LOGINฉันขยับตัว เพิ่งจะคิดดิ้นรนผลักผู้ชายตรงหน้าออกคิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เขากลับถอยออกไปเองวินาทีต่อมาฝ่ามือใหญ่ที่ทรงพลังของเขาก็ปัดออกไปอย่างแรง ทำเอาฉันกลิ้งตกลงมาจากโต๊ะทันทีโชคดีที่ฉันตอบสนองไว ใช้สองมือยันพรมไว้ ถึงได้ไม่ล้มกระแทกโดนท้องเฮ่อจือโจวที่เมื่อกี้ยังมีท่าทางเหมือนถูกตัณหาครอบงำแทบจะทนไม่ไหว ตอนนี้กลับกำลังจัดปลายแขนเสื้อและเนกไทของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำตัวดูดีเป็นสุภาพบุรุษจอมปลอมหันกลับมามองฉัน กระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดออกหลายเม็ด ปกเสื้อร่นลงมาถึงหัวไหล่กระดุมกางเกงยีนส์ถูกปลดออก แม้แต่ซิปก็ยังถูกรูดลงสภาพดูไม่ได้ส่วนกู้ชิงชิงก็ยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ราวกับภรรยาหลวงผู้แสนดีและอ่อนแอ ที่มาเจอกับฉากจับชู้คาหนังคาเขาอย่างไรอย่างนั้นหลังจากเฮ่อจือโจวจัดเสื้อผ้าเสร็จ ก็กลับไปนั่งเก้าอี้ด้วยท่าทีใจเย็นพอเห็นเขานิ่งขนาดนั้น ไม่มีสีหน้ารู้สึกผิดต่อรักแรกของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ฉันก็เลยจัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไม่รีบร้อนตามไปด้วยเขายังไม่ลนลาน แล้วฉันจะลนลานไปทำไมแต่สิ่งที่ทำให้ฉันสงสัยเป็นอย่างมากก็คือ กู้ชิงชิงในฐานะแฟนตัวจริงของเฮ่อจือโจว พอ
ฉันขมวดคิ้วแน่น ทำไมเขาถึงเอาแต่คิดแบบนี้อยู่เรื่อยถ้ามีผู้ชายคนอื่น ฉันก็คงให้ผู้ชายคนนั้นส่งไปโรงพยาบาลแล้ว จะต้องมาทำเรื่องบ้า ๆ กับเขาทั้งคืนทำไมฉันยังคงนอนอยู่บนโต๊ะทำงาน กระดุมตรงหน้าอกถูกเขากระชากออกไปหลายเม็ด ชุดชั้นในโผล่ออกมาเกินครึ่งฉันอยากจะลุกขึ้นด้วยความอับอาย แต่เขากลับดึงดันกดไหล่ฉันไว้ สายตาจ้องมองฉันอย่างดุดัน“พูดมาสิ ถ้ามีผู้ชายคนอื่น คุณก็ไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหม”“เฮ่อจือโจว คุณอย่ามางี่เง่าได้ไหม”ฉันมองเขาอย่างจนใจ ต้องทำยังไงเขาถึงจะพอใจ ถึงจะยอมปล่อยฉันไปอารมณ์ของเขา ฉันยิ่งเดาทางไม่ถูกเข้าไปใหญ่เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับเข้ามาใกล้ตรงหน้าฉัน เอ่ยเสียงต่ำ “ตอนนี้คุณมีสติแล้ว คุณบอกผมมาตามตรง ถ้าตอนนั้นคนที่ช่วยคุณคือเฮ่ออี้เฉินคืนนั้น คุณก็จะพูดจาเร่าร้อนกับเขาแบบนั้น แล้วอ้อนวอนให้เขาช่วยปลดปล่อยให้ใช่ไหม”ดูเอาเถอะ เขากำลังแอบเปรียบเทียบกับเฮ่ออี้เฉินอีกแล้วแต่คำถามนี้มันตอบยากจริง ๆถ้าฉันพยักหน้าตอบว่าใช่ เขาต้องคลุ้มคลั่งแน่ ดีไม่ดีอาจจัดการฉันตรงนี้เลยก็ได้แต่ถ้าฉันส่ายหน้าปฏิเสธ นั่นก็เท่ากับยอมรับว่าคนที่ฉันชอบคือเขา ต้องการแค่เขา แล้ว
ในใจฉันทั้งตื่นตระหนกและขัดเขิน ที่นี่มันห้องทำงานนะ เขาคิดจะทำอะไรมือของเขาเลื่อนมาอยู่ที่เอวของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลูบไล้สีข้างของฉันอย่างอ้อยอิ่งนิ้วมือของเขาราวกับจุดไฟ ลูบไล้ไปถึงที่ไหน ก็พาให้รู้สึกร้อนผ่าวและสั่นสะท้านไปถึงที่นั่นฉันกดมือเขาไว้ ถลึงตามองเขาด้วยความโมโห “เฮ่อจือโจว คุณให้ฉันมาทำงานไม่ใช่หรือไง”“ทำให้ผมพอใจก็ถือเป็นการทำงาน ค่าตอบแทนที่ผมให้คุณก็ไม่ได้น้อยนะ!”เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ เห็นได้ชัดว่าแฝงการหยามเกียรติเอาไว้ฉันรู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘การทำงาน’ คงไม่ง่ายดายขนาดนั้นเขาจูบซอกคอของฉัน น้ำเสียงอัดอั้นแฝงความเย็นชาเอาไว้เล็กน้อย “พูดมาสิ ตอนที่คุณเป็นเลขาให้เฮ่ออี้เฉิน เขาทำแบบนี้กับคุณหรือเปล่า”“เฮ่อจือโจว คุณอย่ามองคนอื่นสกปรกไปซะหมดได้ไหม” ฉันถลึงตามองเขาด้วยความโกรธเขาแค่นหัวเราะ “สกปรกเหรอ งั้นคุณคงยังไม่เคยเจอที่สกปรกกว่านี้สินะ”เขาพูดพลางกัดคอทีหนึ่ง ราวกับต้องการระบายความโกรธฉันผลักเขาออกด้วยความเจ็บ “คุณเกิดปีหมาหรือไง!”เขามองฉันด้วยแววตามืดครึ้มจนน่ากลัวฉันพลันนึกถึงท่าทางเย็นชาและกระหายเลือดของเขาเมื่อวานขึ้น
“มานี่!”เขาพูดกับฉันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นฉันลากกระเป๋าเดินทางกำลังจะเดินเข้าไปจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้น “วางกระเป๋าไว้ตรงนั้นแหละ ไม่มีใครเอาของคุณไปหรอก”น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความรังเกียจเล็กน้อยฉันชะงักไป จากนั้นก็วางกระเป๋าไว้ที่หน้าประตู แล้วเดินตรงเข้าไปหาเขาพอไปยืนหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ฉันก็เห็นเขากำลังเซ็นชื่อลงบนเอกสารอย่างคล่องแคล่วจะว่าไปผู้ชายคนนี้หน้าตาดี ลายมือก็ยังสวยมากอีกด้วยฉันยืนอยู่หน้าโต๊ะพักใหญ่ เขาก็ไม่ส่งเสียงอะไรอีกฉันเริ่มหงุดหงิด อดเรียกเขาไม่ได้ “เฮ่อจือโจว...”ฉันเกลียดความเงียบของการรอคอยแบบนี้ เขาพูดให้เคลียร์รวดเดียวไปเลย หรือไม่ก็สั่งงานให้ฉันทำมาเลยสิการให้ฉันมารอเขาเอ่ยปากด้วยความกระวนกระวายแบบนี้ มันทรมานจริง ๆเฮ่อจือโจวถึงได้เงยหน้าขึ้นมาเขาปิดแฟ้มเอกสาร พิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน แล้วยิ้มให้ฉัน “คุณมาสายไปห้านาที คุณว่าผมควรลงโทษคุณยังไงดี”ฉันขมวดคิ้วมองนาฬิกาแขวนผนัง ตอนนี้เก้าโมงครึ่งแล้วฉันอดพูดไม่ได้ “ฉันเข้ามาตั้งนานแล้ว คุณต่างหากที่มัวแต่คุยโทรศัพท์”“งั้นเหรอ” เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ “ตอนคุณเข้ามา มันเก้าโมงห้านาท
ฉันพยุงกระเป๋าเดินทางขึ้นมาอย่างทุลักทุเล พลางมองเขาแต่ตอนที่เขาเดินผ่านฉันไป กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองฉัน ราวกับว่าคนที่บีบบังคับฉันอย่างบ้าคลั่งให้มาที่บริษัทเขาเมื่อวานไม่ใช่เขาอย่างนั้นแหละแต่ฉันรู้ว่าเขาไม่มีทางปล่อยฉันไปมีเพียงฉันที่รู้ว่าภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาและห่างเหินของเขา ซุกซ่อนหัวใจที่บ้าคลั่งเอาไว้มากแค่ไหนในที่สุดเฮ่อจือโจวก็เดินเข้าไปในลิฟต์ท่ามกลางวงล้อมของผู้ช่วยและบอดี้การ์ดจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง ล็อบบี้ก็กลับมาครึกครื้นเหมือนเมื่อครู่อีกครั้งเสียงเยาะเย้ยและดูแคลนฉันดังแว่วมาไม่ขาดสายพนักงานต้อนรับก็เปลี่ยนมาทำท่าทีดุดันขับไล่ฉันทันทีฉันไม่สนใจพวกเธอ ลากกระเป๋าเดินทางเดินตรงไปที่หน้าลิฟต์พนักงานต้อนรับคนนั้นเดินตามมาดึงฉันไว้อีก “นี่ ยัยผู้หญิงหน้าไม่อาย ฉันบอกให้เธอไสหัวออกไป เธอไม่ได้ยินหรือไง”ฉันสะบัดมือเธอออกอย่างแรง เอ่ยเสียงเย็น “คุณก็เป็นแค่พนักงานต้อนรับ ทำอย่างกับบริษัทนี้เป็นของตัวเอง จะแอบอ้างบารมีมาข่มเหงคนอื่นก็ให้มันมีขอบเขตบ้าง”“เธอ!” พนักงานต้อนรับโกรธจนหน้าแดงก่ำฉันไม่สนใจเธอ ในตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันก็ลากกระเป๋าเดินท
ฉันบอกพี่ชายไปว่าฉันจะไปทำงานที่บริษัทของเฮ่อจือโจว ถึงตอนนั้นก็จะเช่าห้องอยู่แถว ๆ บริษัทของเฮ่อจือโจวพี่ชายประหลาดใจมาก ถามฉันว่าทำไมถึงต้องกลับไปอยู่ข้างเฮ่อจือโจวอีกคำถามนั้น ถามเอาฉันไม่รู้จะตอบยังไงไปชั่วขณะฉันจึงทำเพียงตอบส่ง ๆ ไปว่า เฮ่อจือโจวให้เงินเดือนสูงมาก งานก็สบาย ฉันอยากทำสักสองสามปีจะได้เก็บเงินได้เยอะ ๆสุดท้ายพี่ชายก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกฉันว่ามีเรื่องอะไรให้โทรหาเขาพี่ชายยังโอนเงินมาให้ฉันหนึ่งแสนบาท ฉันไม่ได้กดรับ แค่ส่งข้อความไปบอกเขาว่าฉันยังมีเงินอยู่อาการบาดเจ็บที่เท้าของพี่ชายเดิมทีก็ยังไม่หายดี ตอนนี้ยังมีแฟนอีก กำลังเป็นช่วงที่ต้องใช้เงิน ฉันจะไปรับเงินของเขาอีกไม่ได้เด็ดขาดฉันไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์หลังก่อนหน้านั้นอย่างไรเสียที่นั่นก็เป็นของเฮ่อจือโจวอย่างสมบูรณ์แล้วเพราะกะทันหันจนไม่มีเวลาหาห้องเช่า ฉันจึงลากกระเป๋าเดินทางตรงไปที่บริษัทของเฮ่อจือโจว เอาไปวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับผู้คนในย่านแออัดกลางเมืองต่างวุ่นวายกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้สนใจข่าวบันเทิงหรือข่าวเศรษฐกิจ ย่อมไม่รู้จักฉันกับเฮ่อจือโจวแต่ทางฝั่งตัวเมือง




![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)