LOGINคุณนายพูดพลางกอดอกเดินมาตรงหน้าฉัน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “จุ๊ ๆ ๆ ...คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าตระกูลถังของพวกเธอตกต่ำจนถึงขั้นต้องมาทำเรื่องลักเล็กขโมยน้อยแบบนี้แล้ว”“ฉันไม่ได้ทำนะ!” ฉันมองเธอและคุณเฮ่อ เอ่ยอย่างใจเย็น “นี่เป็นของที่คุณย่าให้ฉัน ถ้าไม่เชื่อพวกคุณก็ไปถามท่านดูสิ หรือจะไปถามเฮ่อจือโจวก็ได้”ถึงยังไงเรื่องกำไลวงนี้ เฮ่อจือโจวก็รู้เรื่อง เขายังบอกให้ฉันเก็บมันไว้ให้ดี ดังนั้นในใจฉันจึงไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าไหร่นักเพียงแต่ฉันยังคงรู้สึกแปลกใจอยู่ในใจทั้งที่ของชิ้นนี้คุณย่าเป็นคนมอบให้ฉัน แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าทำหายล่ะฉันหลุบตาลง ในใจเกิดข้อสันนิษฐานที่ทั้งน่ากลัวและชวนให้ปวดใจขึ้นมาเลือนรางหวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะไม่นานคุณเฮ่อก็สั่งให้คนไปเชิญคุณย่าเฮ่อมารอเพียงครู่เดียว คุณย่าเฮ่อก็ถือไม้เท้าเดินตัวสั่นเทาเข้ามาโดยมีสาวใช้คอยพยุง“หาเจอแล้วเหรอ กำไลที่ย่าเก็บไว้ให้หลานสะใภ้หาเจอแล้วใช่ไหม”สีหน้าของคุณย่าเฮ่อดูตื่นเต้นมากหัวใจของฉันดิ่งวูบทั้งที่ท่านเป็นคนมอบกำไลให้ฉันเอง แล้วทำไมถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้ล่ะคุณเฮ่อประคองท่านไว้ ชี้มาทางฉัน แล้วเอ่
ดูจากสถานการณ์แล้ว ไม่เหมือนว่าคุณนายจงใจจัดฉากเพื่อใส่ร้ายฉันเลยเหมือนบ้านตระกูลเฮ่อจะมีของมีค่าหายไปจริง ๆคิดดูแล้วก็จริง ต่อให้คุณนายจะรังเกียจฉันหรือคัดค้านการคบหากันระหว่างฉันกับเฮ่ออี้เฉินมากแค่ไหน เธอก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเล่นใหญ่จัดฉากใส่ร้ายฉันขนาดนี้เลยระหว่างที่กำลังคิด คุณนายก็เดินไปหาคุณเฮ่อแล้วเอ่ยปลอบใจ “โธ่ คุณท่านคะ วางใจเถอะค่ะ ยังไงของก็ไม่ได้หายพ้นลานบ้านนี้หรอก เราหากันให้ละเอียด เดี๋ยวก็ต้องหาเจอแน่อีกอย่าง ต่อให้โดนขโมยไป คนก็ยังรวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด เราก็แค่ค้นตัวทีละคนก็สิ้นเรื่อง”ฟังจากที่เธอพูด ดูเหมือนของที่หายไปจะล้ำค่าเอามาก ๆฉันอดถามสาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้ “ของอะไรหายไปเหรอ”สาวใช้ส่ายหน้า “ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ แต่ได้ยินว่าของที่หายไปเป็นของคุณนายผู้เฒ่า”ของคุณย่างั้นเหรอฉันลูบกำไลหยกที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาตงิด ๆแต่พอคิดดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะคุณย่าเป็นคนมอบให้ฉันด้วยตัวเอง ของที่หายไปต้องไม่ใช่เจ้านี่แน่ขณะกำลังคิด สาวใช้ก็พูดกับฉันอีกว่า “คุณท่านกตัญญูต่อคุณนายผู้เฒ่าที่สุด พอของรักของหวงขอ
ฉันขมวดคิ้ว เดินไปสองสามก้าวแล้วดึงประตูเปิดออก“มีเรื่องอะไรเหรอ”แม่เลี้ยงเขย่งปลายเท้าชะเง้อมองไปด้านหลังฉัน พลางแค่นยิ้ม “จือโจวไม่อยู่เหรอเนี่ย”ฉันไม่ได้สนใจเธอเธอปรายตามองฉันแวบหนึ่ง แล้วแค่นหัวเราะ เอ่ยประชดประชัน “จุ๊ ๆ ๆ เธอแต่งตัวแบบนี้ยังรั้งเขาไว้ไม่ได้เลย ดูเอาเถอะว่าเขาเกลียดเธอมากแค่ไหนก็มีแต่ลูกชายหน้าโง่ของฉันที่ตาบอด ดันไปชอบผู้หญิงอย่างเธอ”เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของเธอ ในใจฉันก็พลันรู้สึกสมเพชขึ้นมาอย่างหนักจำได้ว่าเมื่อก่อน ตอนฉันยังสนิทกับเฮ่ออี้เฉิน เขาเคยพาฉันไปพบแม่ของเขาซึ่งก็คือคุณนายที่อยู่ตรงหน้านี้ตอนนั้นครอบครัวของฉันในเมืองเจียงยังเป็นตระกูลที่มีหน้ามีตา เธอจึงทำดีเอาอกเอาใจฉันสารพัดเดี๋ยวก็ชมว่าฉันสวย เดี๋ยวก็ชมว่าฉันรู้ความ สรรเสริญเยินยอกันสารพัดแถมยังบอกอีกว่าถ้าลูกชายเธอได้แต่งงานกับฉัน ถือเป็นบุญของเขาเลยมาตอนนี้ พอครอบครัวฉันตกต่ำลง ธาตุแท้ความเห็นแก่อำนาจของเธอก็เผยออกมาทันทีฉันรู้ดีว่าคนสมัยนี้อยู่กับความเป็นจริง แต่ถึงครอบครัวฉันจะตกต่ำ เธอจะขีดเส้นแบ่งแยกกับฉันก็ย่อมได้ ทว่าก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเหยียบย่ำ
ฉันได้ยินเขาพูดว่า “รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”พูดจบเขาก็ผละออกจากตัวฉัน ราวกับไม่ได้มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเขาถึงขั้นลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฉันยังอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มรีบสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปข้างนอก ไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันเลยสักนิดทันทีที่ประตูห้องปิดลง ภายในห้องก็พลันเงียบสงัดจนน่ากลัวกลิ่นอายความวาบหวาม ผ้าห่มเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ และร่องรอยน่าอับอายบนตัวฉัน ล้วนแต่แฝงความเย้ยหยันอย่างถึงที่สุดขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาไม่นานหยาดน้ำตาก็ก่อตัวขึ้นจางๆ ในดวงตาของฉัน จนแม้แต่แสงไฟก็เริ่มพร่ามัวฉันสูดหายใจเข้าลึก พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้มีอะไรน่าร้องไห้ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่รู้ว่าคนที่เขารักคือกู้ชิงชิงแต่ความจริงฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ในเมื่อเขาชอบและแคร์กู้ชิงชิงมากขนาดนั้น ทำไมเขาถึงยังมาแตะต้องฉันอีกทำไมถึงยังอยากให้ฉันมีลูกให้เขาการคลอดลูกมันเจ็บปวดและทำร้ายร่างกายหรือเขาจะกลัวกู้ชิงชิงต้องเสียสุขภาพยิ่งคิด ในใจก็ยิ่งว้าวุ่นจนแทบทนไม่ไหวฉันยันตัวลุกขึ้น เดินเข้าห้องน้ำไปล้างเนื้อล้างตัวอย่างยากลำบากแต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีวันยอมมีลูกให้กับคนที่ไม่รักฉันเด็
แต่ฉันสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเขาที่รดอยู่ข้างหูมันหนักหน่วงขึ้นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ฉันพูดอย่างจริงจัง “ขอแค่เป็นลูกของคุณ ไม่ว่าจะฉันหรือกู้ชิงชิงเป็นคนคลอดก็คือเหลนของคุณย่าอยู่ดี เพราะงั้นคุณให้กู้ชิงชิงคลอดให้เถอะ”เด็กที่เกิดจากคนที่รักกันคือผลผลิตแห่งความรักที่ถูกเฝ้ารอคอยมาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์แต่เด็กที่เกิดจากคนที่น่ารังเกียจอย่างฉัน มันก็เป็นแค่ตัวกาลกิณีที่ไม่เคยมีใครต้องการเฮ่อจือโจวขยับนั่งตัวตรงเล็กน้อย เขาบีบไหล่ฉันแน่นพลางมองอย่างเย็นชา“คุณไม่อยากมีลูกให้ผมงั้นสิ”“...ไม่อยาก”จะให้เกิดมาทำไมกัน ให้เขาเกลียดหรือไงการที่คุณย่าอยากอุ้มเหลนก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าลูกของฉันต้องมาถูกพ่อแท้ ๆ เกลียด แถมยังต้องถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยอีกละก็งั้นฉันยอมไม่มีเสียดีกว่าฉันจะไม่ยอมให้ลูกเกิดมาทนทุกข์ทรมานและน้อยเนื้อต่ำใจเด็ดขาดเฮ่อจือโจวมองฉันด้วยสายตาเย็นชา อารมณ์ปรารถนาในแววตาค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความมืดมนและเคียดแค้นเขาเน้นทีละคำ “แต่ถ้าเป็นลูกของเฮ่ออี้เฉิน คุณคงเต็มใจจะท้องให้ใช่ไหม”“คุณเลิกลากเขาเข้ามาเกี่ยวสักทีได้ไหม!” ฉันตวาดกลับอย่าง
สายตาของเขาลึกล้ำและมืดหม่น จ้องมาที่ฉันเขม็งราวกับจะกลืนกินฉันฉันถดตัวหนีไปด้านหลังด้วยความตกใจ แล้วพูดกับเขาว่า “คุณ...คุณไปอาบน้ำสิ แล้วค่อยนอน...นอนพักผ่อน”ตอนที่เฮ่อจือโจวเดินเข้ามา กระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาถูกปลดออกไปหลายเม็ดแล้ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งกว้างฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอ พลางเงยหน้าขึ้นมองเขาฉันคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้ของเขาดีเหลือเกินทุกครั้งที่เขา ‘สัญชาตญาณดิบกำเริบ’ เขามักจะมองฉันด้วยสายตาแบบนี้เสมอแต่ตอนนี้ฉันไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นกับเขาสักนิดหัวเข่ากับฝ่ามือยังคงเจ็บแปลบ ภาพความดุร้ายป่าเถื่อนของเขาในวันนี้ยังคงวนเวียนสลัดไม่ออกไปจากหัวฉันจึงทำไม่ได้ที่จะต้องมาร่วมรักกับเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อครู่เราเพิ่งจะทะเลาะกันมาขณะที่ฉันกำลังสับสนว้าวุ่น เฮ่อจือโจวก็โน้มตัวลงมาทาบทับฉันไว้แล้วเขายันแขนทั้งสองข้างไว้ข้างกายฉัน กักขังฉันไว้กับหัวเตียง พลางมองมาด้วยสายตาลึกล้ำเขาแนบชิดเข้ามาใกล้มาก ใกล้เสียจนลมหายใจของฉันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเขาหัวใจของฉันเต้นโครมครามไม่หยุดฉันยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ “คุณอย่าทำแบบนี้เลย ดึกมากแล้ว ฉันอยากนอน”“แต







