LOGIN“หยุดเพ้อเจ้อค่ะเพื่อนสาว แกทำฉันอดตกหนุ่มวิศวะเมื่อกลางวัน คืนนี้ฉันก็ต้องออกล่าเหยื่อหน่อย มาถึงที่นี่แล้วเหล้าก็ฟรี ผู้ชายก็มี ใครจะโง่ไม่เอาล่ะยะ ยกเว้นแก นังเมรีผู้อาศัยอยู่ในสำนักนางชี”
อลิสาผู้ซึ่งเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นสามวันคนอยากมากก็สามเดือน เมรีถึงขั้นส่ายหัวเบาๆ ให้กับพฤติกรรมของเพื่อนที่ทำตัวเหมือนของขาดตลอดเวลา ไม่ได้สมฐานะลูกสาวนายพล แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง ถึงอลิสาจะเสียเรื่องเปลี่ยนคู่ควงบ่อยและติดเที่ยวกลางคืน แต่ข้อดีก็มีอีกมาก แล้วตอนนี้เธอรู้แล้วว่างานเงินดีที่อลิสาพูดถึงคืองานอะไร แม้จะหนักใจแต่ก็เดินเข้ามาแล้ว
“แล้ววันนี้คุณอลิสสนใจจะรับงานคืนนี้ด้วยไหมคะ ถือว่าเป็นการช่วยทางร้าน แล้วก็บริหารเสน่ห์ไปด้วย” คาร์เทียแอบยิ้มมุมปากลอยหน้าลอยตาถามอลิสาทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วเด็กนี่มัน…
“แหมมม…เจ๊ไม่น่าถาม วันนี้ของขาดค่ะ อลิสเล่นด้วยค่ะ” อลิสาพูดติดตลกอย่างไม่กระดากปากแถมหัวเราะต่อกระซิกกับเจ๊เจ้าของร้านอย่างรู้ใจ เธอเป็นพวกรักสนุก แต่ไม่ชอบผูกพันตัวแม่ ชอบรับบทเป็นเด็กในสังกัดของเจ๊ รับงานทำเงินให้เจ้าของร้านอยู่บ่อยๆ ยามอารมณ์เปลี่ยว ไม่ได้สนใจเรื่องค่าตัวหรอก เธอรวยมาแต่เกิด เกิดมาบนกองเงิน ที่ขาดก็แค่ความสุข ขอแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวแบบไม่ผูกพัน
“ทุกคนมารวมกันตรงนี้หน่อย มีน้องใหม่มาแนะนำให้รู้จัก” เจ๊คาร์เทียเดินนำสองสาวเข้ามาในห้องแต่งตัวหลังร้าน
“สวัสดีค่ะทุกคน เมรีนะคะ” มือน้อยๆ ข้างหนึ่งยกขึ้นโบกไหวๆ ทักทายเพื่อนร่วมอาชีพที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องเตรียมทำงานคืนนี้ ส่วนอลิสาคุ้นชินกับที่นี่ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องแนะนำอะไรมาก
“ดาด้าพาเมรีไปแต่งตัวซิ คืนนี้จะได้ทำงานเลย แล้วก็ลงคิวให้คุณอลิสด้วย” เจ๊เจ้าของร้านส่งต่อเมรีและอลิสาให้ดาด้าสาวสองอีกคน ที่มีหน้าที่ดูแลสาวๆ ทุกคนในสังกัด
“เริดมากแม่ สวยขนาดนี้ไปหามาจากไหนคะ ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม นม เอว โอ๊ยดีไปหมด รับรองคืนนี้ร้านเราต้องลุกเป็นไฟแน่นอนค่ะ” ดาด้าสาวสองที่ผ่านการเฉาะมาแล้วลากเสียงยาวขณะตะลึงงันในความสวยของเมรี หล่อนแทบไม่ต้องแต่งเติมเสริมอะไรเพิ่มให้เมรีเลยแม้แต่น้อย เพราะที่มีอยู่ก็เพอร์เฟกต์มากแล้ว
“แหม! ลืมหนูเลยนะ น่าน้อยใจจริงๆ” อลิสาแอบแซะดาด้าที่ตั้งแต่เข้ามายังไม่ทักเธอเลย
“ใครจะกล้าลืมคุณหนูอลิสล่ะคะ เดี๋ยววันนี้พี่ดาด้าจัดคิวงานวีไอพีให้พร้อมน้องเมรีเลยค่ะ”
พอลับตาเจ๊เจ้าของร้าน มือบางก็รีบดึงแขนเพื่อนเกือบจะเป็นกระชาก “นี่นังอลิส สาบานนะว่าแกไม่ได้พาฉันมาขาย”
“โอยยย แกดูละครมากไปนังรี แกดูสิ ที่นี่ไฮโซหรูหราแค่ไหน แขกที่มามีแต่วีไอพี ผู้ชายพรีเมียมเพรียบเลย ทุกอย่างแล้วแต่แกนะ”
ถึงกระนั้นคนฟังก็ไม่สบายใจอยู่ดี จะไปข้างหน้าก็ลำบากใจ จะเดินกลับออกไป ค่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอม และอีกสี่สิบรายการหนี้ที่มารดาก่อไว้ก็รออยู่ เมรีได้แต่ถอนหายใจ
“แต่ยังไงฉันก็ไม่ขาย ฉันไม่ได้มาเพื่อขายตัว” นั่งคุยกับลูกค้าเธอพอรับได้ แต่ห้ามล้วง ห้ามควัก เธอรับแค่งานเอนเตอร์เทนพูดคุยเท่านั้น
“แกไม่ขายก็เรื่องของแก แต่ฉันน่ะจะแจกฟรีถ้าถูกใจ”
“โอ๊ย! อลิส แกสงสารน้ำสกุลพ่อแกหน่อยเถอะ ใช้ชีวิตเบาๆ หน่อย”
เมรีมองลูกคุณหนูไฮโซด้วยสีหน้าหนักใจราวกับกำลังประชดชีวิต ยังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกอีกฝ่ายดึงมือให้เดินตามไป บรรยากาศในร้านเริ่มคึกคักเมื่อนักเที่ยวเริ่มหนาตากว่าตอนหัวค่ำ ยิ่งเวลาล่วงเลยดึกมากขึ้นเท่าไร เหล่าบรรดานักเที่ยวกลับยิ่งแน่นขนัดร้านจนดูแออัดไปถนัดตา สองสาวถูกพาเข้าไปแต่งหน้าทำผมในห้องแต่งตัวซึ่งไม่แพ้สตูดิโอของดารา ก่อนช่างแต่งหน้ามืออาชีพสาวสองจะรีบดึงตัวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้แล้วช่วยกันแปลงโฉมสองสาว
แสงไฟบนเวทีสาดส่องบรรดาสาวสวยวัยยี่สิบต้นๆ นับสิบคน ระดับความสวยแต่ละนางไม่ได้แพ้ดารา นางแบบ ตามหน้าจอทีวี พวกเธอคือดาว แต่เป็นดาวที่ประดับอยู่บนไนต์คลับหรูหราแห่งนี้ บางคนเป็นพริตตี้เอ็มซี และนักศึกษาแฝงมาหารายได้พิเศษก็มี รายละเอียดชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมรีไม่อยากโทษใคร เธอเองก็ไม่ได้อยากจะมายืนอยู่ตรงนี้ แต่ที่ตัดสินใจขึ้นมาบนเวทีเพราะได้ตกลงกันแล้วไม่มีการบังคับให้ขายบริการ รายได้ในคืนนี้คือการประมูลดริงก์
“สวัสดีแขกท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เอาละค่ะ วันนี้ทางร้านมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสนุกกันค่ะ เราจะเปิดการประมูลดริงก์สำหรับสาวสวยที่คัดมาเป็นอย่างดี พรีเมียมสุดๆ สำหรับใครที่ต้องการน้องๆ สาวสวยระดับวีไอพี ไปเอนเตอร์เทนที่โต๊ะก็ยกป้ายประมูลกันรัวๆได้เลยนะคะ” เจ๊คาร์เทียจัดการเริ่มเปิดการประมูล บรรดาสาวๆ ที่มีหมายเลขประจำตัวเองก็ทยอยกันเดินขึ้นมาอวดโฉมบนเวทีให้เหล่าบรรดานักดื่มกลัดมันได้เลือกประมูลกันอย่างสนุกสนาน จนมาถึงคิวของอลิสากับเมรีสองสาวเพื่อนรักของค่ำคืนนี้ที่มีความสวยสดเฉิดฉายเรียกสายตาหนุ่มๆ กระเป๋าหนักทั้งหลาย
คืนวันที่ 7...ฝนเริ่มตกลงเพียงบางเบา เวลาผ่านไปไม่นานกลายเป็นพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ เมรีนอนพลิกตัวไปมาตลอดคืน ความไม่สยาบใจทับถมกันมายาวนานหลายวัน ทำให้กลางดึกเธอสะดุ้งเฮือก ร่างกระตุกแรงเหมือนถูกปลุกด้วยแรงลม“อคิณ!!”เธอกรีดร้องลั่นโทรศัพท์หลุดมือตกลงพท้นเมื่อได้รับข่าวร้ายว่าสารวัตรอคิณถูกยิงขณะปฏิบัติหน้างที่ ร่างบางสั่นสะท้านจนเกินควบคุม น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มทั้งที่ยังหลับตา ลมหายใจปั่นป่วน หัวใจถูกบีบคั้น “เขาถูกยิง...เขากำลังจะจากไป ไม่!!!...อย่าทิ้งรีไปนพี่คิน....น้องเกลกำลังมีความสุขพี่ทิ้งพวกเราไปไม่ได้นะคะ”“พี่คิน! ไม่นะคิ พี่คินอย่าทิ้งรีกับลูกนะคะ”ดวงตายังคงปิดสนิท แต่ปากกลับขยับตามความฝัน ทันใดนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมเสียงเรียกที่ดังกลบเสียงฟ้าผ่า อคิณมองเห็นเมียรักในชุดนอนซีทรูแนบเนื้อหลับอยู่บนเตียง วันนี้ไม่มีน้องเกลอยู่ด้วย เดาไม่ยากคุณย่าคงอ้อนให้หลานไปนอนด้วย“รี!!” อคิณยืนอยู่ตรงนั้น หัวเปียกโชก เสื้อมีห
เมรีหันไปหาอคิณ “ฉันจะลองตั้งช่องติ๊กต๊อกค่ะ ถ่ายคลิปวิธีทำแบบเรียบง่าย เน้นความน่ารักเป็นธรรมชาติของพวกเขา คนชอบดูอะไรที่จริงใจแบบนี้ ชอบของพื้นบ้าน ถ้ามีคนแชร์ก็จะเริ่มมีคนสั่งสินค้าแปรรูปของเรามากขึ้น และจะให้เพื่อนที่ทำส่งออกช่วยเรื่องช่องทางจัดจำหน่ายต่างประเทศ”ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนฟังอยู่ตลอดพยักหน้า คนอายุขนาดเขาได้แต่คล้อยตามคนหนุ่มสาวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี“ถ้างั้น...พวกเราจะลองสู้กับการทำสวนส้มอีกครั้ง!” เสียงลุงเปี่ยมดังขึ้นคนแรก ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันปรึกษาหารือกันหลังจากที่ราคาส้มตกต่ำอย่างหนักพวกเขาคิดจะตัดต้นส้มทิ้งหลายวันต่อมาลานกลางหมู่บ้าน มีโต๊ะไม้ยาววางเป็นแถว ตะแกรงไม้ปูเรียงกัน ส้มถูกหั่นเป็นแว่นบางเรียงแถวอย่างสวยงาม ชาวบ้านรุ่นแม่รุ่นป้านั่งล้อมวงกัน ล้าง หั่น คลุกน้ำตาล ส่งเสียงหัวเราะกันไปมา บางคนร้องเพลง บางคนเล่นมุกให้หัวเราะ เมรีและอคิณและน้องเกลก็รวมอยู่ด้วยเมรีนั่งอยู่ข้างหน้า วางกล้องมือถือที่ตั้งบนขาตั้งเล็ก ๆ ถ่ายคลิปพร้อมพูดแนะนำวิธีการแปรรูปแบบง่าย ๆ และพาเดินชมบรรยากาศหมู่บ้าน“นี่คือ
เมรีกำลังเหม่อไปกับความคิดแต่เสียงเรียกของอคิณทำให้เธอได้สติ “รีเหม่อคิดอะไรอยู่ ระวังด้วยกำลังเข้าถนนหมู่บ้านแล้ว” เสียงเตือนของอคิณทำให้เธอหยุดคิดเรื่องราวเก่าๆ กลับมาสู่เวลานี้ เวลาที่กำลังมีความสุข ชีวิตใหม่จักรยานทั้งสองคันค่อย ๆ โผล่พ้นแนวไร่เข้าสู่ถนนหลักของหมูบ้าน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ต้องเบรกรถในทันทีชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังเข็นรถเข็นที่บรรทุกส้มจนเต็มแน่นแทบล้นชาวบ้านแถวนี้ปลูกหลายอย่าง ลำใย อุง่น ส้ม แต่ละคนใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ส้มสีส้มสดใสบ้าง เปลือกเหี่ยวย่นบ้าง ปนกันไป กลิ่นหอมลอยมาแตะจมูกเป็นระลอกเมรีชะโงกหน้าเล็กน้อย ก่อนหันไปถามเสียงอ่อน"นั่นเขาเข็นส้มกันไปไหนเหรอคะ?"อคิณขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจอดจักรยาน เดินเข้าไปหาชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นลุงเปี่ยมทีปลูกไร่ส้มอยู่ติดกัน“ลุงเปี่ยม นี่เอาส้มไปไหนกันครับ?”ชายสูงวัยหน้าตาใจดีถอนหายใจเสียงดัง “ปีนี้ส้มราคาตกมากครับคุณอคิณ...ขายไม่คุ้มทุนเลย นายทุนเหมาถูกจนเหมือนแจกฟรี ถ้าจ้างรถขนเข้าเมืองก็เจ๊งเปล่า ผู้ใหญ่บ้านเลยให้ที่ตรง
สองเดือนถัดมา สายลมยามบ่ายพัดผ่านไร่องุ่นที่ทอดตัวอยู่บนเนินเขา เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางแดดอ่อนสีทอง บ้านหลังใหญ่ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของต้นไม้ ริมระเบียงมีหญิงวัยกลางคนผมยาวแซมขาว สวมผ้ากันเปื้อนลายดอก ยืนชะเง้อมองถนนทางเข้าบ้านด้วยใจจดจ่อเพราะเจ้าลูกชายตัวดีจะพาหลานสาวมาหาย่าอย่างเธอ ยุพินดีใจมากที่จะได้พบหลานสาว เธอดูรูปและคลิปวีดีโอที่ลูกชายและลูกสะใภ้ส่งมาให้ทางไลน์ มาหลายเดือน เห็นหลานสาวน่ารักกินเก่ง ช่างพูด วันนี้คนเป็นย่าจะได้เจอหลานสาวตัวเป็นๆ แล้ว คุณยุพินจึงอบขนมไว้หลายอย่างเพื่อรอการมาของเด็กหญิงเกวดีไม่นานนักเสียงรถยนต์คันใหญ่จอดสนิทตรงหน้าบ้าน เมื่อประตูรถถูกเปิดออก หญิงสาวลงจากรถพร้อมอุ้มเด็กหญิงหน้าตาสดใส ตาโต แก้มป่อง ยิ้มระบายบนหน้าอยู่ตลอดเวลาไว้ในอ้อมแขน คนเฝ้ารอได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา“ตาคิน หนูเมรี…น้องเกล...มากันแล้วเหรอลูก”“แม่ครับ...เด็กผู้หญิงคนนี้...คือน้องเกลลูกสาวผมกับเมรีครับ” มือใหญ่อีกข้างคว้าจับมือบางให้มายืนข้างกันหญิงสูงวัยสองคนยืนมองครอบครัวเล็ก ๆ ต
“รีกลัวไหม?” เสียงเขาแหบพร่าจนใจเมรีเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมรีส่ายหน้า “ไม่เลย... ตอนนี้รู้สึก...” จะให้เธอบอกความรู้สึกได้อย่างไร ในเมื่อเธอรู้สึกถึงร่างกายเขาทุกส่วน ทั้งมือที่ลูบไล้หน้าท้อง ซิกแพคที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลัง และส่วนล่างที่กระแทกสะโพกเธอไม่หยุด ความวาบหวาทำให้เธอไม่สามารถชื่นชมวิวทิวทัศรอบด้านได้เลยเจ้าหมอกเคลื่อนเข้าไปยังทุ่งโล่งเล็ก ๆ ที่ปลายไร่ สถานที่ที่เงียบสงบ ไกลจากเสียงคนและโลกภายนอก แสงสีแดงส้มแต่งแต้มขอบฟ้ายามเย็น ความมืดเริ่มโรยตัว ดวงดาวพร่างพราวบนท้องนภาเริ่มส่องแสงระยิบระยับ“หนาวหรือไม่?” มือของเขารั้งร่างบางเข้ามาชิด แขนแข็งแกร่งกดเธอแนบอก ไอ่อุ่นระอุทะลุผ่านเนื้อผ้า“ที่พี่พาเธอมาวันนี้... ไม่ใช่แค่ให้รีขี่เจ้าหมอกอย่างเดียว” เขากระซิบ ใกล้ใบหู ทำให้เธอสะดุ้งเบา ๆ“แล้วพี่คินจะให้รีทำอะไรคะ” เธอถามเสียงเบา ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อมือของเขายกขึ้นแตะแก้มที่กำลังเย็นเพราะอากาศ ลากนิ้วหัวแม่มือไล้ผ่านริมฝีปากบาง เธอเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าสู่หัวใจ ก
รถแล่นกลับมายังไร่องุ่นแต่เลี้ยวแยกไปอีกทาง “ฉันจะพาเธอไปพบใครอีกคนที่เธอควรรู้จัก” หลังจากเปิดเผยทุกอย่างต่อมารดา ความสบายใจทำให้อคิณยิ้มง่ายขึ้น เมรีเหลือบตามองนึกหมั่นไส้ขึ้นมา เขาทำทุกอย่างโดยไม่ให้เวลาเธอได้ตั้งตัว บังคับให้ต้องทำตามและยอมรับมันรถจอดอยู่หน้าคอกม้าใหญ่ท้ายไร่ กลิ่นหอมของหญ้าแห้งผสมกลิ่นไอแดดยามเย็นอบอวลในอากาศ เมรียืนอยู่หน้าคอกไม้สีเข้ม ขัดเงาจนเห็นลายไม้ชัดเจน“คุณอคิณ” เสียงเรียกทำให้ทั้งสองหันมอง ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคนดูแลคอกม้าเดินเข้ามาใกล้ พรางยกมือขึ้นไหว้“เจ้าหมอกอยู่ในคอกเหรอครับลุง?” อคิณเอ่ยถามลุงเพิ่ม“ใช่ครับ พาเข้าไปเมื่อครู่นี้เอง” มือดำแดดชี้ไปยังโรงม้าสีแดงไวน์ตัดขาวฝั่งตรงข้าม อคิณพยักหน้ารับก่อนหันมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน“รออยู่กับลุงเพิ่ม ตรงนี้นะ เดี๋ยวพีมา” เขาไม่ได้รอฟังคำตอบ ร่างใหญ่เดินไปยังคอกม้าทันที เมรีรู้สึกประหลาดใจไหนเขาบอกว่าจะพามาหาใครบางคน หรือจะเป็นลุงคนนี้ ดวงหน้าหวานมองจ้องลุงเพิ่มอย่างพิจารณา“นั่นคือ ‘เ



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



