LOGIN
อดีต
ริชาเดินเข้าประตูโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในวันแรกของชั้น ม.4 ด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอสอบชิงทุนมาได้ทั้งที่ฐานะทางบ้านแค่ปานกลาง ทุกอย่างดูใหญ่โตและวุ่นวายเกินกว่าที่เธอจะเคยชิน เธอเป็นคนเรียนเก่ง และมีนิสัยเงียบ ๆ กับคนอื่น เธอจะช่างพูดแค่กับเพื่อนที่สนิทเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องเรียน หรือการมีเพื่อนสนิทที่รักกัน แต่เป็นเพราะรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ที่เธอบังเอิญได้เจอเขา... ริกเตอร์ รุ่นพี่ ม.6 สายวิทย์คณิต ที่ทุกคนในโรงเรียนรู้จัก ผู้ชายรูปร่างสูง ใบหน้าเย็นชา เดินผ่านไปตรงไหนก็มีสายตาคอยจับจ้อง เพราะความหล่อเหลาที่หาตัวจับยาก ทำให้เป็นที่หมายปองของผู้หญิงเกือบทั้งโรงเรียน ริชาเคยเห็นเขาครั้งแรกตอนเปิดเทอมใหม่ ๆ ตอนนั้นเขาแค่เดินผ่านทางเชื่อมของตึกเรียน ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่เห็นใครอยู่ในสายตา แต่สำหรับริชา… มันเหมือนมีดอกไม้เบ่งบานขึ้นในใจของเธอ เธอไม่เคยบอกใครว่าตัวเองแอบชอบรุ่นพี่คนนั้น นอกจากพราวฟ้าเพื่อนสนิท เธอทำเพียงแค่แอบมองจากระยะไกล แอบยิ้มเมื่อเห็นเขาเดินผ่าน และแอบเก็บภาพทุกอย่างไว้ในใจทุกครั้งที่มีโอกาส ในแต่ละวันจะเห็นผู้หญิงเอาของและดอกไม้มาให้เขาเต็มไปหมด โดยเฉพาะในวันวาเลนไทน์ ที่เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มฮอตอันดับหนึ่งของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนสนิทของริกเตอร์ที่ชื่อธีร์ดันรู้เรื่องที่เธอแอบชอบริกเตอร์ เพราะได้ยินพราวฟ้าแซวเธอที่ตรงทางเดิน “เห้ยย!! ไอ้ริก” ธีร์พูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ขณะที่ทั้งสองคนยืนสูบบุหรี่หลังตึกเรียน “น้อง ม.4 คนนั้นอะ ที่น่ารัก ๆ ชื่อริชาใช่ไหมวะ รู้ไหมว่าน้องเขาชอบมึง กูได้ยินเพื่อนเขาแซว" "......" "กูว่าล่ะทำไมน้องเขาชอบแอบมองมึงตลอดเลย” ริกเตอร์เพียงแค่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วพ่นควันขาวขุ่นออกจากปาก “แล้วไง” “ก็แค่บอกให้มึงรู้ กูว่าน้องเขาก็น่ารักดี” “ผู้หญิงชอบกูมีเป็นร้อย” เสียงของเขานิ่งและเย็นชาเหมือนเคย “ทำไมกูต้องสนใจวะ” "เออ หล่อสัด ๆ เลยมึงอ่ะ" บทสนทนานี้ริชาไม่เคยรู้ เธอยังคงแอบมองเขาต่อไป แม้จะรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่เงาเล็ก ๆ ที่รุ่นพี่สุดฮอตอย่างเขาอาจไม่เคยสังเกตเห็นด้วยซ้ำ ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งแอบชอบเขา จะเรียกว่ารักครั้งแรกเลยก็ได้ จนกระทั่งเขาเรียนจบชั้น ม.6 หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลย สองปีต่อมา เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วร้านเหล้าเล็ก ๆ ย่านหลังมหาวิทยาลัยชื่อดัง โต๊ะตัวยาวเต็มไปด้วยเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ค็อกเทล และอาหารหลากหลายชนิดที่สั่งมาเป็นชุดใหญ่ ริชานั่งอยู่ตรงมุมโต๊ะข้างพราวฟ้าเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยม ใบหน้าเธอยิ้มแย้ม แต่แก้มทั้งสองข้างเริ่มมีสีแดงก่ำ จากค็อกเทลแก้วเดียวที่เธอดื่มไปก่อนหน้านี้ “โคตรดีใจเลยวะชา ที่ได้เรียนที่เดียวกับมึงอีก” พราวฟ้าตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงแหบแห้ง แล้วชนแก้วกับเธอ “กูคิดว่าตัวเองจะโง่จนสอบไม่ติดแล้ววะ" "คิดอะไรแบบนั้น" "ก็เพราะมึงนั่นแหละติวให้กู ขอบใจมากนะเพื่อนรัก" "มึงขอบใจก็เป็นร้อยรอบแล้วมั้ง" "ต่อไปนี้ชีวิตกูกับมึงจะไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” “ใช่… ไม่เหมือนเดิมแล้ว ” ริชายิ้มตอบเพื่อน เธอเองก็ดีใจมากเหมือนกันที่ได้เรียนมหาลัยเดียวกับเพื่อน เพราะเธอเป็นคนผูกมิตรกับคนอื่นไม่เก่ง บรรยากาศรอบตัวตอนนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีเพื่อนร่วมรุ่น ม.6 หลายคนที่สอบติดมหาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะก็มาร่วมฉลองกันหมด บางคนเมาจนเริ่มร้องเพลง บางคนหัวเราะลั่นโต๊ะ เวลาล่วงเลยไปจนถึงห้าทุ่มกว่า ในโต๊ะก็เริ่มทยอยขอตัวกลับทีละคนสองคน ริชาเองก็เริ่มรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แม้จะดื่มไปแค่แก้วเดียว เธอเอามือแตะหน้าผากเบา ๆ แล้วหันไปกระซิบกับพราวฟ้า “ฟ้า… กูขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” “ให้ไปเป็นเพื่อนไหม?” พราวฟ้าถาม ทั้งที่ตัวเองก็เริ่มมีอาการเมาชัดเจน ดวงตาแดงก่ำ เสียงพูดก็เริ่มยานคางขึ้นเรื่อย ๆ “ไม่เป็นไร มึงเมามากแล้วนะ กูไปคนเดียวได้” ริชายิ้มตอบกลับ แล้วลุกขึ้นยืน เธอเดินเลาะไปตามทางเดินแคบหลังร้าน ที่แสงไฟสลัวและมีกลิ่นบุหรี่เจือปนลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ก่อนจะถึงประตูห้องน้ำ ริชาก้มหน้าลงเล็กน้อย เพราะเห็นผู้ชายสองคนกำลังยืนสูบบุหรี่กันอยู่ตรงนั้น เธอตั้งใจจะเดินผ่านไปให้เร็วที่สุด แต่ทันใดนั้น… “น้องริชาเหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นขัดจังหวะ ทำให้เธอชะงักฝีเท้าทันที หัวใจของริชาเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางของเสียงนั้น ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกโพลงด้วยความตกใจพราวฟ้าเบิกตากว้าง มาริวขมวดคิ้วแน่น ไนท์ยื่นมือออกมาเหมือนจะดึงข้อศอกเธอไว้ ทว่าริชากลับพ่นลมหายใจออกมา เธอรู้ว่าถ้าเธอยืนอยู่ตรงนี้ต่อ เพื่อนอาจจะต้องทะเลาะกับคนในห้อง และเรื่องพี่รหัสที่ทุกคนตั้งใจมาช่วยเธอจะพังตั้งแต่หน้าประตู เธอจึงหันไปทางเพื่อนอีกสามคน พยายามบังคับเสียงให้นิ่งที่สุด “ฉันเข้าไปเอง” ไนท์ยังคงแสดงท่าทีไม่ยอม ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารและความไม่สบายใจ “ริชา...” ทว่าเธอมองเขาทางสายตา บอกโดยไม่ต้องพูดว่าไม่เป็นไร คำนั้นไม่ได้หมายความว่าเธอไม่กลัว แต่มันหมายความว่าเธอกลัวมาก แต่ก็ยังอยากจะเดินเข้าไปด้วยตัวเอง มือเล็กบีบสายกระเป๋าแน่น แล้วแทรกตัวผ่านช่องประตูทันที ก่อนที่ใครจะได้ดึงเธอไว้ทัน กลิ่นในห้องพุ่งเข้ามาล้อมรอบตัว ความมืดสว่างปะปนกันทำให้สายตาเธอต้องปรับความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่ข้างนอกห้องนั้น ไนท์ยังยืนนิ่งหน้าประตู กำมือเข้าหากันแน่น ขณะที่พราวฟ้าและมาริวมองหน้ากันและกันด้วยความกังวลที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา ร่างเล็กของริชาที่ปรับระดับสายตาได้แล้ว ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ได้ยินเสียงปิดประตูด้านหลังดังลั่นจนเธอสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางหดเข้าหากันโดยอัต
พูดจบเขาก็ปล่อยมือพราวฟ้า แล้วเดินตรงไปหาผู้หญิงกลุ่มนั้นทันที แม้สายตาของผู้ชายบางคนจะยังจับจ้องอยู่ก็ตาม “ขอโทษนะครับ” มาริวพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเมื่อเดินไปถึง “ขอถามหน่อยว่าห้องชมรมของคณะวิศวะอยู่ที่ไหนครับ?” นักศึกษาหญิงคนหนึ่งเงยหน้าขึ้น มองเขาก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย “ห้องชมรมอยู่ชั้นสามตึกนี้เลยค่ะ ขึ้นลิฟต์ไปได้เลย” มาริวพยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ ก่อนจะรีบเดินกลับมาหาเพื่อน “ชั้นสาม ตึกนี้” เขาบอกสั้น ๆ “ไปกันดีกว่า” ทั้งสี่คนจึงหันไปทางบันไดทันที ฝีเท้าเร่งขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการหนีจากสายตาที่ยังเกาะติดอยู่ด้านหลังให้เร็วที่สุด ริชาเดินตามหลังทุกคนอย่างเงียบ ๆ หัวใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกปกป้องจากไนท์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ และการที่มาริวจับมือพราวฟ้าไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่น ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งจะเจอกันได้เพียงวันเดียว ทั้งสี่คนเดินตามทางเดินยาวของตึกวิศวะขึ้นมาถึงชั้นสาม อากาศในอาคารร้อนกว่าข้างนอก แต่กลับทำให้ริชารู้สึกหนาวโดยไม่เกี่ยวกับอุณหภูมิ แสงไฟหลอดยาวบนเพดานสะท้อนพื้นปูนมันวาว พร้อมกับเสียงฝีเท้าของทั้งสี่คนดังก้องในโถงที่ค
มาริวรีบเดินเข้าไปถามรุ่นพี่กลุ่มนั้นทันที “ขอโทษนะครับ พี่เฟยอยู่ไหนครับ” นักศึกษาชายคนหนึ่งหันมามอง แล้วยกไหล่เล็กน้อย “ไอ้เฟยเหรอ? วันนี้มันไม่ได้เข้าเรียนเลยว่ะ ไม่เห็นโผล่มาตั้งแต่เช้า” คำตอบนั้นทำให้สีหน้าของทั้งสี่คนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะริชาที่รู้สึกถึงความผิดหวังผสมกับความโล่งใจแปลก ๆ ในอก เธอไม่รู้ตัวเองว่าต้องการจะเจอพี่รหัสเร็ว ๆ หรืออยากเลื่อนมันออกไปก่อนกันแน่ มันเพราะความว้าวุ่นใจจากเมื่อคืนยังทำให้เธอไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับใคร พราวฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปใกล้กลุ่มเพื่อนของเฟยที่ยืนคุยกันอยู่ไม่ไกล “ขอโทษนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “วันนี้พี่เฟยมาเรียนหรือเปล่าคะ? พวกเรากำลังตามหาพี่เขาอยู่ค่ะ” กลุ่มนักศึกษาชายหันมามองทั้งสี่คน แล้วค่อย ๆ ยิ้มออกมาพร้อมกัน ดวงตาเป็นประกาย “อ๋อ...” คนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ตามหาพี่รหัสกันอยู่เหรอ” มาริวและไนท์มองกันแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ทำให้รุ่นพี่กลุ่มนั้นหัวเราะออกมา “ที่จริงไอ้เฟยมันมาเรียนแล้วนะ แต่ไม่ได้เข้าห้องเรียน มันชอบไปหมกตัวอยู่ที่ห้องชมรมของคณะวิศวะมากกว่า มีเพื่อนสนิทมันอยู่คณะนั้นหลา
จนกระทั่งเห็นกลุ่มของริชาลุกขึ้น ร่างของเขาแข็งทื่อในเสี้ยววินาที ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว เห็นริชาเก็บกระเป๋า เห็นเพื่อนของเธอมองมาที่เขาแล้วกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเธอ แล้วเห็นเธอเดินตามหลังผู้ชายสองคนออกจากร้านโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง บางอย่างในอกของริกเตอร์เดือดพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาลุกขึ้นทันที โดยไม่สนใจสายตาประหลาดใจของเพื่อน “มึงไปไหน?” ธีร์เอ่ยถาม แต่ริกเตอร์ไม่ได้ตอบ เขาเดินตรงไปยังลานจอดรถด้วยฝีเท้าเร่งรีบ กดปลดล็อครถ แล้วขึ้นนั่งในรถสปอร์ตสีดำภายในไม่กี่วินาที เครื่องยนต์ดังขึ้น ไฟหน้ารถสว่างวาบ เขารอจนเห็นรถคันที่ริชานั่งขับออกจากลานจอด แล้วค่อยขับตามออกไปอย่างเงียบเชียบ ถนนยามดึกเงียบสงัด ไฟถนนสีส้มทอดยาวเป็นทาง รถของริชาขับไปข้างหน้าด้วยความเร็วปานกลาง ขณะที่รถของริกเตอร์ตามห่างพอสมควร ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลจนหลุดสายตา หัวใจของเขายังคงเต้นแรง มือที่จับพวงมาลัยกำแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน ความโกรธและความรู้สึกที่ถูกกดทับมานานสองเดือน ผสานกันจนกลายเป็นไฟที่ลุกโชนอยู่ในอก เขาขับตามรถคันนั้นไปเรื่อย ๆ ผ่านสี่แยก ผ่านตึกสูง ผ่านร้านค้าที่ปิดไฟมืดมิด จนกระทั่
ภาพนั้นทำให้มือของริกเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นขึ้นอีกครั้ง เขาจ้องมองโดยไม่กะพริบตา ราวกับต้องการจะเจาะทะลุแผ่นหลังของเธอให้ได้ แม้เธอจะหันหลังให้เขา แต่เขาก็ยังจำได้ถึงเส้นผมที่มัดหลวม ๆ กลิ่นน้ำหอมที่เคยผ่านจมูกเขาไปในห้องน้ำ และใบหน้าเย็นชาที่ทำเป็นไม่รู้จักเขา ทำให้ความหงุดหงิดในอกพุ่งสูงขึ้นอีกขั้น ธีร์และบิ๊กบอสที่นั่งอยู่ตรงข้ามหันมามองกันเงียบ ๆ เมื่อเห็นท่าทางของริกเตอร์ ทั้งสองคนประสานสายตากัน แล้วค่อยยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างรู้ทัน “เห็นไหม” ธีร์กระซิบเบา ๆ ให้บิ๊กบอสได้ยิน “มึงว่ามันผิดปกติหรือเปล่า” บิ๊กบอสพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มที่กว้างขึ้น “ชัดเจนว่ะ มองน้องเขาตาไม่กะพริบเลย” ส่วนเซญ่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ริกเตอร์ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้กำลังมองโต๊ะไหน รู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร และรู้ดีว่าทำไมริกเตอร์ถึงกลับมาด้วยสีหน้าแบบนี้ ความหงุดหงิดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในอก ราวกับมีอะไรบางอย่างที่ไม่ลงตัว เธอเม้มปากแน่น แล้วหันไปทางอื่นอย่างจงใจ พยายามไม่มองภาพที่ริกเตอร์กำลังจ้องเขม็งอยู่ “มึงจะมองทางนั้นไปถึงเมื่อไ
“แน่ใจนะ?” เขาถามย้ำอีกครั้ง “ท่าทางเธอดูเหมือนเพิ่งหนีอะไรมาเลย” ริชาบังคับตัวเองให้ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา แล้วส่ายหน้าไปมา “ไม่มีอะไรจริง ๆ แค่คนเยอะนิดหน่อย เลยรีบเดินออกมาน่ะ” ไนท์ยังคงมองเธออยู่อีกสองสามวินาที ราวกับกำลังตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่ แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า แล้วยื่นมือออกมาแตะแขนเธอ พาเดินแหวกกลุ่มผู้คนที่เดินผ่านไปมา “งั้นเราเดินกลับไปที่โต๊ะกันดีกว่า สองคนนั้นรออยู่” ริชาพยักหน้ารับ แล้วทั้งสองคนก็หันหลังเดินกลับไปตามทางเดินยาว ไนท์เดินเคียงข้างเธออย่างเป็นธรรมชาติ มือข้างหนึ่งยังคงวางอยู่ใกล้แผ่นหลังเธอราวกับพร้อมจะพยุงหากเธอจะล้มอีกครั้ง ส่วนริชาเองก็พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้หัวใจจะยังคงเต้นรัวและภาพใบหน้าริกเตอร์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ในขณะเดียวกัน... ที่มุมมืดใกล้ประตูห้องน้ำ ริกเตอร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หลังจากเพิ่งเดินออกมาไม่นาน เขายังไม่ทันได้เดินกลับไปที่โต๊ะ ก็มาเห็นฉากสำคัญเสียก่อน มือหนากำเข้าหากันแน่น เมื่อสายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นภาพที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ริชากำลังเดินเคียงข้างผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่รู้ว่าผ







