Short
เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก

เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก

By:  เซี่ยวจู๋Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
12Chapters
43views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ช่วงวันหยุดยาววันชาติ ผมเตรียมแพลนเที่ยวล่วงหน้าเป็นเดือน ตั้งใจจะพาภรรยากับลูกไปเที่ยวชมที่สวยๆ งามๆ ของประเทศเรา แต่พอใกล้จะถึงเวลาเดินทาง สองแม่ลูกดันพากันหายตัวไปซะดื้อๆ ปล่อยให้ผมยืนตากฝนตกหนักอยู่ริมถนนคนเดียวตอนที่โทรหาพวกเธอ ปลายสาย เสียงเล็กๆ ของลูกสาวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด “แม่กำลังกินข้าวกับคุณลุงเสิ่น พวกเราไม่อยากไปแล้ว”! พอวางสายปุ๊บ ผมก็โดนบล็อกเบอร์ทันที สองแม่ลูกยังจงใจล็อกประตูขังผมไว้ข้างนอก ปล่อยให้ผมทนหนาวสั่นอยู่แบบนั้นทั้งคืน บวกกับที่โดนพายุฝนเมื่อวาน คืนนั้นผมเลยไข้ขึ้นสูงจนกลายเป็นปอดบวม ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังวุ่นอยู่กับการออกไปเที่ยวกับเสิ่นอวิ๋นโจว ครั้งนี้ ผมรู้ตัวแล้วว่าชีวิตคู่ของเรามันจบสิ้นลงแล้วจริงๆ

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ตอนที่ตื่นขึ้นมา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็ลอยคลุ้งเตะจมูก

ทั่วทั้งตัวไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่ปวดเมื่อย สติสัมปชัญญะเลือนลาง ทรมานสุดๆ

พอถามพยาบาลถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนผมสลบไปตรงหน้าประตูบ้าน แล้วเพื่อนบ้านก็เป็นคนพามาส่ง

จู่ๆ คำว่า “คุณลุงเสิ่น” ของลูกสาวก็ดังก้องขึ้นมาในหัว

เขาคือเสิ่นอวิ๋นโจว รักแรกของซ่งซือเยว่

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี ในห้องพักผู้ป่วยมีเสียงพูดคุยหยอกล้อของคนไข้เตียงอื่นกับครอบครัวดังขึ้นมาเป็นระยะ

แต่ที่หน้าเตียงของผมกลับว่างเปล่า ไม่มีใครเลยสักคน

ผมนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจโทรหาซ่งซือเยว่ แต่ก็ยังคงไม่มีคนรับสายเหมือนเดิม

ผมกดเข้าหน้าไทม์ไลน์ แล้วก็เห็นสเตตัสที่เธอเพิ่งอัปเดตไปเมื่อไม่นานนี้

“ฉลองวันเกิดให้ประเทศแม่ไปพร้อมกับคนที่รัก”

ในรูป ซ่งซือเยว่กับเสิ่นอวิ๋นโจวโอบลูกสาวเอาไว้คนละข้างแล้วหันหน้าเข้าหากล้อง ในมือถือธงชาติผืนเล็ก รอยยิ้มนั้นช่างดูหวานชื่นเหลือเกิน

ดูราวกับเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนจะอบอุ่น

มุมปากของผมยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเอง ถ้าบอกว่าไม่รู้สึกหนาวเหน็บในใจเลยก็คงโกหก

แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยเข้า ผมก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันไปเอง

ผมถึงขั้นกดไลก์ให้ด้วยซ้ำ ก่อนจะวางมือถือลง

หลายวันหลังจากนั้น ผมนอนอยู่โรงพยาบาลนานแค่ไหน ซ่งซือเยว่ก็พาลูกสาวออกไปเที่ยวเล่นกับเสิ่นอวิ๋นโจวนานแค่นั้น

จนกระทั่งถึงวันออกจากโรงพยาบาล ผมก็ยังคงต้องเก็บของกลับบ้านเงียบๆ คนเดียว

ทันทีที่เปิดประตูบ้าน เสียงหัวเราะร่าเริงของซ่งซือเยว่กับเจียงเถียนก็ดังแว่วออกมาจากข้างใน

สองแม่ลูกกำลังนั่งอยู่บนโซฟา รอบตัวเต็มไปด้วยกล่องของขวัญน้อยใหญ่ที่ห่ออย่างประณีต ดูแล้วราคาคงไม่เบา

พอสังเกตเห็นการมาของผม ทั้งสองคนก็หุบยิ้มเปลี่ยนสีหน้าทันที

สีหน้าเย็นชา เชิดหน้าหยิ่งยโส ราวกับว่าผมเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพวกเธออย่างนั้นแหละ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเป็นฝ่ายทำลายกำแพงน้ำแข็งเข้าไปคุยกับสองแม่ลูกก่อนแน่ๆ

แต่ตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจของผมมันเหนื่อยล้าไปหมด สูญสิ้นความรู้สึกอยากจะทำอะไรทั้งนั้น

ซ่งซือเยว่ในตอนนี้กำลังนั่งไขว่ห้าง จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาไม่พอใจ

“เจียงเฉิง นี่คุณหนีไปเถลไถลที่ไหนมา!”

“หายหัวไปตั้งหลายวัน ข่าวคราวก็ไม่มี เพิ่งจะโผล่หัวกลับมาป่านนี้ คุณเป็นพ่อประสาอะไร!”

ผมรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก

เธอคงจะออกไปเที่ยวกับลูกสาวและเสิ่นอวิ๋นโจวเพลินจนลืมดูละมั้ง ถึงไม่เห็นสายเรียกเข้าเป็นสิบๆ สายของผมเลย

แต่มันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งไม่ใช่หรือไง ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาของเธอ แต่สุดท้ายก็โยนความผิดทั้งหมดมาให้ผมอยู่ดี

ดังนั้นผมเลยไม่มีอารมณ์จะไปเถียงกับเธอ ไร้สาระสิ้นดี

พอเห็นท่าทีของผม ซ่งซือเยว่ก็ปักใจเชื่อว่าผมกำลังหาเรื่องไร้เหตุผลอีกแล้ว

เธอส่งสายตาเหยียดหยามมองแรงใส่ผม ก่อนจะยกเล็บที่เพิ่งทำมาใหม่ขึ้นมาพิจารณา แล้วค่อยๆ อ้าปากพูด

“เจียงเฉิง นี่คุณจะมางี่เง่าอะไรอีก!”

“ก็แค่ฉันกับเถียนเถียนไม่ได้ไปเที่ยวกับคุณ เรื่องแค่นี้ คุณต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!”

เล่นใหญ่เหรอ มันก็สมควรแล้วไหม

“วันนั้นก็แค่อวิ๋นโจวชวนฉันกับเถียนเถียนกินข้าวพอดี ก็เลยขึ้นเครื่องไม่ทัน เขามาอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเขาสักหน่อยมันจะเป็นไรไป เป็นผู้ชายอกสามศอกซะเปล่า ทำตัวใจแคบไปได้!”

เขาไม่มีญาติพี่น้อง แล้วผมล่ะ

พ่อแม่ผมก็ด่วนจากไปตั้งนานแล้ว ผมเองก็ตัวคนเดียวเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

ผมมองผู้หญิงตรงหน้าที่ผมรักมาหลายปี จู่ๆ ก็รู้สึกแปลกหน้าเหลือเกิน

สิบปีที่ทุ่มเทไป มันไม่คุ้มค่าเอาซะเลยจริงๆ

ส่วนเจียงเถียนลูกสาวของผมก็เริ่มพูดเข้าข้างซ่งซือเยว่ ความรังเกียจที่มีต่อผมมันแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน

“คุณพ่อนี่ใจแคบสุดๆ ไปเลย ไม่เห็นจะใจป้ำแถมยังใจดีเหมือนคุณลุงเสิ่นเลยสักนิด พ่อดูสิ ของพวกนี้คุณลุงเขาซื้อให้หนูทั้งนั้นเลยนะ!”

“พ่อเอาแต่ทำให้แม่ไม่พอใจ เถียนเถียนไม่ชอบพ่อแล้ว!”

“หนูจะเอาคุณลุงเสิ่นมาเป็นพ่อของหนู!”

นี่สินะ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่ผมรักนักรักหนา ทะนุถนอมประหนึ่งไข่ในหิน

แต่สุดท้ายแล้ว ในใจเธอ พ่อแท้ๆ อย่างผมกลับสู้คนนอกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

น่าขันสิ้นดี

ก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจ พอเจ็บซ้ำๆ บ่อยเข้า มันก็ตายด้านไปเอง

ในเมื่อสองแม่ลูกไม่เห็นหัวผมขนาดนี้ งั้นผมก็จะจัดให้ตามคำขอ

วินาทีต่อมา ผมหยิบหนังสือหย่าออกมาจากกระเป๋าอย่างไม่ลังเล แล้ววางแหมะลงตรงหน้าซ่งซือเยว่

“หย่ากันเถอะ”

จากนั้นผมก็หันไปมองเจียงเถียนที่กำลังเบะปาก “แบบนี้ลูกก็จะได้มีพ่อคนใหม่แล้วไง”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
12 Chapters
บทที่ 1
ตอนที่ตื่นขึ้นมา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก็ลอยคลุ้งเตะจมูกทั่วทั้งตัวไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่ปวดเมื่อย สติสัมปชัญญะเลือนลาง ทรมานสุดๆพอถามพยาบาลถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนผมสลบไปตรงหน้าประตูบ้าน แล้วเพื่อนบ้านก็เป็นคนพามาส่งจู่ๆ คำว่า “คุณลุงเสิ่น” ของลูกสาวก็ดังก้องขึ้นมาในหัวเขาคือเสิ่นอวิ๋นโจว รักแรกของซ่งซือเยว่ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดี ในห้องพักผู้ป่วยมีเสียงพูดคุยหยอกล้อของคนไข้เตียงอื่นกับครอบครัวดังขึ้นมาเป็นระยะแต่ที่หน้าเตียงของผมกลับว่างเปล่า ไม่มีใครเลยสักคนผมนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจโทรหาซ่งซือเยว่ แต่ก็ยังคงไม่มีคนรับสายเหมือนเดิมผมกดเข้าหน้าไทม์ไลน์ แล้วก็เห็นสเตตัสที่เธอเพิ่งอัปเดตไปเมื่อไม่นานนี้“ฉลองวันเกิดให้ประเทศแม่ไปพร้อมกับคนที่รัก”ในรูป ซ่งซือเยว่กับเสิ่นอวิ๋นโจวโอบลูกสาวเอาไว้คนละข้างแล้วหันหน้าเข้าหากล้อง ในมือถือธงชาติผืนเล็ก รอยยิ้มนั้นช่างดูหวานชื่นเหลือเกินดูราวกับเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกที่แสนจะอบอุ่นมุมปากของผมยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเอง ถ้าบอกว่าไม่รู้สึกหนาวเหน็บในใจเลยก็คงโกหกแต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยเข้า ผมก็เริ่มมีภูมิคุ้มกันไปเ
Read more
บทที่ 2
พอพูดคำนี้ออกไป สองแม่ลูกบนโซฟากลับไม่มีแม้แต่ทีท่าว่าจะเปลี่ยนสีหน้า ซ้ำยังรู้สึกว่าผมไม่เจียมกะลาหัวตัวเองเสียด้วยซ้ำ“เจียงเฉิง คุณมาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แบบนี้มันสนุกนักหรือไง!”“เดิมทีคุณก็เป็นคนผิดอยู่แล้ว พวกเราก็แค่ให้คุณอยู่ข้างนอกเพื่อทบทวนความผิดตัวเองสักคืน มันจะมีปัญหาอะไร!”ผมอ้าปากจะพูด แต่ก็ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะโต้ตอบเธอพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับลืมไปแล้วว่าภาคเหนือในเดือนนี้อากาศมันเย็นลงตั้งนานแล้วก่อนหน้านี้ผมต้องยืนตากพายุฝนอยู่ริมถนนเป็นชั่วโมงๆ เพื่อรอพวกเธอสองแม่ลูก แถมยังต้องทนอยู่ข้างนอกที่อุณหภูมิต่ำเตี้ยเรี่ยดินทั้งคืน ผลก็คือไข้ขึ้นสูงจนกลายเป็นปอดบวมยังดีที่มีคนนอกใจดีพาผมไปส่งโรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นชีวิตผมคงจบสิ้นไปแล้วผมมีสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขื่น“ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว เซ็นซะเถอะ”เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของซ่งซือเยว่ก็ดูประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อก่อนมีแต่เธอที่เป็นฝ่ายขู่ฟ้องหย่าเวลาที่อารมณ์เสีย ผมเคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนที่ไหนกัน“เจียงเฉิง คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”อาการตกค้างจากไข้สูงทำให้ร่างกายของผมไร้เรี่ยวแรง
Read more
บทที่ 3
ผมกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ที่ซื้อไว้ก่อนแต่งงานเพียงลำพัง แล้วจัดแจงข้าวของให้เข้าที่ทรัพย์สินที่เป็นชื่อผมมีไม่มากนัก อพาร์ตเมนต์ห้องนี้เป็นของมีค่าชิ้นเดียวที่ผมมีเดิมที ผมยังคิดจะโอนชื่อให้เป็นของเจียงเถียนด้วยซ้ำ เพราะสำหรับผมแล้ว นี่คือความรักที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่พ่อคนหนึ่งจะมอบให้ลูกสาวได้แต่คิดไม่ถึงเลยว่า เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของเสิ่นอวิ๋นโจวในตอนนั้น“บ้านทั้งเก่าทั้งโทรมขนาดนี้ เถียนเถียนจะไปอยู่ชินได้ยังไง ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ไม่สมฐานะคุณหนูตระกูลซ่งของเธอด้วย”ดังนั้น เจียงเถียนที่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายในตระกูลซ่ง พอเจอเขาพูดกรอกหูแบบนี้ ก็ดันเห็นดีเห็นงามไปด้วย ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้น ปฏิเสธไม่อยากได้อพาร์ตเมนต์ห้องนี้ของผม“หนูไม่เอาบ้านโทรมๆ แบบนั้นหรอก หนูจะอยู่คฤหาสน์ของแม่!”มองดูเธอร้องโวยวาย จู่ๆ ผมก็รู้สึกใจหายวาบซ่งซือเยว่รีบเข้าไปกอดปลอบลูกสาวด้วยความสงสารจับใจ “ไม่ร้องนะเด็กดี แม่ไม่ปล่อยให้หนูไปอยู่บ้านแบบนั้นหรอก”จากนั้นเธอก็หันมาถลึงตาใส่ผมอย่างเอาเรื่อง แล้วตวาดแหว“เจียงเฉิง นี่คุณหมายความว่าไง จะให้ลูกสา
Read more
บทที่ 4
พอได้ยินเสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่จากปลายสาย ผมก็พูดต่อ“รบกวนคุณรีบหาเวลาไปหย่าที่สำนักงานเขตให้มันจบๆ ไปด้วยนะ”พูดรวดเดียวจบ ผมก็ชิงตัดสายทิ้งทันทีจากนั้นก็จับช่องทางการติดต่อของเธอทั้งหมดโยนเข้าแบล็กลิสต์ไปซะคืนนี้ผมหลับสนิทตลอดคืน แต่กลับฝันยาวมากๆในฝัน ผมเหมือนได้ย้อนกลับไปตอนอายุสิบแปดอีกครั้งตอนนั้นผมเพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัย ชีวิตค่อนข้างขัดสน เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอม ผมเลยไปรับจ้างสอนพิเศษด้วยความที่โปรไฟล์การศึกษาดี ผมเลยสอบผ่านเข้าไปสอนในตระกูลซ่งที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นได้สำเร็จคนที่ผมสอนคือลูกสาวคนเล็กของตระกูลซ่ง ซึ่งก็คือน้องสาวของซ่งซือเยว่นั่นเองผมจำวันที่เจอซ่งซือเยว่ครั้งแรกได้แม่นยำเด็กสาวในชุดแจ็กเก็ตหนังขี่มอเตอร์ไซค์ ผมสีเกาลัดเป็นประกายระยิบระยับยามกระทบแสงแดด ดูโดดเด่นและสดใส ดึงดูดสายตาผมไปเต็มๆ ตั้งแต่แรกเห็นคนเรามักจะตกหลุมรักคนที่แตกต่างจากตัวเองอย่างสิ้นเชิงเสมอในขณะที่ผมกำลังมองเธออย่างเหม่อลอย ซ่งซือเยว่ก็เดินลับสายตาไป แล้วกระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังแว่วออกไปไกลนั่นคือเสิ่นอวิ๋นโจว รักแรกขอ
Read more
บทที่ 5
วันที่สี่หลังจากผมย้ายออกมา ผมก็ได้รับสายจากเบอร์แปลกน้ำเสียงของผู้หญิงปลายสายฟังดูห่างเหินแต่ก็สุภาพ“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณพ่อของเจียงเถียนหรือเปล่าคะ”“ขอรบกวนเวลาหน่อยนะคะคุณเจียง ฉันเป็นครูประจำชั้นของเจียงเถียนค่ะ คือว่าวันนี้โรงเรียนมีประชุมผู้ปกครอง แต่มีแค่ผู้ปกครองของเจียงเถียนที่ไม่ได้มา เด็กซนๆ บางคนก็เลยล้อแกเข้า ยัยหนูแกเป็นคนใจร้อนก็เลยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนๆ นิดหน่อยค่ะ”“สถานการณ์แบบนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของเด็กนะคะ ตอนนี้ฉันโทรหาคุณแม่ของเธอไม่ติดเลย ก็เลยต้องโทรหาคุณ คุณพ่อพอจะปลีกเวลามาที่โรงเรียนตอนนี้เลยได้ไหมคะ”ฟังจบ ผมก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเหลือบมองวันที่บนมือถือ วันนี้เป็นวันประชุมผู้ปกครองของเจียงเถียนจริงๆ ด้วย แถมเมื่อไม่กี่วันก่อนผมยังเตรียมตัวที่จะไปอยู่เลยกระทั่งการประชุมผู้ปกครองทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก็เป็นคนไปออกหน้าตลอดเพราะเวลาซ่งซือเยว่งานยุ่ง เธอแทบจะไม่มีเวลาดูแลตัวเองด้วยซ้ำ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปใส่ใจเจียงเถียนความเหนื่อยล้าสายหนึ่งเอ่อท้นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ขอโทษด้วยนะครับ ผมกับแ
Read more
บทที่ 6
เพิ่งจะเดินเข้าประตูห้องส่วนตัวมา เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็วิ่งชนเข้าที่อ้อมอกผมเต็มๆ พร้อมกันนั้นเสียงของโจวหลินก็ดังขึ้น“ช้าๆ หน่อย ยัยหนูแก้วตาดวงใจของพ่อ”ผมย่อตัวลงลูบหัวเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา หว่างคิ้วและดวงตามีส่วนคล้ายคลึงกับโจวหลินอยู่บ้างโจวหลินเดินเข้ามาตบไหล่ผมอย่างอารมณ์ดีสุดๆ“พี่เจียง ไม่เจอกันตั้งนานนะ”“นี่เสี่ยวอ้าย ลูกสาวฉันเอง ตอนแกเกิดพี่ยังเคยมาอุ้มอยู่เลย อายุเท่าลูกสาวพี่แหละ”สิ้นเสียง เด็กน้อยก็โผเข้ากอดคอผมแล้วร้องทัก “สวัสดีค่ะพ่อทูนหัว” ทั้งว่านอนสอนง่ายแถมยังมีมารยาทอีกต่างหากระหว่างกินข้าว พอรู้ว่าผมใช้ชีวิตได้ไม่ค่อยดีนักแถมยังหย่าแล้ว เหล่าโจวก็ออกโรงทวงความยุติธรรมแทนผมทันที“ซ่งซือเยว่อะไรนั่นไม่ได้เห็นพี่เป็นผัวเลยสักนิด ยัยนั่นไม่คู่ควรกับความรักของพี่เลยด้วยซ้ำ!”“แล้วก็ลูกสาวอกตัญญูพันธุ์นั้นของพี่น่ะ ทำคนฟังใจสลายเกิ๊น ตัดหางปล่อยวัดไปได้ก็ดี!”“สำหรับฉันนะ หย่ากันได้น่ะดีแล้ว!”สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ไม่เห็นด้วยที่ผมคบกับซ่งซือเยว่อยู่แล้ว เขาคิดว่าเราสองคนศีลไม่เสมอกัน เป็นคนละเส้นทางกันซ่งซือเยว่มีนิสัยคุณหนูจ๋
Read more
บทที่ 7
ซ่งซือเยว่ที่อยู่ด้านหลังพอเห็นผมสงบนิ่งขนาดนี้ ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนกระทืบเท้าเร่าๆในที่สุดผมก็หาเสี่ยวอ้ายเจอ แถมยังหยิบคุกกี้ที่ทำมาให้แกออกมาด้วย เด็กน้อยยิ้มหน้าบาน“ว้าว พ่อทูนหัวเก่งเกินไปแล้ว!”“อร่อยจังเลย นี่เป็นคุกกี้ที่อร่อยที่สุดเท่าที่หนูเคยทานมาเลยค่ะ”แกพูดไปพลางแบ่งให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ไปพลาง เด็กช่างพูดยังเอ่ยชมว่า “เสี่ยวอ้าย พ่อทูนหัวของเธอใจดีจัง อิจฉาเธอสุดๆ ไปเลย!”“แหงล่ะ พ่อทูนหัวของฉันไม่แค่ทำอาหารอร่อยนะ แต่ยังวิจัยยาเป็นด้วย ช่วยชีวิตคนได้ตั้งเยอะแยะ ยอดเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ!”มองดูสีหน้าภาคภูมิใจของเสี่ยวอ้ายแล้ว หัวใจของผมก็อบอุ่นขึ้นมานี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยได้สัมผัสจากเจียงเถียนเลยจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณครูบอกว่าแกกินข้าวที่โรงเรียนไม่อิ่มตอนนั้นผมร้อนใจมาก ตั้งใจทำข้าวกล่องกับน้ำผลไม้แล้วรีบเอาไปส่งให้แต่แกกลับเททั้งหมดลงถังขยะต่อหน้าต่อตาผม แถมยังอาละวาดเอาแต่ใจ“หนูไม่กินของพวกนี้หรอก หนูจะกินอาหารฝรั่งร้านที่คุณลุงเสิ่นพาไปกิน!”“แล้วก็ วันหลังพ่อไม่ต้องเอาของถูกๆ พวกนี้มาส่งให้ที่โรงเรียนอีกนะ ถ้าเพื่อนมาเห็นเข้า พวกนั้นได้หัวเร
Read more
บทที่ 8
ส่วนเจียงเถียนกัดริมฝีปากมองผม แววตากลับเผยให้เห็นถึงความน้อยใจอยู่บ้างผมล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆแกเกลียดที่สุดเวลาที่ผมแสดงความห่วงใยต่อหน้าคนอื่นไม่ใช่หรือไง แล้วมาทำท่าทางแบบนี้ให้ใครดูกันอีกอย่าง ตอนนี้ผมกับพวกเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้วดังนั้นผมจึงไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกเธอเลยสักนิดแต่เสี่ยวอ้ายกลับกางแขนขวางหน้าผมเอาไว้ เพื่อปกป้องผม“พวกคนนิสัยไม่ดี ห้ามมารังแกพ่อทูนหัวของหนูนะ!”ถึงยังไงเจียงเถียนก็ยังเป็นเด็ก พอโดนยั่วโมโหเข้าหน่อยก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่ แกตะโกนใส่เสี่ยวอ้ายเสียงดัง“เขาเป็นพ่อของฉัน ไม่ใช่พ่อของเธอ!”นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเถียนยอมรับต่อหน้าคนนอกว่าผมเป็นพ่อของแกแต่ผมรู้ดี แกก็แค่มองผมเป็นของของตัวเอง ไม่ยอมให้คนอื่นมาแย่งไปก็เท่านั้นนี่มันไม่ใช่ความรักหรอกพอเห็นว่าแกกำลังจะพุ่งเข้ามาผลักเสี่ยวอ้าย ผมก็รีบคว้าตัวเจียงเถียนเอาไว้ แต่แกดันไม่ระวังสะดุดล้มลงไปกองกับพื้นซะเองผมไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะมองซ้ำด้วยซ้ำอยากจะรังแกคนอื่นก่อนเอง สมน้ำหน้า“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ เราตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันไปตั้งนานแล้ว ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ”พูดจบ ผมก็พาเส
Read more
บทที่ 9
แกมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ อ้าปากร้องเรียก “พ่อคะ หนูยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเลย ปวดท้องจะแย่แล้ว”แต่ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย“พ่อคะ พ่อทำซุปกระดูกหมูกับหมูสามชั้นน้ำแดงให้หนูกินหน่อยได้มั้ย”คราวนี้ผมเดินเบี่ยงหลบแกไปเลย แล้วล้วงกุญแจออกมาไขประตู“ไม่ได้”พอเห็นผมเด็ดขาดขนาดนี้ เจียงเถียนก็ชะงักไปนิดนึง ถึงได้รู้ตัวว่าผมไม่ได้กำลังล้อเล่น“พ่อคะ พ่อรักเถียนเถียนที่สุดไม่ใช่เหรอ พ่อจะทิ้งหนูไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”ผมหัวเราะ แล้วถามแกกลับไป “ทำไมล่ะ ฉันเอาสิทธิ์อะไรไปยุ่งกับเธอไม่ทราบ”“เจียงเถียน ฉันไม่ได้เป็นพ่อเธอตั้งนานแล้ว สิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูเธอเป็นของซ่งซือเยว่ ตอนแรกเธอก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือไงว่าจะอยู่กับแม่ แถมยังไล่ฉันให้ไสหัวออกจากบ้านของพวกเธอด้วย!”เจียงเถียนเริ่มลุกลี้ลุกลน แกยันตัวลุกขึ้นจากพื้น พยายามจะเข้ามาดึงแขนผมไว้“พ่อคะ ถึงพ่อกับแม่จะหย่ากันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นพ่อลูกกันแท้ๆ นะ สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเรามันก็สายเลือดเดียวกัน!”ใช่สิ ก็เพราะแกเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผมไง ตลอดสิบปีที่ผ่านมาผมถึงได้ทะนุถนอมแกราวกับไข่ในห
Read more
บทที่ 10
และความทุ่มเททำงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาของผมก็ได้รับผลตอบแทน ในไม่ช้าผมก็ได้ตีพิมพ์รายงานทางวิชาการฉบับใหม่วันนี้ อาจารย์ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้ เพื่อนร่วมงานก็ขึ้นป้ายผ้าแสดงความยินดีให้ผม บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษผมอุ้มช่อดอกไม้ที่โจวหลินกับเสี่ยวอ้ายเอามามอบให้ เผยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงนี่คงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีมานี้เลยล่ะเมื่องานจบลง ผมเดินออกจากโรงแรมท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม รู้สึกสบายทั้งกายและใจคิดไม่ถึงว่า พอออกมาปุ๊บก็เจอซ่งซือเยว่พาเจียงเถียนมาดักรอ ในอ้อมแขนของพวกเธอก็อุ้มช่อดอกไม้มาด้วยเหมือนกันพอเห็นผมปรากฏตัว ซ่งซือเยว่ก็รีบเดินเข้ามาหา สีหน้าดูประหม่าเล็กน้อย“เจียงเฉิง ยินดีด้วยนะ”เจียงเถียนถึงกับพูดจาว่านอนสอนง่าย “พ่อคะ พ่อเก่งจังเลย”น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาตินี้ทำเอาเหมือนกับว่าพวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน ราวกับว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่พวกเธอทำได้ ผมทำไม่ได้ซ่งซือเยว่ก้าวเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาแฝงไปด้วยการหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงอ่อนโยน“อาเฉิง คืนนี้ครอบครัวเราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status