Share

บทที่ 2

Author: ฟากฝั่งไร้กังวล
ฉันบีบนิ้วตัวเอง อธิบายจุดประสงค์ที่มาด้วยความอับอาย

แววตาเขาพลันเข้มขึ้นหลายส่วน เขายิ้มถามฉัน “คุณคิดว่าทำไมผมต้องช่วยพวกคุณ”

รู้อยู่แล้วว่ามาขอร้องคงไม่สำเร็จ ฉันยิ้มเจื่อน “งั้น...งั้นก็ถือซะว่าฉันไม่เคยมาก็แล้วกัน”

นั่นสิ ตอนนั้นพวกเราทำกับเขาแบบนั้น เขาไม่แก้แค้นบ้านเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว จะมาช่วยบ้านเราได้ยังไง

ฉันเอาความมั่นหน้ามาจากไหน ถึงได้กล้าบากหน้ามาขอร้องเขา

ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย

ฉันอยากจะหนี แต่เขากลับเรียกฉันไว้ “ลองพูดมาสิ คุณจะเอาอะไรมาขอร้องผม ถ้าผมรู้สึกว่าคุ้มค่า จะช่วยพวกคุณสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”

ฉันชะงัก คิดสะระตะก็คิดไม่ออกว่าจะใช้อะไรมาขอร้องเขา

ร่างกายนี้งั้นเหรอ

เหอะ ถ้าเขามีอารมณ์กับฉันจริง ๆ แต่งงานกันมาสามปี ค่ำคืนนับไม่ถ้วนที่อยู่ร่วมห้องกัน เขามีโอกาสตั้งมากมาย

แต่สามปีนั้น เขาไม่เคยแตะต้องตัวฉันเลยสักนิด

ฉันก้มหน้า พูดด้วยความละอาย “นายก็ถือซะว่าวันนี้ฉันไม่เคยมาเถอะ”

แต่จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาหาฉัน ตัวเขาสูงมาก ยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็สูงกว่าฉันหนึ่งช่วงศีรษะเต็ม ๆ

เขาก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบกลั้วหัวเราะข้างหูฉัน “แต่งตัวมาซะขนาดนี้ แล้วจะแกล้งทำเป็นสงวนท่าทีไปทำไม”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน อับอายจนแทบทนไม่ไหว อยากจะหนีออกไปเสียเดี๋ยวนี้

จู่ ๆ เขาก็เกี่ยวเอวฉัน ยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “แต่งงานมาสามปี ผมนอนพื้นมาสามปี ไม่ได้ลิ้มรสร่างกายคุณมาตั้งนาน ไม่สู้...เอาตัวคุณมาขอร้องสิ”

ฉันเบิกตากว้าง นึกว่าตัวเองหูฝาด ถามเขาไปว่า “นาย...นายพูดว่าอะไรนะ”

เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาล้ำลึก สายตานั้นราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ทำให้ฉันใจสั่นโดยไร้สาเหตุ

เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่หลุบตาลง นิ้วเรียวยาวเกี่ยวสายเดี่ยวชุดเดรสของฉันแล้วดึงลงเบา ๆ

หน้าฉันแดงก่ำขึ้นมาทันที รีบผลักเขาออกอย่างแรง

ฉันพูดด้วยความโกรธ “นายไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วย ฉันก็ไม่ได้หวังให้นายมาช่วยบ้านเราอยู่แล้ว แต่ถึงนายไม่ช่วยก็ไม่เห็นต้องมาหยามกันขนาดนี้เลย”

เฮ่อจือโจวมองฉัน ใบหน้าฉายแววความรู้สึกที่ฉันอ่านไม่ออก คล้ายจะโกรธแต่ก็คล้ายจะขำ

เขาพูดว่า “คุณคิดว่าผมกำลังหยามคุณงั้นเหรอ”

“แล้วมันไม่ใช่หรือไง”

คนที่เขาชอบคือคนอื่นชัด ๆ การทำพฤติกรรมแบบนี้กับฉัน ถ้าไม่ใช่การเหยียดหยามแล้วจะเป็นอะไร

จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็หันกลับไปนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันอีกครั้ง แววตากลับเผยความเย็นชาออกมาหลายส่วน

เขาเอ่ยยิ้ม ๆ “คุณแต่งตัวมาซะเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ แต่ท่าทีกลับไม่มีความจริงใจเอาซะเลย ในเมื่อเป็นแบบนี้ คุณก็กลับไปเถอะ”

เดิมทีก็คาดไว้อยู่แล้วว่าเขาคงไม่ช่วยบ้านเรา ฉันไม่ได้พูดอะไรให้มากความ หันหลังเดินจากมาทันที

พอเดินพ้นประตูบริษัทของเขา พ่อกับแม่ก็ปรี่เข้ามาหา

พ่อถามอย่างร้อนรน “เป็นไงบ้าง เขายอมช่วยพวกเราไหม”

ฉันส่ายหน้า

พ่อสบถด้วยความโมโหทันที “ไอ้คนเนรคุณ ตอนนี้ได้ดิบได้ดีแล้วกลับพลิกหน้า รู้แบบนี้ ตอนนั้นพ่อไม่ให้ลูกแต่งงานกับมันหรอก โมโหจะตายอยู่แล้ว”

แม่ก็พูดอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง “นั่นสิ ปกติเขาดูสุภาพเรียบร้อย ยอมคนมาตลอด ไม่นึกเลยว่าจะเป็นพวกเนรคุณ!”

ฉันถอนหายใจอย่างจนใจ “อย่าไปว่าเขาแบบนั้นเลยค่ะ หนึ่งคือเขาไม่ได้ใช้เส้นสายบ้านเรา สองคือไม่ได้ใช้เงินทองบ้านเรา จะเป็นคนเนรคุณได้ยังไง ความจริงเขาไม่ช่วยเราก็มีเหตุผลอยู่ ในเมื่อเมื่อก่อนพวกเราทำตัวแย่กับเขาขนาดนั้น”

พ่อกับแม่เม้มปาก ไม่ได้พูดอะไรอีก ทำเพียงปั้นหน้าอมทุกข์

พอเห็นท่าทีของพวกท่าน ฉันก็ยิ่งปวดหัว

ตกดึก พี่ชายถือโทรศัพท์ไล่โทรหาพวกเพื่อนฝูงที่เคยเรียกพี่เรียกน้องในวันวาน หวังว่าพวกเขาจะช่วยเหลือได้บ้าง

แต่เมื่อก่อนตอนโทรชวนคนพวกนั้นออกมากินเหล้า คนพวกนั้นมากันอย่างรวดเร็ว ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครกล้ารับสายพี่ชายฉันเลยสักคน

พี่ชายโมโหจนปาโทรศัพท์ทิ้ง ด่าทอคนพวกนั้นว่าไม่มีความสัตย์ซื่อ

ฉันหดตัวอยู่ในผ้าห่ม เอ่ยปลอบเขา “ช่างเถอะพี่ สังคมสมัยนี้ น้ำใจคนมันเหือดแห้งจะตาย”

แม่ร้องไห้อยู่ข้าง ๆ

ด้วยสถานการณ์ของบ้านเราตอนนี้ การจะกลับมาผงาดอีกครั้งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่น่าปวดหัวคือหนี้สินพวกนั้นต่างหาก

ตอนนี้แทบจะทุกวันต้องมีคนกลุ่มหนึ่งมาทวงหนี้ พวกคนทวงหนี้เหล่านั้นก่อกวนจนเราใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้เลย

พ่อเกลี้ยกล่อมฉันอีก “อันอัน ลูกลองไปหาเฮ่อจือโจวดูอีกรอบเถอะ ตอนนี้เขารวยแล้ว ลูกไปขอยืมเขาสักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ”

แม่ก็เสริม “นั่นสิ ต่อให้พวกลูกหย่ากัน ลูกก็ขอแบ่งทรัพย์สินมาได้บ้างไม่ใช่เหรอ”

ฉันขดตัวเป็นก้อนอยู่ในผ้าห่ม ไม่กล้าบอกพวกท่านว่าฉันถูกเฮ่อจือโจวไล่ออกจากบ้านมาแต่ตัวแล้ว ไม่งั้นพวกท่านต้องด่าเฮ่อจือโจวเปิงไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าแน่ ๆ

พี่ชายพูดด้วยความฉุนเฉียว “พอได้แล้ว พ่อกับแม่เลิกให้น้องสาวไปขายหน้าได้ไหม ตอนนั้นพวกเราทำกับเขาไว้ซะขนาดนั้น ตอนนี้ยังจะให้น้องบากหน้าไปขอร้องเขาอีก ไม่เท่ากับส่งน้องไปให้เขาเหยียดหยามหรือไง”

แม่เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ รีบถาม “เมื่อตอนกลางวันเฮ่อจือโจวไม่ได้หยามอะไรลูกใช่ไหม”

ฉันรีบส่ายหน้า “มะ...ไม่ค่ะ”

แม่พึมพำกับตัวเองอีกว่า “คิด ๆ ดูก็ใช่ ปกติเฮ่อจือโจวก็ซื่อบื้อ แถมยังเชื่อฟังลูกทุกอย่าง ถึงตอนนี้เราจะตกอับ แต่การที่เขาชอบลูก เทิดทูนลูกก็เป็นเรื่องจริง แล้วเขาจะกล้าหยามลูกจริง ๆ ได้ยังไง”

ฉันยิ้มเจื่อน ไม่ได้พูดอะไร

พ่อถอนหายใจเศร้า ๆ มองไปยังระเบียงที่ไม่มีลูกกรงกั้น แล้วก็บ่นว่าไม่อยากอยู่แล้วขึ้นมาอีก

พอพ่อบ่นว่าไม่อยากอยู่ แม่ก็ร้องไห้ตาม

พอเห็นพวกท่านเป็นแบบนี้ ฉันก็ปวดขมับ

ความจริงตอนนี้เรื่องหลักคือต้องหาเงิน หนี้สินพวกนั้นใช้คืนได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้นไปก่อน

ผ่านไปไม่กี่วัน พอร่างกายเพิ่งจะหายดี ฉันก็ออกไปหางานทำ

งานทั่วไปเงินเดือนน้อย ได้เงินช้า แต่ฉันรู้มาว่าพนักงานเชียร์เบียร์ในคลับหรู ๆ บางแห่งได้เงินเดือนสูงมาก

เมื่อก่อนตอนฉันกินเหล้ากับเพื่อน ๆ ในคลับ พออารมณ์ดี ก็มักจะให้ทิปพนักงานเชียร์เบียร์ไปไม่น้อย

ฉันไปที่คลับแห่งหนึ่งที่เคยไปประจำ

ผู้จัดการคลับรู้จักฉัน เห็นแก่สายสัมพันธ์ในอดีต เขาจึงรับฉันเข้าทำงานอย่างรวดเร็ว แถมยังมอบหมายให้ฉันดูแลห้องวีไอพีของบรรดาลูกค้าระดับบิ๊กโดยเฉพาะ

การเสิร์ฟเหล้าให้พวกคนใหญ่คนโต ทิปย่อมขาดไม่ได้อยู่แล้ว

แต่ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอเฮ่อจือโจวในห้องวีไอพี

เมื่อก่อนผู้ชายคนนั้นไม่เคยมาสถานที่แบบนี้เลย อย่างน้อยก็ตลอดสามปีที่แต่งงานกับฉัน เขาไม่เคยมาเหยียบเลยสักครั้ง

เมื่อก่อนเขายังต่อต้านการที่ฉันมาสถานที่แบบนี้มากด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันมากับเพื่อน เขามักจะคอยขัดขวางไม่ให้ฉันไป โดยบอกว่ามันเป็นสถานที่อโคจร

แน่นอนว่าทุกครั้งฉันก็จะด่าทอเหยียดหยามเขาไปยกหนึ่ง แล้วก็ไล่ตะเพิดเขาไป

พอคิดถึงเรื่องเมื่อก่อน ผู้ชายคนนี้ช่างมีภาพลักษณ์ของผู้ชายแสนดีเสียจริง ๆ

ทว่าเวลานี้ ผู้ชายคนนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงตำแหน่งกึ่งกลาง เรียวขายาวพาดไขว่ห้าง นิ้วคีบบุหรี่ มุมปากกระตุกยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ดูชั่วร้ายและเย้ายวนใจ

ที่แท้ท่าทางว่าง่ายและแสนดีเมื่อก่อนนั่น เขาเสแสร้งแกล้งทำหรอกเหรอ

ผู้ชายคนนั้นมองฉันนิ่ง ๆ ท่าทีสูงส่งของเขาทำให้ฉันรู้สึกละอายจนแทบไม่มีที่ยืน

ถ้ารู้ว่าเขาอยู่ในห้องนี้แต่แรก ฉันคงไม่มา

ในขณะที่ฉันทำตัวไม่ถูกจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี จู่ ๆ ในห้องก็มีเสียงผิวปากดังขึ้นมาหลายครั้งอย่างนึกสนุก

ฉันหันไปมองตามสัญชาตญาณ ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนข้างกายเฮ่อจือโจวล้วนเป็นพวกที่เคยเกาะติดฉันกับพี่ชายทั้งนั้น

ให้ตายเถอะ ตอนนี้พวกนั้นพากันไปประจบเฮ่อจือโจวหมดแล้ว

พวกนั้นต่างก็รู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำไม่ดีกับเฮ่อจือโจว ตอนนี้เพื่อจะเลียแข้งเลียขาเฮ่อจือโจว พวกนั้นย่อมไม่พลาดที่จะหยามเกียรติฉันสักยกเป็นแน่

หนีตอนนี้ดีที่สุด

ในขณะที่ฉันเข็นรถเครื่องดื่มเตรียมจะถอยออกไปอย่างเนียน ๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 108

    แต่ฉันสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเขาที่รดอยู่ข้างหูมันหนักหน่วงขึ้นไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ฉันพูดอย่างจริงจัง “ขอแค่เป็นลูกของคุณ ไม่ว่าจะฉันหรือกู้ชิงชิงเป็นคนคลอดก็คือเหลนของคุณย่าอยู่ดี เพราะงั้นคุณให้กู้ชิงชิงคลอดให้เถอะ”เด็กที่เกิดจากคนที่รักกันคือผลผลิตแห่งความรักที่ถูกเฝ้ารอคอยมาตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์แต่เด็กที่เกิดจากคนที่น่ารังเกียจอย่างฉัน มันก็เป็นแค่ตัวกาลกิณีที่ไม่เคยมีใครต้องการเฮ่อจือโจวขยับนั่งตัวตรงเล็กน้อย เขาบีบไหล่ฉันแน่นพลางมองอย่างเย็นชา“คุณไม่อยากมีลูกให้ผมงั้นสิ”“...ไม่อยาก”จะให้เกิดมาทำไมกัน ให้เขาเกลียดหรือไงการที่คุณย่าอยากอุ้มเหลนก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าลูกของฉันต้องมาถูกพ่อแท้ ๆ เกลียด แถมยังต้องถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยอีกละก็งั้นฉันยอมไม่มีเสียดีกว่าฉันจะไม่ยอมให้ลูกเกิดมาทนทุกข์ทรมานและน้อยเนื้อต่ำใจเด็ดขาดเฮ่อจือโจวมองฉันด้วยสายตาเย็นชา อารมณ์ปรารถนาในแววตาค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความมืดมนและเคียดแค้นเขาเน้นทีละคำ “แต่ถ้าเป็นลูกของเฮ่ออี้เฉิน คุณคงเต็มใจจะท้องให้ใช่ไหม”“คุณเลิกลากเขาเข้ามาเกี่ยวสักทีได้ไหม!” ฉันตวาดกลับอย่าง

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 107

    สายตาของเขาลึกล้ำและมืดหม่น จ้องมาที่ฉันเขม็งราวกับจะกลืนกินฉันฉันถดตัวหนีไปด้านหลังด้วยความตกใจ แล้วพูดกับเขาว่า “คุณ...คุณไปอาบน้ำสิ แล้วค่อยนอน...นอนพักผ่อน”ตอนที่เฮ่อจือโจวเดินเข้ามา กระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาถูกปลดออกไปหลายเม็ดแล้ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งกว้างฉันลอบกลืนน้ำลายลงคอ พลางเงยหน้าขึ้นมองเขาฉันคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้ของเขาดีเหลือเกินทุกครั้งที่เขา ‘สัญชาตญาณดิบกำเริบ’ เขามักจะมองฉันด้วยสายตาแบบนี้เสมอแต่ตอนนี้ฉันไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นกับเขาสักนิดหัวเข่ากับฝ่ามือยังคงเจ็บแปลบ ภาพความดุร้ายป่าเถื่อนของเขาในวันนี้ยังคงวนเวียนสลัดไม่ออกไปจากหัวฉันจึงทำไม่ได้ที่จะต้องมาร่วมรักกับเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อครู่เราเพิ่งจะทะเลาะกันมาขณะที่ฉันกำลังสับสนว้าวุ่น เฮ่อจือโจวก็โน้มตัวลงมาทาบทับฉันไว้แล้วเขายันแขนทั้งสองข้างไว้ข้างกายฉัน กักขังฉันไว้กับหัวเตียง พลางมองมาด้วยสายตาลึกล้ำเขาแนบชิดเข้ามาใกล้มาก ใกล้เสียจนลมหายใจของฉันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเขาหัวใจของฉันเต้นโครมครามไม่หยุดฉันยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ “คุณอย่าทำแบบนี้เลย ดึกมากแล้ว ฉันอยากนอน”“แต

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 106

    ตอนที่ฉันออกไป เฮ่อจือโจวยังคงยืนพิงหน้าต่างสูบบุหรี่อยู่เพียงแต่สายตาที่เขามองฉันจู่ ๆ ก็ดูลึกล้ำขึ้นมาก แฝงไปด้วยอารมณ์ปรารถนาจาง ๆความจริงเมื่อกี้ฉันก็ส่องกระจกดูแล้ว เสื้อเชิ้ตสีดำตัวนี้ขับผิวฉันให้ดูขาวผ่องเป็นพิเศษแถมความยาวที่ปกปิดต้นขาได้พอดิบพอดี จริง ๆ ก็ดูเย้ายวนใจไม่เบาประกอบกับที่ฉันไม่ได้สวมชุดชั้นใน ทรงเสื้อที่แนบไปกับเนินอกจึงชวนให้คิดลึกได้ง่าย ๆเขาเป็นผู้ชายปกติทั่วไป พอเห็นฉันแต่งตัวแบบนี้แล้วจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเดิมทีในความทรงจำของฉัน เขาก็ค่อนข้างบ้าคลั่งกับเรื่องพรรค์นั้นอยู่แล้วเพียงแต่วันนี้ฉันกับเขาเพิ่งจะผิดใจกันมา ฉันเลยไม่อยากใกล้ชิดกับเขาสักนิด ซ้ำยังออกจะต่อต้านเขาอยู่บ้างด้วยฉันดึงชายเสื้อเชิ้ตลง ก่อนจะบอกเขา “ฉันง่วงแล้ว ขอตัวนอนก่อนนะ”เฮ่อจือโจวไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงพ่นควันบุหรี่ออกมาเบา ๆดวงตาของเขาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง คล้ายกำลังมองฉัน แต่ก็คล้ายไม่ได้มองภายใต้กลุ่มควันจาง ๆ ฉันเองก็มองเห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจนนักฉันเดินกะเผลกไปนั่งลงบนเตียง ไม่ได้สนใจเขาอีกตอนอาบน้ำเมื่อครู่ ฉันสำรวจหัวเข่าตัวเองแล้วพบว่ามันเขียวช้

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 105

    แม้เขาจะพูดแบบเรียบ ๆ แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าเมื่อก่อนชีวิตความเป็นอยู่ของเขาในบ้านหลังนี้คงไม่ค่อยดีนักมิน่าล่ะทุกคนถึงได้เอาแต่ชื่นชมเฮ่ออี้เฉิน แต่พอพูดถึงเขากลับพากันส่ายหน้า เขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้แสดงความสามารถเลยด้วยซ้ำมิน่าล่ะเขาถึงรู้จักเก็บซ่อนความเก่งกาจมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพราะเขารู้ดีมาตลอดว่าแม่เลี้ยงไม่มีทางยอมให้เขาได้ดีกว่าเฮ่ออี้เฉินเด็ดขาดสาวใช้พาฉันกับเฮ่อจือโจวมายังบ้านหลังเล็กที่ลานด้านหลังบ้านตัวอาคารเป็นแบบสองชั้นที่แยกตัวออกมาต่างหาก บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบเพียงแต่บ้านตระกูลเฮ่อแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวาย เดิมทีฉันตั้งใจไว้ว่าพองานเลี้ยงจบลงก็จะรีบกลับทันทีแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าฉันต้องค้างที่นี่หนึ่งคืนได้แต่หวังว่าคืนนี้จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็พอการตกแต่งและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านหลังเล็กนี้ค่อนข้างเรียบง่ายชั้นหนึ่งเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนชั้นสองมีห้องหลังสือกับห้องนอนอย่างละหนึ่งห้องเฮ่อจือโจวพาฉันเดินขึ้นไปชั้นบน เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ที่นี่เป็นที่ที่เมื่อก่อนผมเคยอยู่”เขาทิ้งช่วงครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “คุณย่าเป็นคนออกหน้าเรียกร

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 104

    เฮ่ออี้เฉินยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่ฉันรีบพูดแทรกขึ้นมา “นายไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องในอดีตฉันไม่อยากพูดถึงอีก”เฮ่ออี้เฉินมองฉันนิ่งลึก ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดฉันหลุบตาลง ไม่อาจทนมองสีหน้าแบบนั้นของเขาได้ไม่นานเฮ่อจือโจวก็เดินเข้ามาเขาดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขน พลางมองเฮ่ออี้เฉินด้วยรอยยิ้ม “ทำไม สนใจผู้หญิงของฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”“ผู้หญิงของพี่เหรอ” เฮ่ออี้เฉินขมวดคิ้วเฮ่อจือโจวยิ้ม “แล้วไม่ใช่หรือไง”เขาทิ้งช่วงครู่หนึ่ง แล้วหลุบตาลงมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะเค้นเสียงเย็นชาใส่เฮ่ออี้เฉิน “ฉันเคยบอกแล้วไงว่าของของฉัน ต่อให้ไม่ต้องการแล้ว ก็ไม่มีวันยกให้คนอื่น”“เฮ่อจือโจว!” เฮ่ออี้เฉินจ้องหน้าเขาอย่างโกรธจัด พร้อมคำรามเสียงต่ำขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียด โชคดีที่มีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาพอดีสาวใช้คนนั้นพูดกับเฮ่อจือโจวว่า “คุณชายใหญ่คะ คืนนี้คุณนายผู้เฒ่าให้คุณชายกับคุณนายใหญ่พักที่นี่ค่ะ เราจัดเตรียมเรือนหลังเล็กด้านหลังไว้เรียบร้อยแล้ว คืนนี้เชิญคุณชายกับคุณนายใหญ่ไปพักที่นั่นได้เลยค่ะ”เฮ่อจือโจวยังไม่ทันได้ตอบรับ เฮ่ออี้เฉินก็หันไปตวาดใส่สาวใช

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 103

    ฉันเงยหน้าขึ้นแบบอัตโนมัติ และได้พบกับเฮ่ออี้เฉินเฮ่ออี้เฉินเอาแต่มองฉันเงียบ ๆ สีหน้าเจือไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดก่อนเขาจะเอ่ยปาก ฉันก็รีบลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนียิ่งอยู่ในบ้านตระกูลเฮ่อ ฉันก็ยิ่งต้องรักษาระยะห่างจากเขาให้มากตอนนี้ฉันแค่อยากรอให้งานเลี้ยงจบอย่างสงบ แล้วค่อยกลับไปฉันไม่อยากให้มีเรื่องอะไรอีกแล้วจริง ๆทว่าพอลุกขึ้น เฮ่ออี้เฉินก็คว้าแขนฉันเอาไว้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “อันอัน ตอนนี้เธอรังเกียจที่จะต้องเจอหน้าฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”“เปล่า” ฉันออกแรงแกะมือเขาออก พูดอย่างจริงจัง “ฉันไม่ได้รังเกียจที่จะเจอนาย แต่นายก็น่าจะรู้ว่าฉันกับพี่ชายนายมีความสัมพันธ์กันแบบไหน ดังนั้นเมื่ออยู่ในบ้านตระกูลเฮ่อ เราสองคนก็ต้องเว้นระยะห่างต่อกัน ไม่งั้นคนอื่นจะเอาไปนินทาได้”“แต่เธอหย่ากับพี่ใหญ่แล้วนะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว ทุกคนก็รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้น” เฮ่ออี้เฉินเอ่ยอย่างร้อนรนฉันส่ายหน้า “จริง ๆ ไม่ว่าฉันกับพี่ชายนายจะหย่ากันแล้วหรือไม่ เราก็ไม่เหมาะจะเจอหน้ากันอีก คราวก่อนฉันก็พูดกับนายไปชัดเจนแล้วนะ”“อันอัน...”“จริง ๆ นะ นายอย่าทำแบบนี้อีกเลย ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status