LOGINไม่มีใครอยากให้ผู้อื่นรู้ว่าหญิงนางโลมเจ็บป่วยเพราะเกรงผู้อื่นกลัวติดโรคจากหญิงนางโลม แต่หมอเสิ่นโจวก็ไม่ใช่หมอที่ดีนัก ในคราวนั้นนางเจ็บป่วยแต่องค์ชายสามยื่นมือเข้าช่วย นางคิดว่าเขามีใจแต่แท้ที่จริงเขาวางแผนเพื่อให้นางเดินตกหลุมพรางที่เขาวางไว้ หลุมที่ว่าก็คือนางตกหลุมรักเขาจนยอมตายเพื่อเขา “เจ้าคิดว่าพี่ควรไป?” เจียงเจิ้งฮ่าวรู้สึกว่าน้องสาวมีบางสิ่งเคลือบแคลงอยู่ “เจ้าค่ะ” ชิงหว่านจำหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างดี นางเป็นสาวใช้ขั้นต่ำทำงานจิปาถะทั่วไปและยังมีขาลีบเล็กไปข้างหนึ่งทำให้นางไม่ได้เป็นหญิงนางโลม แต่โดยทั่วไปมีนิสัยน่าคบหาแต่มักถูกผู้อื่นรังแกอยู่บ่อยครั้งและนางคาดเดาว่าคนที่เจ็บป่วยจริงๆ ก็คือหรูซื่อ-หญิงนางโลมที่เคยโดดเด่นอันดับต้นๆ ของหอระบำจันทร์ “แม่นาง” เจียงเจิ้งฮ่าวพูดขึ้น “อาการที่เล่ามาดูไม่น่าไว้ใจนัก อย่างไรให้ข้าไปตรวจให้ดีหรือไม่” “ได้หรือเจ้าคะ” หญิงผู้นั้นสีหน้าดีใจและตื่นตระหนกไปพร้อมกัน “ข้าก็อยากให้ท่านหมอไปตรวจพี่หรูซื่อ อ๊ะ นางไม่ใช่พี่สาวข้าหรอกเจ้าค่ะ แต่นางใจดีกับข้ามาก” “แม่นา
“ใช่ไหม? เจ้าก็คิดเหมือนข้า” ชิงหว่านดีดนิ้ว “เอาอย่างนี้ เจ้าอยู่ที่นี่คอยส่งข่าวความคืบหน้าให้ข้า ข้าจะได้วางใจว่าเลือกพี่สะใภ้ไม่ผิด” ชุนจี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคุณหนู นางก็เข้าใจว่าคุณหนูกำลังมอบหมายภารกิจสำคัญให้ สาวใช้จึงพยักหน้ารับแล้วตบหน้าอกตนเองอย่างหนักแน่น “คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ ทางเรือนสกุลเจียง ข้าจะเป็นหูเป็นทางแทนท่านเองเจ้าค่ะ” “ข้านึกแล้วว่าต้องเชื่อใจเจ้าได้” แท้จริงแล้วชิงหว่านเป็นห่วงความปลอดภัยของชุนจี้ เรื่องความซื่อสัตย์ไว้ใจได้จริง แต่สาวใช้ใสซื่อเกรงว่าจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้อื่น ครั้งก่อนถูกยิงแม้ไม่สาหัสแต่ครั้งหน้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดเรื่องอีก นางตัวคนเดียวหากเกิดเรื่องใดขึ้นยังสามารถรับมือได้รวดเร็วทันเวลา รถม้ามาถึงโรงหมออี้เหรินถัง สาวใช้ลงจากรถม้าแล้วประคองหญิงสาวลงมา ชิงหว่านยิ้มน้อยๆ ให้ผู้อื่นตามมารยาทและไม่ถือตัว แม้ว่านางกำลังจะเป็นฮูหยินผู้บัญชาการซ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว เด็กในร้านรู้ว่านางมาพบหมอเจียงก็รีบบอกทางให้ทันที เจียงเจิ้งฮ่า
“เรื่องสินเดิมก็จะไม่ให้เจ้าต้องน้อยหน้าผู้ใด” ชาติก่อนไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ชาตินี้ชิงหว่านได้แต่จดจำไว้เพื่อตอบแทนบุญคุณ นางไม่อาจคาดหวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะได้รับความรักจากสามีโดยเฉพาะสามีผู้นั้นคือซ่งอวี้หาน เขาลงทุนลงแรงจัดงานแต่งงานครั้งนี้ก็เพียงเพื่อจับคนร้ายเท่านั้น ซึ่งหากกระทำการสำเร็จ นั้นหมายความว่านางจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดหวั่นอีก ส่วนการแต่งงานนั้น...ก็คงยุติลงด้วยหนังสือหย่า คนที่เคยเสียชื่อเสียงอย่างนางจะต้องหวาดกลัวเรื่องการหย่าไปทำไม คิดเรื่องการมีชีวิตที่มีความสุขจะดีกว่า หากหย่าแล้วนางก็กลับมาอยู่บ้าน ช่วยกิจการของครอบครัว เสียงหัวเราะสดใสของเด็กหญิงตัวน้อยดึงชิงหว่านให้ตื่นจากภวังค์ นางเห็นพี่ใหญ่หยอกล้อกับเหมยอิงแล้วก็มองเลยไปยังเหมยจื่อที่นั่งข้างมารดาของตน ใบหน้าละมุนมีรอยยิ้มน้อยๆ ค่อยรับฟังคำชี้แนะจากมารดาเรื่องการปักผ้า พี่ใหญ่ก็ดูไม่รังเกียจเหมยอิงเลยสักนิด พบกันทีไรก็เห็นอุ้มทุกคราวไปจะว่าไปเหมยจื่อก็อายุไม่มากนักเพียงแค่ยี่สิบเท่านั้น ราวกับรู้สึกถึงสายต
“พิษไม่กำเริบอีกหรือเจ้าคะ?” นางถามแววตาเปี่ยมความสงสัย “หรือว่าใต้เท้ามีสตรีช่วยอุ่นร่างกายให้แล้ว” หากเป็นผู้อื่นคงไม่มีใครกล้าถามเขาเช่นนี้ แต่ประโยคนี้ออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มของเจียงชิงหว่าน ทำให้เขาไม่แปลกใจนัก นางอายุสิบห้าแต่ความคิดและการกระทำหลายครั้งที่เขารู้สึกว่านางไม่ได้อายุสิบห้า ชิงหว่านเห็นเขานิ่งไปก็เลิกคิดหยอกล้อเขาอีก นางยืดแผ่นหลังนั่งตัวตรงแล้วปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้จริงจัง “การล่อจับคนร้ายก็ส่วนหนึ่ง แต่ร่างกายของใต้ก็สำคัญยิ่ง ผู้น้อยรู้ว่าใต้เท้าไม่เชื่อใจ แต่อย่างไรพิษหลอมวิญญาณจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ ใต้เท้าซ่งคิดจะทำอย่างไรเจ้าคะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ซ่งอวี้หานไม่คอยชอบใจที่นางพูดจาห่างเหินเช่นนี้ ความไม่พอใจนี้รบกวนจิตใจเขานัก “แล้วอย่างไร คุณหนูเจียงจะอุทิศตัวปีนขึ้นเตียงข้ารึ” “ขึ้นเตียงว่าทีสามีจะเป็นอะไรไปเจ้าคะ” นางพูดหน้านิ่ง เมื่อเขาอยากก่อสงครามนางก็พร้อมรับคำท้ารบ “เช่นนั้นหากพิษกำเริบ ขอเชิญน้องหญิงช่วยถอนพิษให้ด้วย” เขายังคงยิ้มมุมปาก
“ความรู้สึกของคุณหนูหลิ่วอิง ข้าเข้าใจดี แต่ชื่อเสียงข้าไม่ดีนักทำให้เกรงว่าทำให้เจ้าต้องมามัวหมองเพราะข้า” “ชื่อเสียงไม่ดีอันใดกัน ทั่วเมืองหลวงล้วนพูดถึงความรักแสนหวานของเจ้ากับพญายมซ่ง” “ความรักแสนหวาน?” ชิงหว่านทำตาปริบๆ นางถูกคนชุดดำไล่ลาจนตกหน้าผาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถูกองครัชทายาทเห็นเป็นถุงเงินอีก นี่คือความรักแสนหวานแบบใดรึ? “ถูกต้อง ตอนที่ข้าได้ยินเรื่องเจ้า ข้ายังอิจฉาเลย” “อิจฉา?” หากถูกต่อกระดูกไร้ความปรานีจะมีใครมาอิจฉาข้าหรือไม่? ชิงหว่านได้แต่ยิ้มแข็งค้างบนใบหน้า “เจ้าเชื่อข้าเถิด สตรีทั่วเมืองล้วนอิจฉาเจ้า หากจะพูดถึงเจ้าไม่ดีก็เพราะพวกนางริษยาในวาสนาของเจ้า ส่วนข้าก็พลอยได้หน้าที่เป็นสหายของเจ้า” ชิงหว่านเห็นสีหน้าของหลิ่วอิงก็อดหัวเราะน้อยๆ ไม่ได้ นางก็เคยผ่านวัยเยาว์ที่ฝันหวานถึงความรักระหว่างชายหญิง หากไม่เพราะนางจดจำเรื่องในชาติก่อนได้ก็คงไม่ต่างจากหลิ่วอิงหรือหญิงสาวผู้อื่น “ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงซื้อเครื่องประทินโฉมอวี้เหยียนฟางของข้าสินะ” ‘ช่างเถอะ ขายของไ
“เจ้าอยากได้สิ่งใดก็บอกมา” ชิงหว่านหัวเราะน้อยๆ ไม่เคยปิดบังพี่ใหญ่ได้เลยจริงๆ “หว่านวานได้ยินข่าวเรื่องภัยแล้ง พี่ใหญ่คิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ” “ไม่รู้ว่าเจ้ายังจำได้หรือไม่ บ้านชนบทที่เดิมทีจะให้เจ้าไปอยู่เพื่อหลบข่าวลือร้ายๆ ในคราวนั้น ที่อำเภอนั้นท่านพ่อซื้อที่นาไว้หลายหมู่และให้ชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกินมาเช่าปลูกข้าว ผลผลิตที่ได้มาก็นั้นท่านพ่อก็รับซื้อในราคายุติธรรม ในคลังมีข้าวสารอยู่จำนวนมาก พี่จึงคิดจะนำข้าวสารออกมาขายในราคาเป็นธรรม” ในความทรงจำของเจียงชิงหว่านไม่มีเรื่องเหล่านี้ อาจเพราะเจียงชิงหว่านไม่ได้สนใจกิจการของครอบครัว ส่วนที่นางรู้ก็แค่ว่าตนเองเคยเห็นบัญชีซื้อขายข้าวสาร “หว่านวานคิดว่าอีกไม่นานทางการคงขอความร่วมมือกับพ่อค้าต่างๆ เป็นแน่ พี่ใหญ่วางแผนรับมือแล้วหรือไม่” “เรื่องให้ช่วยนั้น หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงยอมยินดีร่วมมือ แต่หากขูดรีดเกินไปย่อมไม่ดี ต้องรอดูขอเสนอเหล่านั้นเสียก่อน” หว่านวานพยักหน้ารับ “นอกจากข้าวสารแล้ว ก็เป็นเรื่องยารักษาโรค ด้วยนิสัยของพี่รองนั้น น้อ







