เข้าสู่ระบบ
ข้าสูญเสียนางไปแล้ว...
ทั้งที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลนางให้ดี สัญญาว่าจะรีบกลับมา แต่แล้วในวันที่เขากลับมานางกลับไม่อยู่แล้ว
ทั้งที่ข้าสามารถปกป้องผู้คนนับหมื่นนับแสน แต่เจ้าเพียงผู้เดียวข้ากลับไม่อาจปกป้อง
แล้วความพยายามทั้งหมดของข้า...ข้าทำมันไปเพื่ออะไร มิสู้ปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายอย่างน้อยในช่วงชีวิตสุดท้ายข้าก็จะได้เห็นหน้าเจ้า
“ท่านพ่อ ทำไมท่านแม่ถึงไม่ยอมตื่นขึ้นมาขอรับ เมื่อวานท่านแม่บอกกับอาเปาว่าจะรีบตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ท่านพ่อ แล้วทำไมท่านแม่ถึงไม่ตื่น”
เสียงเล็กเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจเรื่องราว แรงเพียงเล็กน้อยกระตุกชายเสื้อเรียกให้บิดาหันมอง
คนถูกเรียก ท่านพ่อ ชะงักฝ่ามือที่กำลังลูบฝาโลงศพ หลุบสายตาเหม่อมองบุตรชายตัวน้อยผู้มีดวงตาแวววาวเหมือนภรรยา โน้มตัวลงอุ้มลูกน้อยขึ้นมา อาเปาเหมือนนางมาก ไม่ว่าจะเป็นดวงตา จมูก ริมฝีปาก หลายอย่างล้วนเหมือนนาง
ดวงตาแวววาวมองบิดาอย่างไม่เข้าใจ ฝ่ามือเล็กสัมผัสแก้มแผ่วเบา “ท่านพ่อเป็นอะไรหรือขอรับทำไมถึงได้ทำหน้าเศร้า” จางอี้เปาเอียงคอมองบิดาก่อนเอ่ยต่อ “หรือท่านพ่อเศร้าเพราะท่านแม่ยังไม่ตื่น...”
“....”
“ท่านพ่ออย่าเศร้าเลยนะขอรับอีกไม่นานท่านแม่ก็ตื่นแล้ว” จางอี้เปายืดตัวขึ้นยื่นมือสัมผัสศีรษะบิดาลูบเบา ๆ “โอ๋ ๆ ท่านพ่อไม่เศร้านะขอรับ” ก่อนจะเบาลมหายใจข้างขมับแล้วกลับมานั่งทรงตัวบนแขนดี ๆ ฉีกยิ้มออกมา “ท่านแม่เคยบอกอาเปาว่าเวลาเจ็บปวดแค่เป่าตรงนี้ก็จะรู้สึกดีขึ้น อาเปาไม่รู้ว่าที่ท่านพ่อทำหน้าเศร้าเพราะเจ็บปวดหรืออย่างไร ถึงอย่างนั้นอาเปาก็หวังว่าท่านพ่อจะไม่รู้สึกเศร้า”
นัยน์ตาบุรุษหนุ่มสั่นไหวอย่างไม่อาจห้าม ดึงบุตรชายที่มีนิสัยใจคอเหมือนภรรยาเข้ามากอดแน่น
อ้อมแขนแข็งแกร่งกระชับ ซุกซบใบหน้าลงบนไหล่เล็ก
เด็กน้อยถูกบิดากอดแน่นรู้สึกเจ็บขึ้นมา
“ท่านพ่อปล่อยอาเปาขอรับ อาเปาเจ็บ” แต่เหมือนบิดาจะไม่ทำตามคำพูด เด็กน้อยจึงหันสายตามองโลงศพที่มารดานอนอยู่ยื่นมือออกไป
“ท่านแม่ช่วยอาเปาด้วย อาเปาเจ็บ! ท่านพ่อปล่อยอาเปา เจ็บ ฮึก เจ็บ อาเปาเจ็บ!”
เด็กชายตัวน้อยดิ้นรนขัดขืนในอ้อมกอดบิดา หัวใจดวงน้อยรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม
ท่านพ่อเป็นอะไรทำไมต้องทำอาเปาเจ็บด้วย!
ดวงตาแวววาวเปล่งประกายเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ดวงตารื้นแดง หยาดน้ำสีใสไหลหยดลงมา มือเล็กพยายามดันบิดาออกห่าง
จางหลิวไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของลูกน้อยเลย แม่ทัพหนุ่มคล้ายคนหูหนวก สองมือกอดบุตรชายแน่น
ไม่มีแล้วอาเปา ท่านแม่ไม่อยู่กับพวกเราแล้ว....
จางหลิวพึมพำในใจ
เขาจะบอกกับบุตรชายวัยสี่ขวบกว่าคนนี้อย่างไรดี จะเอ่ยปากพูดออกไปว่าท่านแม่ที่เขารักมากไม่อยู่แล้วอย่างไรดี
แผ่นหลังกว้างดูแข็งแกร่งให้ความรู้สึกปลอดภัยยามกวัดแกว่งดาบฟาดฟันศัตรูในสนามรบ ยามนี้แผ่นหลังที่ว่ากับสั่นไหวเหมือนเขื่อนที่กั้นน้ำเอาไว้ไม่ไหวรอวันพังทลาย
“นายท่านปล่อยคุณชายน้อยก่อนเถิดขอรับ” เสียงกระซิบของมือขวาคนสติทำชายหนุ่มได้สติ คลายอ้อมกอด
“ฮึก ฮือ อาเปาจะหาท่านแม่ ฮึกหาท่านแม่! ท่านพ่ออาเปาเจ็บ อาเปาไม่อยากอยู่กับท่านพ่อแล้ว!” เด็กน้อยดิ้นรน ยื่นมือออกไปคว้าโลงศพ ชายหนุ่มได้แต่มองตาม พูดอะไรไม่ออก
“ท่านอ๋องให้ข้าน้อยพาคุณชายน้อยออกไปก่อนดีกว่าขอรับ” ชายคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
นัยน์ตาไร้ชีวิตชีวามองคนข้างกาย
เขาในตอนนี้คงไม่พร้อมจะอยู่กับบุตรชายจริง ๆ
ชายสูงวัยที่ถูกบรรยากาศสูงศักดิ์ทำให้สั่นกลัวคลายความรู้สึกประหม่าลง ต้องขอบคุณท่าทางของพระชายา ไม่อย่างนั้นแล้วจนถึงตอนนี้ร่างกายเขาก็คงยังไม่หยุดสั่นดวงตาคนผ่านโลกมามาก มองหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี แม้ท่านแม่ทัพจะนิ่งเงียบไปบ้าง ทว่าสายตาที่ท่านมองพระชายานั้นล้วนเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง“ฮุ่ยหมิงยิ้มหน่อยสิ พอท่านยิ้มแล้วจะยิ่งน่ามอง รูปปั้นดินเหนียวนี้หลังเสร็จแล้วข้าจะนำไปตั้งไว้ในห้องของเรา ท่านว่าดีหรือไม่?”คำว่า ห้องของเรา ทำคนฟังหัวใจอ่อนระทวยเผยยิ้มอ่อนโยน ยื่นมือออกมาโอบเอวภรรยา“ดี” คำตอบสั้น ๆ แต่กลับสามารถสั่นไหวหัวใจดวงน้อยได้เฉินเหมยลี่ฉีกยิ้มกว้างให้เขา ขยับกายเล็กน้อยปรับท่านั่งให้ถนัดแล้วขยับปากเอ่ยกับคนตรงหน้า“ท่านลุงเริ่มได้เลย”ชายสูงวัยเร่งรีบตอบรับแล้วเริ่มขยับมือนวดดินเหนียวในมือให้นุ่มพอที่จะใช้ปั้นบนถนนคับคั่งไปด้วยผู้คนเดินสวนกันไปมา บ้างมาเป็นครอบครัว บ้างมาเป็นกลุ่มสหาย บ้างมาเป็นคู่คนมาเป็นคู่เดินเคียงกันท่าทางขัดเขิน เมื่อไหล่ทั้งสองกระทบกันก็จะหันมาสบสายตาแลกเปลี่ยนรอยยิ้มมีความสุขหรือไม่หากคนใดยังไม่มีคู่ บางครั้งการเดินเบียดเสียดกันจนผ้าเช
“ภรรยา...”“...”“ภรรยาอย่าได้นิ่งเงียบเช่นนี้เลย ถึงเจ้าจะไม่พอใจแต่พี่ก็ไม่มีความคิดจะขอโทษ”“...” ตวัดสายตามอง ก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ“ภรรยา อย่าโกรธเลยนะ ที่ทำเช่นนี้เพราะรักพี่เจ้ามาก”แม่ทัพหนุ่มเดินตามหลังภรรยาเหมือนลูกไก่เดินตามแม่ไก่ แต่แม่ไก่กลับไม่คิดผ่อนฝีเท้าลงโชคดีที่ช่วงขาเขายาวกว่าภรรยาไม่ว่าอีกฝ่ายจะเดินเร็วแค่ไหนก็ตามทัน“ภรรยา”“หากท่านยังเรียกข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนี้อีกวันนี้ข้าจะไม่พูดกับท่าน”“...” หลงฮุ่ยหมิงปิดปากฉับ ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีความสุข ก้าวมายืนข้างกาย“เจ้าหายโกรธพี่แล้ว?”เงยหน้ามองคนกระดี๊กระด๊ามีความสุข“ข้าไม่ได้โกรธท่าน ข้าเพียงโมโหที่ท่านทำอะไรไม่รู้จักคิด”“ภรรยาการที่สามีฝากร่องรอยของตนไว้บนตัวภรรยาหาใช่เรื่องไม่รู้จักคิด”เฉินเหมยลี่ยกมือปิดปากอีกฝ่าย หันซ้ายหันขวาสีหน้าตื่นตระหนก“ท่านยังคิดจะพูดออกมาอีก! ไม่รู้สึกอายหรืออย่างไร?!” เหมยลี่ถลึงตามองเขา ใบหูแดงก่ำหลงฮุ่ยหมิงมองสีหน้าแดงระเรื่อของภรรยา กระตุกยิ้มมุมปาก จับมือที่ปิดปากออกโน้มหน้าเข้าใกล้ กระซิบเสียงเบาข้างหู “ภรรยาต้องขออภัยที่ทำให้เจ้าเขินอาย ทว่าใบหน้าขัดเขินของเจ้าช่างน่ามองยิ
ยามวสันต์มาเยือน ลมหนาวพัดพาให้รู้สึกเดียวดาย“ใครกันที่แต่งกลอนเช่นนี้ให้น้องหญิงได้ยิน ตัวเจ้าไม่เหมาะกับบทกลอนเช่นนี้เลย” หลงฮุ่ยหมิงก้าวเข้ามาสวมกอดภรรยา เงยหน้ามองท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว“น้องเพียงกล่าวขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้มีเหตุผลใดมากนัก” เฉินเหมยลี่เอนกายพิงหน้าอกแกร่ง ยกมือขึ้นวางทับมือเขา“ท่านพี่น้องอยากออกไปเที่ยวด้านนอก อยากไปชมเทศกาลโคมลอย”“น้องอยากไปลอยโคมให้ใครหรือ?”คนฟังขมวดคิ้วดูชายผู้นี้สิ แต่งงานกันมาร่วมครึ่งปีแล้วยังคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้อยู่อีกเฉินเหมยลี่หันหน้าเข้าหา เงยหน้ามอง ยกมือขึ้นจับคางบังคับให้ก้มหน้ามองกัน“คิดมากอันใดของท่าน ใต้หล้านี้ใครเลยจะไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่แต่งบุตรสาวตระกูลเฉินเป็นพระชายา ซ้ำยังรักใคร่ลึกซึ้ง ท่านแสดงออกว่าหวงแหนข้ามากเสียขนาดนี้จะยังมีบุรุษบ้านใดกล้ามองข้าเชิงนั้นอยู่อีกหรือ”“เจ้าอยากให้คิด?”เหมยลี่กระตุกยิ้ม“น้องว่าคิดก็ดีนะเจ้าคะ จะได้ลองออกไปเปิดหูเปิดตาดูบ้าง อยู่แต่ในบ้านมองหน้าท่านไปนาน ๆ น้องเองก็เริ่มเบื่อแล้ว”หลงฮุ่ยหมิงขมวดคิ้ว อุ้มคนตัวลอย“ในเมื่อน้องหญิงเบื่อเช่นนั้นพวกเรามาสร้างความตื่นเต้นกันดีกว่า เจ้
เฉินเหมยลี่มองเขาพลางถอนหายใจยาวส่วนนั้นของนางยังเจ็บเสียดอยู่ยังไม่พร้อมรับความแข็งขืนของเขาเข้ามาในตอนนี้ แต่จะปล่อยเขาเอาไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้อีกไหน ๆ อีกฝ่ายก็ยอมรับผิดโดยการนวดให้แล้ว นางจะให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แล้วกัน“ช่วยดึงข้าลุกขึ้นหน่อย”หลงฮุ่ยหมิงทำตาม ประคองภรรยาลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตรงนั้นยังชี้โด่“นั่งนิ่ง ๆ แล้วอย่าสัมผัสข้า”“...” หลงฮุ่ยหมิงไม่เข้าใจคำพูดภรรยา แต่ไม่นานนักเขาก็เข้าใจในสิ่งที่นางพูด เมื่อมือเรียวสวยยื่นออกมาสัมผัสส่วนแข็งขืน ขยับรูดมือขึ้นลงเบา ๆ“อื้มมม ภรรยา” ยกมือขึ้นหวังดันคนตัวเล็กออก“อย่า หยุดมือท่านแล้ววางไว้ข้างกาย”มือหนาถูกเก็บกลับไปดวงตาดำขลับสั่นไหวเล็กน้อย มองเฉินเหมยลี่ขยับมือรูดส่วนนั้นขึ้นลงไม่กี่ครั้งแล้วจัดแจงปลดเปลื้องอาภรณ์ฮุ่ยหลิงน้อย ใช้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ วนส่วนหัวเล่น“อื้ออ” ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นสัมผัสเพียงแผ่วเบาก็ทำเขาอ่อนไหวมากขนาดนี้แล้วคนมองกระตุกยิ้มชอบใจ ขยับนั่งคุกเข่าตรงหน้า ปลายนิ้วช้อนผมซึ่งตกลงปรกหน้าขึ้นทัดหู โน้มหน้าเข้าหาแก่นกาย แลบลิ้นเรียริมฝีปากแห้งผาก ก่อนจะตวัดลิ้นเลียวนรอบส่วนปลาย“ภรรยา อื้อ เจ้า คิดจะท
“ท่านหมอพระชายาเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านอ๋องพระชายาเพียงใช้กำลังมากเกินไปอย่างกะทันหันจึงป่วยไข้ขึ้นมาขอรับไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง ข้าจะจัดเทียบยาให้ต้มดื่มสักสองสามวันก็จะหายเป็นปกติขอรับ”พอได้ฟังคำอธิบายจากปากหมอชรา หลงฮุ่ยหมิงถึงกับยกมือขึ้นปิดปากกระแอมไอเหลือบสายตามองแววตาขุ่นเคืองของพระชายาใครจะไปคิดว่าการร่วมรักเพียงครั้งเดียวจะทำให้พระชายาถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ เขาก็ว่าตนเองยับยั้งชั่งใจมากแล้วนะ ถึงได้ทำเพียงแค่ครั้งเดียวแม้จะเป็นครั้งเดียวที่กินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วยามก็ตาม...“ในเมื่อพระชายาไม่เป็นอะไรมาก เช่นนั้นหมอชราผู้นี้ขอตัวก่อนขอรับ ก่อนกลับข้าจะเขียนเทียบยาให้”“ขอบคุณท่านหมอมาก เชิญท่าน” หลงฮุ่ยหมิงทำมือเชื้อเชิญ ปล่อยให้หมอชราเดินออกจากห้องหอไปพร้อมต้าต่านเมื่อเหลือกันเพียงสองคนชายหนุ่มจึงเดินมาหยุดข้างเตียง ดึงเก้าอี้ด้านข้างมาหย่อนตัวนั่ง“พระชายาเป็นเช่นไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?”“...” เฉินเหมยลี่ยังคงมองเขานิ่ง“พระชายาพี่ไม่ได้ตั้งใจทำจนเจ้าป่วยไข้ ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ครั้งเดียวเจ้าก็ล้มป่วยแล้ว...” ปลายเสียงเบาหวิวเมื่อสายตาที่มองมาน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมเพิ่
“ภรรยาเจ้าชอบตรงนี้ใช่หรือไม่?” คำเรียกขานที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันกระตุ้นให้ขอบหูขาวเนียนแดงระเรื่อเหมยลี่กัดริมฝีปากเขินอาย หลบสายตาไม่กล้ามองนัยน์ตาร้อนแรง“อึก อื้อออ!!”ลิ้นร้อนแทรกผ่านส่วนอ่อนไหวเข้าไปสัมผัสความอ่อนนุ่มด้านในหลงฮุ่ยหมิงใช้ลิ้นปรนเปรอจนนางเคลิ้มไหวส่งเสียงร้องระงมให้ได้ยินเต็มสองหูสองขาเรียวยกขึ้นเกี่ยวคอชายหนุ่ม ขณะที่สองมือขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู้ยี่ บิดเร่าร่างกายไปมาสมองเริ่มมึนเบลอคิดอะไรไม่ออก สติเองก็เริ่มเลือนราง ตอนนี้สิ่งที่ติดอยู่ในห้วงความคิดมีเพียงความต้องการอันยากจะอดกลั้น“อึก ฮุ่ยหมิง สามี ฮึก ข้า ข้า...ต้องการท่าน” น้ำเสียงแหบพร่า ขาดหายและเว้าวอนหลงฮุ่ยหมิงดันศีรษะขึ้นมองใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยอารมณ์ความต้องการ กระตุกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้าย ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าชื้นเหงื่อ“ภรรยาส่วนนี้ของเจ้ายังคับแคบนัก ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถรองรับตัวข้าได้”“แต่ว่าข้า ข้า”“ภรรยาเชื่อข้านะ ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเจ็บตัว”ดวงตาปรือปรอยตวัดมองคนที่ยังยิ้มทั้งที่นางเอ่ยขอถึงขนาดนี้แล้วด้วยความโมโห“ท่านจะทำหรือไม่ทำ?”“...”ไม่รอฟังคำตอบคนถูกกระตุ้นจนแทบจะ







