LOGINชิงหว่านตกใจรีบยกมือขึ้นปิดจมูก ยามที่เข้ามาห้องนี้ไม่มีกลิ่นผิดปกติ หญิงสาวตั้งสติรีบลงจากเตียง นางรีบร้อนจนสวมรองเท้าไม่เรียบร้อยรีบออกจากห้องอย่างรวดเร็ว มือเล็กยื่นไปหมายจะเปิดประตูแต่กลับมีมือแข็งแกร่งจับไหล่นางไว้แน่น นิ้วมือบีบต้นแขนนางจนหญิงสาวนิ่วหน้าเพราะความเจ็บ “จะรีบไปไหนรึ” “ข้า...ข้าหลงทาง ...ข้าไม่ใช่คนของที่นี่” “ไม่ใช่? แต่เหตุใดทำตัวคุ้นเคยนัก” มือใหญ่จับร่างนางให้พลิกตัวมาเผชิญหน้า ซ้ำยังดันร่างนางไปจนแผ่นหลังชิดบานประตู มือข้างหนึ่งเชยคางนางขึ้น มือกำเป็นหมัดทุบอีกฝ่ายแต่ไม่เป็นผล กลับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่คุ้นหู เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นชายผู้หนึ่ง เขาสวมหน้ากากรูปนกสีแดงปิดครึ่งใบหน้า รูปนกนั้นคุ้นตาคล้ายกับรอยสักสีแดงบนตัวคนร้ายที่ลักพาตัวเจียงชิงหว่าน “!!!” ดวงตากลมเบิกกว้าง หรือคนผู้นี้คือ ‘ประมุก’ ที่คนชั่วเหล่านั้นพูดถึง “คุณหนูเจียงจำข้าได้แล้วรึ” ชิงหว่านนิ่งงันตัวแข็งทื่อไปทันที น้ำเสียงยิ่งคุ้นหูและคนผู้นี้รู้ว่านางคือเจียงชิงหว่าน!
ชิงหร่านกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าผัดแป้งปกปิดร่องรอยอ่อนล้า เรือนร่างซูบผอมลงไปมาก หรูซื่ออายุสิบแปดความสามารถยังไม่อาจเทียบเท่ากับนางในชาติก่อน สตรีในหอนางโลมล้วนชิงดีชิงเด่นกันทั้งนั้น หรูซื่อก็เช่นกันครั้งกันจะเรียกว่าเป็นสหายก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพียงแต่หรูซื่อช่วยปิดบังเรื่องของนาง หรือที่จริงหรูซื่ออาจไม่ได้ต้องการช่วย แค่ทำหลับหูหลับตาไปเท่านั้น ช่างเถิดนางในชาติก่อนติดค้างหรูซื่ออยู่บ้าง มาชาตินี้ได้บังเอิญรู้เรื่องของนางเข้า ก็คิดเสียว่าสวรรค์ให้นางมาชดใช้ในสิ่งที่เคยทำลงไป “แม่นางหรูซื่อ” ชิงหว่านเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบใบหน้าระบายยิ้มน้อย “หมอเจียงประสงค์ดีไม่ได้คิดเป็นอื่น และยิ่งเห็นแม่นางน้อยสีหน้ากังวลอยากให้หมอเจียงเจียดยามาให้พี่สาวที่ป่วย แต่หมอเจียงฟังอาการที่เล่ามาแล้วคิดว่าควรมาตรวจด้วยตนเองจะดีกว่า จึงได้มาที่นี่แม้ต้องมาในฐานะแขกก็ตาม แต่เราไม่มีเจตนาร้าย หวังว่าแม่นางหรูซื่อจะเข้าใจ” แม้แต่งกายเป็นชายแต่หรูซื่อที่อยู่หอนางโลมพบพานผู้คนมามาก มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหญิงงาม ชิงหว่านเข้าใจสายตาของหรูซื่อก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้น
ไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นรู้ว่าหญิงนางโลมเจ็บป่วยเพราะเกรงผู้อื่นกลัวติดโรคจากหญิงนางโลม แต่หมอเสิ่นโจวก็ไม่ใช่หมอที่ดีนัก ในคราวนั้นนางเจ็บป่วยแต่องค์ชายสามยื่นมือเข้าช่วย นางคิดว่าเขามีใจแต่แท้ที่จริงเขาวางแผนเพื่อให้นางเดินตกหลุมพรางที่เขาวางไว้ หลุมที่ว่าก็คือนางตกหลุมรักเขาจนยอมตายเพื่อเขา “เจ้าคิดว่าพี่ควรไป?” เจียงเจิ้งฮ่าวรู้สึกว่าน้องสาวมีบางสิ่งเคลือบแคลงอยู่ “เจ้าค่ะ” ชิงหว่านจำหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างดี นางเป็นสาวใช้ขั้นต่ำทำงานจิปาถะทั่วไปและยังมีขาลีบเล็กไปข้างหนึ่งทำให้นางไม่ได้เป็นหญิงนางโลม แต่โดยทั่วไปมีนิสัยน่าคบหาแต่มักถูกผู้อื่นรังแกอยู่บ่อยครั้งและนางคาดเดาว่าคนที่เจ็บป่วยจริงๆ ก็คือหรูซื่อ-หญิงนางโลมที่เคยโดดเด่นอันดับต้นๆ ของหอระบำจันทร์ “แม่นาง” เจียงเจิ้งฮ่าวพูดขึ้น “อาการที่เล่ามาดูไม่น่าไว้ใจนัก อย่างไรให้ข้าไปตรวจให้ดีหรือไม่” “ได้หรือเจ้าคะ” หญิงผู้นั้นสีหน้าดีใจและตื่นตระหนกไปพร้อมกัน “ข้าก็อยากให้ท่านหมอไปตรวจพี่หรูซื่อ อ๊ะ นางไม่ใช่พี่สาวข้าหรอกเจ้าค่ะ แต่นางใจดีกับข้ามาก” “แม่นา
“ใช่ไหม? เจ้าก็คิดเหมือนข้า” ชิงหว่านดีดนิ้ว “เอาอย่างนี้ เจ้าอยู่ที่นี่คอยส่งข่าวความคืบหน้าให้ข้า ข้าจะได้วางใจว่าเลือกพี่สะใภ้ไม่ผิด” ชุนจี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคุณหนู นางก็เข้าใจว่าคุณหนูกำลังมอบหมายภารกิจสำคัญให้ สาวใช้จึงพยักหน้ารับแล้วตบหน้าอกตนเองอย่างหนักแน่น “คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ ทางเรือนสกุลเจียง ข้าจะเป็นหูเป็นทางแทนท่านเองเจ้าค่ะ” “ข้านึกแล้วว่าต้องเชื่อใจเจ้าได้” แท้จริงแล้วชิงหว่านเป็นห่วงความปลอดภัยของชุนจี้ เรื่องความซื่อสัตย์ไว้ใจได้จริง แต่สาวใช้ใสซื่อเกรงว่าจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้อื่น ครั้งก่อนถูกยิงแม้ไม่สาหัสแต่ครั้งหน้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดเรื่องอีก นางตัวคนเดียวหากเกิดเรื่องใดขึ้นยังสามารถรับมือได้รวดเร็วทันเวลา รถม้ามาถึงโรงหมออี้เหรินถัง สาวใช้ลงจากรถม้าแล้วประคองหญิงสาวลงมา ชิงหว่านยิ้มน้อยๆ ให้ผู้อื่นตามมารยาทและไม่ถือตัว แม้ว่านางกำลังจะเป็นฮูหยินผู้บัญชาการซ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว เด็กในร้านรู้ว่านางมาพบหมอเจียงก็รีบบอกทางให้ทันที เจียงเจิ้งฮ่า
“เรื่องสินเดิมก็จะไม่ให้เจ้าต้องน้อยหน้าผู้ใด” ชาติก่อนไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ชาตินี้ชิงหว่านได้แต่จดจำไว้เพื่อตอบแทนบุญคุณ นางไม่อาจคาดหวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะได้รับความรักจากสามีโดยเฉพาะสามีผู้นั้นคือซ่งอวี้หาน เขาลงทุนลงแรงจัดงานแต่งงานครั้งนี้ก็เพียงเพื่อจับคนร้ายเท่านั้น ซึ่งหากกระทำการสำเร็จ นั้นหมายความว่านางจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดหวั่นอีก ส่วนการแต่งงานนั้น...ก็คงยุติลงด้วยหนังสือหย่า คนที่เคยเสียชื่อเสียงอย่างนางจะต้องหวาดกลัวเรื่องการหย่าไปทำไม คิดเรื่องการมีชีวิตที่มีความสุขจะดีกว่า หากหย่าแล้วนางก็กลับมาอยู่บ้าน ช่วยกิจการของครอบครัว เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงตัวน้อยดึงชิงหว่านให้ตื่นจากภวังค์ นางเห็นพี่ใหญ่หยอกล้อกับเหมยอิงแล้วก็มองเลยไปยังเหมยจื่อที่นั่งข้างมารดาของตน ใบหน้าละมุนมีรอยยิ้มน้อยๆ ค่อยรับฟังคำชี้แนะจากมารดาเรื่องการปักผ้า พี่ใหญ่ก็ดูไม่รังเกียจเหมยอิงเลยสักนิด พบกันทีไรก็เห็นอุ้มทุกคราวไปจะว่าไปเหมยจื่อก็อายุไม่มากนักเพียงแค่ยี่สิบเท่านั้น ราวกับรู้สึกถึงสายต
“พิษไม่กำเริบอีกหรือเจ้าคะ?” นางถามแววตาเปี่ยมความสงสัย “หรือว่าใต้เท้ามีสตรีช่วยอุ่นร่างกายให้แล้ว” หากเป็นผู้อื่นคงไม่มีใครกล้าถามเขาเช่นนี้ แต่ประโยคนี้ออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของเจียงชิงหว่าน ทำให้เขาไม่แปลกใจนัก นางอายุสิบห้าแต่ความคิดและการกระทำหลายครั้งที่เขารู้สึกว่านางไม่ได้อายุสิบห้า ชิงหว่านเห็นเขานิ่งไปก็เลิกคิดหยอกล้อเขาอีก นางยืดแผ่นหลังนั่งตัวตรงแล้วปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้จริงจัง “การล่อจับคนร้ายก็ส่วนหนึ่ง แต่ร่างกายของใต้ก็สำคัญยิ่ง ผู้น้อยรู้ว่าใต้เท้าไม่เชื่อใจ แต่อย่างไรพิษหลอมวิญญาณจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ ใต้เท้าซ่งคิดจะทำอย่างไรเจ้าคะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ซ่งอวี้หานไม่คอยชอบใจที่นางพูดจาห่างเหินเช่นนี้ ความไม่พอใจนี้รบกวนจิตใจเขานัก “แล้วอย่างไร คุณหนูเจียงจะอุทิศตัวปีนขึ้นเตียงข้ารึ” “ขึ้นเตียงว่าทีสามีจะเป็นอะไรไปเจ้าคะ” นางพูดหน้านิ่ง เมื่อเขาอยากก่อสงครามนางก็พร้อมรับคำท้ารบ “เช่นนั้นหากพิษกำเริบ ขอเชิญน้องหญิงช่วยถอนพิษให้ด้วย” เขายังคงยิ้มมุมปาก







