แชร์

ช่วงเปลี่ยนผ่าน

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-05 08:07:24

ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว

"ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด"

ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ

"แต่ว่า..."

กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถวายบังคมและออกไปทำตามหน้าที่อย่างไม่เต็มใจนักโดยมีพระสนมนั่งยิ้มไล่หลัง

"พระองค์เพียงพักผ่อนให้มากอาการก็ดีขึ้นเพคะ เสวยยาสมุนไพรชั้นดี อาหารบำรุงกำลังให้มากขึ้นก็จะทรงหายเพคะ"

พระสนมเอ่ยยิ้มแย้มดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก หากเป็นเมื่อก่อนฮ่องเต้คงรู้สึกมีกำลังใจต่อสู้ แต่เวลานี้พระองค์ทรงรู้ดีว่าเป็นอย่างไร

"ข้ารู้ตัวดีพระสนม ห่วงแต่เจ้า"

ทรงตรัสเสียงบางเบาก่อนเอื้อมพระหัตถ์กุมมือเรียวเอาไว้ สีพระพักตร์ดูกังวล พระสนมยิ้มให้อีกครั้งเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่นเพราะทุกคนออกไปหมดแล้วมีเพียงองค์ชายกับนางเท่านั้น

"หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ มีองค์ชายอยู่อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ฝ่าบาทพักผ่อนให้มากๆ ตื่นมาอาการก็ดีขึ้น"

พระสนมพูดจบก็ห่มผ้าให้ฮ่องเต้ได้พักผ่อน นางยังไม่ปักใจเชื่อว่าฮ่องเต้มีพระวรกายอ่อนแอลง ถึงทุกอย่างถูกเตรียมการไว้แล้วก็ตาม

ฮ่องเต้รับสั่งให้ทุกคนเข้าเฝ้าพร้องเพรียงกัน ทรงฝากฉีหย่งเล่อขึ้นครองบัลลังก์อย่างมีคุณธรรมนำทางพร้อมกับทรงขอให้กองทัพตระกูลหลี่เป็นกองทัพหลักของแคว้นฉี ส่วนกองทัพหลวงให้เป็นกองสำรองเหมือนเดิม หลังจากปลดกองทัพตระกูลหลี่ไปสักพักเนื่องจากปัญหาสุขภาพของหลี่จิ้นหยาง ทรงเห็นว่าตระกูลหลี่เป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองประชาชนเองก็ไว้วางใจมาตลอด ถึงแม้ไม่ได้เกี่ยวดองกันแล้วก็ไม่ควรทอดทิ้งพวกเขา เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้รู้สึกผิดมาตลอด เมื่อทรงคิดได้จึงรับสั่งให้กงกงร่างราชโองการอีกหนึ่งฉบับเพื่อตระกูลหลี่ด้วย

ฮ่องเต้สวรรคตอย่างสงบมีการจัดพิธีขึ้นอย่างสมพระเกียรติ หลี่จิ้นหยางนำกองทัพเข้าวังหลวงเพื่อเคารพพระศพเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง ถึงอย่างไรพระองค์ก็ทรงมีคุณูปการกับกองทัพหลี่มิใช่น้อย หลี่จิ้นหยางมิได้มีความเคียดแค้นใดต่อฮ่องเต้และราชสำนักเขานั้นมีจิตสำนึกที่ดีมีความจงรักภักดีเสมอมาอยู่แล้ว

หลี่ซิ่วหนิงได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย นางไม่ค่อยชอบบรรยากาศของวังหลวงเท่าใดนักจึงออกมานั่งรับลมด้านนอก ในขณะที่พิธีการเสร็จสิ้นลงต่อไปก็เป็นการประกาศราชโองการฮ่องเต้องค์ใหม่ ซึ่งไม่สำคัญสำหรับนาง

ที่นี่คือวังหลวง นางกวาดตามองไปโดยรอบสถานที่แปลกตาทำให้หยุดยืนมองนานเป็นพิเศษ ขณะที่ทุกคนยุ่งกับงานพระศพของฮ่องเต้กันทั้งนั้นคงไม่มีอะไรหากหลี่ซิ่วหนิงจะออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อหายใจได้เต็มปอด

ประกาศราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นครองราชย์ทันทีที่งานศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ขณะนี้ชาวแคว้นฉีมีฮ่องเต้องค์ใหม่ปกครองพวกเขาอย่างเป็นทางการทหารกล้ายืนเรียงแถวอย่างมีระเบียบละลานตา เหล่าข้าราชบริพารประจำตำแหน่งด้วยความเรียบร้อยและหนึ่งในนั้นยังมีกองทัพหลี่รวมอยู่ด้วย

"ฮ่องเต้องค์ใหม่"

หลี่ซิ่วหนิงพึมพำนางมองไปบนหน้าประตูด้านในด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้ไม่อยากเกี่ยวข้องแต่ด้วยมารยาทนางจึงควรมาร่วมเป็น'สักขีพยาน'ให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ที่มีใบหน้าแช่มชื่นแตกต่างจากวันก่อนที่ดูเศร้าซึมเหมือนเสียพระทัยยิ่ง

หลี่จิ้นหยางและหลี่ซิ่วหนิงเดินทางกลับจวนพร้อมกันหลังจากพิธีการเสร็จสิ้นลงนางจึงขอตัวแยกไปยังห้องเพื่อพักผ่อน

"หลานลุง เจ้าสบายตัวดีหรือไม่"

เขาถามขึ้นอย่างเป็นห่วงจับใจ

"ข้าไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ"

นางตอบอย่างนอบน้อมยิ้มกว้างให้ผู้เป็นลุงคลายความกังวล หลี่ซิ่วหนิงเข้ามาในห้องปิดประตูแน่นหนา เดินไปนั่งลงบนโต๊ะรับรองเงียบๆ ตอนนี้มีโอกาสเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ได้ร่วมงานพระศพได้เห็นพิธีการในยุคโบราณพิธีการนั้นสวยงามแต่จิตใจคนช่างต่ำช้านางเพียงแต่ครุ่นคิดเท่านั้น แววตาสีหน้าไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดออกมาชัดเจน นั่งอยู่เพียงครู่เดียวก็เข้าไปอาบน้ำผลัดผ้าแล้วเข้านอนแต่หัววัน

ดูเหมือนอาการป่วยของหลี่จิ้นหยางกำเริบหลายเดือนมานี้เขาเฝ้าคิดกังวลถึงฐานะของกองทัพหลี่และการดูแลหลี่ซิ่วหนิง แม้ยามหลับก็หลับไม่เต็มอิ่ม มีเรื่องราวมากมายให้ต้องทบทวนขบคิด

หลี่ซิ่วหนิงเป็นเพียงสตรีบอบบางนางจะสืบทอดในสิ่งที่เขาคิดไว้ได้หรือไม่ อันที่จริงเขาไม่ควรแม้แต่คิดด้วยซ้ำ ในเมื่อนางก็เป็นเพียงผู้หญิง สตรีก็คือสตรีจะเก่งกาจเท่าบุรุษนั้นแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย

เขายังมีอี้เฉินที่ไว้วางใจได้แต่อี้เฉินยังหนุ่มแน่นไม่ใช่คนของตระกูล หากวันใดวันหนึ่งมีเหตุต้องลาออกไปใช้ชีวิตของเขา เมื่อนั้นกองทัพจะทำเช่นไร ตระกูลของเขาสร้างกองทัพนี้มาหลายชั่วคนสะสมผลงานในการปกป้องแคว้นและประชาชนมาไม่รู้กี่รุ่นทุกอย่างต้องพังพินาศลงในรุ่นของเขาอย่างนั้นหรือ

หลี่จิ้นหยางอดวิตกไม่ได้ มันเป็นปัญหาที่เขาแก้ไม่ตกเอาเสียเลย การผลักภาระยิ่งใหญ่ไปให้หลานสาวช่างน่าละอายนัก สตรีตัวเล็กๆ ต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลกองทัพเรือนแสนจะเป็นไปได้อย่างไรกันเมื่อคิดถี่ถ้วนเขาจึงรู้ว่าตัวเองนั้นบ้าเกินไปแล้ว

"ท่านลุงคิดอะไรหรือเจ้าคะ"

เสียงกังวานใสทักทายขึ้น ชายอาวุโสตื่นจากภวังค์ความคิด หมุนกายมาหานางยิ้มกว้างอย่างสดชื่น

"ลุงคิดไปเรื่อยเปื่อย แล้วเจ้าล่ะ"

เขาตอบอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ความหวาดวิตกเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็วหลี่ซิ่วหนิงใช่ว่าจะไม่รู้สึกรู้สา แววตาของหลี่จิ้นหยางคือคำตอบที่นางอยากรู้ เขากำลังมีความกังวลอย่างหนักในบางเรื่องอยู่

ด้วยความอยากรู้หลี่จิ้นหยางหันกลับมาฝึกวรยุทธ์ที่ร้างราไปนาน จู่ๆ เขาก็อยากฟื้นฟูร่างกายของตนเองโดยที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปได้ยาก เขากำหมัดออกแรงชกลมสุดกำลัง ทว่าเรี่ยวแรงของเขากลับมีเพียงน้อยนิดแค่เพียงดันหมัดออกไป

อาการป่วยคราวนี้ทำให้เขาดูแก่ชราเกินไปพร้อมกับเรี่ยวแรงค่อยๆ หดหาย มันลดน้อยถอยลงจนน่าประหลาดยิ่ง ความเป็นจริงทำให้เขาเครียดจัดแม้ว่าในร่างกายจะได้รับการบำรุงจากยาสมุนไพรชั้นดีแล้วก็ตาม แต่เหมือนว่ามันไม่สามารถช่วยให้สภาพร่างกายกลับมาเหมือนเดิมได้เลย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าจะดูแลเจ้าเอง(จบ)

    หลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   หากเจ้าต้องการ

    "พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้ากำหนดเอง

    ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กำจัดให้สิ้น

    ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   มีแขกมาเยี่ยม

    วังหลวงแคว้นฉี ฉีหย่งเล่อ องค์ชายซึ่งเป็นโอรสของฮ่องเต้ฉีหวังเล่ยกับสนมเอก หม่าซือเสียน บุรุษในวัยยี่สิบชันษาผู้มีอุปนิสัยหยิ่งทะนง กำลังศึกษาวิชาการทางด้านบู๊ด้านบุ๋นเพื่อสืบทอดบัลลังก์มังกรอันสูงส่ง เขาเป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว จึงต้องทำหน้าที่รัชทายาทและเตรียมการขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฮ่

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ฟื้นฟู

    มวลนกน้อยใหญ่ส่งเสียงดังหวีดหูปลุกให้ทุกชีวิตตื่นขึ้นเมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ หลี่ซิ่วหนิงลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งหลังจากหลับใหลไปนานจนเต็มอิ่ม นางใคร่ครวญถึงเหตุการณ์เมื่อคืนพร้อมทบทวนความทรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลี่ซิ่วหนิง ชื่อเดียวกันได้จบชีวิตลงจากการถูกหักหลังของเพื่อนที่เคยไว้ใจมากที่สุด เธอขอให้ช่

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   เกิดใหม่อย่างน่าอนาถ

    ด้านนอกของห้องมีเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ แต่ก็เล็ดลอดให้พอได้ยินบ้าง นางรู้สึกว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เสียงนั้นช่างฟังแปร่งหูจับใจความอะไรไม่ได้เลย "ข้าวต้มมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่" เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำลายเสียงอื่นๆ รอบข้างเพราะนางอยู่ใกล้กว่า 'จื่อรั่ว' สตรีใบหน้าจิ้มลิ้มส่งเสีย

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าต้องรอด

    ชายป่าแคว้นฉี... ความเงียบสงัดในเขตป่าลึกดูวังเวงแม้เป็นช่วงเวลากลางวัน ร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีฟ้าอ่อนฉาบระบายไปด้วยเลือดสีแดงสด นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งคล้ายไร้ลมหายใจ หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ รู้สึกราวกับร่างกายแหลกละเอียดเป็นผุยผง มันทั้งเจ็บปวดแสนทรมานเกินกว่าสตรีอ่อนแอคนหนึ่งจะทนไหว นางหยัดกายขึ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status