเธอ…ไม่ใช่คนเลวอะไร”

กู้สือซวี่ส่งสายตาเตือนฉัน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวกับฉันต่อหน้าซูหย่าซิน

ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะครั้งนี้เขาพาสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน มาสร้างความวุ่นวายอยู่ต่อหน้าต่อตาฉัน แต่ฉันกลับ"ให้ความร่วมมือ"กับเขาเป็นอย่างดี ไม่โวยวาย ไม่ก่อเรื่อง อย่างไรเสียเขาก็คงรู้สึกผิดอยู่บ้าง

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่กล้าได้คืบจะเอาศอก ไม่มีทางอยู่แล้วที่จะบอกให้ฉันยอมรับเมียน้อยของเขา แล้วยังต้องให้ฉันยิ้มต้อนรับสองแม่ลูกนั่นอีกเหรอ

เพราะฉันไม่ได้ทะเลาะกับกู้สือซวี่ ซูหย่าซินจึงดูไม่ค่อยพอใจเท่าไร อาหารมังสวิรัติบนโต๊ะก็ดูจะเย็นชืดไปหมด

ฉันหัวเราะเยาะขึ้นอย่างอดไม่ได้

กู้สือซวี่นับถือพุทธศาสนามาเป็นเวลาสามปี ปกติแล้วฉันเป็นคนชอบกินเนื้อสัตว์ แต่ฉันก็ต้องกินมังสวิรัติตามเขามาตั้งสามปี

แต่ทั้งที่ซูหย่าซินอยากแย่งผู้ชายคนนี้แท้ ๆ กลับแค่เรื่องอาหารมังสวิรัติก็ยังผ่านด่านไปไม่ได้

ฉันกินจนอิ่มแล้ววางตะเกียบลง จากนั้นก็เดินออกมาท่ามกลางสายตาซับซ้อนของพวกเขา

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องนอนแขก ฉันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกวาดสายตามองบ้านที่ฉันอยู่มาเกือบสี่ปี

ฉันย้ายจากห้องนอนใหญ่มาที่ห้องนอนแขก ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแขกมากกว่า

เมื่อวานนี้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ตอนกลางวันก็เลยอยากจะนอนพักสักหน่อย แต่กลับได้ยินเสียงเคาะประตู

เมื่อเปิดประตูออกมาก็เห็นว่าซูหย่าซินยืนอยู่

เธอถือถุงใบใหญ่ในมือ จากนั้นก็พูดว่า “คุณเยี่ย ขอโทษนะคะ ข้างในนี้มีรูปแต่งงานของคุณกับพี่สือซวี่ เขาบอกว่าหากตั๋วตั่วมาเห็นก็คงจะไม่ดี ดังนั้นรบกวนคุณช่วยเก็บไปด้วยเถอะค่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว เอาไปทิ้งถังขยะไปเลย”

ฉันพูดขึ้นด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นก็ปิดประตูทันที

เห็นได้ชัดว่าซูหย่าซินไม่คิดจะยอมแพ้หลังจากที่เธอยั่วโมโหฉันไม่ได้ผล

เธอรีบแทรกตัวเข้ามาในห้อง จากนั้นก็พูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “คุณเยี่ย ตั๋วตั่วเป็นความลับของฉันกับพี่สือซวี่ มันเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย คุณไม่จำเป็นต้องประชดขนาดนั้นหรอกค่ะ รอพวกเราจากไปแล้ว คุณจะแขวนรูปเหล่านี้กลับไปที่เดิมก็ได้”

ความลับ?

โอเคเลย ความลับระหว่างพวกเธอสองคน มันเป็นเรื่องที่พูดยาก ฉันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในเกมของพวกเธอเท่านั้น พอใจแล้วใช่ไหม

ฉันไม่อยากจะพูดจาไร้สาระกับเธออีก จึงหยิบถุงในมือของเธอแล้วโยนเข้าไปในห้องอย่างไม่ใส่ใจ

กรอบรูปที่อยู่ในถุงแตกละเอียด ซูหย่าซินตกใจมาก แต่เมื่อเห็นว่าใบหน้าของฉันไม่มีร่องรอยของความเสียใจเลย เธอก็ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อ

บางทีในสายตาของเธอ ฉันคือคนที่ถูกสามีทรยศหักหลัง

ดังนั้นฉันควรจะต้องคุกเข่าลงกับพื้น กอดเศษแก้วที่แตกละเอียดแล้วร้องไห้ออกมา

ฉันเหลือบมองถุงที่กองอยู่บนพื้น จากนั้นก็พูดว่า “เอาล่ะ ฉันรับรูปภาพพวกนี้มาแล้ว เธอยังมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า ต้องการให้ฉันเก็บอะไรอีกไหม เตียงที่อยู่ในห้องนอนใหญ่เป็นเตียงที่ฉันเคยนอนกับกู้สือซวี่ จะให้ฉันไปเก็บมาด้วยหรือเปล่า”

ซูหย่าซินพูดอะไรไม่ออก ใบหน้างดงามของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจและไม่ยอมแพ้

แต่สิ่งเดียวที่เธอได้รับคือเสียงปิดประตูดังกระแทกหน้า

ฉันไม่ได้หยิบกรอบรูปที่อยู่ในถุงนั้นออกมา แค่ปล่อยทิ้งไว้อยู่ที่หน้าประตู

เดี๋ยวรอให้ป้าหลิวเอาไปทิ้งให้ก็พอแล้ว

หลังฉันตื่นจากการนอนกลางวัน ฉันก็พบว่าในไลน์มีคนแอดเฟรนเข้ามา

หลังจากฉันเปิดดูก็พบว่า รูปโปรไฟล์คือรูปของตั๋วตั่ว

ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่าซูหย่าซินเป็นคนแอดฉันมา

ฉันไม่ได้ปฏิเสธ กลับกดตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเธอด้วย

และเหมือนที่ฉันเดาเอาไว้ไม่มีผิด เธอตั้งใจจะยั่วโมโหฉันผ่านโมเมนต์ในไลน์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เดิมทีฉันควรจะเมินเฉย แต่ฉันก็ยังอดใจไม่ไหว กดคลิกเข้าไปดูโมเมนต์วีแชทเธอ

สมแล้วที่ซูหย่าซินอยู่ในวงการบันเทิง เธอรู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อจัดการตัวเองให้ใสสะอาดและไม่ตกเป็นเป้า ในโมเมนต์ของเธอไม่มีรูปภาพครอบครัวเลยสักใบ แม้กระทั่งรูปที่เห็นหน้าตัวเองยังไม่มี

แต่รูปที่มีกู้สือซวี่กับตั๋วตั่วกลับเห็นใบหน้าชัดเจนทุกรูป ทุกๆ วันพิเศษ เธอมักจะโพสต์รูปเก้าใบ พร้อมเขียนข้อความบรรยาย

ตอนที่ฉันท้อง ฉันก็อดจินตนาการไม่ได้ว่ากู้สือซวี่จะเป็นพ่อแบบไหน

แต่ที่น่าตลกก็คือ ความคาดหวังของฉันไม่เป็นความจริง แต่ฉันสามารถหาคำตอบได้จากโมเมนต์ของคนอื่น

ฉันเลื่อนหน้าจอลงดูเรื่อย ๆ อยากดูให้เห็นกับตาว่ากู้สือซวี่เริ่มนอกใจฉันตั้งแต่เมื่อไหร่

แล้วนิ้วที่กำลังเลื่อนโทรศัพท์ของฉันก็ชะงักหยุดอยู่ที่โพสต์ในวัน ๆ หนึ่ง

มันไม่ใช่วันที่กู้สือซวี่นอกใจ แต่เป็นวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตของฉัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 184

    ณ คฤหาสน์ตระกูลกู้กู้สือซวี่นั่งนิ่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาตรงลายเซ็นชื่อ ‘เยี่ยเจาเจา’ บนหนังสือสัญญาหย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าลายมือหมึกสีดำนั้นดูเรียบสวยอ่อนช้อย ทว่ากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดเอาไว้อย่างชัดเจนวันที่ที่ลงกำกับไว้ คือวันที่ข่าวฉาวระหว่างเขากับซูหย่าซินแพร่สะพัดออกไปทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอหึงหวงและตามตอแยเขาไม่เลิก ก่อเรื่องวุ่นวายมากมายจนถึงขั้นพรากชีวิตเนี่ยนเอินของเขาไปทั้งหมดที่เธอทำลงไป ก็เพื่อรักษาตำแหน่งคุณนายกู้นี้ไว้ไม่ใช่หรือไง?ใบต้นอูถงนอกหน้าต่างเสียดสีกับสายลมส่งเสียงซ่า ๆ ดังเป็นจังหวะ ความรู้สึกอึดอัดหม่นหมองในอกซัดกระหน่ำเข้ามาดั่งระลอกคลื่นจู่ ๆ ในหัวของเขาก็พลันนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เยี่ยเจาเจาพูดกับเขา ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยในวันนั้นขึ้นมา“กู้สือซวี่... ฉันไม่ได้ต้องการนายตั้งนานแล้ว”ค่ำคืนนี้ ที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะทำงานมีก้นบุหรี่เพิ่มขึ้นมวนแล้วมวนเล่าทั้งที่เธอเป็นฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขา เป็นคนทำร้ายคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดจนถึงแก่ความตายแต่ทำไมในคืนนี้... เขาถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า บางส

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 183

    พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหากู้สือซวี่ฉันรีบห้ามเธอไว้ “ฉันไม่อยากเจอเขา เขาไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น ทางที่ดี... อย่าให้เขาได้นึกถึงคนอย่างฉันขึ้นมาอีกเลยจะดีกว่า”ซ่งจินรั่วพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง แยกกันอยู่ครบสองปีก็ฟ้องหย่าได้แล้ว ในเมื่อเขาชอบกินอาจมขนาดนั้น ก็ปล่อยให้เขากินสองพี่น้องตระกูลซูให้อิ่มหนำสำราญไปเลย! ตายไปคนหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกคนไม่ใช่หรือไง!”……ด้วยเหตุนี้ ซ่งจินรั่วจึงยอมวางมือจากงานทั้งหมดเพื่อมาดูแลฉันเธอถึงขั้นไปหัดทำอาหารกับแม่บ้านที่คฤหาสน์ ทุก ๆ วันจะคอยเปลี่ยนเมนูตุ๋นซุปบำรุงสารพัดสูตรมาให้ฉันดื่มแม้ว่าการดูแลเอาใจใส่ของเธอจะช่วยให้ร่างกายของฉันฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีแต่ปริศนา ‘การฆ่าตัวตายอย่างมีเงื่อนงำของซูเนี่ยนเอิน’ ก็ยังคงเป็นดั่งเมฆหมอกดำทะมึนที่ปกคลุมอยู่ในใจของฉันซูเนี่ยนเอินเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของซูหย่าซิน... เป็นไปได้หรือว่า เพื่อที่จะกำจัดฉัน ซูหย่าซินถึงกับยอมสังเวยชีวิตพี่สาวของตัวเองเชียวหรือ?ตกดึก หลังจากซ่งจินรั่วกลับไปแล้วฉันกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟนอน ก็พลันได้ยินเสียงของกู้สือซวี่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง“เธอพ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 182

    เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันติดค้างซูเนี่ยนเอินฉันจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองคุกเข่าลงไปกี่พันครั้ง และโขกศีรษะกราบลงกับพื้นไปกี่หมื่นหนแต่คำว่า “ฉันขอโทษ” ที่ฉันเอ่ยออกมาซ้ำ ๆ นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อซูเนี่ยนเอินเลยแม้แต่น้อย... หากแต่มันเป็นคำขอโทษที่ฉันมอบให้ลูกน้อยในท้องของตัวเองต่างหากจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ฉันก็ใกล้จะคุกเข่าขึ้นไปถึงยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของวัดหัวใจของฉันหนาวเหน็บและเจ็บปวดจนด้านชา ทว่าความเจ็บปวดที่ท้องน้อยซึ่งบิดเกร็งและดึงรั้งอย่างรุนแรง กลับยิ่งทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆฉันรู้ดี... ว่าลูกของฉันพยายามอดทนและต่อสู้เคียงข้างฉันมาโดยตลอดแต่ตอนนี้ เขาคงทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้วของเหลวอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลรินลงมาตามเรียวขาด้านใน หยดลงสู่พื้นหิน และถูกสายฝนชะล้างจนกลายเป็นสายธารสีแดงฉานคดเคี้ยวไปตามขั้นบันไดสีแดงนั้นดูราวกับอสรพิษ มันรัดรึงร่างของฉันเอาไว้ และรัดรึงลมหายใจของชีวิตน้อย ๆ ในท้องที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า“ขอโทษนะลูก...”ฉันขยับริมฝีปากที่สั่นเทา ทว่าเสียงสี่คำนั้นกลับถูกสายฝนซัดกระหน่ำจนแตกสลาย แม้แต่ตัวฉันเองก็แทบจะไม่ได้ยินฉันแหงนหน้าขึ้นมององค์พระพุ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 181

    ฉันยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองซูเนี่ยนเอินตายแล้วงั้นเหรอ?ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?ซูหย่าซินซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมอกของกู้สือซวี่ “เมื่อคืนพี่สาวฉันฆ่าตัวตาย! กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่ามีคนแปลกหน้าแอบย่องเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยของเธอ คนพวกนั้นสารภาพว่าคุณเป็นคนส่งไป! คุณจิตใจอำมหิตเกินไปแล้ว! ร้ายกาจจนแทบไม่ใช่คน! ตอนพี่สาวจากไป... แม้แต่คำบอกลาคำเดียวเธอก็ยังไม่ได้ทิ้งไว้ให้พี่สือซวี่เลย”ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม ถึงแม้ฉันจะไม่เคยรู้จักซูเนี่ยนเอินมาก่อน แต่การที่คนคนหนึ่งต้องมาจากไปกะทันหันแบบนี้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกช็อกอยู่ไม่น้อยสีหน้าของกู้สือซวี่ซีดเผือดจนดูคล้ายคนตาย ทว่าสายตาของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะแล่เนื้อเถือหนังฉัน “เธอทำอะไรกับเนี่ยนเอิน? พูดอะไรกับเธอกันแน่!”ฉันตอบกลับไปอย่างบริสุทธิ์ใจ “ฉันแค่จ้างนักสืบเอกชนให้ไปเก็บตัวอย่างเส้นผมของซูเนี่ยนเอินมาให้ ตอนนั้นนักสืบบอกว่าเธอหลับสนิทไปแล้ว เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น การตายของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน!”แววตาของซูหย่าซินวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเคียดแค

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 180

    ฉันกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในอีเมล หัวใจคล้ายกับถูกมือที่มองไม่เห็นคู่ใหญ่ค่อย ๆ บีบรัดเข้าหากันทีละนิดนักสืบเอกชนได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยที่กู้สือซวี่เคยศึกษาอยู่ในอังกฤษ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากอาจารย์ของเขาอาจารย์หลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กู้สือซวี่กับซูเนี่ยนเอินเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยกที่ใคร ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยต่างพากันอิจฉาซูเนี่ยนเอินเป็นสาวสวยผู้เย็นชาที่ทุกคนในสถาบันต่างยอมรับ เธอจะยอมเผยรอยยิ้มออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้ากู้สือซวี่เท่านั้นได้ยินมาว่า หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นที่ทำให้ซูเนี่ยนเอินต้องกลายเป็นอัมพาต กู้สือซวี่ก็คงเตรียมจะพาเธอเข้าบ้านตระกูลกู้หลังจากเรียนจบไปแล้วฉันพลันนึกถึงช่วงเวลาหลายปีที่กู้สือซวี่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ข้อความมากมายที่ฉันส่งไปหาเขาล้วนเงียบหายราวกับก้อนหินจมดิ่งสู่ก้นทะเลลึกที่แท้... ทุกอย่างมันมีร่องรอยให้เห็นมาตั้งนานแล้วในตอนนั้น ตัวฉันเองเกือบจะยอมถอดใจจากความรักข้างเดียวนี้อยู่รอมร่อแต่ในปีที่ฉันสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กู้สือซวี่กลับบินถือแหวนเพชรข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาคุกเข่าขอฉันแต่งงานช่วงเวลานั้น น

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 179

    เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองฉันอีกเลย รีบสาวเท้าก้าวพรวด ๆ ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันทีครึ่งชั่วโมงต่อมา กู้สือซวี่ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ คาดว่าคงจัดการปลดปล่อยอารมณ์ความต้องการของตัวเองอยู่ข้างในนั้นเรียบร้อยแล้วเขาแต่งตัวอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าลื่นไหล ใบหน้าที่เคยวางมาดสุขุมนิ่งสนิทอยู่เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิดตอนที่เดินมาถึงหน้าประตู คล้ายกับเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกคน“ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ฉันต้องไปดูงานที่ต่างประเทศสักหน่อย”เขาทิ้งคำอธิบายส่ง ๆ ไร้ความจริงใจไว้แค่นั้น แล้วก็ก้าวขาจากไปทันทีสำหรับการเดินหนีจากไปแบบนี้ของเขา ฉันชินชาจนด้านชาไปหมดแล้วแต่ในตอนนี้ มันคือจังหวะเวลาทองที่ฉันจะได้รู้ความจริงเสียทีพอลับหลังเขาไป ฉันก็รีบโทรหานักสืบเอกชนทันที “พวกคุณสะกดรอยตามกู้สือซวี่ไปได้เลยค่ะ อีกสองชั่วโมงเขาจะออกเดินทางบินไปอังกฤษ จำไว้นะคะว่าอย่าให้เขาจับได้เด็ดขาด”“วางใจได้เลยครับคุณหนูเยี่ย เรื่องการสะกดรอยตามเนี่ย พวกเราเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพอยู่แล้วครับ”นักสืบเอกชนให้คำม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status