LOGIN“พลั่ก...!”หมัดนั้นเกือบจะทุบลงที่จุดตายของราชาอสรพิษแต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้มันถูกทุบตายในหมัดเดียวเป่ยเฉินหยวนต้องการให้มันมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงแค่ให้ราชาอสรพิษลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเพราะหมัดเดียวของเขาทุบลงบนร่างที่ปกคลุมด้วยเกล็ดเงินของราชาอสรพิษ เกิดเป็นรอยบุ๋มลึกใหญ่จุดหนึ่งราชาอสรพิษตั้งตัวไม่ทัน ถูกทุบจนสลบเหมือดไปในทันทีเมื่อเป่ยเฉินหยวนชักหมัดกลับ กระโดดไม่กี่ครั้ง ก็ตกลงบนรถม้าชำรุดของเสินอ๋องผู้เฒ่าอีกครั้ง เห็นคนทั้งสองที่ยังอยู่ตรงนี้จ้องมองเขาด้วยสายตาตื่นตะลึงสุดขีดเป่ยเฉินหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย “มองอะไร?”“เจ้า...”ไป๋เยวี่ยโหรวมีสีหน้าเหลือเชื่อ กำลังจะเอ่ยปากก็ได้ยินเสินอ๋องผู้เฒ่าเอ่ยถามเสียงเข้มอย่างร้อนรนด้วยน้ำเสียงตกใจยิ่งกว่า “หมัดเมื่อครู่นี้เจ้าทำได้อย่างไร? หรือว่าเจ้าเองก็เคยดื่มวารีวิญญาณ?!”“วารีวิญญาณ?”เป่ยเฉินหยวนมองเขาปราดหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาสามคำว่า “ไม่เคยดื่ม”“เป็นไปไม่ได้!”พอได้ยินเป่ยเฉินหยวนปฏิเสธ เสินอ๋องผู้เฒ่าก็มีอารมณ์ตื่นเต้นผิดปกติ“เจ้าต้องเคยดื่มวารีวิญญาณแน่! เจ้าเคยดื่มแน่นอน!”ดวงต
แม้สายตาของไป๋เยวี่ยโหรวจะไม่ดีนัก แต่เมื่อเห็นแท่งสีขาวสั้นราง ๆ ก็คาดว่านางน่าจะเดาออกว่าสิ่งนั้นคืออะไรนางตกใจตะโกนออกไปทันทีว่า “รีบขัดขวางเขาเร็ว! นั่นคือขลุ่ยกู่ของราชาอสรพิษ!”แทบจะทันทีที่สิ้นเสียงของไป๋เยวี่ยโหรว เป่ยเฉินหยวนที่มีประสาทสัมผัสไวเป็นพิเศษก็ลงมือในชั่วพริบตาในขณะที่อวิ่นซิงต่อสู้หนึ่งต่อสอง ช่วยเขาต้านทานตะขาบร้อยขาที่เหลือเพียงครึ่งตัวสองท่อนนั้น ก็ฟันดาบใส่เสินอ๋องผู้เฒ่าทันทีครั้งนี้เสินอ๋องผู้เฒ่าช้าไปก้าวหนึ่งเพราะมัวแต่จะเป่าขลุ่ยหยกในมือ เมื่อหลบหลีกไม่ทัน จึงต้องรับดาบนี้ของเป่ยเฉินหยวนเข้าไปเต็มเปาหัวไหล่ครึ่งหนึ่งเกือบจะถูกเป่ยเฉินหยวนเฉือนขาดแต่เสียงขลุ่ยที่เขาเป่าออกมา กลับดังขึ้นได้ทันเวลาในจังหวะนั้น สะกดเป่ยเฉินหยวนที่อยู่ประชิดตัวเอาไว้ได้ในชั่วพริบตาช่างเป็นเสียงขลุ่ยที่บาดหูยิ่งนัก!ชั่วพริบตานั้น เป่ยเฉินหยวนรู้สึกเพียงหัวใจสั่นสะท้านเขาที่รับรู้ถึงความผิดปกติพลันถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบแมลงกู่หลายตัวที่พุ่งออกมาจากใต้แขนเสื้อของเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ทันเวลาแต่สถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้จบเพียงเท่านี้เสียงขลุ่ยที่เสินอ๋องผู้เฒ่าเป่าเมื่อ
เจ้าสิ่งนี้รับมือยากยิ่งนัก เว้นแต่จะลงมือคราวเดียวให้มันแหลกสลายหายสิ้นไป มิเช่นนั้นขอเพียงมีร่างเหลืออยู่เพียงนิด มันก็จะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้!แน่นอนว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความเป็นอมตะของมัน แต่เป็นตอนที่มันบาดเจ็บ จะแผ่พิษกู่ออกมามหาศาล!พิษกู่ชนิดนี้ เพียงสูดดมเข้าไปเล็กน้อยแขนขาก็จะอ่อนแรง สูดดมเข้าไปอีกสักนิดอาจจะต้องสิ้นชีพดังนั้นเมื่อไป๋เยวี่ยโหรวคาดเดาได้ว่าของสิ่งนี้ที่เสินอ๋องผู้เฒ่าโยนออกมา แท้จริงแล้วคือตะขาบร้อยขา นางจึงรีบกระโดดถอยหลังไปหยุดอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของรถม้าทันทีพร้อมกับรีบหยิบขวดยาออกมาขวดหนึ่ง โยนไปให้เป่ยเฉินหยวน“รีบกินยาเข้าไป นี่คือตะขาบร้อยขา มันไม่ตายหากไม่ใช้ไฟเผา ทันทีที่บาดเจ็บจะแผ่พิษกู่ออกมา หากไม่มีราชากู่คุ้มกาย เจ้าต้านไม่ไหวแน่ แต่ยาของข้าออกฤทธิ์ได้เพียงหนึ่งเค่อ ดังนั้นต้องรีบจัดการให้จบสิ้นโดยเร็ว”ไป๋เยวี่ยโหรวบอกกล่าวสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็วแต่เป่ยเฉินหยวนกลับใช้สันดาบรับขวดยานั้นไว้ แล้วส่งคืนให้นางทันที“ไม่จำเป็น”“อะไรนะ?”เมื่อได้ยินเขาปฏิเสธยาของตน ไป๋เยวี่ยโหรวยังคิดว่าเขาได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนไม่ชัดเจ
แต่น่าจะบอกว่า สมกับที่เป็นเสินอ๋องต่างเผ่าหรือเปล่า?จำนวนแมลงกู่ตะขาบของที่นี่ เพียงฟังเสียงความเคลื่อนไหวก็รู้ว่ามีไม่น้อยดำทะมึนเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ หากเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาอยู่ที่นี่ เกรงว่าคงขวัญหนีดีฝ่อกับฉากนี้ไปแล้วแต่เป่ยเฉินหยวนเพียงกวาดตามองแวบหนึ่ง ก็ละสายตากลับมาทันทีเสินอ๋องผู้เฒ่าเรียกฝูงกู่ตะขาบของเขาออกมา เดิมนึกว่าเด็กหนุ่มชาวต้าหมิงที่อยู่ตรงข้ามเมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ต้องตกใจหวาดกลัวอยู่บ้างแต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายเพียงปราดตามอง สีหน้ากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย!ผิดปกติ!สีหน้าของเสินอ๋องผู้เฒ่าเคร่งขรึมในบัดดลหรือว่าเด็กหนุ่มชาวต้าหมิงผู้นี้ จะมีตัวช่วยอะไรซ่อนอยู่?คล้ายกับเพื่อยืนยันการคาดเดานี้ของเสินอ๋องผู้เฒ่า เพียงไม่นาน เสียงขลุ่ยที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในป่า!สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันนั้น คือเสียงสวบสาบที่ดังขึ้นรอบทิศยิ่งกว่าเดิม!สีหน้าของเสินอ๋องผู้เฒ่าเปลี่ยนไปฉับพัน เขาหันขวับไปมองยังทิศทางที่เสียงขลุ่ยที่ดังขึ้น...เห็นเพียงทางด้านหน้าของขบวนห่างออกไปไม่ไกล ร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่บนต้นไม้ที่ค่อนข้างสูงใหญ่ริมทางในมือนาง
แต่เปล่าเลยกลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่นี่เลย!ทั้งคณะเดินทางยังคงรักษาความเร็วในการเดินทางเท่าเดิม เหล่าทหารองครักษ์ที่คอยคุ้มกันความปลอดภัยรอบกายเขา ทั้งที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ไม่ต้องเงยหน้ามองก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งได้ แต่พวกเขากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองสักนิด!ราวกับไม่รู้ตัว มองไม่เห็นพวกเขา และมองไม่เห็นรถม้าเช่นกัน กระทั่งเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ไม่ได้ยิน พวกเขาไม่สังเกตเห็นสิ่งใด!เสินอ๋องผู้เฒ่าตระหนักได้ถึงความผิดปกติ“นี่คือ...กู่กั้นขุนเขาหรือ?”กู่กั้นขุนเขาเป็นแมลงกู่ชนิดหนึ่งที่มีชีวิตรอดยาก เป็นกู่ล้ำค่าหายากยิ่งนัก แทบจะไม่สามารถเพาะเลี้ยงขึ้นเองได้ ต้องอาศัยโชคในการค้นหาตามป่าเขาเท่านั้นมันสามารถสร้างภาพมายาภายในขอบเขตหนึ่ง ภาพมายานี้รวมถึงเสียง ภาพ และกลิ่นขอเพียงถูกมันจับเป้าหมาย พื้นที่รอบตัวเป้าหมายจะก่อตัวเป็นภาพมายาราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเว้นเสียแต่ว่ากู่กั้นขุนเขาตาย มิเช่นนั้นจะไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นที่นี่ได้ด้วยเหตุนี้ กู่ชนิดนี้จึงนับว่าเป็นกู่ชั้นดีที่สามารถใช้ในการลอบสังหารโดยเฉพาะ!อย่างไรเสียเสินอ๋องผู้เฒ่าก็เป
ภายในรถม้าที่กว้างขวางและหรูหราเสินอ๋องผู้เฒ่ากำลังนั่งอยู่เพียงลำพัง คล้ายกับสัมผัสได้ถึงบางอย่างจึงยกน้ำชาที่ชงไว้ลวก ๆ ขึ้นมารินให้ตนเองจอกหนึ่ง ก่อนจะรินเพิ่มอีกจอกแล้วเลื่อนไปฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเล็กหลังจากจิบสบาย ๆ คำหนึ่งก็ถอนหายใจกล่าวว่า “ชาจงหยวนนี้ กลิ่นชาหอมกรุ่นเข้มข้นดังคาดจริง ๆ”หลังเอ่ยอย่างทอดถอนใจจบประโยคนี้ก็ยกมุมปากขึ้น พลางยิ้มกล่าวว่า “แขกผู้มีเกียรติมาเยือนยามวิกาล ไยไม่เข้ามานั่งพักสักหน่อยเล่า?”คำพูดของเขาส่งออกไปนอกรถม้า เข้าสู่โสตประสาทของเป่ยเฉินหยวนที่ยืนอยู่บนหลังคาเป่ยเฉินหยวนถือดาบไว้ในมือ หลุบตาลงมองเบื้องล่างเมื่อได้ยินว่าเสินอ๋องผู้เฒ่าต้องการเชิญเขาเข้าไปนั่งสนทนาในรถม้า มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มหยันขึ้นมาทันทีวินาทีต่อมา เขาจึงยกดาบฟันลงมา...“ฉัวะ!”รถม้าที่กว้างขวางทั้งคันถูกประกายดาบของเป่ยเฉินหยวนผ่าขวางแยกออกเป็นสองส่วนในชั่วพริบตาหลังคารถปลิวออกไป กระแทกเข้ากับด้านหลังโชคดีที่เสินอ๋องผู้เฒ่าในรถเตรียมการป้องกันไว้ก่อนแล้ว ในขณะที่กลิ่นอายสังหารของเป่ยเฉินหยวนโถมลงมาอย่างรุนแรง ก็หลบเลี่ยงประกายดาบของเขาได้อย่างว่องไว จากนั้นจึ







