مشاركة

แจ้งข่าวร้าย

last update تاريخ النشر: 2026-02-03 08:54:49

"เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่องค์ชายเสด็จมาถึงจวน หนิงเอ๋อร์ เจ้าคงสบายใจขึ้นมากแต่ตอนนี้ควรรีบพักผ่อนได้แล้ว"

หลี่จิ้นหยางเพิ่งกลับเข้ามาหลังจากฉีหย่งเล่อออกไปได้สองชั่วยาม จึงไม่ได้รับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นช่วงที่เขาไม่อยู่

"ท่านลุงควรพักผ่อนให้มากนะเจ้าคะ ท่านเองก็ควรดูแลสุขภาพด้วยเช่นกัน"

นางเอ่ยนุ่มนวลแตกต่างจากเมื่อสักครู่ที่อยู่กับองค์ชายอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าของหลี่จิ้นหยางแช่มชื่นขึ้น ครั้งนี้เขาได้หลานสาวผู้มีกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูเหมาะสมกับใบหน้าของนาง แทนที่เด็กสาวเอาแต่ใจเป็นใหญ่ไม่รู้จักการเอื้ออาทรผู้อื่นเช่นในอดีต

บรรยากาศยามเช้าตรู่ภายในจวนตระกูลหลี่...

หลี่จิ้นหยางนั่งเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าโดยมี'อี้เฉิน'ทหารคนสนิทคอยดูแลไม่ห่าง เขาคอยรับใช้ช่วยเหลือในทุกเรื่องของตระกูลหลี่ อี้เฉินเป็นทหารฝีมือดีเทียบเท่าองครักษ์ในวังหลวง ทว่าเขาเลือกเข้ามาอยู่ในกองทัพตระกูลหลี่มากกว่ารับใช้ราชสำนักด้วยเห็นว่าอดีตแม่ทัพผู้นี้มีคุณธรรมและเป็นคนดีน่านับถือมากกว่ารับใช้คนร้อยเล่ห์ในนั้น

"ท่านลุงตื่นเช้าเกินไปหรือไม่เจ้าคะ หมอกยังหนาอยู่เลยระวังไม่สบายเอาได้"

เสียงใสของหลี่ซิ่วหนิงดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทำให้หลี่จิ้นหยางประหลาดใจที่นางตื่นเช้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

"หนิงเอ๋อร์ ลุงต่างหากที่ควรพูดคำนี้ เจ้าต้องพักผ่อนให้มากเข้าใจหรือไม่"

เขามีสีหน้าเคร่งขรึมลงในใจนึกเป็นห่วงนางไม่น้อยไปกว่ากัน แม้แต่อี้เฉินก็อดแปลกใจไม่ได้ที่คุณหนูใหญ่ดูเปลี่ยนไปเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นเขาไม่ค่อยชอบใจกับพฤติกรรมของนางเท่าใดนัก จึงไม่ค่อยพูดคุยด้วยและพยายามเลี่ยงการพบปะกับหลี่ซิ่วหนิงเป็นประจำ

"ข้าสบายดีเจ้าค่ะหายเป็นปกติแล้ว สักครู่ข้าจะสั่งแม่ครัวทำซุปกระดูกตุ๋นยาจีนให้ท่านลุงเพื่อบำรุงกำลัง ท่านคอยดูแลข้าจนตัวเองอ่อนล้า ทำเช่นนี้ข้ายิ่งควรตอบแทนท่าน"

บุรุษทั้งสองมิได้หูฝาดใช่หรือไม่ นี่หลี่ซิ่วหนิงได้เปลี่ยนไปจริงๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเสียด้วย

ช่วงสายหลังจากอาหารเช้าที่นางสั่งทำเสร็จ หลี่ซิ่วหนิงให้จื่อรั่วยกมาที่ห้องอาหารของหลี่จิ้นหยาง นางนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนเขาใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาดเหมือนปกติ ทำให้ผู้เป็นลุงเบาใจและแม้ว่าเขาจะถูกนางบังคับให้กินอาหารจนหมดเขาก็เต็มใจไม่มีอิดออด

ตั้งแต่อาการป่วยหนักเริ่มดีขึ้น ร่างกายได้รับการฟื้นฟูดีแล้ว นางจึงได้มีโอกาสศึกษาตระกูลนี้เพราะความทรงจำของร่างนี้บางส่วนถูกลบเลือน มีความทรงจำของนางทับซ้อนเข้ามาแทนที่ จึงทำให้นางที่มีนิสัยเย็นชากับทุกสิ่งทุกอย่างไร้ความรู้สึกรักใคร่ในตัวฉีหย่งเล่อ เขายังเข้าใจว่านางไม่สามารถลบลืมเขาได้แน่นอน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเรื่องที่จะแจ้งนางอาจไม่ยินยอมเขาก็ต้องบอกกล่าวการยกเลิกการหมั้นหมายอยู่ดี

ฉีหย่งเล่อกลับมาอีกครั้งโดยมีจางถิงถิงติดสายห้อยตามมาด้วยเหมือนคราวก่อน เมื่อให้คนข้างในสืบข่าวว่านางหายป่วยดีแล้วแปลว่าสามารถรับรู้ความจริงได้ ส่วนนางจะยอมรับได้หรือไม่เขาไม่ได้สนใจไยดีหากนางจะฆ่าตัวตายหลังจากนี้ก็แล้วแต่ก็แล้วกัน

หลี่จิ้นหยางเพิ่งนึกเอะใจที่มีสตรีแรกรุ่นตามองค์ชายมาด้วย นางเป็นคนคนเดียวกับคราวก่อน เขาไม่ได้สงสัยแม้แต่น้อยว่ามาในฐานะใดเพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้นไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักเด็กสาวจางถิงถิงผู้นี้มาก่อน เขาเคยพบนางตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยจนกระทั่งวันนี้ได้พบถึงสองครั้ง เขามิอาจคลายความกังวลที่เริ่มก่อตัวลงได้ การที่องค์ชายพาสตรีอื่นมีฐานะไม่ชัดเจนตามเสด็จด้วยถือว่าไม่ปกติเสียแล้ว องค์ชายทำเช่นนี้เท่ากับไม่ไว้หน้าตระกูลหลี่ ไม่สนใจความรู้สึกของหลี่ซิ่วหนิงเลยสักนิดเพียงเพราะเขาแก่ชราลงและเจ็บป่วยไม่สามารถนำทัพออกปกป้องราชสำนักได้ถึงกับอยากถีบหัวส่งเชียวหรือ คุณงามความดีที่ตระกูลหลี่สร้างมาตลอดทุกช่วงอายุคนไม่ได้มีความหมายกับราชสำนักอีกแล้วหรือไรถึงได้หยามเกียรติกันได้ถึงเพียงนี้ ฉีหย่งเล่อเมินสายตาด้วยความรำคาญเพราะอยากให้ความสัมพันธ์ของเขากับหลี่ซิ่วหนิงจบลงโดยไวจึงเอ่ยขึ้นว่า

"ที่ข้ามาวันนี้มีเรื่องสำคัญแจ้งให้ทราบ เห็นว่าหลี่ซิ่วหนิงหายเป็นปกติแล้วนางคงยอมรับฟัง ฮ่องเต้ได้ร่างราชโองการไว้แล้วรอประกาศการยกเลิกการหมั้นในเร็ววันนี้"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความเกรงใจต่อหลี่จิ้นหยางโดยสิ้นเชิง

"เพราะเหตุใดพะยะค่ะ ฮ่องเต้จึงทรงทำเช่นนี้ แล้วองค์ชาย..."

เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกแทรกขึ้น

"ไม่ต้องถามหาเหตุผลจากข้า เพราะข้ากับนางมิได้รักใคร่ชอบพอกันตั้งแต่แรกจึงลงเอยเช่นนี้ หากนางรับรู้ก็อาจดีใจเสียด้วยซ้ำ หมดธุระแล้วข้าขอตัว"

เขาสาธยายอย่างไร้เหตุผลแล้วก็ชิงจากไปทิ้งให้หลี่จิ้นหยางยืนตัวแข็งทื่ออย่างคาดไม่ถึง หลี่ซิ่วหนิงผิดเรื่องใดเหตุใดนางจึงถูกกระทำให้อับอายเช่นนี้ นางรักใคร่และเทิดทูนองค์ชายยิ่งกว่าชีวิต เขากล่าวหานางไม่เป็นธรรมเพียงเพราะอยากตีจากอย่างนั้นหรือ ลำพังตัวเขาเองจะถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร ชายชาติทหารทำใจรับได้ทุกเรื่อง แต่หลานสาวคนเดียวที่นางเคยถูกประคบประหงมมาตลอดจะยอมรับความจริงสุดอัปยศนี้ได้อย่างไร

เขาไม่มีทางให้นางรับรู้เรื่องเลวร้ายนี้เด็ดขาด หากอาการป่วยที่เพิ่งหายได้ไม่นานกระทบกระเทือนจิตใจคราวนี้นางอาจล้มป่วยหนักกว่าเดิมก็เป็นได้

หลี่จิ้นหยางสั่งให้จื่อรั่วดูแลคุณหนูใหญ่ให้ดีมิให้ออกมานอกห้อง เขาอ้างเหตุผลว่านางเพิ่งหายป่วยถึงจะเป็นปกติแล้วก็ยังไม่วางใจ ควรพักผ่อนให้มากไปอีกสักระยะเสียก่อนเพื่อให้เรื่องราวผ่านพ้นไป เขาถึงจะหาทางแก้ไขทีหลัง หากนางเกิดสงสัยหรืออยากไปเยี่ยมองค์ชายเหมือนที่เคยทำ

และแล้วก็มีราชโองการเรื่องยกเลิกการหมั้นหมายขององค์ชายและหลี่ซิ่วหนิงออกมาจริงๆ ชาวเมืองแคว้นฉีมีข่าวใหม่ให้ร่ำลือกันอีกครั้ง ทายาทตระกูลหลี่ถูกยกเลิกการหมั้นกับองค์ชายรัชทายาทเสียแล้ว เสียงเล่าลือส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย

"ก็นางตามตื๊อน่ารำคาญจนเกินงามทางวังหลวงคงรับไม่ไหว"

"นางไม่มีความสามารถต่างหาก วันๆ เอาแต่วิ่งตามองค์ชาย งานบ้านงานเรือนมิได้สนใจ"

"องค์ชายเป็นถึงรัชทายาทควรมีคู่ที่เหมาะสมกว่านี้"

"แต่นางก็งดงามไม่แพ้สตรีสูงศักดิ์คนใดเลยนะ"

"นางแค่ไม่มีดี แต่ก็ฝึกกันได้คิดไปแล้วก็น่าเห็นใจ"

เสียงเหล่านั้นเหยียบย่ำซ้ำเติมเสียมากกว่าเห็นใจเพราะชาวแคว้นฉีเองก็รู้จักนาง ไม่ค่อยมีใครอยากสุงสิงเพราะหลี่ซิ่วหนิงนั้นเย่อหยิ่งแล้งน้ำใจกับผู้อื่น ไม่สนใจเล่าเรียน นอกจากคอยเกาะแกะองค์ชายไปวันๆ แล้วชีวิตของนางแทบไม่มีประโยชน์ใด แตกต่างจากหลี่จิ้นหยางผู้เป็นลุงราวฟ้ากับเหว ที่นางได้ดีผูกสัมพันธ์กับราชวงศ์ได้นับว่าเป็นบารมีของแม่ทัพหลี่และตระกูลหลี่โดยแท้จริง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ใครต่อใครซุบซิบนินทากันในขณะนี้ หลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ได้รับรู้หรือหากได้รับรู้นางก็ยอมรับได้ถ้ามันคือเรื่องจริง สิ่งที่ทำได้แต่ละวันคืออ่านตำรับตำราในห้องอย่างไม่รู้เบื่อ

ภายในวังหลวงพระสนมหม่าซือเสียนนั่งเชิดหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องกับผลงานชิ้นเอกการกำจัดคนของตระกูลหลี่ง่ายดายเพียงดีดนิ้ว นางมิต้องลงมือทำสิ่งใดให้เหนื่อยเลย ความสมหวังก็วิ่งเข้ามาหาแล้ว

"ตระกูลหลี่จะได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าไม่ควรเผยอตัวอยากมีตัวตน วาระของหลี่จิ้นหยางกำลังจะหมดลงและถึงเวลาที่ตระกูลอื่นจะได้เข้ามาแทนที่"

นางเปรยขึ้นเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ

"ท่านแม่"

ฉีหย่งเล่อเข้ามาเยี่ยมมารดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มารดาของเขาเป็นที่พึ่งได้ทุกเรื่องอยู่เสมอ ฉีหย่งเล่อเดินเข้ามากอดนางอย่างเอาอกเอาใจที่ความปรารถนาของเขาได้สำเร็จลง เมื่อเขาต้องการตัดสัมพันธ์กับหลี่ซิ่วหนิงนางก็จัดการให้ได้ไม่ยาก ประจวบเหมาะกับหม่าซือเสียนต้องการปรองดองกับตระกูลจางของ'จางจิ้งซื่อ'อัครมหาเสนาบดีที่มีอำนาจและทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนี้ ร่วมกันดูแลแคว้นฉีทดแทนฮ่องเต้ที่กำลังประชวรรวมถึงทดแทนตระกูลหลี่ที่มีแม่ทัพทั้งชราและป่วยไร้สมรรถภาพ

แต่เรื่องกองทัพตระกูลหลี่ก็น่าสนใจไม่น้อย พลทหารของแม่ทัพเรือนแสนนายมากกว่ากองทัพหลวงที่มีเพียงห้าหมื่นนายหากได้รวบรวมเข้าด้วยกันแล้วจะกลายเป็นผู้มีอำนาจที่สุดในแคว้นนี้ หลี่ซิ่วหนิงนั้นไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ หากนางทำให้หลี่จิ้นหยางยอมสยบได้นั่นยิ่งกว่าชนะแคว้นศัตรูเสียอีก หม่าซือเสียนยิ้มร้ายกาจกับความคิดใหม่ที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว นั่นสิควบคุมกองทัพหลี่ เป้าหมายใหม่ของนางอยู่ใกล้แค่เอื้อม

"ท่านแม่คิดสิ่งใดอยู่พะยะค่ะ"

ฉีหย่งเล่อถามไถ่อย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่ามารดานิ่งเงียบไป หม่าซือเสียนหมุนกายจับแขนแข็งแรงเอาไว้ พินิจพิจารณาบุตรชายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

"องค์ชาย เจ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเราบรรลุวัตถุประสงค์เรื่องแรกไปแล้ว และเจ้าควรขึ้นครองราชย์ได้เสียที"

นางยิ้มอย่างภาคภูมิใจเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ ฉีหย่งเล่อเลิกคิ้วมองด้วยความใคร่รู้

"จะครองราชย์ได้อย่างไร ฝ่าบาทแค่ประชวรพะยะค่ะ"

ถึงเขาจะมีความหวังแต่มันก็ยังมาไม่ถึงในอนาคตอันใกล้แน่นอน

หม่าซือเสียนหัวเราะเสียงดัง นางไม่เคยคิดว่าฮ่องเต้จะทรงประชวรได้นานขนาดนั้นองค์ชายนั้นยังดูไร้เดียงสาในบางเรื่องราวอยู่ ตอนนี้ยังไม่พูดต่อดีกว่าดูท่าทางแล้วเขาเองยังคงไม่พร้อม

"เอาล่ะ วันนี้แม่ทำของโปรดไว้ให้ อยู่กินข้าวกับแม่สักมื้อได้หรือไม่"

นางตัดบทเมื่อเห็นว่าไม่ควรเร่งร้อน

"ได้สิพะยะค่ะ หม่อมฉันจะกินข้าวเป็นเพื่อนท่านแม่เพื่อขอบคุณที่ช่วยเอาไว้"

เขาพูดจาออดอ้อนมารดาเหมือนเด็กๆ หม่าซือเสียนกอดบุตรชายอันเป็นที่รักเอาไว้ตบหลังเบาๆ ให้กำลังใจ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าจะดูแลเจ้าเอง(จบ)

    หลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   หากเจ้าต้องการ

    "พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้ากำหนดเอง

    ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กำจัดให้สิ้น

    ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง(ต่อ)

    ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ช่วงเปลี่ยนผ่าน

    ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถว

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ความจริงปรากฏ

    "ข้าอยากไปหอสมุด ที่นี่มีหอสมุดหรือไม่" หลี่ซิ่วหนิงถามขึ้น จื่อรั่วรู้ดีว่าในเมืองนี้มีหอสมุดแห่งหนึ่ง แต่นางมิอยากให้คุณหนูใหญ่ออกนอกจวนจึงอาสาว่าจะไปหยิบยืมมาให้ "ข้าจะไปยืมมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ต้องการอ่านเรื่องใดเจ้าคะ" นางรู้ว่ากำลังถูกกันท่าคงมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองเป็นแน่ ไม่อย่างน

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง

    เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status