Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2025-12-30 18:49:09

ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น

“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”

อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด

“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว

“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคน

เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขารู้ตัว ก่อนจะฟาดลงไปเต็มแรง

เขาชะงักก่อนที่ร่างทั้งร่างที่แน่นิ่งไปจะทับลงบนตัวหญิงสาวอีกคน ซึ่งบัดนี้กำลังอ้าปากค้างมองมายังคนที่ถือท่อนไม้อยู่

 “อวี้เอ๋อ” ไป๋ซู่ซินรีบลุกขึ้นมาอย่างเสียขวัญ ก่อนจะพุ่งเข้ามากอดร่างเล็กกว่าเอาไว้ จิรวรรณขมวดคิ้วเมื่อพบว่าหญิงสาวนางนั้นสูงกว่าตนเกือบช่วงศีรษะ

“เจ้าไม่เป็นอะไร ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่คิดว่าเขาจะหลอกเราออกมา เขาเพียงบอกว่าอยากพบข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ข้าจะเดินทางไปเมืองหลวง ข้านึกว่าเจ้าจะตายไปเสียแล้ว เขา เขาบีบคอเจ้า”

หญิงสาวนางนั้นยังพูดไม่หยุด ทั้งยังมองสำรวจจิรวรรณตั้งแต่หัวจรดเท้า

“คุณเป็นใคร”

“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ” เมื่อเห็นท่าทีของเด็กสาวตรงหน้า ไป๋ซู่ซินก็ชะงัก

ใบหน้างงงวยและดวงตาสับสนของอีกฝ่าย คล้ายมองมายังคนไม่รู้จัก ยิ่งทำให้ไป๋ซู่ซินใจเสีย “อวี้เอ๋อนี่ข้าไง พี่ซินเอ๋อของเจ้า” ไป๋ซู่ซินมองใบหน้าน้อยๆ ที่ขมวดคิ้วนั้นแล้วใจหาย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงร้องออกมาเบาๆ ด้วยความเจ็บก็ทำให้ทั้งสองสะดุ้ง

“ขะ เขาฟื้นแล้ว เราต้องรีบหนี หาไม่แล้วเขาอาจจะทำร้ายเราอีก” ไป๋ซู่ซินกลัวลนลาน

หญิงสาวกลอกตาก่อนจะคว้าท่อนไม้ท่อนเดิมขึ้นมา …ฟาดซ้ำลงไปอีกรอบ ไม่ได้ใจร้ายนะแต่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วมั่นใจว่าเขาต้องเป็นคนไม่ดีแน่ ดังนั้นครั้งนี้จึงลงแรงหนักกว่าเดิม

“จะ…เจ้า” ไป๋ซู่ซินอ้าปากค้าง

“เขาไม่ตายหรอกน่า” เอ่ยจบก็ทิ้งไม้ท่อนนั้นไป ตอนนั้นเองจึงสังเกตว่ามือของตัวเองออกจะเล็กกว่าปกติ เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ชุดที่เคยใส่

เมื่อพลิกฝ่ามือขึ้น ไฝสีแดงเม็ดใหญ่ตรงข้างนิ้วก้อยก็ยังคงเด่นชัด แต่กลับไม่มีแผลเป็นที่ข้อมือให้เห็น แผลเป็นที่ได้มาจากการเล่นซนตอนอายุสิบห้า “อะไรกัน”

“อวี้เอ๋อเราไปจากตรงนี้กันก่อนเถิดนะ หากเขาฟื้นขึ้นมาอีกคงแย่”

“อ้อ ได้”

“นั่นเจ้าจะไปไหน”

               “อ้าว ก็เธอบอกว่าจะไปจากตรงนี้ไงละ”

               “พี่หมายถึงกลับบ้านน่ะ บ้านเราอยู่ทางนี้” ไป๋ซู่ซินชี้ไปยังทิศทางตรงข้าม

               “บ้านหรือ” จิรวรรณเอ่ยถามงงๆ ‘แล้วนี่เธอมามีบ้านที่นี่เมื่อไหร่กันละ’

               ไป๋ซู่ซินมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของญาติผู้น้องแล้วตกอกตกใจ  โดยปกติแล้วไป๋อวี้หลันจะเป็นคนอ่อนหวานน่ารัก ทั้งยังว่านอนสอนง่าย ถามคำตอบคำ ทว่าไป๋ซู่ซินไม่คุ้นเคยกับไป๋อวี้หลันที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

               “หรือว่าจะเป็นเพราะโดนทำร้ายเมื่อครู่ พี่ขอโทษนะอวี้เอ๋อ” ไป๋ซู่ซินได้แต่โทษตัวเอง และคิดว่าไป๋อวี้หลันนั้นเป็นเช่นนี้อาจจะเพราะยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตระกูลไป๋เป็นตระกูลคหบดีที่ใหญ่ที่สุด และร่ำรวยที่สุดในเมืองเลี่ยอู่ ไป๋ซู่ซินคือคุณหนูใหญ่ของตระกูล นางอายุเพียงสิบเจ็ด ทว่ากลับแตกฉานทั้งศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ อีกทั้งใบหน้าที่งดงามของนาง ทำให้นางเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งหลายในเมืองเลี่ยอู่

เมื่อเดือนก่อนไป๋จินเป่าซึ่งมีศักดิ์เป็นท่านลุงใหญ่ของนาง ส่งข่าวมาจากเมืองหลวงว่าจ้าวเหวินจิ้ง องค์ชายห้าแคว้นจ้าวพึงพอใจในตัวนาง ทั้งยังส่งแม่สื่อมาตกลงการหมั้นหมายระหว่างนางกับเขา

แม้ว่าจะได้เป็นเพียงชายารอง ทว่าตำแหน่งชายาของท่านอ๋องแคว้นจ้าวกลับดึงดูดคนตระกูลไป๋ยิ่งนัก

เพราะเหตุนี้ไป๋ซู่ซินจึงต้องตัดสัมพันธ์กับหยางไห่ บัณฑิตคนรักของนางที่แอบคบหากันมาถึงสามปี เขานัดแนะนางออกมา ทั้งยังบอกว่าอยากพบเป็นครั้งสุดท้าย

ทว่าไป๋ซู่ซินกลับไม่คิดว่าเขาตั้งใจจะขืนใจนาง ทั้งยังบังคับให้นางหนีไปกับเขา ไม่เช่นนั้นเขาจะฆ่าไป๋อวี้หลันเสีย ตอนแรกนางคิดว่าเขาเพียงขู่จึงปฏิเสธ นางตกใจมากเพราะไม่คาดหยางไห่ถึงกับเข้าไปบีบคอไป๋อวี้หลันจริงๆ

นางพยายามห้ามแล้ว ทว่าสู้แรงของหยางไห่ไม่ได้

เมื่อเห็นว่าไป๋อวี้หลันนิ่งงันไป หยางไห่จึงหันมาหานางแทน เขาลากนางออกห่างมาจากร่างแน่นิ่งของไป๋อวี้หลัน ก่อนที่จะพยายามที่จะขืนใจนาง

กระนั้นไป๋อวี้หลันที่ฟื้นตื่นขึ้นมา ไป๋ซู่ซินกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เหมือนเดิม ไม่เพียงแต่แววตาท่าทางเท่านั้น แม้แต่การพูดจาของไป๋อวี้หลันก็ยังแปลกไปด้วย

“อะไรกัน!” จิรวรรณร้องลั่นเมื่อมองเห็นเงาตัวเองในกระจกเงา หลังจากตามไป๋ซู่ซินมาจากชายป่า ก็พบว่าสถานที่แห่งนั้นคือศาลเจ้าบนเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 8

    “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”เสียงสาวใช้ปลุกไป๋อวี้หลันเสียงดัง ทำให้ไป๋ซู่ซินที่กำลังเดินเข้ามาพอดีขมวดคิ้ว “วันนี้อวี้เอ๋อตื่นสายจริง” ไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาในห้อง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูอวี้หลันเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวเรียกตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมตื่น บ่าวเขย่าตัวก็แล้ว เรียกก็แล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อสาวใช้ประจำตัวของไป๋อวี้หลันเอ่ยออกมาเสียงสั่น“อะไรนะ” ไป๋ซู่ซินก้าวเข้ามาหน้าเตียงของไป๋อวี้หลัน“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป ตื่นได้แล้ว” ไป๋ซู่ซินเรียกนางด้วยเสียงแตกตื่น เห็นอยู่ชัดๆ ว่าไป๋อวี้หลันยังคงหายใจเป็นปกติ ทว่าไม่ว่าจะเรียกอย่างไรเด็กสาวก็ไม่ยอมตื่นเสียที“ไปบอกนายท่าน แล้วก็ให้คนไปตามหมอมาด้วย” ไป๋ซู่ซินเอ่ยเสียงร้อนรนและแล้วเช้าวันนั้นคฤหาสน์ตระกูลไป๋ก็วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทว่าในตอนที่หมอกำลังจับชีพจรไป๋อวี้หลันอยู่นั้น ดวงตาของไป๋อวี้หลันก็ค่อยๆเปิดออก ใบหน้าเล็กมองทุกคนงงๆ คล้ายยังไม่ตื่นเต็มตา“ทำไมเป็นที่นี่อีกแล้วล่ะ”ภาพของผู้คนตระกูลไป๋ที่ยืนรายล้อมหน้าเตียง ทำให้ไป๋อวี้หลันเบิกตามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวจำได้ว่าตนตื่นขึ้นมาและพบว่าตนอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วทำไมห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 7

    ไป๋ซู่ซินพูดพล่ามหลายอย่างว่าจิรวรรณคือน้องสาวของตน หญิงสาวได้แต่เถียง เพราะเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดอย่างไป๋ซู่ซิน จะกลายมาเป็นพี่สาวของตนที่มีอายุยี่สิบสี่ได้อย่างไรระหว่างทางที่เดินมากับไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็ใจแป้วลงเรื่อยๆ ภาพบรรยากาศบ้านเรือน ผู้คนและสถานที่ที่ดูยังไงก็คงจะหาไม่เจอในจีพีเอส ทำให้ลางสังหรณ์แปลกๆ ในใจส่งเสียงออกมาดังลั่น และคิดว่าเจ้ากำไลนั่นกำลังเล่นตลกแน่ไป๋ซู่ซินพาหญิงสาวเข้ามายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋อันมั่งคั่ง แล้วยื่นกระจกส่งให้ไป๋อวี้หลันทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่บอกว่าตนอายุยี่สิบสี่แล้ว“นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”ภาพของเด็กสาววัยไม่เกินสิบห้าปีกำลังสะท้อนออกมาจากกระจกเงา เด็กคนนี้คือไป๋อวี้หลันที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับหญิงสาวไม่ผิดแน่ หากหญิงสาวคือไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้าอยู่ที่นี่…แล้วจิรวรรณที่อายุยี่สิบสี่ปีเล่า อยู่ที่ไหน!!หลังจากที่ไป๋ซู่ซินพาไป๋อวี้หลันกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลไป๋แล้ว นางจึงจำเป็นต้องบอกความลับเรื่องที่นางแอบคบหากับหยางไห่ออกไป ด้วยเพราะนางต้องเชิญท่านหมอมาดูอาการของญาติผู้น้อง ซึ่งโดนหยางไห่บีบคอ และยังต้องอธิบายด้วยว่าทำไมพวกนางจึงออ

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 6

    ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคนเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขา

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 5

    ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้นทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้ ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียวเมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทส

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 4

    “เจ้าไม่เห็นนางหรือ หญิงสาวในชุดประหลาดตาสีเขียวเมื่อครู่ นางยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ข้า” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว เขาเห็นภาพลวงตาหรอกหรือถังหานเยวี่ยมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่อื่น นอกจากสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในป่าเสวียนหมิงได้แต่ขมวดคิ้วจากนั้นก็ควบม้าออกไป ในใจของเขายังคงสงสัยตัวตนของหญิงสาวผู้นั้น…หรือว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณขณะเดียวกันนั้นจิรวรรณก็ต้องรั้งมือกลับเมื่อพบว่า แผงคอม้าที่ตนลูบเมื่อครู่กลับกลายเป็นผนังพิพิธภัณฑ์แทน “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ ทั้งยังก้มลงมองกล่องกำไลและกำไลที่ยังคงอยู่ในมือ“คุณหนูครับ”เสียงของทนายประจำตระกูลทำให้ได้สติกลับมา หญิงสาวยื่นกำไลทั้งสองให้กับเขา ทั้งยังถามหาเจ้าของ ทว่าไม่ว่าจะตามหาเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทนายประจำตระกูลจึงได้แต่เก็บเอาไว้ในตู้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย หรือลืมเอาไว้จิรวรรณกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เรื่องที่เกิดกับตนที่พิพิธภัณฑ์นั้น แน่นอนว่าหญิงสาวไม่กล้าที่จะบอกใคร ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้านอนนั้นเอง กำไลทั้งสองกลับวางอยู

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 3

    ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัววังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าวเส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรงหอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติหากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้“ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status