LOGIN
คำโปรย
หนึ่งเรื่องที่หยวนหนิงเซี่ยทำผิดพลาดก็คือแต่งงานกับโจวเสิ่นเยี่ยน ไม่เพียงทุ่มเทความรักให้หมดหน้าตัก แต่หยวนหนิงเซี่ยยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาได้มาซึ่งอำนาจ แต่ทว่าสิ่งที่เขาตอบแทนนาง กลับเป็นความตาย หาใช่ความรัก เช่นนั้นหวนกลับคืนมาครานี้นางจะล้มหมากทั้งกระดาน! "ใครหน้าไหนก็ขวางข้าไม่ได้!"-------------
แนะนำเรื่อง
เพราะความไร้เดียงสารู้ไม่เท่าทันกลลวงของบุรุษ จึงทำให้ชีวิตของนางต้องมาประสบพบเจอกับจุดจบที่น่าอนาถเช่นนี้ ตระกูลดั้งเดิมของนางล่มสลาย! ลูกชายแท้ ๆ กลายเป็นคนอกตัญญู! ญาติผู้พี่ถูกปลดลงจากอำนาจ! นางไร้ที่พึ่งพิงอย่างแท้จริงแล้ว ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเกิดจากความโง่เขลาของตัวนางทั้งสิ้น หากเลือกได้อีกครั้ง นางจะไม่ขอแต่งให้โจวเสิ่นเยี่ยน จะไม่ขอเดินตามรอยเดิม และจะไม่ขอเป็นหมากเบี้ยในกระดานของผู้ใดทั้งนั้น-------------
ข้อมูลเรื่อง
เรื่อง : หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม
เขียน : หวงตี้ny
สำนักพิมพ์ : ครีษมายัน1638
เผยแพร่อีบุ๊คครั้งแรก : มีนาคม 2569
จัดรูปเล่ม/พิสูจน์อักษร : เว้าวอนอักษร
ติดต่อนักเขียน อ***ล : supranee.phumphila@kkumail.com
ติดตามผลงานนักเขียน แฟนเพจ : ครีษมายัน1638Writing
------------
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ไม่ได้อิงหลักการใด สถานที่และตัวละครล้วนถูกสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น
นิยายเรื่อง หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่เป็นสตรีผู้โง่งม สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
เว้นแต่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำการละเมิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
หากผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะด้วยคำสุภาพ เนื่องจากนักเขียนใจบาง ขอให้สนุกกับโลกจินตนาการของหวงตี้คนงาม ณ บัดนี้
บทที่ 21 จบสิ้นเสียทีย๊ากกก!ทันทีที่เกิดเสียงหวีดหวิวจากการเป่าก้านนิ้วมือ เพียงชั่วอึดใจเดียว เหยี่ยวตัวใหญ่ปีกหนาตาแดงก่ำก็บินโฉบตัวลงมาจากกิ่งไม้สูง มันเกี่ยวกรงเล็บเข้าที่ใบหน้าของโจวเสิ่นเยี่ยนกระทั่งเขาล้มหงายหลังเทิ้ม“นกเหยี่ยวที่ท่านลุงสามให้เจ้าเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีก่อน เจ้าเลี้ยงไว้และเฝ้าฝึกฝนมันมาเป็นปี ๆ เก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนหนิงเซี่ยประหลาดใจนัก ที่เห็นเหยี่ยวของบุตรชายบินโฉบลงมาช่วย มันมีชื่อว่าเจ้าถังเป่า ชื่อของมันฟังดูน่ารักทีเดียว แต่ทว่ากลิ่นอายสังหารในดวงตาของมันไม่ได้ดูน่ารักเหมือนชื่อของมันเลยสักนิด“สิ่งที่ลูกจะทำให้ท่านแม่แปลกใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ขอรับ” เด็กน้อยคลี่ยิ้มมุมปาก แววตาของเขาคมกริบขึ้นประกายวาววับดูมีเลศนัย“ยังมีอีกงั้นหรือ?”พูดยังไม่ทันจบประโยคดีเลยด้วยซ้ำ จู่ ๆ ชายร่างสูงโปร่งปราดเปรียวก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อน เขาคนนี้มีชื่อว่าติงชวี่เป็นองครักษ์เงาฝีมือดีที่ท่านลุงฮ่องเต้ยกให้เ
บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (2)โจวเสิ่นเยี่ยนหันไปมองค้อนเด็กชายวัยห้าขวบอย่างเซียวมู่เสวียน จากนั้นยืนเพ่งมองท้องโต ๆ ของนางด้วยสายตาแดงก่ำมีเลศนัย ในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดประมวลผลหลายอย่างเขากำลังคิดว่า…หากนางไม่ใช่คนแซ่หยวน ไม่ใช่ลูกสาวของหยวนเหลียง ไม่ใช่คนของฝ่ายตรงข้ามขององค์ชายสี่ ชาตินั้นเขาก็ย่อมต้องทำดีกับนางและเฝ้าถนอมนาง ไม่ปล่อยให้นางต้องน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องของจ้าวหลันฮวาโถ่เอ๋ย…มีสตรีที่รักเขาหมดใจเช่นนาง เขาจะไม่รักนางตอบได้อย่างไรกัน แต่ก็อย่างว่า เรื่องราวมันเป็นอดีตไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว“แล้วอย่างไร ตอนนี้ข้าชนะ ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามนั้น โชคชะตาไม่อาจอยู่ข้างคนชั่ว” หยวนหนิงเซี่ยหัวเราะเบา ๆ ลอดไรฟันโจวเสิ่นเยี่ยนที่เห็นท่าทางเยาะหยันของนางเขาก็โกรธเคืองแทบคลั่ง เขาอยากจะฆ่านางให้ตายไปในทันทีดีกว่าให้มาหัวเราะเย้ยหยันอยู่แบบนี้ แม้ชีวิตจะล้มเหลวตกต่ำเรี่ยดิน อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษ ย่อมมีเกียรติมีศักดิ์ศรี การมีสตรีมาหัวเราะเยาะต่อหน้าเช่นนี้ ถือเป็นการหยามเกียรติเข
บทที่ 20 รู้แล้วอย่างไร (1)หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ หน้าซุ้มประตูทางเข้าของจวนสกุลเซียว“เจ้าท้องโตขนาดนี้ จะไปไหว้พระทำไมกัน” เซียวฮูหยินเอ่ยพลางมองสะใภ้ที่ดื้อรั้นซึ่งนางดึงดันจะพาตัวเองที่ท้องโตใกล้คลอดไปไหว้พระขอพรที่อารามซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองความจริงวัดชุ่ยหลงเซียงไม่ใช่วัดที่ห่างไกลขนาดนั้น เพียงอยู่ห่างจากเมืองหลวงไม่เท่าไหร่ หยวนหนิงเซี่ยรู้ดีว่านางกำลังท้อง เพียงแต่หากไม่ไปตอนนี้ พอหลังคลอดจะเดินทางก็ยิ่งไม่มีโอกาส ดังนั้นวันนี้นางจะต้องเดินทางไปที่นั่นให้ได้วันนี้ตั้งใจจะไปไหว้ขอพร ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เมตตานาง และลูกชายของนาง ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาแก้ไขชะตาชีวิตของตัวเอง นางตั้งใจแล้วว่าต่อจากนี้นางจะตั้งใจหมั่นทำความดีเท่าที่ทำได้ เพื่อชดเชยสิ่งที่นางและลูกเคยกระทำผิดพลาดมาในอดีต “ท่านย่า แต่ข้าอยากไปเที่ยว ข้าจะดูแลท่านแม่เองขอรับ” เซียวมู่เสวียนเอ่ยปากออกหน้าแทนมารดา ท่านย่าหลงรักเขาและตามใจเขามากที่สุด หากเขาเป็นคนเอ่ยปาก ท่านย่าย่อมไม่ห้ามปรามท่านแม่อีก“เจ้าตัวแค่นี้จะท
บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (2)การปราบกบฏเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหล่ยอ๋องปราบกบฏจนสิ้นซาก เสร็จแล้วเขาก็ทำเพียงคืนตราลัญจกรให้ฮ่องเต้องค์ใหม่ ไม่ได้คิดคดก่อกบฏชิงบัลลังก์แต่อย่างใดเมื่อเสร็จภารกิจแล้วเหล่ยอ๋องผู้นี้ก็ไม่ลืมเข้ามาบอกลาอดีตฮ่องเต้ผู้เป็นพี่ชายที่กำลังจะตาย อดีตฮ่องเต้ที่รอคอยเวลานี้มาตลอด เพียงแค่น้องชายมาพบเขาก็จากไปอย่างสงบในทันทีเมื่อการปราบกบฏสิ้นสุดลง และเมื่อเสร็จงานพิธีไว้อาลัยอดีตฮ่องเต้ องค์รัชทายาทก็จะสถาปนาประกาศแต่งตั้งตนเองขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ต่อจากบิดาในทันที จากนั้นพระองค์ก็จะเดินหน้าฟื้นฟูบ้านเมืองอย่างเต็มกำลังหลายเมืองที่ถูกโจมตี บ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย พระองค์ล้วนไม่มองข้าม เพียงไม่นานฮ่องเต้พระองค์ใหม่ก็จะกลายเป็นที่รักของคนทั้งแผ่นดินนี่คือแผนการที่พระองค์ทรงคิดไว้ด้านของหยวนหนิงเซี่ยในตอนนี้ เมื่อเมืองหลวงพ้นจากภัยสงครามแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่นางจะต้องอยู่ในวังหลวงต่ออีก นางและสมาชิกทุกคนของตระกูลเซียวกลับออกมาอยู่ที่ตระกูลเซียวดังเดิม เวลานี้นางเฝ้ารอ
บทที่ 19 ส่งมอบตราลัญจกร (1)เซียวมู่เสวียนในตอนนี้มีร่างกายเป็นแค่เด็กห้าขวบ แต่ทว่าสติปัญญาของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร ความทรงจำในอดีตอันโหดร้ายติดตัวเขามาเหมือนเงา ภาพแรกที่เขาจำได้คือใบหน้าอันงดงามของมารดาที่ส่งยิ้มให้แก่เขาเขาเกิดมาในตระกูลเซียว บิดาของเขาก็คือพ่อบุญธรรมในชาติก่อนอย่างเซียวหนานกง นี่เป็นความปรารถนาอันสูงสุดของเขา เขาสงสัยอยู่นานว่าเหตุใดทุกอย่างถึงได้แปรเปลี่ยนไป ทว่าเมื่อพินิจดูแล้ว ท่านแม่คงเป็นผู้กลับมาก่อนเขา เดิมทีเขาอยากจะบอกความจริงแก่ท่านแม่ เพียงแต่นางกลับมองว่าเขาเป็นเด็กที่แสนบริสุทธิ์ เซียวมู่เสวียนจึงไม่เคยคิดจะพูดเรื่องพวกนั้นออกมาเพื่อทำร้ายจิตใจของมารดาอีกทว่าในเวลานี้ มหาเสนาบดีหลิวกับองค์ชายสี่ถึงกับใช้ไพ่ใบสุดท้ายของตนเอง ปลุกระดมคนหลายฝ่ายให้ลุกฮือขึ้นมาก่อกบฏ หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง จุดจบสุดท้ายคงหนีไม่พ้นที่ตระกูลหยวนและตระกูลเซียวที่อยู่ฝ่ายเดียวกับองค์รัชทายาทจะต้องถูกกวาดล้างเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นท่านแม่ล้มหายตายจากไปอีกครั้งดังนั้นก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ เ
บทที่ 18 ถึงคราววิกฤติ (2)“กะกะเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ คะ คุณชายพ่ายแล้วขอรับ ตอนนี้พวกเราควรจะหนีกันได้แล้ว”ข้ารับใช้คนหนึ่งวิ่งกุลีกุจอหน้าตื่นเข้ามาบอก ภายในจวนสกุลเซียวเกิดความโกลาหลอย่างหนัก พวกข้ารับใช้ต่างพากันตื่นตระหนก รีบหยิบฉวยข้าวของที่พอหยิบจับได้หนีออกไปทางประตูหลัง หยวนหนิงเซี่ยตกใจหนักไม่แพ้กัน ความเครียดที่พุ่งปรี้ดขึ้นสูง ทำให้นางปวดหน่วงที่ช่องท้อง“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราน่าจะต้องเข้าวังนะเจ้าคะ” หยวนหนิงเซี่ยพยายามข่มความเจ็บปวดไว้ นางพยายามไม่คิดในแง่ร้าย ชาติก่อนเซียวหนานกงรับราชการทั้งฝ่ายบุ๋น และฝ่ายบู๊ ทั้งยังเป็นศิษย์ของท่านพ่อนาง ความสามารถของเขาเป็นที่หนึ่งในราชสำนัก ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร นางไม่มีทางเชื่อว่าเขาตายแล้วเด็ดขาด บางทีนี่อาจเป็นกลยุทธ์หลอกศัตรูของเขาก็เป็นได้เพียงแต่อีกใจก็กลัวเหลือเกินว่าจะต้องสูญเสียสามีไป ลูกชายก็ยังเล็กนัก ลูกอีกคนก็ยังไม่เกิด เขาจะมาด่วนจากไปเช่นนี้ได้อย่างไรกัน“เช่นนั้นพวกเรารีบเข้าวังกันเถิด” นายท่านเซียวจิ้งเอ่ยกับทุกคน ก่อน







