Share

บทที่ 4

Penulis: คลื่นซัดทราย
“พูดอะไรครับ”

ผมถามกลับ

ลู่เชี่ยนเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลลู่ อยากได้ลมก็ได้ลม อยากได้ฝนก็ได้ฝน แต่เธอกลับชอบเล่นรถมอเตอร์ไซค์น่าตื่นเต้นหวาดเสียว

ผมนึกถึงครั้งที่ลู่เชี่ยนเล่นรถมอเตอร์ไซค์จนเกิดอุบัติเหตุ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เธอแอบออกไป ผมก็จะด่าเธอฉาดใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำชับให้ระวังตัวหน่อย

ทุกครั้งลู่เชี่ยนก็มักทำท่าทางรำคาญที่ผมจู้จี้จุกจิก

“แกเป็นผู้ชายอกสามศอกทำไมจู้จี้จุกจิกกว่าฉันอีกล่ะ แกจะไปรู้อะไร เล่นรถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องเล่นเพื่อความตื่นเต้นสิ! แกก็ไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของฉันสักหน่อย อาเหวยยังไม่เห็นว่าอะไรฉันเลย แกจะมาว่าอะไร”

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายรำคาญใจ แต่ด้วยความห่วงใย ผมก็มักพร่ำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่เธอจะออกไปทุกครั้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ทว่าความห่วงใยนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต ล้วนมลายหายไปพร้อมกับคำขอความช่วยเหลือที่ไม่เคยได้รับการตอบสนองตลอดห้าปีที่ผ่านมา

สีหน้าของลู่เชี่ยนพลันดำทะมึนลง

“แกไม่กลัวว่าฉันจะขับเร็วเกินไปจนเกิดอุบัติเหตุเหรอ”

ผมส่ายหน้า

“ผมไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอกครับ พี่เล่นรถมอเตอร์ไซค์เพื่อความตื่นเต้นไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอกลับห้องก่อนนะครับ”

ลู่เชี่ยนขวางทางไว้ ผมอยากจะเดินเลี่ยง แต่เธอยื่นมือออกมากั้นเอาไว้

“แค่ส่งแกไปอยู่โรงพยาบาลจิตเวชห้าปีไม่ใช่เหรอ แกต้องโกรธมาจนถึงตอนนี้เลยเหรอ ไม่หัดคิดดูบ้างล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะแกรังแกอาเหวย ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากมาย เราจะส่งแกเข้าไปได้ยังไง”

เธอแค่นเสียงหัวเราะ

ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เธอมักเอาเรื่องที่ผมรังแกลู่เหวยมาตำหนิเสมอ

แล้วก็ยืนดูผมสติแตกและเป็นบ้าเป็นหลังอย่างใจเย็น

แต่ครั้งนี้ผมทำเพียงส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง

“ผมไม่ได้โกรธ จริง ๆ นะ”

แต่เธอเหมือนจะโกรธมาก เตะโต๊ะไปหนึ่งที

เมื่อได้พบกู้ชิงหลิงอีกครั้ง ผมคิดว่าตัวเองจะตื่นเต้น จะร้อนรนเล่าความเจ็บปวดตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้เธอฟัง แต่เรื่องเหล่านั้นกลับไม่เกิดขึ้นเลย แม้แต่ความสั่นไหวเล็ก ๆ ในใจก็ไม่มี

เธอและลู่เหวยยืนอยู่ด้วยกันราวกับกิ่งทองใบหยก ในแววตามีประกายอ่อนโยนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

พอเธอเห็นผม ก็ขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ

ตั้งแต่เด็กผมก็ยกตัวเองเป็นคู่หมั้นของกู้ชิงหลิงมาตลอด ท่ามกลางความฝันมากมายที่จะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือเป็นหมอ ผมกลับเขียนลงไปว่าอยากเป็นสามีกู้ชิงหลิง

พอมานึกดูตอนนี้ เหมือนจะมีแค่ผมที่คอยตามตื๊อเธอตลอดมา

กู้ชิงหลิงเองก็ไม่เคยตอบรับผมตรง ๆ เลยสักครั้ง

คนอื่นต่างพูดกันว่าที่กู้ชิงหลิงยอมปั้นหน้าดีด้วยก็เพราะเห็นแก่หน้าตระกูลลู่เท่านั้น

ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้กู่ชิงหลิงก็คงสมปรารถนาแล้ว

“พี่เชิน ผมเห็นว่าเมื่อวานเสื้อผ้าพี่สกปรกมอมแมมไปหมด เลยอุตส่าห์ไปหาเสื้อผ้ามาให้สองสามตัว ไม่ต้องห่วงนะ เพิ่งใส่ไปแค่ครั้งเดียวเอง ไม่ถือสาใช่ไหม”

ลู่เหวยหยิบเสื้อผ้าเก่าที่ตัวเองไม่เอาแล้วออกมา ราวกับกำลังอวดความดีความชอบ

สายตาของทุกคนก็พุ่งมาที่เราเช่นกัน

ฉับพลันนั้น ผมนึกถึงความน่าอับอายที่เคยปะทะคารมแล้วพ่ายแพ้ให้ลู่เหวยนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต

ทว่าความน่าอับอายเหล่านั้น หลังจากผ่านชีวิตที่ราวกับตกนรกมาห้าปี ก็กลายเป็นเรื่องไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงอีกเลย

“ขอบคุณนะ คุณชายลู่!”

ผมรับมาอย่างว่าง่าย

พอดีเลย วันข้างหน้าตอนจะจากตระกูลลู่ จะได้เอาไปขายแลกเงินมาใช้สักหน่อย

คุณชายใหญ่ที่เคยหยิ่งผยองไม่เห็นหัวใครในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นคนต่ำต้อยถึงเพียงนี้ แม้แต่คนรับใช้ที่มักตั้งใจทำงานอยู่เสมอก็ยังอดกระซิบกระซาบกันไม่ได้

ทว่าคนตระกูลลู่กลับรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก

“ลู่เชิน แกมันหน้าไม่อายเกินไปหรือเปล่า!”

ลู่เชี่ยนราวกับถูกกระตุ้นอารมณ์ ปัดเสื้อผ้าเก่าจากมือผมลงพื้นอย่างแรง

“แกจะใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วได้ยังไง แกไม่รู้หรือไงว่าในตระกูลลู่ของเราน่ะ แกเป็นถึง...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 10

    “อีกอย่าง คนในโรงพยาบาลจิตเวชพวกนั้นก็เป็นคนที่เขาจัดการมาทั้งนั้น อีกสักพักแม่ก็จะส่งเขาเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชเหมือนกัน! ทุกอย่างที่ลูกเคยต้องเผชิญ เขาจะต้องชดใช้คืนให้ลูกเป็นสิบเท่า!”“ต่อไปแม่จะมีลูกเป็นลูกชายแค่คนเดียวเท่านั้น!”“ให้อภัยแม่เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”แม่มีน้ำตาคลอเบ้า มองผมด้วยสายตาเว้าวอนผมไม่ได้พูดอะไรจะบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ทว่าตอนนี้ผมไม่ต้องการเธออีกแล้วความเจ็บปวดที่เธอเคยสร้างไว้ให้กับผม ก็ไม่สามารถลบเลือนไปได้เช่นกัน“แม่ครับ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเรียกแม่ว่าแม่แล้วนะ หลังออกจากโรงพยาบาล ผมอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกคนเดียวได้ไหมครับ”ถึงแม้หมอจะไม่ได้บอกว่าผมยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ แต่ผมก็รู้ดีว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วหลังจากพ่อกับแม่หย่ากัน พ่อก็โอนหุ้นกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทมาให้กับผมและยังมีอีกส่วนเล็ก ๆ ที่ทิ้งไว้ให้ลู่เชี่ยนส่วนลู่เหวย ถูกแม่บังคับส่งตัวเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชพ่อบอกว่าตอนนี้ลู่เหวยสำนึกผิดแล้วเรื่องทั้งหมดที่เขาสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองในมหาวิทยาลัยตอนนั้น ล้วนเกิดจากความอิจฉาริษยาทั้งส

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 9

    ผมส่ายหน้า“ไม่เป็นไร ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้ว!”และผมก็ไม่ได้พูดว่าจะให้อภัยเธอด้วยขณะที่ลู่เชี่ยนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“อาเชิน จู่ ๆ ฉันก็มีธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันซื้อของกินร้านที่แกชอบที่สุดมาฝากนะ”ผมพยักหน้า ไม่ได้รั้งเธอไว้และไม่ได้บอกเธอด้วยว่าจริง ๆ แล้วผมมองเห็นว่าเป็นลู่เหวยที่ส่งข้อความมาหาเธอลู่เชี่ยนที่บอกว่าจะมาตอนเย็นกลับไร้วี่แวว คนที่มาแทนกลับเป็นกู้ชิงหลิงที่เมื่อก่อนเคยหลบหน้าผมที่สุด“ฉันยกเลิกงานหมั้นกับลู่เหวยแล้วนะ!”เธอดูซูบผอมลงมาก คนที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มาโดยตลอดอย่างเธอ ความอิดโรยบนใบหน้าในตอนนี้กลับสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากู้ชิงหลิงกุมมือของผมเอาไว้“อาเชิน ตอนนี้ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่ฉันรักคือนาย! เมื่อก่อนฉันก็แค่ไม่อยากยอมรับ ไม่อยากโดนบังคับให้แต่งงานกับนายเพราะการจัดการของครอบครัว ก็เลยทำตัวเย็นชาใส่นายมาตลอด!”“ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันสักครั้งได้ไหม ขอแค่นายยอม เราจะแต่งงานกันตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น”ความฝันในวัยเด็กจู่ ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่เอื้อมถึงได้ง่าย ๆ แต่มันกลับไม่ใช่ความ

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 8

    “คุณไม่รู้สึกผิดต่อเชินเชินหรือไง”แม่ตบหน้าพ่อไปหนึ่งฉาด แต่พ่อกลับไม่โกรธเลยแม้แต่น้อยข้อสงสัยทั้งหมดนี้ล้วนชี้ไปที่คำตอบเดียวลู่เหวยคือลูกนอกสมรสของพ่อ“หย่า ฉันจะหย่ากับคุณ!”“คุณรู้บ้างไหมว่าห้าปีมานี้อาเชินต้องใช้ชีวิตยังไง ลู่เหวยต้องเป็นคนทำร้ายเขาแน่ ๆ!”“ลู่เหวยต่างหากที่เป็นตัวซวย ไม่ได้นะ ผ่าตัดไม่ได้เด็ดขาด!”แม่ทุบประตูห้องผ่าตัดไม่หยุด“หยุดนะ พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้!”“เขามีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายลูกชายฉันจนน่าเวทนาขนาดนี้ แล้วยังจะให้ลูกชายฉันบริจาคไตให้เขาอีก”แม่ร้องไห้โฮ สติสัมปชัญญะค่อย ๆ หลุดจากการควบคุมวินาทีต่อมา แม่ก็ถูกพ่อสับท้ายทอยจนสลบไปลู่เชี่ยนจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง“พ่อคะ ที่แม่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริงเหรอคะ พ่อหลอกเราทุกคนเหรอคะ”กู้ชิงหลิงที่ไม่พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นก็มีใบหน้าซีดเผือดเช่นกันเธอนึกถึงสายตาของผมตอนเธอหยิบรายงานผลการตรวจขึ้นมาเมื่อวานสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความคลื่นอารมณ์ใด ๆผมไม่เคยแม้แต่จะคิดขอความช่วยเหลือจากเธอเลยด้วยซ้ำเธอพอจะเดาออกลาง ๆ แล้วว่าผมอาจไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้วแต่เธอกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจ

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 7

    การที่คนอื่นไม่มาเยี่ยมผม ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดมีก็แต่คุณนายลู่ที่มักอ้างว่ารักใคร่เอ็นดูผมมาตลอด กลับไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยทั้งวันจนกระทั่งวินาทีก่อนที่ผมจะถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ คุณนายลู่ก็พุ่งพรวดเข้ามา“ไม่นะ เราไม่ผ่าตัดแล้ว! ลูกชายสุดที่รักของแม่!”คุณนายลู่ร้องไห้อย่างเจ็บปวด บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่คิดจะก้าวเข้าไปหาล้วนถูกเธอไล่ตะเพิดออกมาหมด“ป้าลู่ครับ”ผมรู้สึกสงสัยอยู่บ้างทว่าพอคุณนายลู่ได้ยินก็ราวกับเขื่อนแตก“อย่าเรียกป้าลู่นะ! แม่คือแม่ของลูก แม่คือแม่แท้ ๆ ของลูก! ลูกคือลูกชายที่แม่ตั้งท้องมาตั้งสิบเดือนนะ!”ผมมองดูใบหน้าที่คุ้นเคยของเธอ ผมมองเห็นตัวเองที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเธอถึงแปดส่วนจากเงาสะท้อนในรูม่านตาของเธอ ภายในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาลาง ๆ“ลู่เหวยเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง ลูกต่างหากที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเรา ตอนนั้นพ่อของลูกบอกว่าลูกไปรังแกคนอื่นที่โรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัว ถึงได้ให้เราปลอมแปลงใบรับรองการตรวจดีเอ็นเอ!”“ขอโทษนะ แม่ปกป้องลูกไว้ไม่ได้ ปล่อยให้ลูกต้องทนทรมานมาตั้งมากมาย!”“แม่ผิดไปแล้ว! แม่ขอโทษ!”ภายใน

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 6

    ผมยิ้มเยาะตัวเองตอนแรกผมยังคิดเป็นจริงเป็นจังว่าคนตระกูลลู่นึกถึงความผูกพันในอดีตถึงได้รับผมกลับมาที่แท้ก็ต้องการไตของผมงั้นเหรอไม่รู้ว่าทำไมคุณนายลู่ถึงทำหน้าตารู้สึกผิดอยู่แบบนั้น“เชินเชิน ลูกก็รู้ว่าแม่มองว่าลูกเป็นลูกชายแท้ ๆ มาตลอด ขอแค่ลูกบอกว่าไม่ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้ทั้งนั้น!”พอลู่เชี่ยนได้ยินก็ตะโกนลั่น“แม่ แม่ดูให้ชัด ๆ สิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นลูกชายของแม่ ถ้าไม่มีไต อาเหวยจะตายเอานะ!”คุณนายลู่ตาแดงก่ำราวกับแม่หมาป่าที่กำลังปกป้องลูก“แม่รู้ว่าใครคือลูกชายแท้ ๆ ของแม่ ไม่ต้องให้แกมาเตือนหรอก!”ลู่เชี่ยนชะงักไปลู่เหวยหลุบตาลงเช่นกัน ไม่รู้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่คุณลู่เพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ก็ถูกคุณนายลู่ใช้สายตากดดันจนต้องกลืนคำพูดกลับไปในตอนนี้ เธอมองมาที่ผมอย่างคาดหวัง ราวกับว่าขอเพียงผมปฏิเสธ เธอก็จะกางปีกปกป้องผมเหมือนอย่างเมื่อก่อนผมเพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย“ไม่เป็นไรครับป้าลู่ ผมยินดีครับ”ไตแค่ข้างเดียวก็ขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ได้อย่างชัดเจนแล้ว มันคุ้มค่ามากไม่ใช่เหรอทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าผมจะพูดง่ายขนาดนี้ส่วนคุณนายล

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 5

    “พี่ใจเย็น ๆ ก่อนสิ!”ลู่เหวยพูดแทรกขึ้นมาได้ทันเวลาพอดีผมไม่รู้เลยว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงโมโหขึ้นมาขนาดนี้ และทำไมถึงใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วไม่ได้ในช่วงห้าปีที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช อย่าว่าแต่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วเลย แม้แต่เสื้อผ้าของคนตายผมก็ยังเคยใส่มาแล้วอีกอย่าง เรื่องที่ผมต้องเผชิญในโรงพยาบาลจิตเวชนั้น ไม่ใช่พวกเขาเองหรอกเหรอที่เป็นคนสั่งการตอนนี้กลับมาทำท่าทางราวกับรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนผม มันหมายความว่ายังไงกันลู่เหวยตาแดงก่ำราวกับเพิ่งทำเรื่องผิดพลาดไป“ขอโทษครับ ผม...ผมก็แค่หวังดีน่ะ”ในที่สุดลู่เชี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ลนลานขึ้นมา เธอหันหน้ามาชี้หน้าผม“แกกลับมาทำไม ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแก! ทุกครั้งที่อาเหวยไม่มีความสุขก็เป็นเพราะแกทั้งนั้น!”ทุกคนต่างโอ๋ลู่เหวยและหันมาพูดจาโหดร้ายใส่ผมเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิดเมื่อก่อนผมไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องถูกทุกคนรุมต่อว่าอยู่อย่างนี้แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วมันไม่มีถูกหรือผิดหรอกทุกอย่างเป็นเพียงเพราะผมไม่ใช่คนที่พวกเขาใส่ใจก็เท่านั้นเอง

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 3

    จนกระทั่งมีการเปิดเผยว่าผมไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของตระกูลลู่และลูกชายที่แท้จริงดันเป็นเสิ่นเหวยพอดีแล้วพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของผมอยู่ที่ไหนกันล่ะไม่มีใครบอกผมเลยสักคน!เพียงชั่วข้ามคืน ผมก็ตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรกแถมสุดท้ายยังถูกครอบครัวที่อยู่ร่วมกันมากว่ายี่สิบปีร่วมมือกันส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชที่

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 2

    กลับมาถึงบ้านตระกูลลู่ก็เที่ยงคืนพอดีและในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของผมก็ยังไม่มีข้อความใด ๆ เข้ามาเลยบ้านตระกูลลู่เปิดไฟสว่างเสียงหัวเราะดังแว่วออกมาให้ได้ยินตั้งแต่ไกลผมไม่ได้เข้าไปคาดคั้นถามพวกเขาถ้าไม่ใช่เพราะคนรับใช้มาเปิดประตูให้ ผมถึงขั้นอยากยืนอยู่หน้าประตูคนเดียวไปตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ“

  • หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ   บทที่ 1

    “ลู่เชิน แกกำลังทำตัวเป็นคุณชายใหญ่อะไรอีก ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก จงใจอยากให้พวกเราเป็นห่วงใช่ไหม”เสียงตำหนิของพี่ลู่เชี่ยนดังมาจากในโทรศัพท์ห้าปีผ่านไป ในที่สุดตระกูลลู่ก็จัดการให้ผมออกจากโรงพยาบาลเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของลู่เหวย เขาบอกว่ายินดีจะให้โอกาสผมขอโทษในเวลานั้นเอง พ่อก็รับโ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status