LOGINเขาหรี่ตาทั้งสองลง พลางมองหลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังนาง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่หลังจากนั้นจึงค่อยถอนสายตากลับมา ทอดลงบนตัวเอ้อถานหลัวอีกครั้ง“ศิษย์น้อง เจ้าจงคิดให้ดีก่อนจะพูดออกมา อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของกองทัพหมื่นนายในมือศิษย์พี่ ข้าหวังว่าจะรอบคอบให้มากหน่อย”คำว่าให้เขารอบคอบมากหน่อย เป็นการเตือนสติเขามากกว่า ให้เขาคิดให้ดีว่า อย่าได้ร่วมมือกับคนอื่นใส่ร้ายเขา ทั้งสองคนนี้เอ้อถานหลัวย่อมแยกแยะได้ดีสำหรับศิษย์พี่ผู้มีจิตใจคับแคบและถนัดในการเสแสร้งเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมผู้นี้ เขาเพียงไม่อยากจะพูดให้มากความเท่านั้นเอ้อถานหลัวจึงหลับตาลงเสีย แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ “หากศิษย์พี่ไม่วางใจ ก็สั่งให้คนของท่านไปหาวิธีอื่นเถิด เช่นนี้จะไม่รอบคอบกว่าหรือ?”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเอ้อถานหลัว แม้จนถึงตอนนี้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะยังมองจุดประสงค์ของศิษย์น้องผู้นี้ของเขาไม่ออกแต่ก็เข้าใจแล้วว่า ศิษย์น้องของเขาได้เปิดอกพูดแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาสนับสนุนตำรับยาพิษของธิดาศักดิ์สิทธิ์ในใจของเสินอ๋องผู้เฒ่ายังมีความไม่เชื่อถืออยู่บ้าง แต่ในเมื่อไม่อาจซักถาม
ถูกแล้ว ตำรับยาที่หลานซื่อมอบให้ นอกจากสมุนไพรไม่กี่ชนิดที่ใช้ช่วยประคับประคองแล้ว ที่เหลือล้วนเป็นยาพิษทั้งสิ้นบรรดาหมอกู่คิดว่าหลานซื่อกำลังปั่นหัวพวกเขาในทันทีต่างพากันจ้องมองหลานซื่อด้วยความโกรธแค้น...“บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาล้อเล่นกับเสินอ๋อง คนต้าหมิงผู้นี้สมควรตายหมื่นครั้ง!”“เสินอ๋อง! สตรีนางนี้มีเจตนาร้าย คิดจะวางยาพิษเหล่าผู้กล้าแห่งเผ่าร้อยชนเผ่าของเรา ขอเสินอ๋องโปรดลงทัณฑ์นางอย่างหนักอย่าได้ละเว้นพ่ะย่ะค่ะ!”“ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ เสินอ๋องห้ามปล่อยนางไปเด็ดขาด!”“ชาวต้าหมิงคิดการไม่ซื่อจริงด้วย!”หลานซื่อยิ้มเยาะทีหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกล่าวหาของหมอกู่ทั้งหลาย นางยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แม้แต่หนังตาก็คร้านจะเลิกขึ้นเป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังนางปรายตามองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชา สายตาดุจมีดน้ำแข็ง เพียงพริบตาเดียวก็ทำให้หมอกู่เหล่านั้นอดสั่นสะท้านไม่ได้ เก็บนิ้วที่ชี้หลานซื่อกลับไปโดยไม่รู้ตัวแต่แล้วก็พลันรู้สึกอัดอั้น รีบร้องเรียนต่อเสินอ๋องผู้เฒ่าอีกครั้ง “เสินอ๋อง...”“พอได้แล้ว!”บรรดาหมอกู่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเสียงกร้าวของเสินอ๋องผู้เฒ่าขัดจังหวะทันทีบ
“ศิษย์น้อง เรื่องพิษนี้เจ้ามีวิธีแก้ไขอะไรหรือไม่?”เสินอ๋องผู้เฒ่าเบนสายตาไปที่เอ้อถานหลัวก่อนใครเมื่อเทียบกับนังหนูน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แม้จะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ เสินอ๋องผู้เฒ่าก็ยังยินดีที่จะเชื่อถือศิษย์น้องผู้นี้ของเขามากกว่าเพราะในสายตาของเขา วิชาแพทย์ของนังหนูน้อยวัยเพียงสิบกว่าปี ต่อให้เก่งกาจเพียงใด แต่จะล้ำเลิศไปได้ถึงไหนกัน?แต่ศิษย์น้องของเขานั้นแตกต่างออกไป แม้จะฝึกฝนวิชาซากกู่ แต่แมลงซากกู่ของเขากลับมีประโยชน์นับพันประการสามารถวางยาพิษได้ และสามารถถอนพิษได้เช่นกันแน่นอนว่า เนื่องจากเอ้อถานหลัวไม่ได้เชี่ยวชาญด้านวิชาพิษโดยตรง พิษของเขาจึงจำกัดอยู่เพียงในขอบเขตพิษซากศพเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้น ในความคิดของเสินอ๋องผู้เฒ่า มันก็น่าจะเพียงพอแล้วเขาคิดว่า หากจนปัญญาจริง ๆ ก็คงต้องใช้แมลงกู่พันกลของเขาเองเพียงแต่เมื่อแมลงกู่ชนิดนี้ถูกปล่อยออกมา ทหารเหล่านี้สุดท้ายย่อมมีแต่ต้องตายเพราะแมลงกู่พันกลไม่ได้มีไว้เพื่อถอนพิษ แต่เพื่อสูบชีวิตมาต่ออายุขัยดังนั้นหากยังไม่ถึงที่สุด เสินอ๋องผู้เฒ่าย่อมไม่มีวันใช้แมลงกู่ชนิดนี้เป็นอันขาดเพียงแต่หากกองทัพใหญ่ติดพิษป
บนกระดาษทั้งสองแผ่น ล้วนเขียนไว้เพียงสองตัวอักษรเท่านั้น‘พิษ’ และ ‘น้ำ’เห็นได้ชัดว่าคำตอบนี้แตกต่างจากข้อสรุปเรื่องโรคติดต่อที่เหล่าหมอกู่ได้พูดไว้ก่อนหน้านี้หากมีเพียงคนเดียวที่เขียนว่าพิษ เขายังพอจะสงสัยได้บ้าง แต่เวลานี้คนทั้งคู่ล้วนเขียนว่า ‘พิษ’ เหมือนกันอีกทั้งหนึ่งในนั้นยังเป็นศิษย์น้องของเขาเองความสามารถของเอ้อถานหลัวนั้นเขาย่อมรู้แจ้งแก่ใจ ดังนั้นผลลัพธ์นี้จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าไม่ผิดพลาดแต่การที่ข้อสรุปถูกต้องไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรงที่สุด ที่ร้ายแรงที่สุดคือคนทั้งสองต่างเขียนถึงช่องทางการแพร่กระจายเอาไว้ว่า... ‘น้ำ’เช่นเดียวกับหลานซื่อก่อนหน้านี้ เสินอ๋องผู้เฒ่านึกขึ้นได้เกือบจะในทันทีว่า วันก่อนคณะเดินทางได้ตั้งมั่นอยู่ที่ริมลำธาร!ผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนดื่มน้ำจากลำธารสายนั้นไปแล้ว!“เสินอ๋อง! เสินอ๋อง!”ในที่สุดหมอกู่หลายคนก็ตรวจสอบสภาพของน้ำ แล้วตาลีตาลานวิ่งเข้ามารายงานต่อเสินอ๋องผู้เฒ่าอย่างเร่งด่วน “น้ำในลำธารข้างนอกมีปัญหาพ่ะย่ะค่ะ! มีความเป็นไปได้สูงว่าในน้ำจะมีแหล่งกำเนิดของโรคติดต่อ!”เมื่อมองไปยังหมอกู่กลุ่มนี้ที่ยังคงพูดเรื่อง ‘โรคติดต่อ’ เสินอ๋องผ
นางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค
หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่







