LOGINเมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง
จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้เช่นกัน หลี่จิ้นหยางเองก็เข้าเฝ้าในฐานะแม่ทัพของกองทัพแคว้นฉี การกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เขามีพลังใจขึ้นมามาก เลือดนักรบในกายพลุ่งพล่านแม้ไร้กำลังต่อสู้ เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่แม่ทัพอย่างดีที่สุดหลังจากถูกเพิกเฉยมาเนิ่นนาน จนคิดว่าคงไม่สามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกแล้ว ความยินดีปรีเปรมปรากฏบนใบหน้าหลังจากมันห่างหายไปนานหลายปี หลี่จิ้นหยางมั่นใจว่าหากทำดีที่สุดกองทัพหลี่จะไม่มีวันตกต่ำอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ชุดออกงานของหลี่ซิ่วหนิงถูกสั่งตัดใหม่ทั้งหมดรวมถึงชุดแม่ทัพของหลี่จิ้นหยางจากช่างตัดเย็บชั้นดีของแคว้นฉี เขาพานางเข้าไปเลือกผ้าและเครื่องประดับที่ร้านมีชื่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้เพื่อร่วมงานอันทรงเกียรติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีที่สุดเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงไม่ได้ตื่นเต้นแต่อย่างใดกับงานเลี้ยงในครั้งนี้ สำหรับนางมันก็แค่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของฉีหย่งเล่อเท่านั้นนางจะรอดูว่าฉี่หย่งเล่อจะแสดงความร้ายกาจใดออกมาหรือไม่ หากเขามีมนุษยธรรมมากพอสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับนางและตระกูลหลี่ถือว่าหายกันต่างคนต่างอยู่ต่างทำหน้าที่ก็เพียงพอเพราะนางเองก็ไม่ได้อยากเป็นศัตรูคู่แค้นกับใคร ชีวิตใหม่ของนางควรดีกว่าในอดีตที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป ภายในวังหลวง... พระสนมหม่าซือเสียนกำลังเลือกเครื่องประดับชั้นดีจากเครื่องบรรณาการที่ถูกส่งมาทุกปี พระนางเองก็ต้องรับตำแหน่งใหม่เช่นกัน เพชรนิลจินดาทั้งหลายต้องเหมาะสมเข้ากันกับชุดฉลองงานมงคล หลังจากตรวจตราความเรียบร้อยภายในด้วยการสั่งการมาหลายวันพระนางจึงมีเวลาว่างสำหรับตนเอง ภายในอุทยานหลวง ฮ่องเต้องค์ใหม่กำลังตรัสกับจางถิงถิงที่รับสั่งให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ "เจ้าเองต้องเตรียมตัวเช่นกัน วันสำคัญของข้าอยากเห็นหน้าเจ้าเป็นคนแรก" ฮ่องเต้หนุ่มตรัสกับหญิงคนรักดูเป็นกันเอง "ฝ่าบาท หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ" จางถิงถิงยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม ยืนห่างสี่ห้าก้าว "ทำตัวตามปกติเถิด อย่าห่างเหินนักเลยข้าทนไม่ได้" เขาวิงวอนนางด้วยสายตารักใคร่เปี่ยมล้นขยับเข้าใกล้เอื้อมมือเชยคางสตรีที่รักให้เงยหน้าสบตากัน จางถิงถิงมิได้ขัดขืนนางยืนนิ่งสบตาของเขาหวานเชื่อม ดวงตาทอประกายแวววาวอย่างยินดี ก็องค์ชายขยับฐานะเป็นถึงฮ่องเต้ปกครองแคว้นฉีตำแหน่งมเหสีนั้นอีกไม่นานก็ขยับฐานะขึ้นเป็นฮองเฮาตามลำดับ ความก้าวหน้าของนางมองเห็นรำไรแล้ว หากวันนี้ไม่ยิ้มต้อนรับมันก็ไม่รู้จะแสดงออกเวลาไหน สองหนุ่มสาวในสถานที่เงียบสนิทไร้ผู้อื่นรบกวนเพราะถูกสั่งไม่ให้เข้ามาในเขตนี้จึงแสดงความรักใคร่กันอย่างดูดดื่มท่ามกลางมวลดอกไม้งาม รสจูบแสนหวานเนิ่นนานจนพอใจ อีกฝ่ายจึงยอมปล่อยให้สตรีคนรักเป็นอิสระ "ถึงอย่างไร เจ้าก็ต้องคนเป็นของข้าไม่ว่าช้าหรือเร็ว ขอเพียงเจ้าไม่เปลี่ยนใจ ข้าจะพาเจ้าไปอยู่ตำหนักด้วยกันตั้งแต่คืนนี้ก็ย่อมได้" ฉีหย่งเล่อเอ่ยวาจาอ่อนหวานนุ่มนวล มือลูบไล้ใบหน้านวลอย่างทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน จางถิงถิงแววตาเปล่งประกายระยิบระยับ เหตุใดนางไม่ยินดีเล่า แม้ต้องปรนนิบัติฮ่องเต้ทั้งวันทั้งคืนก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงฝ่าบาทพอพระทัย แต่เป็นสตรีถึงอย่างไรก็ต้องวางตัวให้ดีสมกับเป็นธิดาท่านอัครมหาเสนาบดีที่ถูกอบรมมา "หม่อมฉันคิดว่ารอตามขั้นตอนดีกว่าเพคะเกรงว่าจะทำให้ฝ่าบาทเสื่อมเสีย" นางตอบเอียงอายอย่างถ่อมตัว ฝ่าบาทนั้นรู้ใจนางทะลุปรุโปร่งเหตุใดจะไม่รับรู้ถึงความต้องการสตรีตรงหน้าแต่เขายังคงหยอกล้อนางต่อ "คืนที่งานเลี้ยงจบ ข้าจะลักพาตัวเจ้าเข้าหอก่อนแต่ง กักตัวเอาไว้เป็นของข้าคนเดียว" น้ำเสียงหยอกเย้าทำให้นางสะเทิ้นสะท้านไหว จางถิงถิงยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจแสร้งทำตาค้อนให้ทีหนึ่ง แต่กระนั้นฮ่องเต้ก็ทรงคิดว่าน่ารักอยู่ดี รถม้าหลายคันจอดรอที่หน้าจวน เพื่อรอแม่ทัพหลี่กับหลานสาว หลังจากขึ้นรถม้าพร้อมแล้วก็เคลื่อนเข้าสู่วังหลวง รถม้าของบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ทยอยเข้าวังหลวงกันอย่างคึกคัก วันนี้เป็นวันมงคลนอกจากมีพิธีการสำคัญในการขึ้นครองราชย์ครั้งนี้แล้วยังมีการเฉลิมฉลองไปทั่วแคว้น รถม้าที่วิ่งช้าๆ ขนาบด้านข้างรถแม่ทัพหลี่ ตกแต่งด้วยพู่อัญมณีหรูหรามีสีสันสวยงาม เป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก'ลิ่วอู่ 'ขุนนางระดับสูง เขาเปิดม่านออกทักทายแม่ทัพหลี่ "นึกว่าใครที่ไหน แม่ทัพหลี่นั่นเอง นั่นหนิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่ มากันครบเลยสิ หนิงเอ๋อร์ เจ้าต้องอดทนสักหน่อย อยากมาร่วมงานนี้ก็ต้องลำบากฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ลุงของเจ้าคงไม่มีเวลาดูแลมากหรอก ฮ่าๆ" น้ำเสียงเยาะหยันหน้าตาน่าเกลียดที่มองมายังนาง ปากสกปรกเช่นนี้เขายังคิดว่าตนเองสูงส่งนักหรือไร หลี่จิ้นหยางปิดม่านลงอย่างไม่พอใจมาก เขาไม่ชอบลิ่วอู่แต่ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะกล้าดูถูกหลานสาวต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ "หนิงเอ๋อร์ อย่าคิดมากเลย ลุงจัดการให้เองหลังจากนี้" หลี่จิ้นหยางหันมามองหลานสาวสงสารนางยิ่งนัก หลี่ซิ่วหนิงหน้านิ่งเอ่ยขึ้น "ปล่อยเขาเถิดเจ้าค่ะ ท่านลุง" คนผู้นี้แสดงออกได้น่ารังเกียจไม่สมกับตำแหน่งใหญ่โต หากนางไม่เคารพก็อย่ามาร่ำร้องก็แล้วกันหลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ
"พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี
ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง
ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั
ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค
ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ
ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหร
ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถว
"ข้าอยากไปหอสมุด ที่นี่มีหอสมุดหรือไม่" หลี่ซิ่วหนิงถามขึ้น จื่อรั่วรู้ดีว่าในเมืองนี้มีหอสมุดแห่งหนึ่ง แต่นางมิอยากให้คุณหนูใหญ่ออกนอกจวนจึงอาสาว่าจะไปหยิบยืมมาให้ "ข้าจะไปยืมมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ต้องการอ่านเรื่องใดเจ้าคะ" นางรู้ว่ากำลังถูกกันท่าคงมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองเป็นแน่ ไม่อย่างน
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่องค์ชายเสด็จมาถึงจวน หนิงเอ๋อร์ เจ้าคงสบายใจขึ้นมากแต่ตอนนี้ควรรีบพักผ่อนได้แล้ว" หลี่จิ้นหยางเพิ่งกลับเข้ามาหลังจากฉีหย่งเล่อออกไปได้สองชั่วยาม จึงไม่ได้รับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นช่วงที่เขาไม่อยู่ "ท่านลุงควรพักผ่อนให้มากนะเจ้าคะ ท่านเองก็ควรดูแลสุขภาพด้วยเช่นกัน" นางเ







