แชร์

บทที่ 12

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-04 13:37:00

“ไหนลองบอกข้ามาสิหลันเอ๋อ มีเด็กสาวอายุสิบห้าปีคนใด ที่ขนาดโดนคนแปลกหน้าหิ้วตัวออกมาจากคฤหาสน์ในยามค่ำคืน แล้วยังคงนั่งชมจันทร์อย่างสุขุมเยือกเย็นเช่นเจ้าบ้าง”

เสวียนหมิงหันมาจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ แต่แววตาของนางกลับทอประกายสุขุมเยือกเย็นออกมา มองอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่านางคือเด็กสาวที่ถูกประคบประหงมให้อยู่แต่ภายในคฤหาสน์

“เรื่องของข้ามันน่าเหลือเชื่อ”

“ข้าคุ้นเคยกับเรื่องน่าเหลือเชื่อดีจนเจ้าคาดไม่ถึงแน่นอน” เสวียนหมิงยิ้มที่มุมปาก

“เอาอย่างนี้สิหากท่านไปเจอข้าที่เมืองหลวง และยินยอมเปิดหน้ากากอันนี้ไปร่วมงานพิธีปักปิ่นของข้า ข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง”

“คิดว่าข้าไม่กล้าหรือ”

“เอ๋” ไป๋อวี้หลันเลิกคิ้ว

“แสดงว่าท่านถอดหน้ากากนี่ได้จริงๆ น่ะสิ แล้วใส่ทำไม” ถามพร้อมกับยื่นหน้าเขาไปดูหน้ากากของเขาใกล้ๆ เสวียนหมิงเองก็ไม่ได้หลบ ชายหนุ่มเพียงมองใบหน้าเล็กที่ยื่นเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว

“ท่านใส่มันเพื่ออะไรหรือ”

“แผลเป็น” เขาปด

“น่ากลัวมากเลยหรือ”

“ก็…ไม่น่าดูนัก”

“เช่นนั้นก็ลืมมันเถอะ”

“ตกลงเจ้าจะเล่า หรือว่าจะให้ข้าทำอย่างที่เจ้าเพิ่งท้าทาย” เสียงของเสวียนหมิงไม่ได้ร้อนรนเลยเลยสักนิด เขารอคอยคำตอบของนางอย่างใจเย็น

“ทำไมท่านจึงอยากจะรู้”

“เพราะสงสัย”

“แค่นั้น” ไป๋อวี้หลันเสียงสูง “เช่นนั้นเราสองคนมาตกลงกัน หากเราเจอกันที่เมืองหลวงแล้วข้ายังคงจำท่านได้ ข้าก็จะเล่าให้ท่านฟัง แต่หากท่านปรากฏตัวขึ้น แล้วข้ามีท่าทีหวาดกลัวก็ถือเสียว่าเราสองคนไม่เคยพบกัน ดีหรือไม่” นางเสนอเพราะตนเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งที่ตนพบเจออยู่ตอนนี้นั้นคือความฝันหรือเรื่องจริง อีกทั้งไม่รู้ว่าตนจะออกไปจากร่างเด็กสาวคนนี้เมื่อไร

“อะไรนะ” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว

“ท่านบอกเองว่าท่านคุ้นเคยกับเรื่องน่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว ดังนั้นเรามาลองดูว่าท่านคุ้นเคยกับมันจริงหรือเปล่า” ไป๋อวี้หลันยิ้มให้เขา

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ขยับตัว ดวงตากะพริบเปิดขึ้น ความรู้สึกสะลึมสะลือทำให้ลืมตัวยกแขนขึ้นมาแตะหน้าผาก แต่สายตากลับปะทะเข้ากับกำไลหยกที่อยู่บนข้อมือ

“ตื่นแล้วเหรอลูก” อัญชลีเอ่ยถามขึ้น

“แม่” จิรวรรณมองหน้ามารดางงๆ

“ลูกอยากจะได้อะไรหรือเปล่า”

“หนูหลับไปนานหรือเปล่าคะ”

“ลูกหลับสนิททั้งคืนเลย”

“แม่คะ แม่จำตอนที่หนูได้แผลที่ข้อมือมาได้ไหมคะ” จิรวรรณยกมือข้างขวาที่ยังคงมีสายน้ำเกลือขึ้นมา แล้วจ้องไปยังแผลเป็นนั้นเขม็ง ความรู้สึกเจ็บปวดตอนที่มีดสั้นเล่มนั้นกรีดลงไป ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ

“จำได้สิจ้ะ ตอนนั้นลูกทำแม่ตกใจแทบแย่ เลือดงี้ไหลท่วมเลย ลูกหน้าซีดมากจนแม่แทบอยากจะร้องไห้”

“นั่นสินะคะ”

ดูเหมือนว่าหากไป๋อวี้หลันหลับไปหญิงสาวก็จะตื่นขึ้นในร่างของจิรวรรณ แต่หากว่าจิรวรรณหลับไปก็จะไปตื่นอยู่ในร่างของไป๋อวี้หลัน…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหญิงสาวแน่ใจว่าไม่ใช่ฝันแน่นอน ดังนั้นครั้งนี้จึงอยากจะลองพิสูจน์ด้วยการลองอดนอน เพราะหากทำเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับไป๋อวี้หลัน

แต่อย่างไรเล่า…ในเมื่อจิรวรรณนั้นยังคงอ่อนแออยู่ในโรงพยาบาล แม้ว่าจะเสี่ยงแต่หญิงสาวก็แอบซุกยาเอาไว้ ทั้งยังพยายามถ่างตาทั้งคืน ไม่ยอมให้ตัวเองนอนหลับไป อย่างน้อยจะได้พิสูจน์ข้อสงสัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนตอนนี้

…เป็นอย่างที่หญิงสาวคาดคิด หลังจากที่อดนอนมาทั้งคืน กระทั่งตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของไป๋อวี้หลัน เสียงกรีดร้องของเสี่ยวจี๋เอ๋อทำให้คนตระกูลไป๋เข้ามาออกันหน้าเตียง

“อวี้เอ๋อเจ้าตื่นแล้วหรือ” ไป๋ซู่ซินเข้ามากอดเด็กสาวเอาไว้ด้วยความยินดี

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”

“เจ้าหลับลึกมากเลย เราพยายามปลุกเจ้าก็แล้ว ให้หมอมาดูอาการก็แล้ว จับเจ้าแช่น้ำก็แล้ว เจ้าก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมาเสียที เราแทบจะหมดหนทางแล้ว หมอบอกว่าเจ้าเป็นโรคประหลาดเรียกว่าโรคนอนหลับ” ไป๋ซู่ซินเอ่ย

“ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ข้าให้คนส่งข่าวไปที่เมืองหลวงแล้ว พ่อของเจ้าน่าจะออกเดินทางมาที่นี่เลยเมื่อเขาทราบข่าว ข้าว่าเขาคงจะรับเจ้ากลับเมืองหลวงแน่ๆ ที่เมืองหลวงน่าจะมีหมอมือดีที่จะช่วยรักษาโรคประหลาดนี้ให้เจ้าได้” ไป๋ซู่จิ่นอธิบายกับนางด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เอ๋ ไม่ใช่ว่าข้าต้องกลับเมืองหลวงพร้อมพี่ซินเอ๋อเดือนหน้าหรือเจ้าคะ”

“ซินเอ๋อคงจะออกเดินทางพร้อมๆ กันกับเจ้านั่นแหละ เร็วกว่ากำหนดหน่อยคงไม่เป็นไร เจ้าจะได้ไปให้หมอเก่งๆ ลองรักษาดู ปล่อยเอาไว้นานคงไม่ดี” ไป๋ซู่จิ่นเอ่ย

“ช่วงนี้พี่จะย้ายมานอนกับเจ้าก็แล้วกัน กลัวจริงๆ ว่าเจ้าจะหลับแล้วไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีกเลย”

“ได้เจ้าค่ะ” ไป๋อวี้หลันพยักหน้า

ความจริงที่ว่าหากจิรวรรณไม่หลับ ไป๋อวี้หลันก็จะไม่ตื่นขึ้นมา แต่จะกลายเป็นหลับลึกปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา แล้วหากกลับกันเล่าหากว่าไป๋อวี้หลันไม่หลับ จิรวรรณจะเป็นอย่างไรหญิงสาวให้สงสัยนัก

จิรวรรณเองก็ไม่ตื่นขึ้นมาเช่นกัน

นั่นคือคำตอบหลังจากที่ไป๋อวี้หลันลองอดนอน ร่างสองร่างนี้มีบางอย่างเชื่อมโยงกันอย่างที่คิด แต่ว่าทำไมนั้นหญิงสาวไม่อาจจะหาเหตุผลมาอธิบายได้ รู้เพียงว่าหากตนนอนหลับก็จะตื่นไปอยู่อีกที่ซึ่งเวลาก็จะต่างกันไปด้วย

และอีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่งจะกระจ่างก็คือ หากไป๋อวี้หลันได้รับบาดเจ็บหรือมีแผล จิรวรรณก็จะมีแผลเป็นโผล่มาให้เห็น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจิรวรรณไม่เคยมีมาก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 148 จบ

    เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 147

    “ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 146

    “คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 145

    “ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 144

    “อ้อ เหรอคะ” อัญชลีครุ่นคิดว่า ‘เขาว่างขนาดนั้นเลยหรือ’ ก่อนมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาว แล้วหันกลับมามองใบหน้ายิ้มแย้มของหมอหนุ่มนี่ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศภายในห้องของบุตรสาวจึงแปลกพิกล“ถ้าคุณน้ากลับมาแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยอย่างสุภาพแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนับจากวันนั้นจิรวรรณก็พบว่าเขาบังเอิญเดินผ่านเข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ เขาเข้ากับอัญชลีได้เป็นอย่างดี ท่าทางใจดีของเขา ทำให้พยาบาลหลายคนตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นยิ่งทำให้จิรวรรณระมัดระวัง ไม่ให้ตัวเองพาตัวพาใจไปใกล้เขาเกินความจำเป็น เพราะไม่อยากจะเข้าใจผิดว่าความใจดีที่เขามีให้ตนนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ“กำไลหยกนั่นสวยดีนะครับ”“ค่ะ ฉันได้มาโดยบังเอิญที่พิพิธภัณฑ์ แต่พอสวมแล้วถอดไม่ออกเลยได้แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้” หญิงสาวเล่าเฉพาะสิ่งที่เล่าได้“ตระกูลของผมก็มีกำไลแบบนี้นะครับ แต่หายไปนานมากแล้ว”“เอ๋ อย่างนั้นกำไลนี้อาจจะเป็นของคุณหรือเปล่าคะ” จิรวรรณยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยื่นไปหาเขา กำไลหยกสีเขียวแวววาวที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาวส่องประกายวาววับ“มันจะเป็นของผมไปได้อย่างไรครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ข

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 143

    ในขณะเดียวกันนั้นจางหย่วนหมิง แพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลาที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของคนไข้ก็สูดหายใจเข้าลึก เขาหันหลังพิงกำแพงด้วยใบหน้าแตกตื่น เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก หัวใจที่เต้นรัวแรงทำให้เขาต้องหยุดก้าวเดินไปชั่วครู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่เขาพบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่ครั้งนี้คล้ายรุนแรงกว่า เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่จ้องเขม็งมา ทำให้เขาแทบจะระงับอาการตื่นเต้นไม่อยู่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับหญิงสาวคนไหน แต่กับเธอคนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาเป็นอย่างที่คิดเขาแทบจะยื่นมือออกไป อยากลูบไล้สัมผัสแก้มเนียนใสนั้นอย่างอดใจไม่อยู่ทันทีที่สบตาของเธอก่อนหน้านี้เขาเป็นแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อเมริกา แต่เมื่อทราบข่าวจากคนของตระกูลจางว่าหากำไลหยกประจำตระกูลที่สูญหายไปพบแล้ว เขาก็รีบบินมาที่จีนทันทีก่อนตายบิดาของเขาสั่งเสียเอาไว้ว่าต้องหากำไลหยกของย่าทวดที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ แต่เขาไม่เคยเห็นกำไลนั้นมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพถ่ายของย่าทวดที่สวมกำไลนั้นแต่ก็เป็นเรื่องยากอย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 98

    ใช่ นางยังคงรักหลี่เฟิงเสวียนอยู่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร นางก็ยังคงมีใจให้เขา แต่นั่นจะมีประโยชน์อันใด ในเมื่อเขามีนางในดวงใจอยู่แล้ว อีกทั้งนับตั้งแต่รู้จักกันเขาก็ไม่เคยเอ่ยถึงหญิงผู้นั้นสักครั้งหากนางไม่แอบเข้าไปในห้องของเขา นางคงไม่มีทางที่จะเห็นภาพวาดของสตรีผู้นั้นเด็ดขาด และนั่นเป็นเหตุทำให

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 97

    “ได้ พวกเราไปกันเถิด ทุกอย่างสมควรจะดำเนินการได้แล้ว” ไป๋อวี้หลันลุกขึ้นจากตั่งสูงแล้วก้าวออกไปจากห้องโถง ด้านหลังของนางยังมีผู้คุมกฎทั้งสองเดินตามมาทุกที่ที่นางเดินผ่านคนของพรรคต่างก็หยุดคำนับ ทั้งยังมองมายังนางด้วยความประหลาดใจ เพราะมีหรือที่ฮูหยินจ้าววังคนก่อนๆ จะมีผู้คุมกฎทั้งสองเดินตามหลังเช่

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 95

    “ท่านวางใจเถิด ข้าเองก็ไม่ใช่จะไม่รู้ว่าเรื่องจะออกมาเป็นเช่นนี้ ข้าจะออกไปพบพวกเขาเสียหน่อย” ไป๋อวี้หลันเดินมายืนเคียงข้างเขา สายตาของนางมองไปยังหมายกำหนดการที่เสวียนหมิงถืออยู่“เจ้าแน่ใจหรือ” เสวียนหมิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างกังวล“ท่านไม่ไว้ใจข้าหรือ”“ข้าเพียงแต่เกรงว่าการรับมือกับเหล่าผู้อาวุโสของพ

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 94

    ไป๋ซู่ซินอมยิ้มมองแผ่นหลังของจั่วจินเหิงด้วยความรู้สึกปลาบปลื้ม เขาคิดที่จะสู่ขอนาง เขากำลังคิดจะตบแต่งนางเป็นฮูหยินของเขา เท่านี้นางก็พอใจแล้วนางรักเขา รักตั้งแต่ที่เขาได้ช่วยนางเอาไว้ที่หอจี๋ฮวารักแม้ว่าภายหลังนางจะรู้ว่านั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลุมพรางรักแม้จะรู้ว่าในใจของเขามีหญิงคนอื่นมาก่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status