Partager

มีแขกมาเยี่ยม

last update Date de publication: 2026-02-02 10:50:19

วังหลวงแคว้นฉี

ฉีหย่งเล่อ องค์ชายซึ่งเป็นโอรสของฮ่องเต้ฉีหวังเล่ยกับสนมเอก หม่าซือเสียน บุรุษในวัยยี่สิบชันษาผู้มีอุปนิสัยหยิ่งทะนง กำลังศึกษาวิชาการทางด้านบู๊ด้านบุ๋นเพื่อสืบทอดบัลลังก์มังกรอันสูงส่ง เขาเป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว จึงต้องทำหน้าที่รัชทายาทและเตรียมการขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ที่มีอาการป่วยหนักหลังจากการหมั้นขององค์ชายและหลี่ซิ่วหนิง

ฮ่องเต้เปรียบเสมือนผู้ไร้ความสามารถ ทรงประชวรและบรรทมเพียงในห้องส่วนพระองค์มิได้ออกว่าราชการใดๆ นับตั้งแต่องค์ชายฉี่หย่งเล่อมีพระชนมายุสิบเจ็ดชันษา

เนื่องด้วยมารดาของเขามาจากตระกูลใหญ่ทรงอำนาจในวังหลวง จึงสามารถผลักดันได้ไม่ยาก ทว่าถึงอย่างไรฮ่องเต้ก็ไม่เคยแต่งตั้งเป็นพระมเหสี หลังจากที่อัครมเหสีองค์ก่อนได้พาบุตรชายคนเดียวที่ถูกส่งออกไปอยู่ขอบชายแดนเมื่อยี่สิบสองปีก่อนจากคำทำนายของปุโรหิตว่า องค์รัชทายาทเกิดในช่วงของฤกษ์ดาวโจรส่งผลต่อแคว้นฉีต้องล่มสลายในอนาคตจากน้ำมือของรัชทายาทองค์นี้ เมื่อเติบโตขึ้นเขาจะก่อกบฏ เข่นฆ่าผู้คนมีจิตวิปริตฆ่าพ่อแม่พี่น้องและต้องโทษประหารในที่สุดถึง เก้าชั่วโคตร เว้นเสียแต่ว่าจะถอดยศออกเป็นเพียงสามัญชนไร้ซึ่งอำนาจจึงจะพอช่วยได้ มิเช่นนั้นก็สังหารเสียตั้งแต่แบเบาะเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ทำให้พระมเหสีฟางจิ้งจำต้องพาโอรสระหกระเหินออกไปอยู่ในที่ห่างไกลเพื่อรักษาชีวิตของเขาให้พ้นจากการถูกเข่นฆ่าจากฝ่ายตรงข้าม จากนั้นมาฉีหย่งเล่อก็ถูกแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทแทน

ถึงแม้พระมเหสีจะรับรู้ความไม่ชอบมาพากลในราชสำนักพอสมควร แต่ด้วยตระกูลหม่าของพระสนมเอกยิ่งใหญ่กว่าตระกูลฟางของนาง จึงทำให้ตำแหน่งพระมเหสีและองค์รัชทายาทตัวจริงสั่นคลอน รู้ทั้งรู้ว่าเป็นอุบายของขุนนางกังฉินหลายคนร่วมมือกันกำจัดนางกับพระโอรส

ด้วยความเป็นแม่ที่เห็นชีวิตลูกสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนางจึงเลือกสละตำแหน่งและจากไปพร้อมกับโอรสองค์น้อยในตอนนั้น

ฮ่องเต้เองก็ครองตำแหน่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับฐานะของตนเองตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าทรงคิดทำสิ่งใดมักมีพระสนมเอกคอยช่วยรับฟังและจัดการอยู่เสมอ นางเข้ามาดูแลแทนพระมเหสีหลากหลายหน้าที่มากขึ้น แต่ยังไม่ถึงจุดสูงสุดในตำแหน่งที่ต้องการเสียที เพราะฮ่องเต้ไม่มีพระประสงค์แต่งตั้งตำแหน่งพระมเหสีอันทรงเกียรติ ยังคงว่างไว้มาตลอดนับตั้งแต่ฟางจิ้งจากไป แม้ว่านางจะคอยเอาอกเอาใจฮ่องเต้จนสุดความสามารถก็ยังไม่ต้องพระทัยทำให้ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว

"หากอยากไปเยี่ยมหลี่ซิ่วหนิงเจ้าก็ไปได้ข้ามิได้ห้าม"

พระสนมเอกเอ่ยขึ้นกับองค์ชายระหว่างนั่งจิบชาด้วยกันเพียงลำพังในห้องส่วนตัวของนาง ฉีหย่งเล่อเมินหน้าไปอีกทาง แววตาของเขาดูจริงจังคมลึกคล้ายกับซ่อนเรื่องราวบางอย่างไว้ในนั้น

สตรีไร้ยางอายที่เขาเกลียดแสนเกลียดนอกจากเขาไม่เคยมีใจให้นางแล้วยังสานสัมพันธ์กับจางถิงถิง บุตรสาวของอัครมหาเสนาบดีอย่างลึกซึ้งอีกด้วย หลี่ซิ่วหนิงที่คอยติดตามวนเวียนไม่เลิกทำให้เขาทั้งรำคาญและชิงชัง คนเหลวไหลเช่นนางมีสิ่งใดเทียบจางถิงถิงได้บ้าง

แต่หากเพิกเฉยอยู่เช่นนี้คงเป็นเรื่องน่าเกลียดเกินไป ในเมื่อตอนนี้ทางวังหลวงและตระกูลหลี่ก็เป็นมิตรไมตรีต่อกัน ราชสำนักยังคงพึ่งพากองทัพหลี่ในการปกป้องแคว้น หากเขาบุ่มบ่ามทำเรื่องใดตามใจตนเองมากเกินไปคงเป็นเรื่องไม่ค่อยดีนัก ฉีหย่งเล่อหันหน้ากลับมามองมารดาพร้อมอมยิ้มเล็กน้อย

"พะยะค่ะท่านแม่ วันพรุ่งนี้ลูกจะไปจวนตระกูลหลี่"

สนมหม่าซือเสียนพยักหน้ายิ้มพึงพอใจที่องค์ชายยังคงเชื่อฟังและเกรงใจ มิทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง

"คารวะองค์ชาย"

หลี่จิ้นหยางทำความเคารพด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้ม ปีติที่เห็นฉีหย่งเล่อเดินทางมาถึงจวนด้วยตัวเองพร้อมกับองครักษ์สี่นาย มองเลยไปด้านหลังเขาต้องประหลาดใจที่เห็นจางถิงถิงยืนอยู่ด้านหลัง นางมีสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่น้อมตัวทำความเคารพผู้อาวุโสอย่างแม่ทัพหลี่เลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจสาวน้อยตรงหน้ามากไปกว่าองค์ชาย ที่นับได้ว่าเป็นแขกคนสำคัญของตระกูลหลี่ในเวลานี้ พลางคิดไปว่าหลี่ซิ่วหนิงคงยินดีปรีดายิ่งหากนางได้ทราบข่าวมงคลนี้

"กระหม่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่องค์ชายเสด็จมาเยี่ยมหนิงเอ๋อร์พะยะค่ะขอบพระทัยที่ทรงเมตตา"

หลี่จิ้นหยางได้สนทนากับองค์ชายเพียงครู่เดียวจึงเชิญเข้าไปพบหลี่ซิ่วหนิง ส่วนเขากลับไปทำธุระที่คั่งค้างต่อ ปล่อยให้หนุ่มสาวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันน่าจะเหมาะกว่าถึงอย่างไรก็มีบริวารมากมายมิได้อยู่กันเพียงลำพัง

ฉีหย่งเล่อปลีกตัวไปยังเรือนของหลี่ซิ่วหนิงเขาเองก็อยากรู้ให้ประจักษ์กับตาว่าข่าวลือต่างๆ จริงเท็จเช่นไร นึกขุ่นเคืองในใจไม่น้อยที่นางมีสภาพเช่นนี้ ทำให้เขาลำบากงดเว้นงานราชกิจมากมายเพื่อมาดูอาการทุเรศของหญิงขยะ

พลันความคิดหนึ่งวูบเข้ามาในหัว หากนางพิกลพิการสติเลอะเลือนตามที่คนเล่าลือกันเขาก็มีโอกาสนำเรื่องนี้ขึ้นทูลฮ่องเต้เพื่อขอถอนหมั้นคงมิใช่เรื่องยาก ใครเล่าอยากจะครองคู่กับคนบ้า หากเขาไม่สลัดนางทิ้งตอนนี้เสียแล้วในภายภาคหน้าคงทำไม่ได้อีกเป็นแน่

ชายหนุ่มเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนก้าวเข้าประตูเรือนโดยมีจางถิงถิงเดินตามหลังส่วนเหล่าองครักษ์ยืนคอยอารักขาด้านนอก

"คารวะองค์ชาย"

จื่อรั่วยอบกายทำความเคารพสายตาเหลือบเห็นสตรีงดงามอีกคนที่ยืนด้านหลังทำให้นางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ยิ่งเมื่อเห็นองค์ชายหันไปชักชวนให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดไว้ทำให้จื่อรั่วหัวใจหล่นวูบที่ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเกินจินตนาการได้

"คุณหนูของเจ้าไปไหนเสียล่ะ ให้แขกมานั่งรอช่างกล้าเสียมารยาท"

ฉีหย่งเล่อนั่งยืดหลังตรงเอ่ยตำหนิอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ

หลี่ซิ่วหนิงแต่งตัวเสร็จพอดีนางจึงเดินออกมาจากหลังฉากกั้นท่วงท่าดูสง่าผ่าเผย นางก้าวเข้ามายืนใกล้ทั้งคู่ด้วยกิริยานิ่งสงบ ฉีหย่งเล่อตะลึงไปชั่วครู่ สตรีตรงหน้ายังดูสุขสบายดีไม่ได้เหมือนข่าวลือแม้แต่น้อยมันผู้ใดบังอาจหลอกลวงเบื้องสูงกัน หรือจะเป็นอุบายของนางหลอกล่อเขามาที่นี่เพื่อเรียกร้องความสนใจ สตรีเจ้าเล่ห์

ฉีหย่งเล่อกำหมัดแน่นกับความคิดของตนเอง เขามองนางด้วยแววตาสุดเกลียดชังขบบดกรามเป็นสันนูนด้วยกำลังควบคุมอารมณ์เอาไว้ให้แนบเนียนที่สุด

"องค์ชายมีธุระสำคัญใดเพคะ ถึงขนาดมาจวนตระกูลหลี่ด้วยตัวเอง"

หลี่ซิ่วหนิงเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังยืนอยู่เว้นระยะห่างพอสมควรโดยไม่ทำความเคารพ ไม่นั่งเก้าอี้ที่จื่อรั่วจัดไว้ให้

"เจ้าคงความจำเลอะเลือนแล้วสินะ แม้แต่กิริยามารยาทยังหาไม่เจอ อ่อ ปกติเจ้าก็มีน้อยอยู่แล้ว หึ"

เขาเอ่ยพลางแค่นเสียง แววตาคมกล้ากำลังตำหนินางต่อหน้าบ่าวไพร่จงใจหักหน้าโดยตรง

"หม่อมฉันจะมีมารยาทกับคนที่สมควรได้รับเท่านั้น องค์ชายมาที่นี่เพื่อสืบข่าวใดหรือมาดูว่าข้าพิการเป็นคนบ้าอย่างที่คนกล่าวหาเช่นนั้นหรือ"

นางพูดขึ้นไม่ไว้หน้าทำให้องค์ชายฉี่หย่งเล่อยิ่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลี่ซิ่งหนิงไม่เคยหยาบคายกับเขาเหตุใดครั้งนี้นางถึงได้โอหังนัก

"หลี่ซิ่วหนิง เจ้ามันไร้ยางอาย ข้ามาเยี่ยมเยียนแล้วเจ้ายังไม่สำนึก น่าละอายแทนตระกูลหลี่ที่มีทายาทกักขฬะอย่างเจ้าจริงๆ"

เขาขึ้นเสียงใส่นางหาได้เกรงกลัวใครไม่ตั้งแต่ไหนแต่ไรหลี่ซิ่วหนิงยอมเขามาตลอด ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองยามทำให้โมโห ดูครั้งนี้สินางยืนพูดกับราชวงศ์ที่เป็นถึงองค์รัชทายาทได้อย่างไร

"เจ้าควรนั่งลงพูดกับองค์ชายจะดีกว่าและควรสุภาพกว่านี้ ทำอย่างกับว่าตระกูลหลี่ไร้ค่าไม่ได้รับการอบรมให้เป็นสตรีที่ดีเสียอย่างนั้น"

เสียงแหลมของจางถิงถิงสอดแทรกขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ยคล้ายสั่งสอนนาง ตบท้ายด้วยการเหน็บแนมเหยียดหยามถึงตระกูลของนางหลี่ซิ่วหนิงนั่งลงช้าๆ โดยไม่ทุกข์ร้อนเพื่อตัดความรำคาญ จางถิงถิงยิ้มอย่างพึงพอใจที่คำพูดของตัวเองทำให้นางยอมได้ ฉีหย่งเล่อหันไปมองจางถิงถิงพยักหน้าเล็กน้อย เขาเองก็รู้สึกดีที่เลือกคนไม่ผิด จางถิงถิงใช้คำพูดได้ดีมากทำให้หลี่ซิ่วหนิงยอมสยบได้

"มีเรื่องใดก็ว่ามา"

หลี่ซิ่วหนิงพูดขึ้นเสียงห้วน นางไม่ชอบคนพูดเยิ่นเย้อให้รำคาญใจโดยเฉพาะกับหญิงชายคู่นี้

"ข้าแค่มาดูว่าเจ้าหายดีหรือยัง"

"นึกว่ามาดูว่าข้าตายโหงหรือยัง"

นางต่อปากต่อคำอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจของผู้อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

"เหลวไหล! อย่าบังอาจประชดข้า หากเจ้าตายคงไม่มีข่าวลือเล็ดลอดไปถึงหูของข้าเจ้ามันไม่มีสมอง ข้างดเว้นราชกิจมาถึงจวนตระกูลหลี่นับว่าเสียสละมากพอแล้ว ยังปากดีไม่เลิกถือว่ามีฮ่องเต้ถือหางหรือถือดีว่าลุงของเจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่ถึงจองหองได้ขนาดนี้"

ฉีหย่งเล่อหมดความอดทนที่เขาเก็บซ่อนมายาวนาน พ่นคำสบถใส่นางไม่หยุดหย่อน

"ทั้งสองเรื่อง"

นางโต้ตอบโดยไม่สะทกสะท้านจะว่ากำลังยียวนแต่แววตากลับเย็นชาเหมือนคนไม่มีความรู้สึกพิเศษใดแล้ว

"หลี่ซิ่วหนิง!"

ฉีหย่งเล่อยืนขึ้นชี้หน้านางอย่างเหลืออดเต็มที ผู้หญิงอะไรไร้ยางอายที่สุด

"จื่อรั่ว ส่งแขก!"

พูดจบนางก็เมินหน้าเดินสะบัดเข้าห้องนอนที่อยู่ด้านในไม่สนใจว่าใครจะเป็นตายร้ายดี ปล่อยให้คนข้างนอกยืนโกรธหน้าดำหน้าแดงที่ถูกตอกกลับให้อับอายบ่าวไพ่รอบข้าง องค์ชายหันหลังกระแทกเท้าออกไปขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดสิ่งใดต่อพร้อมกับจางถิงถิงวิ่งตามออกไปแทบไม่ทัน

"พระทัยเย็นไว้เพคะ นางคงยังไม่หายดีอาจจะไม่สบายกายไม่สบายใจถึงได้เสียมารยาทกับองค์ชายเช่นนี้"

จางถิงถิงเอื้อมมือกุมมือใหญ่เอาไว้นิ่ง ไม่อยากเห็นเขาอารมณ์ร้ายกับคนต่ำทรามเช่นหลี่ซิ่วหนิง ฉีหย่งเล่อมองนางด้วยแววตารักใคร่พลางยิ้มตอบ

"ข้าเชื่อเจ้าถิงเอ๋อร์ เจ้าคือคนเดียวที่เข้าใจข้า"

เขาเอ่ยขึ้นน้ำเสียงละมุนยกแขนขึ้นดึงนางเข้ามากอดไว้แนบชิด จางถิงถิงเองก็ยินยอมพร้อมใจขยับกายซบใบหน้าลงบนอกแกร่งอย่างฉอเลาะ เอาอกเอาใจหวังให้องค์ชายอารมณ์สงบลง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าจะดูแลเจ้าเอง(จบ)

    หลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   หากเจ้าต้องการ

    "พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้ากำหนดเอง

    ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กำจัดให้สิ้น

    ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง(ต่อ)

    ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง

    เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ช่วงเปลี่ยนผ่าน

    ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถว

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ความจริงปรากฏ

    "ข้าอยากไปหอสมุด ที่นี่มีหอสมุดหรือไม่" หลี่ซิ่วหนิงถามขึ้น จื่อรั่วรู้ดีว่าในเมืองนี้มีหอสมุดแห่งหนึ่ง แต่นางมิอยากให้คุณหนูใหญ่ออกนอกจวนจึงอาสาว่าจะไปหยิบยืมมาให้ "ข้าจะไปยืมมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ต้องการอ่านเรื่องใดเจ้าคะ" นางรู้ว่ากำลังถูกกันท่าคงมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองเป็นแน่ ไม่อย่างน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status