FAZER LOGINเมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง
จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้เช่นกัน หลี่จิ้นหยางเองก็เข้าเฝ้าในฐานะแม่ทัพของกองทัพแคว้นฉี การกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เขามีพลังใจขึ้นมามาก เลือดนักรบในกายพลุ่งพล่านแม้ไร้กำลังต่อสู้ เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่แม่ทัพอย่างดีที่สุดหลังจากถูกเพิกเฉยมาเนิ่นนาน จนคิดว่าคงไม่สามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกแล้ว ความยินดีปรีเปรมปรากฏบนใบหน้าหลังจากมันห่างหายไปนานหลายปี หลี่จิ้นหยางมั่นใจว่าหากทำดีที่สุดกองทัพหลี่จะไม่มีวันตกต่ำอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ชุดออกงานของหลี่ซิ่วหนิงถูกสั่งตัดใหม่ทั้งหมดรวมถึงชุดแม่ทัพของหลี่จิ้นหยางจากช่างตัดเย็บชั้นดีของแคว้นฉี เขาพานางเข้าไปเลือกผ้าและเครื่องประดับที่ร้านมีชื่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้เพื่อร่วมงานอันทรงเกียรติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีที่สุดเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงไม่ได้ตื่นเต้นแต่อย่างใดกับงานเลี้ยงในครั้งนี้ สำหรับนางมันก็แค่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของฉีหย่งเล่อเท่านั้นนางจะรอดูว่าฉี่หย่งเล่อจะแสดงความร้ายกาจใดออกมาหรือไม่ หากเขามีมนุษยธรรมมากพอสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับนางและตระกูลหลี่ถือว่าหายกันต่างคนต่างอยู่ต่างทำหน้าที่ก็เพียงพอเพราะนางเองก็ไม่ได้อยากเป็นศัตรูคู่แค้นกับใคร ชีวิตใหม่ของนางควรดีกว่าในอดีตที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป ภายในวังหลวง... พระสนมหม่าซือเสียนกำลังเลือกเครื่องประดับชั้นดีจากเครื่องบรรณาการที่ถูกส่งมาทุกปี พระนางเองก็ต้องรับตำแหน่งใหม่เช่นกัน เพชรนิลจินดาทั้งหลายต้องเหมาะสมเข้ากันกับชุดฉลองงานมงคล หลังจากตรวจตราความเรียบร้อยภายในด้วยการสั่งการมาหลายวันพระนางจึงมีเวลาว่างสำหรับตนเอง ภายในอุทยานหลวง ฮ่องเต้องค์ใหม่กำลังตรัสกับจางถิงถิงที่รับสั่งให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ "เจ้าเองต้องเตรียมตัวเช่นกัน วันสำคัญของข้าอยากเห็นหน้าเจ้าเป็นคนแรก" ฮ่องเต้หนุ่มตรัสกับหญิงคนรักดูเป็นกันเอง "ฝ่าบาท หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ" จางถิงถิงยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม ยืนห่างสี่ห้าก้าว "ทำตัวตามปกติเถิด อย่าห่างเหินนักเลยข้าทนไม่ได้" เขาวิงวอนนางด้วยสายตารักใคร่เปี่ยมล้นขยับเข้าใกล้เอื้อมมือเชยคางสตรีที่รักให้เงยหน้าสบตากัน จางถิงถิงมิได้ขัดขืนนางยืนนิ่งสบตาของเขาหวานเชื่อม ดวงตาทอประกายแวววาวอย่างยินดี ก็องค์ชายขยับฐานะเป็นถึงฮ่องเต้ปกครองแคว้นฉีตำแหน่งมเหสีนั้นอีกไม่นานก็ขยับฐานะขึ้นเป็นฮองเฮาตามลำดับ ความก้าวหน้าของนางมองเห็นรำไรแล้ว หากวันนี้ไม่ยิ้มต้อนรับมันก็ไม่รู้จะแสดงออกเวลาไหน สองหนุ่มสาวในสถานที่เงียบสนิทไร้ผู้อื่นรบกวนเพราะถูกสั่งไม่ให้เข้ามาในเขตนี้จึงแสดงความรักใคร่กันอย่างดูดดื่มท่ามกลางมวลดอกไม้งาม รสจูบแสนหวานเนิ่นนานจนพอใจ อีกฝ่ายจึงยอมปล่อยให้สตรีคนรักเป็นอิสระ "ถึงอย่างไร เจ้าก็ต้องคนเป็นของข้าไม่ว่าช้าหรือเร็ว ขอเพียงเจ้าไม่เปลี่ยนใจ ข้าจะพาเจ้าไปอยู่ตำหนักด้วยกันตั้งแต่คืนนี้ก็ย่อมได้" ฉีหย่งเล่อเอ่ยวาจาอ่อนหวานนุ่มนวล มือลูบไล้ใบหน้านวลอย่างทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน จางถิงถิงแววตาเปล่งประกายระยิบระยับ เหตุใดนางไม่ยินดีเล่า แม้ต้องปรนนิบัติฮ่องเต้ทั้งวันทั้งคืนก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงฝ่าบาทพอพระทัย แต่เป็นสตรีถึงอย่างไรก็ต้องวางตัวให้ดีสมกับเป็นธิดาท่านอัครมหาเสนาบดีที่ถูกอบรมมา "หม่อมฉันคิดว่ารอตามขั้นตอนดีกว่าเพคะเกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาทเสื่อมเสีย" นางตอบเอียงอายอย่างถ่อมตัว ฝ่าบาทนั้นรู้ใจนางทะลุปรุโปร่งเหตุใดจะไม่รับรู้ถึงความต้องการสตรีตรงหน้าแต่เขายังคงหยอกล้อนางต่อ "คืนที่งานเลี้ยงจบ ข้าจะลักพาตัวเจ้าเข้าหอก่อนแต่ง กักตัวเอาไว้เป็นของข้าคนเดียว" น้ำเสียงหยอกเย้าทำให้นางสะเทิ้นสะท้านไหว จางถิงถิงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจแสร้งทำตาค้อนให้ทีหนึ่ง แต่กระนั้นฮ่องเต้ก็ทรงคิดว่าน่ารักอยู่ดี รถม้าหลายคันจอดรอที่หน้าจวน เพื่อรอแม่ทัพหลี่กับหลานสาว หลังจากขึ้นรถม้าพร้อมแล้วก็เคลื่อนเข้าสู่วังหลวง รถม้าของบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ทยอยเข้าวังหลวงกันอย่างคึกคัก วันนี้เป็นวันมงคลนอกจากมีพิธีการสำคัญในการขึ้นครองราชย์ครั้งนี้แล้วยังมีการเฉลิมฉลองไปทั่วแคว้น รถม้าที่วิ่งช้าๆ ขนาบด้านข้างรถแม่ทัพหลี่ ตกแต่งด้วยพู่อัญมณีหรูหรามีสีสันสวยงาม เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก'ลิ่วอู่ 'ขุนนางระดับสูง เขาเปิดม่านออกทักทายแม่ทัพหลี่ "นึกว่าใครที่ไหน แม่ทัพหลี่นั่นเอง นั่นหนิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ มากันครบเลยสิ หนิงเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนสักหน่อย อยากมาร่วมงานนี้ก็ต้องลำบากฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ลุงของเจ้าคงไม่มีเวลาดูแลมากหรอก ฮ่าๆ" น้ำเสียงเยาะหยันหน้าตาน่าเกลียดที่มองมายังนาง ปากสกปรกเช่นนี้เขายังคิดว่าตนเองสูงส่งนักหรือไร หลี่จิ้นหยางปิดม่านลงอย่างไม่พอใจมาก เขาไม่ชอบลิ่วอู่แต่ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะกล้าดูถูกหลานสาวต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ "หนิงเอ๋อร์ อย่าคิดมากเลย ลุงจัดการให้เองหลังจากนี้" หลี่จิ้นหยางหันมามองหลานสาวสงสารนางยิ่งนัก หลี่ซิ่วหนิงหน้านิ่งเอ่ยขึ้น "ปล่อยเขาเถิดเจ้าค่ะ ท่านลุง" คนผู้นี้แสดงออกได้น่ารังเกียจไม่สมกับตำแหน่งใหญ่โต หากนางไม่เคารพก็อย่ามาร่ำร้องก็แล้วกันจางถิงถิงตอนนี้นางมีความสำคัญกับฮ่องเต้ที่สุด อีกไม่ช้าไม่นานอาจมีข่าวดีเกิดขึ้นในเร็ววัน จางจิ้งซื่อภูมิอกภูมิใจหนักหนาที่บุตรสาวต้องพระทัยฮ่องเต้ หากว่าตระกูลจางได้ผูกสัมพันธ์กับฮ่องเต้ที่มีตระกูลหม่าของไท่เฟยผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ผนวกเข้ากับตระกูลจางของเขาที่ไม่น้อยหน้ากัน คราวนี้แคว้นฉีคงมีแต่ความรุ่งโรจน์ เมื่อได้ควบกันได้เมื่อไหร่ตระกูลหลี่ของหลี่จิ้นหยางต้องยอมสยบใต้ฝ่าเท้าเป็นแน่แท้จางจิ้งซื่อกระหยิ่มในใจเพียงแค่คิดเขาก็รอดูความยิ่งใหญ่ของตัวเองแทบกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว ชื่อเสียง อำนาจ ลาภยศสรรเสริญจะต้องหลั่งไหลเข้ามา ผู้คนต้องแซ่ซ้องไปทั่วสารทิศ บารมีแผ่ปกคลุมไปทั่วแว่นแคว้นก็คราวนี้"หลี่จิ้นหยาง ข้าอยากเห็นเจ้าพังพินาศ!"จางจิ้งซื่อกัดฟันกรอดพูดอย่างหมายมาดหากเขาล้มตระกูลหลี่ได้นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด เพราะไอ้สวะนั่นขัดขวางความยิ่งใหญ่ของเขาเรื่อยมา มันถูกถีบหัวส่งไปแล้วก็ดีอยู่แล้วไม่รู้ไท่เฟยเอามันกลับมาให้รกลูกตาทำไม!"ท่านพ่อ วันนี้ลูกจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อยินดีหรือไม่"จางถิงถิงเดินเข้ามาทักทายน้ำเสียงสดใสของคนกำลังมีความรัก เมื่อนางกำลังจะเดินทางเข้าวังหลวง ช
แคว้นฉีมีเมืองในปกครองขนาดเล็กอยู่เมืองหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากฮ่องเต้องค์ก่อนไม่ค่อยมีอำนาจถูกควบคุมโดยตระกูลของไท่เฟยองค์ปัจจุบัน การช่วยเหลือหรือดูแลจึงเป็นเรื่องยาก เมืองนี้ถูกปล่อยปะละเลยอย่างมาก อีกนัยหนึ่งทรัพยากรไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ประชาชนอยู่อย่างแร้นแค้นต้องพึ่งพาอาศัยกันเอง เจ้าเมืองเองก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าใดนัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หาความสุขสบายอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นฉีมากกว่า ฟางจิ้ง อดีตพระมเหสีขององค์ฮ่องเต้เมื่อทราบข่าวการสวรรคตนางเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นาางรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อในอดีต จึงตัดสินใจเรื่องต่างๆ เองไม่ค่อยได้ การพลัดพรากไม่ได้ทำให้นางมีความสุขทางใจตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา มีเพียงบุตรชายคนเดียวที่เปรียบเสมือนตัวแทนของเขาให้ดูต่างหน้า ให้นางได้รักได้ห่วงใย จึงคลายความเศร้าโศกลงได้บ้างเพราะต้องการปกป้องบุตรอันเป็นดั่งดวงใจทำให้นางจำใจเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แบกรับความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้ใช่ว่า'อู๋เจี๋ย'จะไม่รู้ เขาเข้าใจมาตลอดว่ามารดารู้สึกอย่างไร นางทำเพื่อเขาทุกอย่าง เรื่องนี้เขารับรู้มาโดยตลอดว่าต้องออกจากวังหลวง
งานเลี้ยงเสร็จสิ้นลงทุกคนเตรียมตัวไปขึ้นรถม้า เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างเดินทางไปยังสถานที่จอดรถม้าของตนเองรวมทั้งหลี่จิ้นหยางและหลี่ซิ่วหนิง นางออกไปทำธุระส่วนตัวจึงมาช้ากว่าผู้เป็นลุงที่รออยู่ด้านนอกแล้ว "ขอแสดงความยินดีที่ท่านแม่ทัพที่ได้กลับมา" เสียงของ จินเฟิง ขุนนางฝ่ายกรมพระคลังทักทายหลี่จิ้นหยาง "ขอบใจ" เขาขอบคุณตามมารยาทสายตามิวายมองหาหลานสาวที่เดินทางมาช้า "หลี่ซิ่วหนิงก็มาด้วยใช่หรือไม่ นางไปไหนเสียล่ะ" จินเฟิงถามขึ้นพร้อมชะโงกมองหา "หากเป็นข้าคงไม่กล้าพานางมางานเลี้ยงด้วยหรอก ท่านไม่เห็นใจหลานสาวบ้างเลยเด็กสาวที่พลาดการแต่งงานกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าหากอยากตบแต่งกับใครคงลำบากน่าดู จะมีผู้ใดกล้ารับเข้าตระกูลต่อเล่า" เขาพูดจาถากถางยิ้มเย้ย หลี่จิ้นหยางที่ทุกคนรู้ดีว่าการกลับมารับตำแหน่งแม่ทัพของเขาเป็นเพียงในนามเท่านั้น เพราะความสามารถที่ถดถอยทำให้คนบางคนไม่ได้ยำเกรงเขาอีกต่อไป ตรงกันข้ามกลับขุดปมด้อยของหลานสาวออกมาประจานให้อับอาย "ข้าสอนหลานให้อยู่กับความเป็นจริง หากไม่มีผู้ใดต้องการนางข้าและตระกูลหลี่ก็ยังเป็นที่พึ่งให้นางได้เสมอ อย่าห่วงเลยเจ้าดูแลลูกหลานให้ดีก่
ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหรูหรา หลี่ซิ่วหนิงกวาดตามองโดยรอบ อืม ต้อนรับฮ่องเต้องค์ใหม่ฟุ่มเฟือยดีจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างประมาณค่ามิได้สำหรับพิธีสำคัญนี้ หลี่จิ้นหยางถูกรุมล้อมไปด้วยบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ เขารู้ดีว่ายามตกต่ำคนเหล่านั้นไม่เคยชายตาแล ยามนี้กลับเข้ามาทักทายพูดคุยอย่างเป็นห่วงเป็นใยยินดีกับเขาหนักหนา จางจิ้งซื่อที่ยืนอยู่อีกฟากมองหลี่จิ้นหยางอยู่ห่างๆ เขาครุ่นคิดบางอย่างที่เกินคาดเดา "แม่ทัพหลี่อย่างนั้นรึ หึ" จางจิ้งซื่อยกจอกสุราขึ้นจิบพลางมองตรงไปยังหลี่จิ้นหยาง การกลับมาของแม่ทัพหลี่พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ย่อมทำให้หลายฝ่ายร้อนๆ หนาวๆ เพราะกริ่งเกรงในอำนาจของกองทัพตระกูลหลี่ ทหารเรือนแสนทุกคนล้วนมีฝีมือระดับสูงทั้งสิ้น ชื่อเสียงระบือไกลไปหลายแคว้น ใครๆ ต่างยำเกรง มันเสียอยู่อย่างเดียวคือแม่ทัพผู้นี้ ถึงเขาจะเ
เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้เช่นกัน หลี่จิ้นหยางเองก็เข้าเฝ้าในฐานะแม่ทัพของกองทัพแคว้นฉี การกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เขามีพลังใจขึ้นมามาก เลือดนักรบในกายพลุ่งพล่านแม้ไร้กำลังต่อสู้ เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่แม่ทัพอย่างดีที่สุดหลังจากถูกเพิกเฉยมาเนิ่นนาน จนคิดว่าคงไม่สามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกแล้ว ความยินดีปรีเปรมปรากฏบนใบหน้าหลังจากมันห่างหายไปนานหลายปี หลี่จิ้นหยางมั่นใจว่าหากทำดีที่สุดกองทัพหลี่จะไม่มีวันตกต่ำอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ชุดออกงานของหลี่ซิ่วหนิงถูกสั่งตัดใหม่ทั้งหมดรวมถึงชุดแม่ทัพของหลี่จิ้นหยางจากช่างตัดเย็บชั้นดีของแคว้นฉี เขาพานางเข้าไปเลือกผ้าและเครื่องประดับที่ร้านมีชื่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้เพื่อร่วมงานอันทรงเกียรติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีที่สุดเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิ
ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถวายบังคมและออกไปทำตามหน้าที่อย่างไม่เต็มใจนักโดยมีพระสนมนั่งยิ้มไล่หลัง "พระองค์เพียงพักผ่อนให้มากอาการก็ดีขึ้นเพคะ เสวยยาสมุนไพรชั้นดี อาหารบำรุงกำลังให้มากขึ้นก็จะทรงหายเพคะ" พระสนมเอ่ยยิ้มแย้มดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก หากเป็นเมื่อก่อนฮ่องเต้คงรู้สึกมีกำลังใจต่อสู้ แต่เวลานี้พระองค์ทรงรู้ดีว่าเป็นอย่างไร "ข้ารู้ตัวดีพระสนม ห่วงแต่เจ้า" ทรงตรัสเสียงบางเบาก่อนเอื้อมพระหัตถ์กุมมือเรียวเอาไว้ สีพระพักตร์ดูกังวล พระสนมยิ้มให้อีกครั้งเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่นเพราะทุกคนออกไปหมดแล้วมีเพียงองค์ชายกับนางเท่านั้น "หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ มีองค์ชายอยู่อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ฝ่าบาทพักผ่อนให้มากๆ ตื่นมาอาการก็ดีขึ้น" พระสนมพูดจบก็ห่มผ้าให้ฮ่องเต้ได้พักผ่อน นางยังไม่ปักใจเชื่อว่าฮ่องเต้มีพระวรกายอ่อนแอลง ถึงทุก







