Share

บทที่ 5

last update publish date: 2025-12-30 18:49:02

ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”

จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้น

ทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่

เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้

 ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียว

เมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทสนทนาระหว่างเขากับอาหญิงกลับผุดขึ้นมาในความทรงจำ

‘วันหน้าหากมีหญิงสาวคนไหนเปิดหน้ากากเจ้าได้ เจ้าก็จับนางขึ้นเกี้ยวเข้าวังเมฆาอัคคีเสียเลย หากวันนั้นมาถึงเจ้าอย่าลืมส่งข่าวมาให้ข้ารู้ด้วยล่ะ ข้าจะมาดูหน้านางสักหน่อย’

นางเอ่ยกับเขาทีเล่นทีจริงทั้งยังหัวเราะอย่างเห็นขำ ทว่านางกลับไม่รู้ว่าเขาเองก็คิดจะทำตามอยู่เหมือนกัน เพราะเขามั่นใจว่าเมื่อใดที่เขาสวมหน้ากาก นอกเหนือจากตัวเขาไม่มีใครมีความสามารถแตะต้องหน้ากากบนใบหน้าของเขาได้

เขาไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีหญิงสาวคนใดทำได้จนกระทั่งเมื่อครู่ “เจ้าเป็นใครกัน”

เสวียนหมิงพึมพำกับตัวเอง ทั้งยังคิดในใจอย่างมาดมั่นว่าหากนางกล้าปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกเป็นครั้งที่สาม เขาจะไม่มีทางปล่อยนางให้หลุดมือไปได้อีกครั้ง

หลังจากไม่ได้นอนเลยทั้งคืนหญิงสาวตัดสินใจห่อกำไลทั้งสองอันนั้นด้วยผ้าเช็ดหน้า ตั้งใจจะไปหาหลวงจีนที่วัด เพราะมั่นใจแล้วว่าตัวเองน่าจะโดนอาถรรพ์บางอย่างเล่นงานเข้าให้แล้ว

“แม่คะ” จิรวรรณกรอกเสียงไปตามสายอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่กดโทรศัพท์ไปหามารดาที่อยู่เมืองไทยแล้วมีคนรับสาย

“เป็นยังไงบ้างลูก เมื่อวานไม่เห็นโทรหาแม่เลย”

“หนูไปงานประมูลค่ะ กว่าจะกลับก็ดึกมากแล้ว หนูเจอเรื่องประหลาดๆ ด้วยนะคะ”

“ประหลาดยังไงเหรอลูก”

“หนูเจอกำไลหยกสองอันค่ะ จากนั้นก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นสองครั้ง หนูเหมือนเห็นภาพหลอนค่ะ ภาพหลอนของผู้ชายสวมหน้ากาก”

“นอนมากไปหรือเปล่าเราน่ะ”

“เปล่านะคะ หนูเจอแบบอยู่ๆ ก็โผล่มา แล้วก็หายไป แถมภาพรอบๆ ตัวยังเปลี่ยนไปหมด ทั้งที่อยู่ในห้องนอนแต่กลับเห็นภาพป่าทึบ อ้อมีลำธารด้วยนะคะ”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะเรา ดูหนังมากไปละสิ”

“เปล่านะคะแม่ หนูยังคิดเลยว่าโดนผีหลอกหรือเปล่า เลยจะไปที่วัดให้หลวงจีนดูกำไลนี่สักหน่อย”

“ไปวัดหรือ”

“ค่ะ เมื่อคืนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่จับไข้” เอ่ยทีเล่นทีจริง ทว่าเอ่ยไม่ทันจบเสียงเบรกรถก็ดังลั่น พร้อมกับเสียงกรีดร้อง

คนขับรถของคฤหาสน์เหยียบเบรกอย่างแรง เมื่อโดนรถบรรทุกอีกคันที่เสียหลักวิ่งพุ่งเข้ามาหา เมื่อคนขับตั้งสติได้เขาเหยียบคันแรงเพื่อหลบ

ทว่าก็ยังช้าไปเพราะรถบรรทุกยังคงชนโดนท้ายคัน ก่อนที่รถจะหมุนคว้างอยู่กลางถนน แล้วชนเข้ากับที่กั้นข้างทางแล้วพลิกคว่ำไปอีกด้าน

ร่างของคนในรถแน่นิ่งไป ทั้งที่ยังมีเข็มขัดนิรภัยรัดอยู่

“ลูกวรรณ เสียงอะไรน่ะลูก ลูกวรรณ” เสียงดังมาจากโทรศัพท์ซึ่งยังไม่ได้กดวาง ทว่าจิรวรรณที่นอนแน่นิ่งในซากรถยนต์ กลับไม่ได้ยินแม้แต่น้อย

คนขับรถของคฤหาสน์เสียชีวิตแล้ว ตอนที่หน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลมาถึง ส่วนจิรวรรณนั้นยังมีลมหายใจอยู่ หญิงสาวอาการหนักมาก ทั้งยังไม่รู้สึกตัวเลยกระทั่งถึงโรงพยาบาล

“นี่”

เสียงหนึ่งเรียกจากด้านหลัง ทว่าเมื่อหันไปมองกลับพบว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง

จิรวรรณขมวดคิ้วเมื่อใบหน้าของเด็กคนนั้นเหมือนกับตนอย่างกับคนคนเดียวกัน เพียงแต่ดูแล้วเด็กสาวคนนั้นน่าจะอายุน้อยกว่าตนหลายปี “เธอเป็นใคร” จิรวรรณโน้มตัวลงมาถามคนตัวเล็กกว่า

“ข้าหรือ ข้าชื่อไป๋อวี้หลัน” เด็กสาวตอบ ไป๋อวี้หลันก็ชื่อจีนของเธอเองนี่นา เด็กคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรกัน

“ไปสิ ไปทางนั้นน่ะ”

“ไปไหนฉันกำลังจะไปที่วัดนี่” จิรวรรณเอ่ยถามแต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ตอนนี้ไปที่วัดไม่ได้แล้วละ” เด็กสาวคนนั้นยิ้มให้ “ไปทางนั้นดีกว่า อย่าไปที่วัดเลยนะ”

“ทำไมละ”

“เชื่อข้า อย่าไปทางนั้นเลย มาทางนี้เถอะ”

เด็กสาวที่ชื่อไป๋อวี้หลันยื่นมือออกมา จับจูงมือของหญิงสาวให้ออกเดินไปตามทางที่ชี้บอก จิรวรรณไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมตนถึงได้อาลัยอาวรณ์ฝั่งตรงข้ามนัก

อัญชลียืนอยู่หน้าเตียงคนเจ็บในโรงพยาบาล ด้วยใบหน้าอิดโรย นางเพิ่งจะบินมาถึงปักกิ่งเมื่อเช้า และตรงมายังโรงพยาบาลปักกิ่งทันทีที่ลงเครื่อง

หลังจากที่ได้ข่าวอุบัติเหตุของบุตรสาวเมื่อสองวันก่อน ก็ไม่เป็นอันกินอันนอนเลย เพราะความเป็นห่วง เสียงกรีดร้องของบุตรสาวยังคงกึกก้องอยู่ในหัวคนเป็นแม่ จนทำให้รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 148 จบ

    เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 147

    “ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 146

    “คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 145

    “ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 144

    “อ้อ เหรอคะ” อัญชลีครุ่นคิดว่า ‘เขาว่างขนาดนั้นเลยหรือ’ ก่อนมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาว แล้วหันกลับมามองใบหน้ายิ้มแย้มของหมอหนุ่มนี่ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศภายในห้องของบุตรสาวจึงแปลกพิกล“ถ้าคุณน้ากลับมาแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยอย่างสุภาพแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนับจากวันนั้นจิรวรรณก็พบว่าเขาบังเอิญเดินผ่านเข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ เขาเข้ากับอัญชลีได้เป็นอย่างดี ท่าทางใจดีของเขา ทำให้พยาบาลหลายคนตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นยิ่งทำให้จิรวรรณระมัดระวัง ไม่ให้ตัวเองพาตัวพาใจไปใกล้เขาเกินความจำเป็น เพราะไม่อยากจะเข้าใจผิดว่าความใจดีที่เขามีให้ตนนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ“กำไลหยกนั่นสวยดีนะครับ”“ค่ะ ฉันได้มาโดยบังเอิญที่พิพิธภัณฑ์ แต่พอสวมแล้วถอดไม่ออกเลยได้แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้” หญิงสาวเล่าเฉพาะสิ่งที่เล่าได้“ตระกูลของผมก็มีกำไลแบบนี้นะครับ แต่หายไปนานมากแล้ว”“เอ๋ อย่างนั้นกำไลนี้อาจจะเป็นของคุณหรือเปล่าคะ” จิรวรรณยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยื่นไปหาเขา กำไลหยกสีเขียวแวววาวที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาวส่องประกายวาววับ“มันจะเป็นของผมไปได้อย่างไรครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ข

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 143

    ในขณะเดียวกันนั้นจางหย่วนหมิง แพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลาที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของคนไข้ก็สูดหายใจเข้าลึก เขาหันหลังพิงกำแพงด้วยใบหน้าแตกตื่น เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก หัวใจที่เต้นรัวแรงทำให้เขาต้องหยุดก้าวเดินไปชั่วครู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่เขาพบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่ครั้งนี้คล้ายรุนแรงกว่า เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่จ้องเขม็งมา ทำให้เขาแทบจะระงับอาการตื่นเต้นไม่อยู่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับหญิงสาวคนไหน แต่กับเธอคนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาเป็นอย่างที่คิดเขาแทบจะยื่นมือออกไป อยากลูบไล้สัมผัสแก้มเนียนใสนั้นอย่างอดใจไม่อยู่ทันทีที่สบตาของเธอก่อนหน้านี้เขาเป็นแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อเมริกา แต่เมื่อทราบข่าวจากคนของตระกูลจางว่าหากำไลหยกประจำตระกูลที่สูญหายไปพบแล้ว เขาก็รีบบินมาที่จีนทันทีก่อนตายบิดาของเขาสั่งเสียเอาไว้ว่าต้องหากำไลหยกของย่าทวดที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ แต่เขาไม่เคยเห็นกำไลนั้นมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพถ่ายของย่าทวดที่สวมกำไลนั้นแต่ก็เป็นเรื่องยากอย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 127

    ระหว่างการเดินทางเสวียนหมิงดูแลไป๋อวี้หลันเป็นอย่างดี เขาไม่เคยห่างกายนางไปเลยแม่แต่น้อย เขาไม่ได้เร่งรีบที่จะเดินทาง ตรงกันข้ามเขากลับพานางเที่ยวชมเมืองต่างๆ ในระหว่างที่เดินทางกลับเมืองหลวงจนนางรู้สึกประหลาดใจ“หมิง ท่านมิใช่ว่าต้องรีบกลับไปสะสางงานในพรรคหรอกหรือ เราเอ้อระเหยลอยชายกันมาหลายวันแล้

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 126

    ไป๋อวี้หลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของนางกลอกไปมา ก่อนที่จะขมวดคิ้วแน่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสำนึกสุดท้ายนั้นเกิดอะไรขึ้น ใบหน้างัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมองเห็นท่อนแขนแข็งแรงที่วางพาดอยู่บนเอวของตนนางค่อยๆ หันหน้ากลับไปด้านหลัง กระทั่งพบใบหน้าหลับใหลของเสวียนหมิงอยู่ในระยะประชิด รู้สึกได้ถึงลมหายใจอบอ

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 125

    หญิงสาวไม่รอช้ารีบมองหาที่หลบทันควัน ทว่าทั่วทั้งห้องกลับไม่มีที่ไหนที่นางสามารถหลบได้เลย “ข้ามีความจำเป็นดังนั้นข้าขอหลบสักครู่นะ” ไป๋อวี้หลันกลั้นใจปีนข้ามร่างที่นอนอยู่บนเตียงไป แล้วแทรกตัวลงไปในผ้านวมผืนหนา ไม่สนใจร่างหนาที่ทำท่าลุกขึ้นมานั่งแม้แต่น้อย“ท่านนอนลงสิอย่าส่งเสียงนะ ขอข้าหลบครู่เดี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 124

    วันนี้คือวันที่สองและไป๋อวี้หลันก็คือหญิงงามที่แม่เล้าหลิวจะนำออกประมูล ตอนนี้ด้านนอกเต็มไปด้วยความครึกครื้น ทว่าไป๋อวี้หลันกลับเดินไปเดินมาภายในห้องราวกับหนูติดจั่นอาภรณ์ที่อยู่บนกายพลิ้วไหวบางเบา จนมองเห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจน ทว่าเจ้าตัวกลับหาได้ใส่ใจไม่ นางมองประตูคล้ายรอใครบางคนนางก็พบว่าแม่เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status