Masukเยว่ไป๋ฮวาตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพราะวันนี้นางได้นัดพบกับคู่หมั้นเป็นครั้งแรก ตอนนี้นางอยากรู้ว่าระหว่างเซี่ยเหยียนไห่และซูหนิงเซียนมีใจให้กันหรือยัง นางอยากให้ทั้งสองมีใจลึกซึ้งให้กัน ก่อนที่นางจะเข้าไปวุ่นวายกับความสัมพันธ์ครั้งนี้
“คุณหนู ไปเช่นนี้จะจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ลี่จินมองดูชุดที่เจ้านายใส่ด้วยสีหน้าสู้ดี จะออกไปพบคู่หมั้นทั้งทีเหตุใดจึงได้แต่งกายด้วยชุดที่จืดชืดเช่นนี้ นางอุตส่าห์หาชุดสวย ๆ เอาไว้ แต่เจ้านางไม่คิดแม้แต่จะชายตาแล
“ไปเช่นนี้แหละ ไม่ได้ออกงานเสียหน่อย จะแต่งอันใดเยอะแยะ” นางไม่ได้ต้องการให้เขามาสนใจ ที่นางออกไปวันนี้ก็เพราะต้องการไปหยั่งเชิงเท่านั้น เขาจะพอใจในตัวของนางหรือไม่ นางไม่สนใจ “ไปกันเถิด เดี๋ยวจะสาย”
“เจ้าค่ะ” แม้จะไม่ค่อยพอใจกับชุดของเจ้านาย แต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้ เพราะว่านางพยายามหว่านล้อมอยู่นาน เจ้านายก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจ
เมื่อมาถึงโรงน้ำชาเสี่ยวหลันที่ได้นัดกันเอาไว้ เยว่ไป๋ฮวาก็เดินตรงไปยังห้องที่ได้จองเอาไว้ทันที หลายวันนี้นางทบทวนตัวเองมาดีแล้ว ว่าจะสามารถเผชิญหน้ากับเซี่ยเหยียนไห่ได้หรือไม่ คำตอบเดียวของนานในตอนนี้ก็คือ นางพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขาแล้ว
ชีวิตที่สงบสุขของเซี่ยเหยียนไห่ต้องจบลงได้แล้ว และนางจะเป็นคนพังมันลงด้วยมือของนางเอง
“คารวะคุณชายใหญ่เซี่ย รอนานหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าในห้องมีคนนั่งรออยู่แล้ว เยว่ไป๋ฮวาก็เดินเข้าไปทักทาย ใบหน้าของนางยังคงเรียบนิ่งเหมือนเดิม
“เชิญคุณหนูใหญ่เยว่นั่งก่อน” น้ำเสียงของเขาดูไม่ได้ยินดียินร้ายกับการปรากฏตัวครั้งนี้ หากไม่เพราะคนที่จวนบังคับให้มา เขาก็คงจะไม่มาตามที่เยว่ไป๋ฮวานัด จืดชืดเช่นนี้ผู้ใดอยากจะอยู่ด้วย
“เจ้าค่ะ” เยว่ไป๋ฮวามองสำรวจคู่หมั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ตอนนี้เขาดูต่างจากตอนที่แต่งงานกับนางมาก ในชีวิตก่อนนางไม่เคยทำความรู้จักเขามาก่อน รู้จักกันเพียงเพียงผิวเผินเท่านั้น
“ต้องขออภัยที่เชิญคุณชายใหญ่เซี่ยมาวันนี้ ข้าอยากให้พวกเราสองคนทำความรู้จักกันก่อนจะแต่งงาน ท่านเห็นว่าความคิดนี้เป็นเช่นไร” เยว่ไป๋ฮวาเริ่มการเจรจาทันที
“ข้าว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็น” เซี่ยเหยียนไห่มองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่คิดจะหันกลับมามองใบหน้าของคู่หมั้นแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นหน้าของนางเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
“เรามาพูดกันตรง ๆ เถิด เราสองคนไม่ได้มีใจให้กัน วันหน้าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกัน มิสู้เรามาทำข้อตกลงกันดีหรือไม่”
คำพูดของเยว่ไป๋ฮวาเรียกความสนใจจากเซี่ยเหยียนไห่ได้เป็นอย่างดี เขาจึงได้หันหน้ามามองนางอย่างพินิจอีกครั้ง
“ว่ามาเถิด”
“ท่านไม่ได้พึงใจในตัวข้า ข้าก็ไม่ได้ชอบพอในตัวของท่าน และข้าก็ไม่ได้อยากเป็นสตรีในดวงใจของท่าน หากท่านมีคนรักอยู่แล้ว เราสามารถเจรจากันได้”
เซี่ยเหยียนไห่มองคู่หมั้นด้วยสายตาพินิจอีกครั้ง ไม่คิดว่าสตรีในห้องหอเช่นนางจะมีความคิดเช่นนี้ได้
“หึ ข้าไม่มีหรอกสตรีในดวงใจ” สตรีผู้นี้น่าสนใจ แต่เสียดายที่จืดชืดมากไปหน่อย มิเช่นนั้นการแต่งงานครั้งนี้คงไม่น่าเบื่อเช่นที่เขาคิดเอาไว้ น่าเสียดายจริง ๆ
“วันหน้าหากท่านมีคนรัก ท่านสามารถบอกข้าตรง ๆ ได้ ข้าจะไม่ขัดขวาง ซ้ำยังจะส่งเสริมบุพเพของพวกท่านทั้งสอง ขอเพียงอย่างเดียว ตำแหน่งฮูหยินใหญ่อย่างไรก็ต้องเป็นของข้า ข้าต้องการเพียงเท่านี้ คุณชายใหญ่เซี่ยให้ข้าได้หรือไม่” เยว่ไป๋ฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางไม่สนใจว่าเขาจะสงสัยเคลือบแคลงในตัวของนางหรือไม่ ขอเพียงบรรลุเป้าหมายในวันนี้ก็พอ
บทพิเศษ“เสด็จพ่อ...” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งไปหาบิดาที่เพิ่งเดินเข้ามาในจวน ตอนนี้มารดากำลังตั้งครรภ์น้องชายอยู่ หน้าที่ออกมาต้อนรับบิดาก็คือนางเอง“ซูเอ๋อร์คิดถึงเสด็จพ่อหรือไม่” เขาก้มลงอุ้มบุตรสาวเข้ามาไว้ในอ้อมอก ตั้งแต่ที่รู้ว่ามารดากำลังมีน้องชาย พี่สาวคนนี้ก็อาสามาต้อนรับบิดาเช่นเขาเพื่อไม่ให้มารดาต้องเหนื่อย ช่างเป็นหนูน้อยที่รู้ความยิ่งนัก“วันนี้ได้ก่อกวนเสด็จแม่หรือไม่” เขาหอมแก้มบุตรสาว แล้วพานางไปหามารดาที่พักผ่อนอยู่ในเรือน ตอนนี้เขาอยากเป็นอ๋องไร้ค่าที่วัน ๆ เอาแต่อยู่ในจวน เขาไม่อยากห่างสองแม่ลูกเลย“ไม่เลยเพคะ ซูเอ๋อร์เป็นเด็กดียิ่งนัก” เขาลูบหัวบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เขาเชื่อว่าหากนางได้เป็นพี่สาวจะต้องทำหน้าที่นั้นได้ดีแน่นอน“เสด็จแม่ เสด็จพ่อมาถึงแล้วเพคะ” เสียงเล็กเจี้อยแจ้วก่อนเห็นตัวเสียอีก ทำให้คนที่พักผ่อนอยู่ในเรือนได้แต่หัวเราะเบา ๆ บุตรสาวของนางช่างซุกซนยิ่งนัก“เหนื่อยหรือไม่” เยว่ไปฮวาถามทั้งสามีและบุตรสาว พร้อมกับใช้ผ้าซับใบหน้าของบุตรสาวอย่างรักใคร่ ไม่รู้ว่าไปเล่นซนอันใดมาใบหน้าจึงเป็นสีแดงเช่นนี้“ไม่เหนื่อยเพคะ เพียงแค่ออกไปรับเสด็จพ่อที่หน้าจวน ซูเอ๋อร
บทส่งท้ายตอนนี้ทุกอย่างในราชสำนักเป็นไปด้วยดี คนขององค์ชายใหญ่ค่อย ๆ ถูกจัดการไปทีละคนอย่างเงียบ ๆ จนตอนนี้ฐานะขององค์ชายรองมั่นคง อีกไม่นานก็จะถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท และแน่นอนว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในการควบคุมของรุ่ยอ๋อง“เสด็จพี่ อีกนานหรือไม่กว่าเรื่องทุกอย่างจะจบ” เยว่ไป๋ฮวาอ้อนสามีขณะที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียง ตอนนี้เขาทำงานหนักมาก เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าเขาเข้ามานอนตอนไหน“ตอนที่ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว รอเพียงองค์ชายรองถูกแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท พวกเราก็สามารถออกนอกเมืองได้แล้ว” หากแต่งตั้งองค์รัชทายาทแล้ว ไม่นานก็สามารถออกไปนอกเมืองหลวงได้“หม่อมฉันจะตั้งตารอนะเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยอย่างออดอ้อนพร้อมกับหอมแก้มสามีอย่างเอาใจ นางนัดกับเขาเอาไว้ว่าหากจบเรื่องทุกอย่างแล้ว อยากจะออกไปท่องเที่ยวนอกเมือง นางอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย“ทำเช่นนี้ไม่อยากลุกจากเตียงใช่หรือไม่” เขาก้มลงไปคลอเคลียคนตัวเล็กที่ทำสีหน้าออดอ้อน“เสด็จพี่กลับมาถึงตอนไหนหรือ” หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ตนเองเขินอายไปมากกว่านี้ อยู่กับเขามาก็นานมากแล้ว แต่เหตุใดนางถึงไม่คุ้นชินเสียที ส่
“ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลผู้ดีจะมีจุดจบที่น่าอดสู่เช่นนี้”“ใช่ หากไม่เพราะบุตรชายชั่วช้าผู้นั้น ตระกูลคงไม่ถึงคราล่มสลาย นายหญิงของจวนต้องมาเป็นบ้าเพราะการกระทำของบุตรชาย”“ไม่รู้ว่าจากนี้ตระกูลเซี่ยจะมีสภาพเช่นไร”หลังจากสกุลเซี่ยล้มลง ภายในราชสำนักก็เริ่มระส่ำระสาย เพราะตระกูลเซี่ยเป็นกำลังหลังขององค์ชายใหญ่ ทำให้ตอนนี้องค์ชายใหญ่ขาดกำลังหลักไป คนที่เคยให้ความสนับสนุนต่างก็มองหาที่พึ่งใหม่ ไม่ต่างจากเยว่โจวเหยา บิดาของเซี่ยไป๋ฮวา เมื่อเห็นว่าองค์ชายใหญ่เริ่มหมดอำนาจก็เริ่มเอนเอียงมาทางฝังองค์ชายรอง เพราะอย่างไรตอนนี้บุตรเขยของเขาก็คือรุ่ยอ๋อง เขาจะต้องสนับสนุนเขาอย่างแน่นอน“เรื่องนี้ข้าช่วยท่านพ่อมิได้ สามีของข้ามิได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนักท่านพ่อก็รู้ หากอยากเข้าร่วมกับองค์ชายรอง ท่านพ่อต้องไปเจรจาเอง” เยว่ไป๋ฮวาบอกบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้“เจ้ามันลูกอกตัญญู ข้าเดือดร้อนเจ้าก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วย” เยว่โจวเหยาเอ่ยด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาไม่คิดเลยว่าบุตรสาวจะเอ่ยวาจาอกตัญญูเช่นนี้ออกมาได้“ท่านพ่ออย่าลืมนะเจ้าคะ ว่าท่านพ่อมิไ
บทที่ 45เยว่ไป๋ฮวาไปที่จวนสกุลเซี่ยพร้อมกับท่านหมอแต่เช้า ตอนนี้คนของทางการได้ควบคุมจวนสกุลเซี่ยเอาไว้หมดแล้ว จึงทำให้นางสามารถเข้าไปในจวนได้อย่างง่ายดาย“คารวะพระชายา” เหล่าขุนนางเมื่อเห็นพระชายาของรุ่ยอ๋องเดินเข้ามาต่างก็พากันทำความเคารพ“น้องสาวเปิ่นหวางเฟยแต่งเข้ามาที่จวนสกุลเซี่ย จากนั่นร่างกายก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ จึงอยากให้ท่านหมอตรวจดูร่างกายอย่างละเอียด” เยว่ไป๋ฮวาบอกความต้องการของตนเอง วันนี้นางจะนำตัวของเยว่อิงฮวากลับจวน นางอยากให้สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน จะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ถือว่าเป็นวาสนาของพวกนางสองคนก็แล้วกัน“เชิญพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”เยว่ไป๋ฮวาพาหมอไปที่เรือนของน้องสาวอย่างรีบร้อน “ท่านหมอตรวจดูเถิดว่าน้องสาวของเปิ่นหวางเฟยถูกพิษหรือไม่”หมอที่ถูกเชิญตัวมาตัวเยว่อิงฮวาอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ฮูหยินน้อยเซี่ยถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ”“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงสั่น ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ พยายามแสดงให้เห็นว่านางรักใครน้องสาวเพียงใด “อิงฮวาอย่าได้กลัว พี่สาวผู้นี้จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง”เยว่อิงฮวาไม่มีแรงแม้แต่แรงจะเอ่ยออกมา จึงได้แต่นอนร้องไห้นิ
หลังจากซูหนิงเซียนกินยาแล้วไป เซี่ยเหยียนไห่ก็กลับไปหาบิดาอีกครั้ง เขาตัดสินใจดีแล้ว เขาไม่อยากให้นางต้องทนอยู่ในสภาพนั้นอีก เขาจะต้องช่วยนางให้ได้ หากเขาไม่ได้ขึ้นเป็นนายใหญ่ของจวน ก็ไม่สามารถทำอันใดได้สะดวก เขาจึงจำเป็นต้องจัดการบางอย่าง“ท่านพ่อ ดื่มยาขอรับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาบิดาที่ยังคงนอนไร้สติอยู่ เขามองยาอยู่ในมือด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง เรื่องทุกอย่างควรจะจบลงเสียที เขาเทยาพิษลงในถ้วยยาของบิดามากกว่าปกติอย่างไม่คิดลังเล “เป็นท่านที่บังคับให้ข้าทำเช่นนี้”จ้าวซุนหยานที่เห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมก็พาตัวหมอหลวงเข้ามาตรวจร่างกายเซี่ยซงฉี“ไปแจ้งเจ้านายของพวกเจ้า เปิ่นหวางพาหมอหลวงมาตรวจอาการใต้เท้าเซี่ย” จ้าวซุนหยานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง วันนี้เขาอยากมาเห็นสภาพของสกุลเซี่ยด้วยตาของตนเอง ว่าจะมีสภาพเป็นเช่นไร“พ่ะย่ะค่ะ” บ่าวรับใช้รีบเข้าไปแจ้งเจ้านายทันทีเซี่ยเหยียนไห่ที่ได้ยินว่าจ้าวซุนหยานพาหมอมาตรวจอาการบิดาก็ลนลานจนทำอันใดไม่ถูก หากให้หมอเข้ามาตรวจอาการ จะต้องรู้แน่ว่าบิดาของเขาถูกพิษหาได้ล้มป่วยอันใด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจให้พวกเขาเข้ามาในจวน“คารวะรุ่ยอ๋อง”“จะให้เปิ่นห
“ท่านอ๋องไม่คิดว่าพวกนางจะมีฝีมือที่ร้ายกาจเช่นนี้” นางก็พอรู้มาบ้างว่าสตรีเหล่านี้เป็นองครักษ์ลับที่ถูกฝึกมาอย่างดี แต่ก็ไม่คิดว่าเหล่านี้ฝึกหนักเช่นนี้ ลบภาพสตรีที่ไล่ตามท่านอ๋องตอนนั้นไปจนหมด“บอกแล้วว่าพวกนางเป็นองครักษ์ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี” เขายกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ สตรีพวกนี้เขาเป็นคนคัดสรรมาด้วยตนเอง การฝึกฝนก็ล้วนเป็นเขาที่จัดการเองทั้งหมด พวกนางจะมีฝีมือดาษดื่นได้อย่างไร“สวามีของหม่อมฉันเก่งที่สุดเลยเพคะ” เยว่ไป๋ฮวามองสามีด้วยสายตาหวานซึ้งและเอ่ยอย่างเอาอกเอาใจ ตอนนี้นางคิดเรื่องที่อยากทำออกแล้ว“พระชายาอยากได้อันใดก็ว่ามาเถิด” เขาหัวเราะน้อย ๆ ท่าทีของนางมองปราดเดียวก็รู้ถึงความต้องการของนาง“เสด็จพี่ช่วยสอนหม่อมฉันให้เหมือนพวกนางได้หรือไม่เพคะ” นางมองเขาตาปริบ ๆ เพื่ออ้อนวอนให้เขายอมสอนการต่อสู้ให้ “แน่นอนว่าหม่อมฉันมิได้ต้องการเก่งกาจเช่นพวกนาง ขอเพียงเอาตัวรอดได้ก็พอเพคะ”จ้าวซุนหยานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่อยากให้นางต้องมาลำบากเช่นนี้ เพราะเขาเชื่อว่าเขาสามารถปกป้องดูแลนางได้ แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของนาง เขาก็ไม่อยากจะขัด“ได้ เปิ่นหวางจะเป็นคนฝึกการต่อสู้ให้ฮูหยิ







