LOGINช่วงวันหยุดยาววันชาติ ผมเตรียมแพลนเที่ยวล่วงหน้าเป็นเดือน ตั้งใจจะพาภรรยากับลูกไปเที่ยวชมที่สวยๆ งามๆ ของประเทศเรา แต่พอใกล้จะถึงเวลาเดินทาง สองแม่ลูกดันพากันหายตัวไปซะดื้อๆ ปล่อยให้ผมยืนตากฝนตกหนักอยู่ริมถนนคนเดียวตอนที่โทรหาพวกเธอ ปลายสาย เสียงเล็กๆ ของลูกสาวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด “แม่กำลังกินข้าวกับคุณลุงเสิ่น พวกเราไม่อยากไปแล้ว”! พอวางสายปุ๊บ ผมก็โดนบล็อกเบอร์ทันที สองแม่ลูกยังจงใจล็อกประตูขังผมไว้ข้างนอก ปล่อยให้ผมทนหนาวสั่นอยู่แบบนั้นทั้งคืน บวกกับที่โดนพายุฝนเมื่อวาน คืนนั้นผมเลยไข้ขึ้นสูงจนกลายเป็นปอดบวม ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังวุ่นอยู่กับการออกไปเที่ยวกับเสิ่นอวิ๋นโจว ครั้งนี้ ผมรู้ตัวแล้วว่าชีวิตคู่ของเรามันจบสิ้นลงแล้วจริงๆ
View Moreซ่งซือเยว่เงยหน้าขึ้น เสื้อผ้าบนตัวยับยู่ยี่ที่ปลายนิ้วของเธอคีบบุหรี่สำหรับผู้หญิง ควันบุหรี่ลอยปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า มีเพียงความกลัดกลุ้มหว่างคิ้วเท่านั้นที่ไม่อาจปัดเป่าให้จางหายไปได้ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง สองแม่ลูกซูบผอมลงไปมาก ราวกับโดนลมพัดเบาๆ ก็พร้อมจะปลิวล้มลงไปได้ผมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น และเตรียมจะเดินสวนไป“อาเฉิง ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว”ซ่งซือเยว่เดินมาตรงหน้าผม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกร้อยแปดพันเก้าที่อัดอั้นอยู่ข้างในผมขี้เกียจจะเสียเวลา เลยถามออกไปตรงๆ“มีธุระอะไร”เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แฝงไปด้วยความขมขื่นและปวดใจ“ระหว่างพวกเรา… มันไม่มีทางเป็นไปได้แล้วจริงๆ เหรอ”ผมมองไปไกลๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ซ่งซือเยว่ เรื่องของเรามันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้อีก”คนตรงหน้านี้ คือคนที่ผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตรักมาตลอดสิบปีแต่ตอนนี้พอปลงตกได้แล้ว ภายในใจก็ไม่มีความหวั่นไหวใดๆ อีก สงบนิ่งดั่งบ่อน้ำเก่าแก่ความรู้สึกชอบเธอ มันเหมือนกลายเป็นเรื่องของชาติที่แล้วไปซะแล้วหยาดน้ำตากลิ้งไหลลงมาจากหางตาของซ่งซือเยว่ เธอเผยอริมฝีปากสีแดงระเรื่อ น้ำเสียง
เห็นเขาวิ่งหน้าตั้งเข้ามา เอาตัวบังซ่งซือเยว่ไว้ด้านหลัง แล้วจ้องหน้าผมด้วยท่าทีเอาเรื่อง“เจียงเฉิง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ แกอย่าหวังว่าจะมารังแกเยว่เยว่ได้นะ!”“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกินอย่างแก ก็แค่อยากจะเกาะเยว่เยว่ไว้ไม่ยอมหย่าไม่ใช่หรือไง ผู้ชายด้วยกันมองตาก็รู้ใจ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่!”ผมรู้อยู่แก่ใจว่าเขาก็แค่กำลังปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องเพื่อทำคะแนนให้ตัวเองเท่านั้นแหละผมเลยยกมือขึ้นขัดจังหวะเขาอย่างรำคาญ น้ำเสียงเย็นเยียบ“หุบปาก ฉันไม่มีเวลามาฟังแกเห่าหรอกนะ”พูดจบผมก็เตรียมจะเดินหนี แต่เสิ่นอวิ๋นโจวกลับไม่ยอมจบ เขาวิ่งพุ่งเข้ามาทำท่าจะล็อกตัวผมไว้ผมเลยเบี่ยงตัวกลับไปประเคนหมัดหนักๆ เข้าที่ท้องของเขาเต็มเปา ต่อยซะจนเขาล้มลงไปนอนกลิ้งกับพื้น“ถ้าอยากตายนัก ก็เข้ามาเลย”เสิ่นอวิ๋นโจวรู้สึกเสียหน้า เลยคิดจะตอบโต้ วินาทีต่อมา เสียงตบหน้าก็ดังสนั่นลั่นอากาศ เป็นซ่งซือเยว่ที่ตบหน้าเสิ่นอวิ๋นโจวฉาดใหญ่เธอถลึงตาถมึงทึงใส่เสิ่นอวิ๋นโจวที่ถูกตบจนหน้าหัน แล้วตวาดด้วยความโกรธจัด“ไสหัวไปซะ!”“แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร! ถ้ากล้าแตะต้องเขาล่ะก็ ฉัน
และความทุ่มเททำงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาของผมก็ได้รับผลตอบแทน ในไม่ช้าผมก็ได้ตีพิมพ์รายงานทางวิชาการฉบับใหม่วันนี้ อาจารย์ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้ เพื่อนร่วมงานก็ขึ้นป้ายผ้าแสดงความยินดีให้ผม บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษผมอุ้มช่อดอกไม้ที่โจวหลินกับเสี่ยวอ้ายเอามามอบให้ เผยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงนี่คงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีมานี้เลยล่ะเมื่องานจบลง ผมเดินออกจากโรงแรมท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม รู้สึกสบายทั้งกายและใจคิดไม่ถึงว่า พอออกมาปุ๊บก็เจอซ่งซือเยว่พาเจียงเถียนมาดักรอ ในอ้อมแขนของพวกเธอก็อุ้มช่อดอกไม้มาด้วยเหมือนกันพอเห็นผมปรากฏตัว ซ่งซือเยว่ก็รีบเดินเข้ามาหา สีหน้าดูประหม่าเล็กน้อย“เจียงเฉิง ยินดีด้วยนะ”เจียงเถียนถึงกับพูดจาว่านอนสอนง่าย “พ่อคะ พ่อเก่งจังเลย”น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาตินี้ทำเอาเหมือนกับว่าพวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน ราวกับว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่พวกเธอทำได้ ผมทำไม่ได้ซ่งซือเยว่ก้าวเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาแฝงไปด้วยการหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงอ่อนโยน“อาเฉิง คืนนี้ครอบครัวเราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้
แกมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ อ้าปากร้องเรียก “พ่อคะ หนูยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเลย ปวดท้องจะแย่แล้ว”แต่ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย“พ่อคะ พ่อทำซุปกระดูกหมูกับหมูสามชั้นน้ำแดงให้หนูกินหน่อยได้มั้ย”คราวนี้ผมเดินเบี่ยงหลบแกไปเลย แล้วล้วงกุญแจออกมาไขประตู“ไม่ได้”พอเห็นผมเด็ดขาดขนาดนี้ เจียงเถียนก็ชะงักไปนิดนึง ถึงได้รู้ตัวว่าผมไม่ได้กำลังล้อเล่น“พ่อคะ พ่อรักเถียนเถียนที่สุดไม่ใช่เหรอ พ่อจะทิ้งหนูไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”ผมหัวเราะ แล้วถามแกกลับไป “ทำไมล่ะ ฉันเอาสิทธิ์อะไรไปยุ่งกับเธอไม่ทราบ”“เจียงเถียน ฉันไม่ได้เป็นพ่อเธอตั้งนานแล้ว สิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูเธอเป็นของซ่งซือเยว่ ตอนแรกเธอก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือไงว่าจะอยู่กับแม่ แถมยังไล่ฉันให้ไสหัวออกจากบ้านของพวกเธอด้วย!”เจียงเถียนเริ่มลุกลี้ลุกลน แกยันตัวลุกขึ้นจากพื้น พยายามจะเข้ามาดึงแขนผมไว้“พ่อคะ ถึงพ่อกับแม่จะหย่ากันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นพ่อลูกกันแท้ๆ นะ สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเรามันก็สายเลือดเดียวกัน!”ใช่สิ ก็เพราะแกเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผมไง ตลอดสิบปีที่ผ่านมาผมถึงได้ทะนุถนอมแกราวกับไข่ในห





