Masukจ้านอ๋องกล่าวเสียงเย็น หนิงเฉิงมองทหารม้าที่ปิดช่องเขา ก่อนหันกลับไปเห็นกองกำลังบนเนินตะวันออกกำล
“ข้อกล่าวหาร้ายแรงมาก”เชลยเห็นว่านางไม่ได้โกรธหรือปฏิเสธทันที จึงรีบกล่าวต่อ“พระชายาคงสังเกตแล้วว่า หลังจับหนิงเฉิงได้ จ้านอ๋องไม่ยอมส่งตัวเขาเข้าหลวง ทั้งยังเก็บหลักฐานไว้กับตนเอง ผู้ที่คิดปกป้องราชสำนักจริง เหตุใดจึงไม่รีบรายงานทุกอย่างต่อฮ่องเต้”“เพราะเส้นทางส่งข่าวถูกแทรกแซง”อวี่ซีตอบ“หรือเพราะท่านอ๋องต้องการใช้หลักฐานเหล่านั้นต่อรองกับราชสำนัก”เชลยกล่าว“เมื่อพระชายาขอหนังสือหย่า เขาจึงรู้ว่าท่านอาจไม่ยืนอยู่ข้างเขาอีกต่อไป หากปล่อยให้เดินทางถึงเมืองหลวง ท่านอาจเปิดเผยทุกอย่างเพื่อแลกกับอิสรภาพ”คำว่า “หนังสือหย่า” ทำให้อวี่ซีหรี่ตาลงเรื่องนี้มีผู้รู้ไม่มากนอกจากนางกับเซียวจิ้งเหยียน มีเพียงคนรับใช้ใกล้ชิดที่อาจเดาได้จากท่าทีภายหลัง แต่ไม่มีผู้ใดควรรู้รายละเอียดชัดเจนถึงขั้นนำมาใช้ในคำกล่าวหาเซียวจิ้งเหยียนเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก“ผู้ใดบอกเรื่องหนังสือหย่าแก่เจ้า”เชลยตอบทันที“พระองค์เอ
มือสังหารของใครหลังการลอบโจมตี ขบวนของจ้านอ๋องไม่ได้เดินทางต่อในทันทีเซียวจิ้งเหยียนสั่งให้ทหารตั้งแนวป้องกันรอบพื้นที่เปิดกลางป่าสน ตรวจค้นตามโขดหินและทางลาดทุกด้าน ขณะเดียวกันหมอทหารเร่งรักษาผู้บาดเจ็บ ส่วนศพของมือสังหารถูกจัดวางเรียงไว้เพื่อค้นหลักฐานทีละคนอาวุธทุกชิ้นมีลักษณะคล้ายกันดาบสั้นทำจากเหล็กชั้นดี หน้าไม้ขนาดเล็กซึ่งสามารถซ่อนใต้แขนเสื้อ และลูกดอกที่มีตราของกองอาวุธหลวงสลักอยู่ตรงโคน แม้ตราหลายชิ้นถูกขูดจนเลือน แต่ยังมองเห็นรูปมังกรห้าเล็บโอบเมฆได้ชัดเจนยิ่งตรวจสอบ หลักฐานก็ยิ่งชี้ตรงไปยังเมืองหลวงแต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าตราอาวุธ คือมือสังหารเหล่านี้รู้เส้นทางใหม่ของขบวนอวี่ซีเป็นผู้เสนอให้เปลี่ยนจากเส้นทางเมืองชิงอันมาใช้ทางป่าสนก่อนออกเดินทางเพียงไม่นาน ผู้ที่วางกำลังซุ่มอยู่ตรงจุดนี้จึงต้องได้รับข่าวหลังจากแผนถูกเปลี่ยนแล้วหมายความว่าภายในขบวนมีคนส่งข่าวออกไป หรือคนในหลินโจวซึ่งรู้เส้นทางได้ส่งสารล่วงหน้าด้วยวิธีบางอย่างอวี่ซียืนอยู่ข้างรถม้าซึ่งผนังเต็มไปด้วยรอยลูกธนู ซูเหยากำ
ชายชุดดำคนหนึ่งกัดยาพิษซึ่งซ่อนอยู่ในฟันก่อนถูกจับ ทำให้ล้มลงเสียชีวิตทันทีเซียวจิ้งเหยียนสั่งเสียงเข้ม“จับเป็นให้ได้อย่างน้อยหนึ่งคน ตรวจปากทุกคนก่อนคุมตัว!”ทหารรีบใช้ผ้าอุดปากเชลยสองคนและมัดมือแน่นเมื่อสถานการณ์สงบลง เขาควบม้าไปยังพื้นที่เปิดซึ่งรถม้าของอวี่ซีจอดอยู่ประตูรถมีรอยแตก ลูกธนูหลายดอกปักอยู่ตามผนัง องครักษ์สองคนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเซียวจิ้งเหยียนกระโดดลงจากม้าแล้วเปิดประตูทันที“อวี่ซี”นางนั่งอยู่ด้านใน สีหน้าสงบ แต่แก้มด้านขวามีรอยเลือดบางจากเศษไม้บาดสายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที“เจ้าบาดเจ็บ”“เพียงรอยขีดข่วน”“ซูเหยา ทำแผลให้นาง”เขาสั่ง ก่อนหันไปถามเยี่ยนหลัว“เกิดอะไรขึ้นภายในรถ”เยี่ยนหลัวรายงานทุกอย่างอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินว่ามีลูกดอกเฉียดใบหน้าอวี่ซี เซียวจิ้งเหยียนกำมือแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นชัด“นำตัวเชลยมา”ทหารลากมือสังหารสองคนมาคุกเข่
วันแรกของการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น พวกเขาใช้เส้นทางเหนือซึ่งคดเคี้ยวผ่านแนวป่าสน ถนนแคบกว่าทางหลวง แต่ไม่มีหมู่บ้านใหญ่และควบคุมผู้คนเข้าออกได้ง่ายอวี่ซีใช้เวลาส่วนใหญ่ตรวจเอกสารภายในรถม้า บางครั้งเรียกนายกองเข้ามาถามเรื่องเส้นทาง บางครั้งหารือกับเยี่ยนหลัวเรื่องคนในราชสำนักที่อาจเกี่ยวข้องกับเสนาบดีฝ่ายขวาซูเหยานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยเทน้ำชาและจัดยาเมื่อรถม้าหยุดพักกลางวัน เสียงเคาะด้านนอกก็ดังขึ้น“พระชายา เป็นข้า”เสียงของเซียวจิ้งเหยียนดังผ่านม่านอวี่ซีเปิดประตูเขายืนอยู่ด้านล่างพร้อมถาดอาหารซึ่งมีข้าว เนื้อแห้ง และน้ำแกงร้อน“เหตุใดท่านนำมาเอง”“คนครัวบอกว่าเจ้าไม่ยอมลงจากรถ”“ข้ากำลังตรวจบัญชี”“กินก่อน”น้ำเสียงของเขาไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธอวี่ซีมองเขาเล็กน้อย ก่อนรับถาดมา“ท่านควรพักบาดแผล”“ข้าสบายดี”“หมอทหารบอกว่ายังไม่หาย”เซียวจิ้งเหยียนเงียบไปชั่วขณะ
“ท่านเอาองครักษ์ส่วนตัวให้ข้า แล้วผู้ใดจะคุ้มกันท่าน”“ข้ามีทหารพอ”“นี่ไม่ใช่คำตอบ”เซียวจิ้งเหยียนมองนางนิ่ง ก่อนกล่าว“ข้าไม่ไว้ใจคนที่ราชสำนักส่งมา และไม่ไว้ใจเส้นทางระหว่างหลินโจวกับเมืองหลวง”“แต่ท่านก็ควรเป็นเป้าหมายหลัก”“เจ้าเป็นเป้าที่อ่อนแอกว่าในสายตาพวกเขา”น้ำเสียงของเขาเย็นลง“หากฆ่าข้าไม่ได้ พวกเขาอาจเลือกฆ่าเจ้าเพื่อทำลายหลักฐานหรือบีบให้ข้าสูญเสียการควบคุม”อวี่ซีหรี่ตาเล็กน้อย“ท่านคิดว่าการตายของข้าจะทำให้ท่านเสียการควบคุมหรือ”คำถามนั้นทำให้เซียวจิ้งเหยียนเงียบไปชั่วขณะทหารและคนรับใช้ซึ่งยืนอยู่ใกล้ต่างพากันก้มหน้า ไม่มีผู้ใดกล้ามองตรงมาทางทั้งสองในที่สุดเขาจึงตอบ“ข้าไม่คิดปล่อยให้เกิดเรื่องนั้น”อวี่ซีไม่ซักต่อนางรู้ว่าแม้เขาจะไม่ยอมพูดตรง ๆ แต่คำตอบนั้นมีความหมายชัดเจนกว่าที่ผ่านมา“ข้ารับรถม้าไว้”นางกล่าว&
“รับพระบัญชา”อวี่ซีก้มศีรษะตามพิธี แต่แววตาไม่อ่อนลงเมื่อทุกคนลุกขึ้น ขันทีผู้นั้นหันมามองนาง“พระชายา ฝ่าบาททรงได้ยินเรื่องความสามารถของพระองค์มามาก คงทรงรอพบด้วยความสนพระทัย”อวี่ซียิ้มบาง“หม่อมฉันน้อมรับพระเมตตา”หลังพิธีสิ้นสุด ขันทีถูกพาไปพักในเรือนรับรองเซียวจิ้งเหยียนกับอวี่ซีกลับเข้าห้องบัญชาการ ราชโองการถูกวางลงข้างจดหมายซึ่งมีตราของเสนาบดีฝ่ายขวาของสองสิ่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันสิ่งหนึ่งเป็นหลักฐานว่าเมืองหลวงอาจอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายอีกสิ่งเป็นคำสั่งให้พวกเขาเดินเข้าไปยังศูนย์กลางของอำนาจนั้นด้วยตนเองอวี่ซีมองม้วนผ้าไหมสีทอง“พวกเขาไม่คิดให้เรามีเวลาตั้งตัว”เซียวจิ้งเหยียนตอบ“เช่นนั้นเราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมภายในเวลาที่มี”เขาหันไปสั่งเผยจื่ออัน“ปิดข่าวเรื่องตราเสนาบดีฝ่ายขวา เพิ่มคนเฝ้าหนิงเฉิงเป็นสองเท่า และเตรียมหน่วยคุ้มกันที่ไว้ใจได้”จากนั้นจึงมองอวี่ซี“







