Share

บทที่ 2

Author: คลื่นซัดทราย
กลับมาถึงบ้านตระกูลลู่ก็เที่ยงคืนพอดี

และในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของผมก็ยังไม่มีข้อความใด ๆ เข้ามาเลย

บ้านตระกูลลู่เปิดไฟสว่างเสียงหัวเราะดังแว่วออกมาให้ได้ยินตั้งแต่ไกล

ผมไม่ได้เข้าไปคาดคั้นถามพวกเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะคนรับใช้มาเปิดประตูให้ ผมถึงขั้นอยากยืนอยู่หน้าประตูคนเดียวไปตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ

“ทำไมแกถึงได้ดูน่าเกลียดขนาดนี้ล่ะ เสื้อผ้าก็สกปรกมอมแมมไปหมด”

ลู่เชี่ยนโพล่งออกมาตั้งแต่แวบแรกที่เห็นผม

แม่เองก็ดูเหมือนจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“อาเชิน ทำไมแกถึงผอมลงไปขนาดนี้ล่ะ”

เพียงแค่ห้าปี ผมเปลี่ยนจากคุณชายใหญ่รูปร่างกำยำล่ำสัน กลายมาเป็นคนที่น้ำหนักไม่ถึงสี่สิบกิโลกรัมได้อย่างไร

ในแววตาของพ่อก็เผยให้เห็นความปวดใจอยู่บ้าง รีบสั่งให้ป้าแม่บ้านไปทำอะไรมาให้ผมกินทันที

“เดิมทีพ่อกำลังจะออกไปรับแกแล้ว แต่อาเหวยไม่ค่อยสบาย เราก็เลย...”

ผมรู้ดีว่านี่คือวิธีไกล่เกลี่ยในแบบฉบับของพวกเขา

พวกเขาหมางเมินและกดขี่ผมต่อหน้าลู่เหวยได้อย่างตามใจชอบ โดยไม่ต้องกังวลเลยสักนิดว่าผมจะเสียใจหรือไม่

แต่หลังจากนั้นทุกครั้ง พวกเขาก็จะปลอบใจผมด้วยขนมหวาน เพื่อให้ผมลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นไปชั่วขณะ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงดีใจมาก

แต่ตอนนี้ ผมไม่ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว

เพิ่งจะอ้าปากพูด ก็ถูกลู่เชี่ยนพูดแทรกขึ้นมา

“ก็แค่แผนทรมานตัวเองเท่านั้นแหละ คงอยากแกล้งทำตัวน่าสงสารแล้วไม่ยอมกินข้าว แค่อยากทำให้พ่อกับแม่ปวดใจ จะได้หาข้ออ้างเนียน ๆ รั้งตัวเองอยู่ที่นี่ต่อไปได้!”

แม่แค่นเสียงดุเธอไปทีหนึ่ง พอหันกลับมามองผม แววตาก็เปี่ยมไปด้วยความเมตตาอ่อนโยน

“ยังไงก็ยังหาพ่อแม่ที่แท้จริงของลูกไม่พบ วันข้างหน้าลูกก็อยู่ที่นี่แหละ ต่อไปนี้ยังเรียกแม่ว่าแม่ได้เหมือนเดิมนะ แม่ยังมองลูกเป็นลูกชายเสมอ!”

“ไม่เป็นไรครับ คุณป้าลู่ คุณป้ายอมรับผมไว้ ผมก็ซาบซึ้งใจมากแล้วครับ!”

คำสรรพนามที่แสนเกรงอกเกรงใจเพียงประโยคเดียว ผลักไสความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเคยใกล้ชิดกันมากที่สุดในโลกให้ห่างเหินราวกับมีหุบเหวลึกนับพันกั้นกลาง

แม่ทนต่อไปไม่ไหว พลันน้ำตาร่วงหล่นเป็นสาย

ผมไม่ใช่ลูกชายที่เคยหยิ่งผยองเอาแต่ใจของเธออีกต่อไปแล้ว

ต่อให้ผมจะร้องทุกข์กับเธอ หรือตัดพ้อต่อว่าที่พวกเขาไม่เคยเหลียวแลผมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ยังดีกว่าท่าทีที่อ่อนแอและต่ำต้อยเช่นนี้

วินาทีที่ลู่เหวยเห็นผม ร่างกายของเขาก็สั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับได้เห็นบางสิ่งที่น่าหวาดกลัว

ผ่านไปนาน ลู่เหวยจึงรวบรวมความกล้าแล้วยื่นมือมาทางผม

“ลู่เชิน พวกเรามาจับมือสงบศึกกันเถอะ!”

ผมยืนนิ่งอยู่กับที่

ผมไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกับเขาเลย แล้วจะพูดเรื่องจับมือสงบศึกกันได้อย่างไร

ห้าปีก่อน ผมเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง

เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ผมก็จะประกาศความเป็นเจ้าของต่อกู้ชิงหลิงให้คนภายนอกรับรู้

กู้ชิงหลิงคือคู่หมั้นของผม ผมรักเธออย่างดูดดื่ม ประกอบกับความเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลลู่และนิสัยเย่อหยิ่งจองหองที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ย่อมทนเห็นผู้ชายที่คอยจ้องจะงาบเธออยู่ข้างกายไม่ได้อยู่แล้ว

ลู่เหวยก็คือหนึ่งในนั้น

ถึงลู่เหวยจะเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ไม่รู้ทำไม เขาถึงดึงดูดให้กู้ชิงหลิงผู้แสนเย็นชาหันมามองอยู่บ่อย ๆ ได้

แม้แต่พี่สาวที่คอยเข้าข้างผมมาตลอดก็ยังแปรพักตร์ไปเข้าข้างเขา

ผมเคยไปหาเขาครั้งหนึ่ง

แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ลู่เหวยก็เริ่มถูกกลั่นแกล้งและถูกใช้ความรุนแรงในมหาวิทยาลัยสารพัดรูปแบบ

ทุกคนต่างลือกันว่าเป็นผมเองที่ทนเห็นเขาไม่ได้

จนกระทั่งปลายเทอม ลู่เหวยก็ทนต่อไปไม่ไหว กระโดดลงมาจากดาดฟ้าของมหาวิทยาลัย

แม้จะถูกช่วยกลับมาได้ แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่เขาก็ทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ฉบับหนึ่ง

เนื้อหาข้างในระบายความคับแค้นใจที่มีต่อผมไว้อย่างอัดแน่น!

ไม่มีใครเชื่อผมเลยสักคน

กู้ชิงหลิงเองก็ขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับผมอย่างชัดเจน

ผมคิดว่านี่คงเป็นผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 10

    “อีกอย่าง คนในโรงพยาบาลจิตเวชพวกนั้นก็เป็นคนที่เขาจัดการมาทั้งนั้น อีกสักพักแม่ก็จะส่งเขาเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชเหมือนกัน! ทุกอย่างที่ลูกเคยต้องเผชิญ เขาจะต้องชดใช้คืนให้ลูกเป็นสิบเท่า!”“ต่อไปแม่จะมีลูกเป็นลูกชายแค่คนเดียวเท่านั้น!”“ให้อภัยแม่เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”แม่มีน้ำตาคลอเบ้า มองผมด้วยสายตาเว้าวอนผมไม่ได้พูดอะไรจะบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ทว่าตอนนี้ผมไม่ต้องการเธออีกแล้วความเจ็บปวดที่เธอเคยสร้างไว้ให้กับผม ก็ไม่สามารถลบเลือนไปได้เช่นกัน“แม่ครับ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเรียกแม่ว่าแม่แล้วนะ หลังออกจากโรงพยาบาล ผมอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกคนเดียวได้ไหมครับ”ถึงแม้หมอจะไม่ได้บอกว่าผมยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ แต่ผมก็รู้ดีว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วหลังจากพ่อกับแม่หย่ากัน พ่อก็โอนหุ้นกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทมาให้กับผมและยังมีอีกส่วนเล็ก ๆ ที่ทิ้งไว้ให้ลู่เชี่ยนส่วนลู่เหวย ถูกแม่บังคับส่งตัวเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชพ่อบอกว่าตอนนี้ลู่เหวยสำนึกผิดแล้วเรื่องทั้งหมดที่เขาสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองในมหาวิทยาลัยตอนนั้น ล้วนเกิดจากความอิจฉาริษยาทั้งส

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 9

    ผมส่ายหน้า“ไม่เป็นไร ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้ว!”และผมก็ไม่ได้พูดว่าจะให้อภัยเธอด้วยขณะที่ลู่เชี่ยนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“อาเชิน จู่ ๆ ฉันก็มีธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันซื้อของกินร้านที่แกชอบที่สุดมาฝากนะ”ผมพยักหน้า ไม่ได้รั้งเธอไว้และไม่ได้บอกเธอด้วยว่าจริง ๆ แล้วผมมองเห็นว่าเป็นลู่เหวยที่ส่งข้อความมาหาเธอลู่เชี่ยนที่บอกว่าจะมาตอนเย็นกลับไร้วี่แวว คนที่มาแทนกลับเป็นกู้ชิงหลิงที่เมื่อก่อนเคยหลบหน้าผมที่สุด“ฉันยกเลิกงานหมั้นกับลู่เหวยแล้วนะ!”เธอดูซูบผอมลงมาก คนที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มาโดยตลอดอย่างเธอ ความอิดโรยบนใบหน้าในตอนนี้กลับสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากู้ชิงหลิงกุมมือของผมเอาไว้“อาเชิน ตอนนี้ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่ฉันรักคือนาย! เมื่อก่อนฉันก็แค่ไม่อยากยอมรับ ไม่อยากโดนบังคับให้แต่งงานกับนายเพราะการจัดการของครอบครัว ก็เลยทำตัวเย็นชาใส่นายมาตลอด!”“ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันสักครั้งได้ไหม ขอแค่นายยอม เราจะแต่งงานกันตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น”ความฝันในวัยเด็กจู่ ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่เอื้อมถึงได้ง่าย ๆ แต่มันกลับไม่ใช่ความ

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 8

    “คุณไม่รู้สึกผิดต่อเชินเชินหรือไง”แม่ตบหน้าพ่อไปหนึ่งฉาด แต่พ่อกลับไม่โกรธเลยแม้แต่น้อยข้อสงสัยทั้งหมดนี้ล้วนชี้ไปที่คำตอบเดียวลู่เหวยคือลูกนอกสมรสของพ่อ“หย่า ฉันจะหย่ากับคุณ!”“คุณรู้บ้างไหมว่าห้าปีมานี้อาเชินต้องใช้ชีวิตยังไง ลู่เหวยต้องเป็นคนทำร้ายเขาแน่ ๆ!”“ลู่เหวยต่างหากที่เป็นตัวซวย ไม่ได้นะ ผ่าตัดไม่ได้เด็ดขาด!”แม่ทุบประตูห้องผ่าตัดไม่หยุด“หยุดนะ พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้!”“เขามีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายลูกชายฉันจนน่าเวทนาขนาดนี้ แล้วยังจะให้ลูกชายฉันบริจาคไตให้เขาอีก”แม่ร้องไห้โฮ สติสัมปชัญญะค่อย ๆ หลุดจากการควบคุมวินาทีต่อมา แม่ก็ถูกพ่อสับท้ายทอยจนสลบไปลู่เชี่ยนจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง“พ่อคะ ที่แม่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริงเหรอคะ พ่อหลอกเราทุกคนเหรอคะ”กู้ชิงหลิงที่ไม่พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นก็มีใบหน้าซีดเผือดเช่นกันเธอนึกถึงสายตาของผมตอนเธอหยิบรายงานผลการตรวจขึ้นมาเมื่อวานสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความคลื่นอารมณ์ใด ๆผมไม่เคยแม้แต่จะคิดขอความช่วยเหลือจากเธอเลยด้วยซ้ำเธอพอจะเดาออกลาง ๆ แล้วว่าผมอาจไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้วแต่เธอกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจ

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 7

    การที่คนอื่นไม่มาเยี่ยมผม ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดมีก็แต่คุณนายลู่ที่มักอ้างว่ารักใคร่เอ็นดูผมมาตลอด กลับไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยทั้งวันจนกระทั่งวินาทีก่อนที่ผมจะถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ คุณนายลู่ก็พุ่งพรวดเข้ามา“ไม่นะ เราไม่ผ่าตัดแล้ว! ลูกชายสุดที่รักของแม่!”คุณนายลู่ร้องไห้อย่างเจ็บปวด บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่คิดจะก้าวเข้าไปหาล้วนถูกเธอไล่ตะเพิดออกมาหมด“ป้าลู่ครับ”ผมรู้สึกสงสัยอยู่บ้างทว่าพอคุณนายลู่ได้ยินก็ราวกับเขื่อนแตก“อย่าเรียกป้าลู่นะ! แม่คือแม่ของลูก แม่คือแม่แท้ ๆ ของลูก! ลูกคือลูกชายที่แม่ตั้งท้องมาตั้งสิบเดือนนะ!”ผมมองดูใบหน้าที่คุ้นเคยของเธอ ผมมองเห็นตัวเองที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเธอถึงแปดส่วนจากเงาสะท้อนในรูม่านตาของเธอ ภายในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาลาง ๆ“ลู่เหวยเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง ลูกต่างหากที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเรา ตอนนั้นพ่อของลูกบอกว่าลูกไปรังแกคนอื่นที่โรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัว ถึงได้ให้เราปลอมแปลงใบรับรองการตรวจดีเอ็นเอ!”“ขอโทษนะ แม่ปกป้องลูกไว้ไม่ได้ ปล่อยให้ลูกต้องทนทรมานมาตั้งมากมาย!”“แม่ผิดไปแล้ว! แม่ขอโทษ!”ภายใน

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 6

    ผมยิ้มเยาะตัวเองตอนแรกผมยังคิดเป็นจริงเป็นจังว่าคนตระกูลลู่นึกถึงความผูกพันในอดีตถึงได้รับผมกลับมาที่แท้ก็ต้องการไตของผมงั้นเหรอไม่รู้ว่าทำไมคุณนายลู่ถึงทำหน้าตารู้สึกผิดอยู่แบบนั้น“เชินเชิน ลูกก็รู้ว่าแม่มองว่าลูกเป็นลูกชายแท้ ๆ มาตลอด ขอแค่ลูกบอกว่าไม่ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้ทั้งนั้น!”พอลู่เชี่ยนได้ยินก็ตะโกนลั่น“แม่ แม่ดูให้ชัด ๆ สิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นลูกชายของแม่ ถ้าไม่มีไต อาเหวยจะตายเอานะ!”คุณนายลู่ตาแดงก่ำราวกับแม่หมาป่าที่กำลังปกป้องลูก“แม่รู้ว่าใครคือลูกชายแท้ ๆ ของแม่ ไม่ต้องให้แกมาเตือนหรอก!”ลู่เชี่ยนชะงักไปลู่เหวยหลุบตาลงเช่นกัน ไม่รู้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่คุณลู่เพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ก็ถูกคุณนายลู่ใช้สายตากดดันจนต้องกลืนคำพูดกลับไปในตอนนี้ เธอมองมาที่ผมอย่างคาดหวัง ราวกับว่าขอเพียงผมปฏิเสธ เธอก็จะกางปีกปกป้องผมเหมือนอย่างเมื่อก่อนผมเพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย“ไม่เป็นไรครับป้าลู่ ผมยินดีครับ”ไตแค่ข้างเดียวก็ขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ได้อย่างชัดเจนแล้ว มันคุ้มค่ามากไม่ใช่เหรอทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าผมจะพูดง่ายขนาดนี้ส่วนคุณนายล

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 5

    “พี่ใจเย็น ๆ ก่อนสิ!”ลู่เหวยพูดแทรกขึ้นมาได้ทันเวลาพอดีผมไม่รู้เลยว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงโมโหขึ้นมาขนาดนี้ และทำไมถึงใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วไม่ได้ในช่วงห้าปีที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช อย่าว่าแต่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วเลย แม้แต่เสื้อผ้าของคนตายผมก็ยังเคยใส่มาแล้วอีกอย่าง เรื่องที่ผมต้องเผชิญในโรงพยาบาลจิตเวชนั้น ไม่ใช่พวกเขาเองหรอกเหรอที่เป็นคนสั่งการตอนนี้กลับมาทำท่าทางราวกับรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนผม มันหมายความว่ายังไงกันลู่เหวยตาแดงก่ำราวกับเพิ่งทำเรื่องผิดพลาดไป“ขอโทษครับ ผม...ผมก็แค่หวังดีน่ะ”ในที่สุดลู่เชี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ลนลานขึ้นมา เธอหันหน้ามาชี้หน้าผม“แกกลับมาทำไม ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแก! ทุกครั้งที่อาเหวยไม่มีความสุขก็เป็นเพราะแกทั้งนั้น!”ทุกคนต่างโอ๋ลู่เหวยและหันมาพูดจาโหดร้ายใส่ผมเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิดเมื่อก่อนผมไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องถูกทุกคนรุมต่อว่าอยู่อย่างนี้แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วมันไม่มีถูกหรือผิดหรอกทุกอย่างเป็นเพียงเพราะผมไม่ใช่คนที่พวกเขาใส่ใจก็เท่านั้นเอง

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 3

    จนกระทั่งมีการเปิดเผยว่าผมไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของตระกูลลู่และลูกชายที่แท้จริงดันเป็นเสิ่นเหวยพอดีแล้วพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของผมอยู่ที่ไหนกันล่ะไม่มีใครบอกผมเลยสักคน!เพียงชั่วข้ามคืน ผมก็ตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรกแถมสุดท้ายยังถูกครอบครัวที่อยู่ร่วมกันมากว่ายี่สิบปีร่วมมือกันส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชที่

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 1

    “ลู่เชิน แกกำลังทำตัวเป็นคุณชายใหญ่อะไรอีก ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก จงใจอยากให้พวกเราเป็นห่วงใช่ไหม”เสียงตำหนิของพี่ลู่เชี่ยนดังมาจากในโทรศัพท์ห้าปีผ่านไป ในที่สุดตระกูลลู่ก็จัดการให้ผมออกจากโรงพยาบาลเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของลู่เหวย เขาบอกว่ายินดีจะให้โอกาสผมขอโทษในเวลานั้นเอง พ่อก็รับโ

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 4

    “พูดอะไรครับ”ผมถามกลับลู่เชี่ยนเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลลู่ อยากได้ลมก็ได้ลม อยากได้ฝนก็ได้ฝน แต่เธอกลับชอบเล่นรถมอเตอร์ไซค์น่าตื่นเต้นหวาดเสียวผมนึกถึงครั้งที่ลู่เชี่ยนเล่นรถมอเตอร์ไซค์จนเกิดอุบัติเหตุ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เธอแอบออกไป ผมก็จะด่าเธอฉาดใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำชับให้ระวังตัวหน่อยทุกค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status