Partager

บทที่ 12

last update Date de publication: 2026-01-04 13:37:00

“ไหนลองบอกข้ามาสิหลันเอ๋อ มีเด็กสาวอายุสิบห้าปีคนใด ที่ขนาดโดนคนแปลกหน้าหิ้วตัวออกมาจากคฤหาสน์ในยามค่ำคืน แล้วยังคงนั่งชมจันทร์อย่างสุขุมเยือกเย็นเช่นเจ้าบ้าง”

เสวียนหมิงหันมาจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่แววตาของนางกลับทอประกายสุขุมเยือกเย็นออกมา มองอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่านางคือเด็กสาวที่ถูกประคบประหงมให้อยู่แต่ภายในคฤหาสน์

“เรื่องของข้ามันน่าเหลือเชื่อ”

“ข้าคุ้นเคยกับเรื่องน่าเหลือเชื่อดีจนเจ้าคาดไม่ถึงแน่นอน” เสวียนหมิงยิ้มที่มุมปาก

“เอาอย่างนี้สิหากท่านไปเจอข้าที่เมืองหลวง และยินยอมเปิดหน้ากากอันนี้ไปร่วมงานพิธีปักปิ่นของข้า ข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง”

“คิดว่าข้าไม่กล้าหรือ”

“เอ๋” ไป๋อวี้หลันเลิกคิ้ว

“แสดงว่าท่านถอดหน้ากากนี่ได้จริงๆ น่ะสิ แล้วใส่ทำไม” ถามพร้อมกับยื่นหน้าเขาไปดูหน้ากากของเขาใกล้ๆ เสวียนหมิงเองก็ไม่ได้หลบ ชายหนุ่มเพียงมองใบหน้าเล็กที่ยื่นเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว

“ท่านใส่มันเพื่ออะไรหรือ”

“แผลเป็น” เขาปด

“น่ากลัวมากเลยหรือ”

“ก็…ไม่น่าดูนัก”

“เช่นนั้นก็ลืมมันเถอะ”

“ตกลงเจ้าจะเล่า หรือว่าจะให้ข้าทำอย่างที่เจ้าเพิ่งท้าทาย” เสียงของเสวียนหมิงไม่ได้ร้อนรนเลยเลยสักนิด เขารอคอยคำตอบของนางอย่างใจเย็น

“ทำไมท่านจึงอยากจะรู้”

“เพราะสงสัย”

“แค่นั้น” ไป๋อวี้หลันเสียงสูง “เช่นนั้นเราสองคนมาตกลงกัน หากเราเจอกันที่เมืองหลวงแล้วข้ายังคงจำท่านได้ ข้าก็จะเล่าให้ท่านฟัง แต่หากท่านปรากฏตัวขึ้น แล้วข้ามีท่าทีหวาดกลัวก็ถือเสียว่าเราสองคนไม่เคยพบกัน ดีหรือไม่” นางเสนอเพราะตนเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งที่ตนพบเจออยู่ตอนนี้นั้นคือความฝันหรือเรื่องจริง อีกทั้งไม่รู้ว่าตนจะออกไปจากร่างเด็กสาวคนนี้เมื่อไร

“อะไรนะ” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว

“ท่านบอกเองว่าท่านคุ้นเคยกับเรื่องน่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว ดังนั้นเรามาลองดูว่าท่านคุ้นเคยกับมันจริงหรือเปล่า” ไป๋อวี้หลันยิ้มให้เขา

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ขยับตัว ดวงตากะพริบเปิดขึ้น ความรู้สึกสะลึมสะลือทำให้ลืมตัวยกแขนขึ้นมาแตะหน้าผาก แต่สายตากลับปะทะเข้ากับกำไลหยกที่อยู่บนข้อมือ

“ตื่นแล้วเหรอลูก” อัญชลีเอ่ยถามขึ้น

“แม่” จิรวรรณมองหน้ามารดางงๆ

“ลูกอยากจะได้อะไรหรือเปล่า”

“หนูหลับไปนานหรือเปล่าคะ”

“ลูกหลับสนิททั้งคืนเลย”

“แม่คะ แม่จำตอนที่หนูได้แผลที่ข้อมือมาได้ไหมคะ” จิรวรรณยกมือข้างขวาที่ยังคงมีสายน้ำเกลือขึ้นมา แล้วจ้องไปยังแผลเป็นนั้นเขม็ง ความรู้สึกเจ็บปวดตอนที่มีดสั้นเล่มนั้นกรีดลงไป ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ

“จำได้สิจ้ะ ตอนนั้นลูกทำแม่ตกใจแทบแย่ เลือดงี้ไหลท่วมเลย ลูกหน้าซีดมากจนแม่แทบอยากจะร้องไห้”

“นั่นสินะคะ”

ดูเหมือนว่าหากไป๋อวี้หลันหลับไปหญิงสาวก็จะตื่นขึ้นในร่างของจิรวรรณ แต่หากว่าจิรวรรณหลับไปก็จะไปตื่นอยู่ในร่างของไป๋อวี้หลัน…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหญิงสาวแน่ใจว่าไม่ใช่ฝันแน่นอน ดังนั้นครั้งนี้จึงอยากจะลองพิสูจน์ด้วยการลองอดนอน เพราะหากทำเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับไป๋อวี้หลัน

แต่อย่างไรเล่า…ในเมื่อจิรวรรณนั้นยังคงอ่อนแออยู่ในโรงพยาบาล แม้ว่าจะเสี่ยงแต่หญิงสาวก็แอบซุกยาเอาไว้ ทั้งยังพยายามถ่างตาทั้งคืน ไม่ยอมให้ตัวเองนอนหลับไป อย่างน้อยจะได้พิสูจน์ข้อสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนตอนนี้

…เป็นอย่างที่หญิงสาวคาดคิด หลังจากที่อดนอนมาทั้งคืน กระทั่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของไป๋อวี้หลัน เสียงกรีดร้องของเสี่ยวจี๋เอ๋อทำให้คนตระกูลไป๋เข้ามาออกันหน้าเตียง

“อวี้เอ๋อเจ้าตื่นแล้วหรือ” ไป๋ซู่ซินเข้ามากอดเด็กสาวเอาไว้ด้วยความยินดี

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

“เจ้าหลับลึกมากเลย เราพยายามปลุกเจ้าก็แล้ว ให้หมอมาดูอาการก็แล้ว จับเจ้าแช่น้ำก็แล้ว เจ้าก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาเสียที เราแทบจะหมดหนทางแล้ว หมอบอกว่าเจ้าเป็นโรคประหลาดเรียกว่าโรคนอนหลับ” ไป๋ซู่ซินเอ่ย

“ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ข้าให้คนส่งข่าวไปที่เมืองหลวงแล้ว พ่อของเจ้าน่าจะออกเดินทางมาที่นี่เลยเมื่อเขาทราบข่าว ข้าว่าเขาคงจะรับเจ้ากลับเมืองหลวงแน่ๆ ที่เมืองหลวงน่าจะมีหมอมือดีที่จะช่วยรักษาโรคประหลาดนี้ให้เจ้าได้” ไป๋ซู่จิ่นอธิบายกับนางด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เอ๋ ไม่ใช่ว่าข้าต้องกลับเมืองหลวงพร้อมพี่ซินเอ๋อเดือนหน้าหรือเจ้าคะ”

“ซินเอ๋อคงจะออกเดินทางพร้อมๆ กันกับเจ้านั่นแหละ เร็วกว่ากำหนดหน่อยคงไม่เป็นไร เจ้าจะได้ไปให้หมอเก่งๆ ลองรักษาดู ปล่อยเอาไว้นานคงไม่ดี” ไป๋ซู่จิ่นเอ่ย

“ช่วงนี้พี่จะย้ายมานอนกับเจ้าก็แล้วกัน กลัวจริงๆ ว่าเจ้าจะหลับแล้วไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีกเลย”

“ได้เจ้าค่ะ” ไป๋อวี้หลันพยักหน้า

ความจริงที่ว่าหากจิรวรรณไม่หลับ ไป๋อวี้หลันก็จะไม่ตื่นขึ้นมา แต่จะกลายเป็นหลับลึกปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา แล้วหากกลับกันเล่าหากว่าไป๋อวี้หลันไม่หลับ จิรวรรณจะเป็นอย่างไรหญิงสาวให้สงสัยนัก

จิรวรรณเองก็ไม่ตื่นขึ้นมาเช่นกัน

นั่นคือคำตอบหลังจากที่ไป๋อวี้หลันลองอดนอน ร่างสองร่างนี้มีบางอย่างเชื่อมโยงกันอย่างที่คิด แต่ว่าทำไมนั้นหญิงสาวไม่อาจจะหาเหตุผลมาอธิบายได้ รู้เพียงว่าหากตนนอนหลับก็จะตื่นไปอยู่อีกที่ซึ่งเวลาก็จะต่างกันไปด้วย

และอีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่งจะกระจ่างก็คือ หากไป๋อวี้หลันได้รับบาดเจ็บหรือมีแผล จิรวรรณก็จะมีแผลเป็นโผล่มาให้เห็น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจิรวรรณไม่เคยมีมาก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 148 จบ

    เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 147

    “ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 146

    “คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 145

    “ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 144

    “อ้อ เหรอคะ” อัญชลีครุ่นคิดว่า ‘เขาว่างขนาดนั้นเลยหรือ’ ก่อนมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาว แล้วหันกลับมามองใบหน้ายิ้มแย้มของหมอหนุ่มนี่ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศภายในห้องของบุตรสาวจึงแปลกพิกล“ถ้าคุณน้ากลับมาแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยอย่างสุภาพแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนับจากวันนั้นจิรวรรณก็พบว่าเขาบังเอิญเดินผ่านเข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ เขาเข้ากับอัญชลีได้เป็นอย่างดี ท่าทางใจดีของเขา ทำให้พยาบาลหลายคนตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นยิ่งทำให้จิรวรรณระมัดระวัง ไม่ให้ตัวเองพาตัวพาใจไปใกล้เขาเกินความจำเป็น เพราะไม่อยากจะเข้าใจผิดว่าความใจดีที่เขามีให้ตนนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ“กำไลหยกนั่นสวยดีนะครับ”“ค่ะ ฉันได้มาโดยบังเอิญที่พิพิธภัณฑ์ แต่พอสวมแล้วถอดไม่ออกเลยได้แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้” หญิงสาวเล่าเฉพาะสิ่งที่เล่าได้“ตระกูลของผมก็มีกำไลแบบนี้นะครับ แต่หายไปนานมากแล้ว”“เอ๋ อย่างนั้นกำไลนี้อาจจะเป็นของคุณหรือเปล่าคะ” จิรวรรณยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยื่นไปหาเขา กำไลหยกสีเขียวแวววาวที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาวส่องประกายวาววับ“มันจะเป็นของผมไปได้อย่างไรครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ข

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 143

    ในขณะเดียวกันนั้นจางหย่วนหมิง แพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลาที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของคนไข้ก็สูดหายใจเข้าลึก เขาหันหลังพิงกำแพงด้วยใบหน้าแตกตื่น เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก หัวใจที่เต้นรัวแรงทำให้เขาต้องหยุดก้าวเดินไปชั่วครู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่เขาพบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่ครั้งนี้คล้ายรุนแรงกว่า เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่จ้องเขม็งมา ทำให้เขาแทบจะระงับอาการตื่นเต้นไม่อยู่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับหญิงสาวคนไหน แต่กับเธอคนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาเป็นอย่างที่คิดเขาแทบจะยื่นมือออกไป อยากลูบไล้สัมผัสแก้มเนียนใสนั้นอย่างอดใจไม่อยู่ทันทีที่สบตาของเธอก่อนหน้านี้เขาเป็นแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อเมริกา แต่เมื่อทราบข่าวจากคนของตระกูลจางว่าหากำไลหยกประจำตระกูลที่สูญหายไปพบแล้ว เขาก็รีบบินมาที่จีนทันทีก่อนตายบิดาของเขาสั่งเสียเอาไว้ว่าต้องหากำไลหยกของย่าทวดที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ แต่เขาไม่เคยเห็นกำไลนั้นมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพถ่ายของย่าทวดที่สวมกำไลนั้นแต่ก็เป็นเรื่องยากอย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 120

    “ไป๋เล่อหรานเล่า”“อาจารย์กำลังดูอาการเขาอยู่ เขาได้รับบาดเจ็บภายในไม่น้อยเหมือนกัน คิดว่าน่าจะอยู่วังเมฆาอัคคีสักพัก แต่ถึงอย่างไรข้าว่ากักตัวเขาเอาไว้ที่นี่ก็ดี เพราะมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าลั่วฉีเยี่ยนอยู่ที่ไหน เราต้องให้เขาพาเราไปหาลั่วฉีเยี่ยน”“นั่นสินะ ตอนนี้นอกจากต้องพาฮูหยินจ้าววังกลับม

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 117

    “นับว่าแผนการวันนี้ของข้าล้มเหลวไม่เป็นท่าจริงๆ นึกไม่ถึงว่าทั้งที่เจ้ารู้ล่วงหน้า แต่กลับอดทนรอจนข้าเข้ามาถึงที่นี่ ข้าอยากรู้มานานแล้วว่าทายาทหลี่เฟิงเสวียนจะแน่สักแค่ไหน” ถังจิวเอ่ยแล้วก้าวมาด้านหน้า“ชี้แนะด้วย” เสวียนหมิงยังคงยิ้มเยือน ก่อนที่ทั้งสองจะโผเข้าปะทะกันในตอนนั้นเองที่เฉินหวังฉวยโอ

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 116

    เสวียนหมิงไม่ได้รับคำ ทว่ารอยยิ้มของเขากลับทำให้ผู้คนกระจ่างแจ้งจั่วจินเหิงเปิดผ้าคลุมหน้าออกเช่นกัน เขาส่งสัญญาณให้คนของพรรคที่ปลอมตัวเป็นคนของพรรคนาวา พาเหล่าผู้อาวุโสและสตรีในหอหลังออกไป ทั้งยังคอยคุมเชิงคนของเฉินหวังเอาไว้ตอนนี้ในห้องโถงจึงมีเพียงเฉินหวังกับเฉินหนิงอ้ายที่อยู่ตรงกลางระหว่างผู

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 115

    ‘คิดว่านางน่าจะถูกวางยาพิษบางอย่าง ข้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นพิษชนิดใด ตั้งแต่ถังจิวพาเข้ามายังไม่รู้สึกตัวเลย’ จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยเสียงเครียด‘พิษหรือ ท่านมั่นใจหรือว่าเป็นพิษ มิใช่ยาสลบหรอกหรือ’ เสวียนหมิงมีท่าทีชะงักจนผิดสังเกต แต่กระนั้นก็ยังเดินตามจ้าวเหยียนเจี๋ยไปโดยดี‘ไม่ใช่ยาสลบแน่นอน ชีพจรของน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status