Inicio / รักโบราณ / หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด / เมื่อมีวาสนาให้พบพาน ย่อมมีชะตาให้พรากจาก

Compartir

เมื่อมีวาสนาให้พบพาน ย่อมมีชะตาให้พรากจาก

Autor: LittleLyn
last update Fecha de publicación: 2026-08-29 22:31:33

ซูเยว่หนิงพักอยู่ในเมืองชิงเหอต่ออีกสองสามวัน

เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ยังคงดำเนินไปอย่างสงบ ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังแว่วมาตามสายลม ถนนสายหลักเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางผ่านไปมา ช่วงเวลาสองสามวันที่ผ่านมา จากคนที่บังเอิญได้พบกัน ทั้งสองกลับค่อย ๆ สนิทสนมกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ยามมีเวลาว่าง พวกนางมักนั่งสนทนากัน บางครั้งเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน บางครั้งก็เป็นเรื่องราวในอดีต

เยว่หนิงเรียกหญิงผู้นั้นว่า ‘ท่านป้า’ อย่างสนิทสนม นางเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบิดามารดาของนาง เล่าเรื่องของพี่ชาย และเล่าเรื่องบางอย่างที่เยว่หนิงไม่เคยได้ยินมาก่อน ทุกครั้งที่ได้ฟัง นางมักนั่งเงียบอยู่นาน  นางเพิ่งรู้ว่าอดีตที่ตนเองเคยคิดว่ารู้จักดีนั้น แท้จริงแล้วยังมีอีกหลายสิ่งที่นางไม่เคยรับรู้ บางเรื่องทำให้นางประหลาดใจ บางเรื่องทำให้นางอดยิ้มไม่ได้ และบางเรื่องก็ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจอย่างประหลาด

แม้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันจะสั้นนัก แต่ความผูกพันบางอย่างกลับเกิดขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่าวันเวลาย่อมไม่เคยหยุดรอผู้ใด เมื่อถึงวันที่นางต้องออกเดินทาง เยว่หนิงกลับรู้สึกอาลัยอยู่ไม่น้อย

เช้าวันนั้น เยว่หนิงจัดสัมภาระของตนเองจนเรียบร้อย หญิงผู้นั้นมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน เยว่หนิงประสานมือคำนับ

“ท่านป้า โปรดรักษาตัวให้ดีเถิด” นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา

“นี่คือเทียบยาที่ข้าเขียนไว้ ขอให้ท่านป้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อย่าได้ละเลยเป็นอันขาด”

หญิงผู้นั้นรับเทียบยาไป ก่อนยิ้มบาง ๆ เยว่หนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ

“หากข้าได้พบพี่ชายแล้ว... ข้าจะกลับมาตามหาท่าน”

“ไม่ต้องห่วงข้าหรอก เยว่หนิง... เจ้าเองก็จงรักษาตัวให้ดี” เยว่หนิงพยักหน้า

“ในวันหน้า หากมีวาสนา เราคงได้พบกันอีกครา”

“เจ้าค่ะ” เยว่หนิงยิ้มบาง ๆ นางหันกายเดินจากมา แต่เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็อดหันกลับไปมองไม่ได้ ทั้งสองสบตากันจากระยะไกล ก่อนเยว่หนิงจะค่อย ๆ หันกลับมาอีกครั้ง

บางทีคนเราก็เป็นเช่นนี้ มีพบก็ย่อมมีจาก บางคนแม้ได้พบกันเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ กลับทิ้งความอบอุ่นเอาไว้ในใจได้ยาวนาน เยว่หนิงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วก้าวเดินต่อไป

เยว่หนิงมุ่งหน้าเดินทางไปทางทิศใต้ตามคำบอกเล่าของเจ้าของโรงเตี๊ยม ทว่ายังไม่ทันออกจากเมืองชิงเหอไปได้ไกล นางก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เพียงเห็นคนผู้นั้น เยว่หนิงก็ชะงักฝีเท้า ดวงตาของนางเบิกกว้าง

“มู่จิ่งอัน!!”

ชายหนุ่มตรงหน้าเผยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับรอคอยนางอยู่แล้ว

“เยว่หนิง ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ” เขากวาดตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเป็นห่วง

“เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้บาดเจ็บอะไรใช่ไหม”

“ข้ามิเป็นไร” เยว่หนิงตอบ ก่อนมองเขาด้วยความสงสัย

“นี่เจ้าตามหาข้าพบได้อย่างไร” ทั้งที่นางทิ้งของทุกอย่างที่สามารถยืนยันตัวตนของนางไว้ที่จวนจนหมดแล้ว ทุกคนก็น่าจะคิดว่านางตายไปแล้ว

“พี่ชายข้าสั่งให้ข้าตามหาและคุ้มครองเจ้าน่ะสิ” มู่จิ่งอันถอนหายใจเบา ๆ

เขากับเยว่หนิงเป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งยังเคยศึกษาวิชาแพทย์ร่วมกับซูเหวินเซวียนและเยว่หนิง พี่ชายของเขามักกำชับอยู่เสมอว่าให้ดูแลสหายให้ดี แม้จิ่งอันจะไม่เข้าใจเหตุผลนัก แต่เมื่อเป็นคำสั่งของพี่ชาย เขาก็ย่อมทำตาม

“พี่ชายเจ้า... มู่จวินเหิงงั้นหรือ” เยว่หนิงเงียบไปครู่หนึ่ง

“เขาน่าจะพบศพของข้าและคิดว่าข้าตายไปแล้วสิ”

“อาเจิ้งบอกว่า แม้เครื่องประดับและของมีค่าต่าง ๆ จะชี้ชัดว่าร่างนั้นเป็นเจ้า แต่มองเพียงครู่เดียว พี่ชายข้าก็รู้ว่านั่นมิใช่ร่างเจ้า เขาจึงให้ข้าออกตามหาเจ้าอย่างลับ ๆ เกรงว่าพี่ชายข้าเองก็คงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” จิ่งอันกล่าวต่ออย่างจริงจัง

“ข้าคิดว่ามีคนจงใจใส่ร้ายครอบครัวเจ้าและตระกูลว่าน และข้าเกรงว่าพวกมันอาจใช้สถานการณ์นี้จัดการพี่ชายข้าด้วยในคราเดียวกัน”

เยว่หนิงกำมือแน่น

“ตอนนี้ข้ากำลังเดินทางตามหาพี่ชายของข้า ข้าอยากพบเขา... อยากยืนยันว่าเขาปลอดภัย”

จิ่งอันพยักหน้า

“ข้าจะเดินทางไปกับเจ้า เพียงแค่ตามอยู่ห่าง ๆ อย่าให้ใครรู้ว่าเรารู้จักกัน มิเช่นนั้น หากข้าคอยตามติดปกป้องเจ้า คงตกเป็นเป้าของผู้ไม่หวังดีเป็นแน่ แต่หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะรีบมาช่วยเจ้าทันที”

เยว่หนิงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า ทั้งสองจึงออกเดินทางจากเมืองชิงเหอ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   หนทางเบื้องหน้ามิอาจเดินต่อ จึงต้องเปลี่ยนเส้นทาง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเยว่หนิงถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู“คุณหนู ตื่นหรือยังเจ้าคะ? ท่านประมุขให้มาตามเจ้าค่ะ ทุกคนอยู่ที่ห้องโถง”นางลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เยว่หนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรีบแต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องเมื่อมาถึงห้องโถง ทุกคนนั่งอยู่พร้อมหน้า สีหน้าของดูจริงจังกว่าปกติ“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” บิดาหันมามองนาง“เมื่อคืนมีโจรปล้นขบวนสินค้าที่เดินทางผ่านถนนสายเหนือ เส้นทางนั้นไม่ปลอดภัยแล้ว เราคงต้องเปลี่ยนเส้นทาง” หัวใจของเยว่หนิงเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยถนนสายเหนือ...เป็นเส้นทางที่พวกเขากำลังจะไป“กลับไปใช้ถนนสายเก่าที่ต้องผ่านหุบเขา”เยว่หนิงชะงัก"ข้าไม่อยากเดินทางผ่านหุบเขา”“เหตุใด?” ซูเหวินเซวียนถามนางกำชายเสื้อแน่น จะบอกได้อย่างไร? เพราะนางรู้สึกว่ามันอันตราย?“ข้าไม่อยากไปจริง ๆ” น้ำเสียงของนางจริงจังกว่าปกติมารดามองบุตรสาว ก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ“ถ้าเยว่หนิงไม่สบายใจ เราหาทางอื่นไม่ได้หรือ?”“ถ้าเช่นนั้นอ้อมไปทางตะวันตก จะใช้เวลาเพิ่มอีกสามวัน แต่ถนนค่อนข้างปลอดภัย”“เช่นนั้นไปทางตะวันตกเถิดเจ้าค่ะ” สุดท้ายทุกคนจึงตกลงเดินทางไปทางตะวันตกขบวนรถม้าออกจากหมู่บ้านในช่วงสาย เยว่หนิง

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   เมื่อหนทางเปลี่ยนผัน ใครเล่าจะรู้ปลายทาง

    “ไปพักผ่อนด้วยกันสักหน่อยก็ดี พวกเราไม่ได้ออกไปเที่ยวพร้อมหน้ากันมานานแล้ว” บิดาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า เยว่หนิงหลุบตาลง ซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ เอาไว้ นางยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทุกอย่างได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจคือ คราวนี้ครอบครัวของนางจะไม่อยู่ที่จวนในวันที่นักฆ่าบุกมาคืนนั้น เยว่หนิงกลับห้องและเริ่มคิดถึงเส้นทางเดิมทีนางเคยคิดถึงเมืองชิงเหอเป็นตัวเลือกหนึ่ง เพราะเมืองนั้นอากาศดีและเหมาะกับการพักฟื้น แต่เพียงความคิดนั้นผุดขึ้นมา นางก็ปัดมันทิ้งทันทีชิงเหอ... ที่นั่นคือสถานที่ที่นางตาย ต่อให้คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว นางก็ไม่คิดเสี่ยงพาครอบครัวไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำสุดท้ายของชีวิต ดังนั้น นางจึงเลือกเมืองเหอผิงแทนเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายวันทางรถม้า มีน้ำพุร้อนและอากาศเย็นสบาย ผู้คนไม่พลุกพล่านจนเกินไป ทั้งยังอยู่คนละทิศกับชิงเหอ เหมาะแก่การพักฟื้น และที่สำคัญ...ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางที่นางเคยเดินในชีวิตก่อนนางหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนเส้นทางคร่าว ๆ ลงไป นางไม่อาจรู้ได้ว่าเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นเพราะสิ่งใด แต่ตราบใดที่นางเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ได้มากพอ

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   ครอบครัวพร้อมหน้า ก่อนสายลมแห่งชะตาจะพัดผ่าน

    หลังกลับถึงจวน ซูเยว่หนิงก็ถูกมารดาพาไปนั่งพักทันที“แขนช้ำไปหมดแล้ว” มารดามองรอยแดงตรงท่อนแขนของนางแล้วขมวดคิ้ว“ข้าบอกแล้วว่าให้ระวัง เหตุใดจึงชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย”“ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย” ซูเยว่หนิงตอบเสียงเบานางนั่งนิ่งขณะที่สาวใช้เข้ามาช่วยจัดการแผล ส่วนมารดายังคงบ่นอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด เสียงนั้นฟังดูธรรมดาเหลือเกิน ธรรมดาจนซูเยว่หนิงต้องก้มหน้าลงเพื่อซ่อนดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าวนางคิดถึงมันมากเหลือเกิน“เจ็บหรือ?” มารดาถามเมื่อเห็นนางเงียบซูเยว่หนิงพยักหน้า เพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง มารดามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาลูบศีรษะคืนนั้นซูเยว่หนิงนอนไม่หลับ นางนอนมองเพดานอยู่บนเตียง พลางลูบหน้าอกตัวเองเบา ๆ ความเจ็บจากคมมีดยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ แม้ไม่มีบาดแผลแล้ว แต่บางครั้งเพียงหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย หน้าอกก็จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ราวกับร่างกายยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยถูกทำร้ายอย่างไรอีกสองสัปดาห์นักฆ่าจะมา และอีกหนึ่งเดือนนางจะตาย ซูเยว่หนิงพลิกตัวไปมาอยู่พักใหญ่กว่าจะหลับลงได้เช้าวันรุ่งขึ้น นางถูกปลุกด้วยเสียงเอะอะจากด้านนอก“คุณหนู! คุณหนู!” เสีย

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   เมื่อกาลเวลาหวนคืน และชะตายังมิได้ถูกเขียน

    แสงสีทองพลันสว่างวาบขึ้นตรงหน้าซูเยว่หนิงรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างกำลังลอยอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ เสียงลม เสียงผู้คน และเสียงสายน้ำจากแดนวิญญาณค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความรู้สึกเบาหวิว ก่อนทุกอย่างจะหยุดลงในชั่วพริบตา“คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ!” เสียงร้องตกใจดังขึ้น ซูเยว่หนิงลืมตาขึ้นทันทีสิ่งแรกที่เห็นคือโคมดอกไม้หลากสีซึ่งแขวนเรียงรายอยู่เหนือศีรษะ แสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าแพรสีสด เกิดเป็นเงาพร่างพราวบนพื้นถนน เสียงผู้คนพูดคุยกันดังอยู่รอบกาย เด็ก ๆ วิ่งถือโคมกระดาษไปตามถนน กลิ่นหอมของขนมอบลอยมาตามลมปะปนกับกลิ่นดอกไม้ซูเยว่หนิงกะพริบตาช้า ๆ นางมองไปรอบกายอย่างเลื่อนลอยเทศกาลบุปผา...หนึ่งเดือนก่อนวันที่นางตายหัวใจของซูเยว่หนิงเต้นแรงขึ้นทันที นางยกมือขึ้นแตะหน้าอกโดยไม่รู้ตัวไม่มีบาดแผลไม่มีเลือดแต่เพียงสัมผัสตรงตำแหน่งนั้น ความเจ็บปวดจากความทรงจำก็พลันแล่นวาบขึ้นมา คมมีดแทงทะลุร่าง ลมหายใจที่ขาดห้วง กลิ่นคาวเลือด แผ่นหลังที่กระแทกพื้นตรงหน้าผาซูเยว่หนิงหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ ทุกอย่างยังชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่“คุณหนู?” เสียงเรียกข้างกายทำให้นางได้สติ ซูเยว

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   แดนวิญญาณ เครื่องราง และภูติอนันตกาล

    ‘ซูเหวินเซวียน... คุณชายซู...’ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ‘เอ๊ะ! เฟินเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นซูเหวินเซวียน? นี่... มิใช่ผู้หญิงหรือ?’‘นายหญิงให้พวกเราอยู่ในนี้เพื่อปกป้องคุณชายซูไม่ใช่หรือ หากนี่มิใช่คุณชายซูแล้วจะเป็นผู้ใดกันเล่า?’‘นี่คุณหนูซู ซูเยว่หนิงต่างหาก เจ้าโง่!’‘อ้าว...’ เสียงแรกเงียบไปครู่หนึ่ง ‘แล้วเช่นนี้ เรายังต้องช่วยนางหรือไม่?’‘ชะตาของคุณหนูซูกับคุณชายซูผูกพันกันแน่นหนา หากคนหนึ่งตกอยู่ในอันตราย อีกคนก็คงมิอาจปลอดภัยได้ ช่วยนางก็เท่ากับทำตามความตั้งใจของนายหญิง’‘ฟังดูมีเหตุผล’ เทียนเอ๋อร์เอ่ยขึ้นบ้าง ‘แต่พลังของข้าเหลือไม่มาก หากรักษานางจนหายดี ข้าคงพานางย้อนกลับไปได้เพียงวันสองวัน’‘ก็ไม่ต้องรักษาสิ’ เฟินเอ๋อร์เสนอทันทีเสี่ยวสือหันขวับ ‘ถ้าไม่รักษา กว่านางจะฟื้นตัวก็คงถึงวันที่ถูกฆ่าอีกครั้งพอดี’‘ข้าก็แค่เสนอความคิด’‘ความคิดโง่ ๆ’‘เจ้านี่ชอบว่าแต่คนอื่นจริง ๆ’‘พวกเจ้า...’ เทียนเอ๋อร์ถอนหายใจ ‘ไว้ค่อยเถียงกัน นางกำลังจะตื่นแล้ว’ เสียงของทั้งสามเงียบลงไม่นานนัก ขนตาของซูเยว่หนิงก็ขยับไหว นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เหนือศีรษะคือท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน

  • หวนคืนกี่ครา ข้าหวังเพียงชีวิตรอด   หากสวรรค์ยังมีเมตตา แม้เพียงคราเดียวก็ยังดี

    ตามที่ตกลงกันไว้ จิ่งอันมิได้เดินเคียงข้างนาง แต่รักษาระยะห่างเอาไว้ คอยติดตามอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบ ๆ เส้นทางทอดยาวผ่านป่าเขา สายลมพัดยอดไม้ไหวเป็นระลอก แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาเป็นเงาพร่างพราวบนพื้นดิน ทุกอย่างดูสงบสุข สงบเสียจนเยว่หนิงไม่ทันสังเกตว่า มีเงาร่างหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความเงียบเมื่อออกจากเมืองชิงเหอมาได้ระยะหนึ่ง เยว่หนิงพลันรู้สึกถึงบางอย่างนางหยุดฝีเท้า สายตากวาดมองโดยรอบ“มีอะไรหรือ?” เสียงของจิ่งอันดังมาจากด้านหลัง“ข้าไม่รู้...เพียงรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกไป”ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากพงไม้“เยว่หนิง ระวัง!” จิ่งอันตะโกนขึ้นพร้อมพุ่งเข้ามาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนแทบไม่มีเวลาให้ตั้งตัว เขาเข้าขวางเบื้องหน้านาง และเป็นฝ่ายรับการโจมตีนั้นแทน“จิ่งอัน!” เยว่หนิงร้องออกมาด้วยความตกใจจิ่งอันเซถอยไปสองสามก้าว แต่ยังคงฝืนยืนอยู่“ข้าไม่เป็นไร...เจ้ารีบไปเสีย”“ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่!” เยว่หนิงส่ายหน้าเงาร่างของนักฆ่าปรากฏขึ้นอีกหลายคน พวกมันมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงค่อย ๆ ขยับเข้ามา จิ่งอันกำกระบี่ในมือแน่น แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บแล้ว แต่ยังคงยืน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status