Share

ความจริงปรากฏ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-04 08:41:29

"ข้าอยากไปหอสมุด ที่นี่มีหอสมุดหรือไม่"

หลี่ซิ่วหนิงถามขึ้น จื่อรั่วรู้ดีว่าในเมืองนี้มีหอสมุดแห่งหนึ่ง แต่นางมิอยากให้คุณหนูใหญ่ออกนอกจวนจึงอาสาว่าจะไปหยิบยืมมาให้

"ข้าจะไปยืมมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ต้องการอ่านเรื่องใดเจ้าคะ"

นางรู้ว่ากำลังถูกกันท่าคงมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นจื่อรั่วคงไม่มีท่าทางขึงขังเช่นนี้ ก็หลี่จิ้นหยางเป็นห่วงหลานสาวคนเดียวขนาดนี้ เขาย่อมออกคำสั่งให้คนในจวนคอยดูแลนางทุกย่างก้าวอยู่แล้ว

"เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าข้าอยากอ่านเรื่องใด"

หลี่ซิ่วหนิงตอบด้วยท่าทีเฉยชา นางก็อยากรู้เหมือนกันว่าภายนอกจวนเป็นอย่างไรบ้างในเวลานี้ คนข้างในถึงได้ห้ามปรามไปเสียทุกสิ่งอย่าง

เมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ไม่ยอมฟังจื่อรั่วจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง

"ทุกครั้งคุณหนูไม่เคยอยากอ่านตำรับตำรานี่เจ้าคะ อีกอย่างในจวนก็มีห้องสมุดมีตำรามากมายหากท่านต้องการ นายท่านสั่งไว้ว่าหากคุณหนูใหญ่อยากได้สิ่งใดก็บอกข้าได้ทันที หากข้าทำไม่ได้นายท่านจะจัดหาให้เอง"

นางตอบตามความจริงที่ได้รับมอบหมาย

"อย่าลำบากเลย ข้าไม่อยากรบกวนไปถึงท่านลุง"

หลี่ซิ่วหนิงเอ่ยขึ้นเตรียมตัวเพื่อออกไปข้างนอก จื่อรั่วไม่กล้าขัดใจเกรงว่าอาจจะโดนทุบตีเหมือนคราวเก่าก่อนจึงยินยอมและเดินตามไปด้วยติดๆ

สตรีทั้งสองนั่งรถม้ามาจนถึงหอสมุดใหญ่ในแคว้นฉี นางไม่เคยมาที่แห่งนี้มาก่อนบรรยากาศเงียบสงบ ผู้คนไม่มากและดูเป็นส่วนตัวมีพื้นที่กว้างขวาง ผู้มาใช้บริการส่วนมากไม่พ้นบัณฑิตผู้คร่ำเคร่ง หลี่ซิ่วหนิงใช้เวลาในการอ่านตำราอยู่ถึงสองชั่วยามจึงเดินทางกลับจวน ละแวกนี้มีตลาดขนาดใหญ่ทำให้นางรู้สึกสนใจอยากเดินชม

"เราเดินเล่นกันสักหน่อยจึงกลับเถิด"

นางชวนจื่อรั่วที่ยืนตัวแข็งมิกล้าขัดใจแต่อยากรีบกลับจวนแล้ว

"แต่ว่าใกล้เย็นแล้วนะเจ้าคะ"

จื่อรั่วเกรงว่าหากนายท่านรู้ว่าออกมานอกจวนโดยไม่ขออนุญาตอาจมีความผิดถ้าถูกจับได้ ทว่าคุณหนูใหญ่ของนางไม่ฟังเสียงใดเลย ตรงข้ามกลับเดินลิ่วๆ นำหน้าเข้าไปที่ร้านขายปิ่นปักผมเสียแล้ว จื่อรั่ววิ่งตามแทบไม่ทัน คุณหนูใหญ่มักทำสิ่งใดรวดเร็วเช่นนี้เสมอแต่นางก็ไม่ชินเสียที

หน้าร้านขายปิ่นปักผมขนาดใหญ่ มีปิ่นหยกสวยงามสะดุดตาชิ้นหนึ่ง หลี่ซิ่วหนิงเอื้อมมือเพื่อหยิบขึ้นมาดู แต่มือใหญ่ของใครบางคนหยิบได้ไวกว่า เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองพบกับฉีหย่งเล่อยืนเคียงคู่จางถิงถิง ในมือของเขาถือปิ่นหยกอันงามเอาไว้

สองหนุ่มสาวมองหลี่ซิ่วหนิงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ฉีหย่งเล่อแค่นยิ้มออกมาอย่างสมเพช เขาอยากสมน้ำหน้าหลี่ซิ่วหนิงที่พลาดการได้เป็นคู่ครองขององค์รัชทายาทไปอย่างง่ายดาย ส่วนจางถิงถิงที่ยืนชูคอทำตัวสูงส่งราวเทพธิดาปรายตามองนางอย่างเย้ยหยันไม่แพ้กัน

"นึกว่าใครที่ไหน แม่นางหลี่นั่นเอง เจ้าช่างกล้าออกมาเดินตลาดในที่คนพลุกพล่านไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือ"

จางถิงถิงเอ่ยขึ้นพลางชูคอดั่งตัวเองสูงศักดิ์กว่าใคร ช่างแตกต่างจากเมื่อครั้งก่อนยิ่งนัก หลี่ซิ่วหนิงยิ้มแย้มไม่ทุกข์ร้อน

"เหตุใดต้องอายด้วยเล่า ในเมื่อข้ามิได้ทำความผิดอันใด"

จางถิงถิงเงยหน้าสบตาฉีหย่งเล่อ ยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เขา ฝ่ายนั้นก็ตอบสนองได้รวดเร็วเอื้อมมือโอบกระชับเอวบางเข้าแนบชิดตัวยิ้มให้อย่างมีความหมาย หวังให้หลี่ซิ่วหนิงเจ็บปวด เขาอยากให้นางผิดหวังที่สุดในชีวิตอยากให้นางได้รับรู้ว่าในหัวใจของเขาไม่เคยมีใจ ไม่แยแสและนางควรเจียมตัวเลิกตามเซ้าซี้ให้เขารำคาญอับอายประชาชนเสียที แต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้มีเพียงแววตานิ่งเฉยดูว่างเปล่าในแบบที่เคยไม่เคยมีมาก่อน เขาสบตาคู่สวยตรงๆ เป็นครั้งแรกที่นางมีสายตาเช่นนี้ให้กับเขา

"ปิ่นหยกในมือของท่านข้าต้องการมัน คืนมาให้ข้า"

หลี่ซิ่วหนิงทวงปิ่นหยกซึ่งๆ หน้าโดยไม่สนใจว่าบุรุษสตรีที่ยืนอยู่ด้านหน้ากระทำกิริยาเหยียดหยามนางขนาดไหน

จางถิงถิงอดไม่ได้ นางอยากได้ปิ่นหยกอันนี้ ยิ่งรู้ว่าหลี่ซิ่วหนิงอยากได้นางยิ่งอยากแย่งมาครอบครองให้ได้

"องค์ชายทรงหยิบขึ้นมาก่อนและต้องการให้ข้าเป็นของขวัญ เจ้ามองหาชิ้นอื่นเถิด อีกอย่างมันเหมาะกับข้ามากกว่า"

นางต้องการด่าหลี่ซิ่วหนิงตรงๆ จึงพูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด เหมือนต้องการประกาศให้ชาวเมืองรู้ด้วยว่านางคือว่าที่คู่หมั้นคนใหม่ที่จะขึ้นครองตำแหน่งเป็นมเหสีในอนาคต ผู้คนต่างหันมามองการสนทนาของบุคคลทั้งสาม พวกเขาเองก็อยากรู้อยากเห็นว่าหลี่ซิ่วหนิงจะจัดการอย่างไร นางจะอาละวาดหรือฟูมฟายอย่างที่เคยทำ แม้ว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าระอาแต่พวกเขาก็ยังสนใจอยู่ดี

"ก็ได้ สิ่งของที่อยู่ในมือคนอื่นแล้วข้าก็ไม่อยากได้ ข้าถือว่ามันมีตำหนิ"

นางพูดเน้นให้จางถิงถิงได้ยินชัดเจนก่อนสะบัดตัวเดินไปขึ้นรถม้า จางถิงถิงได้แต่ก้มหน้าอับอายผู้คน ใบหน้าแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ออกมา ทำให้ฉีหย่งเล่อประคองนางออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

ผู้คนต่างซุบซิบตามหลังเบาๆ ว่าช่างไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพิ่งถอนหมั้นนางได้ไม่นานองค์ชายก็ควงสตรีคนใหม่ออกนอกหน้า หลายคนจึงกลับมาเห็นใจหลี่ซิ่วหนิงที่ถูกถอนหมั้นแล้วยังถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีได้ขนาดนี้ ถึงนางจะทำกิริยาไม่ค่อยงามก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดในฐานะคู่หมั้น ส่วนในเวลานี้องค์ชายต่างหากที่ทำไม่ถูกต้องแล้วยังทำร้ายจิตใจนางได้ลงคอ

หลี่ซิ่วหนิงเดินผ่าน ผู้คนต่างจับจ้องนางเสียงซุบซิบว่านางถูกองค์ชายถอนหมั้นดังขึ้นให้ได้ยิน จื่อรั่วเกรงว่าคุณหนูใหญ่จะคิดมากจึงเร่งเร้าให้รีบไปขึ้นรถม้าโดยเร็ว

ในใจของหลี่ซิ่วหนิงมิได้เสียอกเสียใจเลยแม้แต่น้อย เรื่องแค่นี้นางไม่ยี่หระอยู่แล้ว ในเมื่อมากกว่านี้พวกเขาทั้งคู่ก็เคยกระทำหลี่ซิ่วหนิงนิ่งเงียบมาตลอดทางทำให้จื่อรั่วใจคอไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่กำลังคิดสิ่งใดอยู่ อากัปกิริยาเงียบนิ่งในขณะนี้จื่อรั่วไม่สามารถคาดเดาสิ่งใดได้ นึกเพียงว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย

หลี่จิ้นหยางยืนคอยท่าหลานสาวอยู่หน้าจวน เมื่อได้รู้ว่านางออกไปข้างนอกแล้วยังไม่กลับมา เขาเองก็นึกเป็นห่วงจนไม่สามารถทำสิ่งใดได้ หลี่ซิ่วหนิงมิใช่สตรีแข็งแกร่งเอาเสียเลย เขารู้ดีว่านางบอบบางทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้ได้รับรู้เรื่องราวใดบ้าง เขาแน่ใจว่าต้องมีใครสักคนเข้ามาพูดคุยเรื่องการถอนหมั้นให้นางสะเทือนใจเป็นแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวายใจ

เสียงรถม้าดังเข้ามาใกล้และจอดหน้าจวนเพียงไม่นานร่างบอบบางก็เดินเข้ามา นางพบผู้เป็นลุงยืนรอด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ส่วนจื่อรั่วก็เอาแต่ก้มหน้าอย่างหวาดหวั่น

"ท่านลุงข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ"

นางรายงานเพื่อให้เขารู้ว่านางกลับมาอย่างปลอดภัย

"คราวหน้าคราวหลังเจ้าต้องการสิ่งใดก็ควรบอกลุงก่อนเข้าใจหรือไม่"

เห็นแววตาแสนซื่อจริงใจก็ทำให้หลี่จิ้นหยางดุนางไม่ลง ในเมื่อหลานสาวพบเรื่องหนักหนามามากแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะดุทั้งนายทั้งบ่าวเขาก็ได้แต่บอกให้รีบกลับห้องไปพักผ่อน

"จื่อรั่ว"

เสียงห้าวดังไล่หลังทำให้จื่อรั่วหยุดเดินแล้วหันกลับทั้งที่ก้มหน้า

"เจ้าคะ"

นางขานรับเสียงสั่น

"ขอบใจที่ดูแลคุณหนูเป็นอย่างดี"

เขาเอ่ยขึ้นทำให้จื่อรั่วโค้งคำนับแล้วขอตัวกลับห้องตามคุณหนูใหญ่ไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าจะดูแลเจ้าเอง(จบ)

    หลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   หากเจ้าต้องการ

    "พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้ากำหนดเอง

    ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กำจัดให้สิ้น

    ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง(ต่อ)

    ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง

    เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ช่วงเปลี่ยนผ่าน

    ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถว

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   แจ้งข่าวร้าย

    "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่องค์ชายเสด็จมาถึงจวน หนิงเอ๋อร์ เจ้าคงสบายใจขึ้นมากแต่ตอนนี้ควรรีบพักผ่อนได้แล้ว" หลี่จิ้นหยางเพิ่งกลับเข้ามาหลังจากฉีหย่งเล่อออกไปได้สองชั่วยาม จึงไม่ได้รับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นช่วงที่เขาไม่อยู่ "ท่านลุงควรพักผ่อนให้มากนะเจ้าคะ ท่านเองก็ควรดูแลสุขภาพด้วยเช่นกัน" นางเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status