Masukบิดาดีต่อข้ามาก ถึงแม้ข้าจะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านอย่างสมบูรณ์เป็นบุตรสาวที่ถูกมารดาทอดทิ้งก็ยังเลี้ยงข้าจนเติบโตมาถึงทุกวันนี้ มารดาเลี้ยงและน้องสาวก็ดีกับข้าไม่ต่างกัน
‘เฉิงอี้เฟยเจ้าที่อยู่บนสวรรค์กำลังมองดูอยู่หรือไม่ คนที่เจ้าให้ใจเรียกว่าครอบครัวแสนอบอุ่น คนที่วางแผนสังหารเจ้าพวกเขาล้วนเป็นคนคนเดียวกัน
เมื่ออำนาจเงินตรากองอยู่ตรงหน้าธาตุแท้ถึงได้เผยออกมา เจ้าที่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ จึงไม่อาจให้ความพึงพอใจแก่พวกเขาได้เท่าบุตรที่เกิดจากภรรยาคนปัจจุบัน’
ชายหนุ่มส่ายหัวยิ้ม ๆ ส่งเสียง เหอะ ออกมาคำหนึ่ง
“เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ ไม่น่าปล่อยให้มีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้เลย”
เฉิงซานอ่านความนัยจากคำพูดนี้ไม่ออกจึงพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย
“ท่านเขยพูดถูก คนไม่รู้คุณคนเช่นนี้ไม่ควรปล่อยไว้ไม่อย่างนั้นพวกมันอาจจะกลับมาแว้งกัดเอาได้” ตวัดสายตามองหยางเจีย “โดยเฉพาะนาง นางถึงขั้นกล้ากล่าวว่าจาใส่ร้ายข้า ท่านอ๋องรับจัดการมันเลยขอรับ แล้วก็รีบเรียกหมอมาดูอาการเหมยอี้ ข้ากลัวว่าหากปล่อยไว้นานกว่านี้นากจะเป็นอันใดไป”
“ในเมื่อท่านยืนยันเสียขนาดนี้ เห็นแก่ที่ท่านเป็นบิดาภรรยาข้า ข้าจะทำตามคำพูดท่าน”
จางหลิวฉีกยิ้มให้เฉิงซาน ชายวัยกลางคนเห็นท่านอ๋องยิ้มแล้วความรู้สึกหวาดหวั่นในใจพลันวสลายหายไปจนเกือบหมด ความรู้สึกปีติยินดีที่คิดไปเองว่าหลังจากนี้บุตรสาวคนเล็กจะกลายเป็นพระชายาตามที่ตั้งใจไว้ทำให้ไม่สังเกตเลยว่ารอยยิ้มของเขาไปไม่ถึงดวงตา
ร่างกายสูงใหญ่กำยำย่างเท้ามาหยุดยืนตรงหน้าเฉิงซาน ชายวัยกลางคนเงยหน้ามองเลิกคิ้วไม่เข้าใจ
“ท่านอ๋องไม่ใช่ว่าต้องไปจัดการพวกนั้นหรือ ท่านเดินมาใกล้ข้าทำไม”
ฉับ!!!
“อ๊ากกก!! แขนข้า แขนข้า !!”
เฉิงซานทรุดตัวดิ้นทุรนทุรายบพื้น บนจางหลิวอย่างไม่เข้าใจ
“ท่านอ๋อง ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นพ่อตาของท่านนะ!!”
“พ่อตา? ฮ่า อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย พ่อตาที่ข้านับถือนะตายไปพร้อมภรรยาข้าแล้ว!!” กล่าวจบก็ตวัดดาบในมือตัดลิ้นเฉิงซานอย่างเชี่ยวชาญ ปลายดาบรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีคนที่คิดจะตะโกนถามด้วยความไม่เข้าใจเลือดก็ไหลรินออกมาเต็มปาก
ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมรับ มิหนำซ้ำยังคิดจะมาแทนที่ภรรยาเขาให้ได้จางหลิวก็ไม่คิดสนทนาต่อให้เสียเวลา ชายหนุ่มตวัดสายตามองคนที่เหลือซึ่งไม่กล้าเอ่ยปากร้องขอการอภัย มองมารดาเลี้ยงภรรยา แล้วหันสายตามองอาซิน
“นำตัวพวกมันทุกคนออกไปให้หมด โบยไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสิ้นใจ ข้าอยากให้พวกมันได้สัมผัสความเจ็บปวดที่พระชายาได้รับ”
“ขอรับ”
ทหารหลายนายกรูกันเข้ามาในห้องโถงควบคุมตัวคนร้ายออกไป
“ท่านอ๋องข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะขอรับเป็นพวกข้าที่พูดจาหลอกล่อให้ข้าหลงเชื่อ ท่านอ๋องข้าโดนหลอก”
“ท่านอ๋องเป็นสองพ่อลูกวางแผนกันเองข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ร่วมมือสังหารอี้เฟย!!”
นัยน์ตาดำขลับมองมารดาเลี้ยงเฉิงอี้เฟย เมื่อความตายมาจ่อตรงหน้าแม้แต่ลูกสาวที่มีสายเลือดเดียวกันก็กล้าหักหลัง
คนทั้งสองที่ลมหายใจโรยรินได้ยินคำพูดสตรีผู้เป็นที่รักถึงกับพูดไม่ออก ไม่สิคนหนึ่งไม่มีแรงจะพูด ส่วนอีกคนไม่มีลิ้นให้พูดแล้ว จึงทำได้เพียงหันสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังมองพวกเขา
“พวกเจ้าอย่าได้มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น เป็นเพราะพวกเจ้าโลภมากอยากได้สถานะพระชายา อยากเป็นท่านตาของท่านอ๋องถึงได้วางแผนชั่ว ๆ ฆ่าอี้เฟย หากพวกเจ้าไม่โลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน วันนี้ก็คงไม่ต้องเจอเรื่องเช่นนี้!!”
จางหลิวมองภาพครอบครัวรักใคร่กล่าวโทษกันด้วยความรู้สึกสมเพช ภรรยาตนโชคร้ายจริง ๆ ที่มีครอบครัวเช่นนี้ หากนางเกิดในครอบครัวที่ดีกว่านี้ ชีวิตของนางคงจะยืนยาวไม่ต้องจบลงในวัยเพียงยี่สิบกว่าปี
“เจ้าพร้อมจะรับโทษของตนแล้วใช่ไหม?”
เขาหันความสนใจกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า แม้ในใจจะรู้สึกเกลียดชังนางไม่ต่างจากคนพวกนั้น แต่ก็อดยอมรับในความใจกล้าของนางไม่ได้
หากไม่ได้คำรับสารภาพจากอีกฝ่าย เขาก็คงสืบจนรู้ตัวคนทำผิดรวดเร็วขนาดนี้ไม่ได้
“เจ้าค่ะ ข้าพร้อมแล้ว ขอท่านอ๋องส่งข้าไปอย่างสงบ” หยางเจียหลับตาลง สองมือกำเข้าหากันแนบกลางอก ยอมรับความตายที่ใกล้เข้ามา
ฉับ!!
ดาบเดียวสะบั้นศีรษะหลุดออกจากบ่า เลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น
จางหลิวสะบัดดาบในมือกำจัดเลือดออกจากด้ามดาบสวมเข้าไปในฝัก
“จงจดจำเหตุการณ์นี้ไว้จนวันตาย แล้วคิดให้ดีว่าหลังจากนี้จะปฏิบัติตนเช่นไร”
ชายสูงวัยที่ถูกบรรยากาศสูงศักดิ์ทำให้สั่นกลัวคลายความรู้สึกประหม่าลง ต้องขอบคุณท่าทางของพระชายา ไม่อย่างนั้นแล้วจนถึงตอนนี้ร่างกายเขาก็คงยังไม่หยุดสั่นดวงตาคนผ่านโลกมามาก มองหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี แม้ท่านแม่ทัพจะนิ่งเงียบไปบ้าง ทว่าสายตาที่ท่านมองพระชายานั้นล้วนเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง“ฮุ่ยหมิงยิ้มหน่อยสิ พอท่านยิ้มแล้วจะยิ่งน่ามอง รูปปั้นดินเหนียวนี้หลังเสร็จแล้วข้าจะนำไปตั้งไว้ในห้องของเรา ท่านว่าดีหรือไม่?”คำว่า ห้องของเรา ทำคนฟังหัวใจอ่อนระทวยเผยยิ้มอ่อนโยน ยื่นมือออกมาโอบเอวภรรยา“ดี” คำตอบสั้น ๆ แต่กลับสามารถสั่นไหวหัวใจดวงน้อยได้เฉินเหมยลี่ฉีกยิ้มกว้างให้เขา ขยับกายเล็กน้อยปรับท่านั่งให้ถนัดแล้วขยับปากเอ่ยกับคนตรงหน้า“ท่านลุงเริ่มได้เลย”ชายสูงวัยเร่งรีบตอบรับแล้วเริ่มขยับมือนวดดินเหนียวในมือให้นุ่มพอที่จะใช้ปั้นบนถนนคับคั่งไปด้วยผู้คนเดินสวนกันไปมา บ้างมาเป็นครอบครัว บ้างมาเป็นกลุ่มสหาย บ้างมาเป็นคู่คนมาเป็นคู่เดินเคียงกันท่าทางขัดเขิน เมื่อไหล่ทั้งสองกระทบกันก็จะหันมาสบสายตาแลกเปลี่ยนรอยยิ้มมีความสุขหรือไม่หากคนใดยังไม่มีคู่ บางครั้งการเดินเบียดเสียดกันจนผ้าเช
“ภรรยา...”“...”“ภรรยาอย่าได้นิ่งเงียบเช่นนี้เลย ถึงเจ้าจะไม่พอใจแต่พี่ก็ไม่มีความคิดจะขอโทษ”“...” ตวัดสายตามอง ก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ“ภรรยา อย่าโกรธเลยนะ ที่ทำเช่นนี้เพราะรักพี่เจ้ามาก”แม่ทัพหนุ่มเดินตามหลังภรรยาเหมือนลูกไก่เดินตามแม่ไก่ แต่แม่ไก่กลับไม่คิดผ่อนฝีเท้าลงโชคดีที่ช่วงขาเขายาวกว่าภรรยาไม่ว่าอีกฝ่ายจะเดินเร็วแค่ไหนก็ตามทัน“ภรรยา”“หากท่านยังเรียกข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนี้อีกวันนี้ข้าจะไม่พูดกับท่าน”“...” หลงฮุ่ยหมิงปิดปากฉับ ก่อนจะเผยรอยยิ้มมีความสุข ก้าวมายืนข้างกาย“เจ้าหายโกรธพี่แล้ว?”เงยหน้ามองคนกระดี๊กระด๊ามีความสุข“ข้าไม่ได้โกรธท่าน ข้าเพียงโมโหที่ท่านทำอะไรไม่รู้จักคิด”“ภรรยาการที่สามีฝากร่องรอยของตนไว้บนตัวภรรยาหาใช่เรื่องไม่รู้จักคิด”เฉินเหมยลี่ยกมือปิดปากอีกฝ่าย หันซ้ายหันขวาสีหน้าตื่นตระหนก“ท่านยังคิดจะพูดออกมาอีก! ไม่รู้สึกอายหรืออย่างไร?!” เหมยลี่ถลึงตามองเขา ใบหูแดงก่ำหลงฮุ่ยหมิงมองสีหน้าแดงระเรื่อของภรรยา กระตุกยิ้มมุมปาก จับมือที่ปิดปากออกโน้มหน้าเข้าใกล้ กระซิบเสียงเบาข้างหู “ภรรยาต้องขออภัยที่ทำให้เจ้าเขินอาย ทว่าใบหน้าขัดเขินของเจ้าช่างน่ามองยิ
ยามวสันต์มาเยือน ลมหนาวพัดพาให้รู้สึกเดียวดาย“ใครกันที่แต่งกลอนเช่นนี้ให้น้องหญิงได้ยิน ตัวเจ้าไม่เหมาะกับบทกลอนเช่นนี้เลย” หลงฮุ่ยหมิงก้าวเข้ามาสวมกอดภรรยา เงยหน้ามองท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว“น้องเพียงกล่าวขึ้นมาลอย ๆ ไม่ได้มีเหตุผลใดมากนัก” เฉินเหมยลี่เอนกายพิงหน้าอกแกร่ง ยกมือขึ้นวางทับมือเขา“ท่านพี่น้องอยากออกไปเที่ยวด้านนอก อยากไปชมเทศกาลโคมลอย”“น้องอยากไปลอยโคมให้ใครหรือ?”คนฟังขมวดคิ้วดูชายผู้นี้สิ แต่งงานกันมาร่วมครึ่งปีแล้วยังคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องได้อยู่อีกเฉินเหมยลี่หันหน้าเข้าหา เงยหน้ามอง ยกมือขึ้นจับคางบังคับให้ก้มหน้ามองกัน“คิดมากอันใดของท่าน ใต้หล้านี้ใครเลยจะไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่แต่งบุตรสาวตระกูลเฉินเป็นพระชายา ซ้ำยังรักใคร่ลึกซึ้ง ท่านแสดงออกว่าหวงแหนข้ามากเสียขนาดนี้จะยังมีบุรุษบ้านใดกล้ามองข้าเชิงนั้นอยู่อีกหรือ”“เจ้าอยากให้คิด?”เหมยลี่กระตุกยิ้ม“น้องว่าคิดก็ดีนะเจ้าคะ จะได้ลองออกไปเปิดหูเปิดตาดูบ้าง อยู่แต่ในบ้านมองหน้าท่านไปนาน ๆ น้องเองก็เริ่มเบื่อแล้ว”หลงฮุ่ยหมิงขมวดคิ้ว อุ้มคนตัวลอย“ในเมื่อน้องหญิงเบื่อเช่นนั้นพวกเรามาสร้างความตื่นเต้นกันดีกว่า เจ้
เฉินเหมยลี่มองเขาพลางถอนหายใจยาวส่วนนั้นของนางยังเจ็บเสียดอยู่ยังไม่พร้อมรับความแข็งขืนของเขาเข้ามาในตอนนี้ แต่จะปล่อยเขาเอาไว้อย่างนี้ก็ไม่ได้อีกไหน ๆ อีกฝ่ายก็ยอมรับผิดโดยการนวดให้แล้ว นางจะให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แล้วกัน“ช่วยดึงข้าลุกขึ้นหน่อย”หลงฮุ่ยหมิงทำตาม ประคองภรรยาลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตรงนั้นยังชี้โด่“นั่งนิ่ง ๆ แล้วอย่าสัมผัสข้า”“...” หลงฮุ่ยหมิงไม่เข้าใจคำพูดภรรยา แต่ไม่นานนักเขาก็เข้าใจในสิ่งที่นางพูด เมื่อมือเรียวสวยยื่นออกมาสัมผัสส่วนแข็งขืน ขยับรูดมือขึ้นลงเบา ๆ“อื้มมม ภรรยา” ยกมือขึ้นหวังดันคนตัวเล็กออก“อย่า หยุดมือท่านแล้ววางไว้ข้างกาย”มือหนาถูกเก็บกลับไปดวงตาดำขลับสั่นไหวเล็กน้อย มองเฉินเหมยลี่ขยับมือรูดส่วนนั้นขึ้นลงไม่กี่ครั้งแล้วจัดแจงปลดเปลื้องอาภรณ์ฮุ่ยหลิงน้อย ใช้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ วนส่วนหัวเล่น“อื้ออ” ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นสัมผัสเพียงแผ่วเบาก็ทำเขาอ่อนไหวมากขนาดนี้แล้วคนมองกระตุกยิ้มชอบใจ ขยับนั่งคุกเข่าตรงหน้า ปลายนิ้วช้อนผมซึ่งตกลงปรกหน้าขึ้นทัดหู โน้มหน้าเข้าหาแก่นกาย แลบลิ้นเรียริมฝีปากแห้งผาก ก่อนจะตวัดลิ้นเลียวนรอบส่วนปลาย“ภรรยา อื้อ เจ้า คิดจะท
“ท่านหมอพระชายาเป็นอย่างไรบ้าง”“เรียนท่านอ๋องพระชายาเพียงใช้กำลังมากเกินไปอย่างกะทันหันจึงป่วยไข้ขึ้นมาขอรับไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง ข้าจะจัดเทียบยาให้ต้มดื่มสักสองสามวันก็จะหายเป็นปกติขอรับ”พอได้ฟังคำอธิบายจากปากหมอชรา หลงฮุ่ยหมิงถึงกับยกมือขึ้นปิดปากกระแอมไอเหลือบสายตามองแววตาขุ่นเคืองของพระชายาใครจะไปคิดว่าการร่วมรักเพียงครั้งเดียวจะทำให้พระชายาถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ เขาก็ว่าตนเองยับยั้งชั่งใจมากแล้วนะ ถึงได้ทำเพียงแค่ครั้งเดียวแม้จะเป็นครั้งเดียวที่กินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วยามก็ตาม...“ในเมื่อพระชายาไม่เป็นอะไรมาก เช่นนั้นหมอชราผู้นี้ขอตัวก่อนขอรับ ก่อนกลับข้าจะเขียนเทียบยาให้”“ขอบคุณท่านหมอมาก เชิญท่าน” หลงฮุ่ยหมิงทำมือเชื้อเชิญ ปล่อยให้หมอชราเดินออกจากห้องหอไปพร้อมต้าต่านเมื่อเหลือกันเพียงสองคนชายหนุ่มจึงเดินมาหยุดข้างเตียง ดึงเก้าอี้ด้านข้างมาหย่อนตัวนั่ง“พระชายาเป็นเช่นไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?”“...” เฉินเหมยลี่ยังคงมองเขานิ่ง“พระชายาพี่ไม่ได้ตั้งใจทำจนเจ้าป่วยไข้ ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ครั้งเดียวเจ้าก็ล้มป่วยแล้ว...” ปลายเสียงเบาหวิวเมื่อสายตาที่มองมาน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมเพิ่
“ภรรยาเจ้าชอบตรงนี้ใช่หรือไม่?” คำเรียกขานที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันกระตุ้นให้ขอบหูขาวเนียนแดงระเรื่อเหมยลี่กัดริมฝีปากเขินอาย หลบสายตาไม่กล้ามองนัยน์ตาร้อนแรง“อึก อื้อออ!!”ลิ้นร้อนแทรกผ่านส่วนอ่อนไหวเข้าไปสัมผัสความอ่อนนุ่มด้านในหลงฮุ่ยหมิงใช้ลิ้นปรนเปรอจนนางเคลิ้มไหวส่งเสียงร้องระงมให้ได้ยินเต็มสองหูสองขาเรียวยกขึ้นเกี่ยวคอชายหนุ่ม ขณะที่สองมือขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู้ยี่ บิดเร่าร่างกายไปมาสมองเริ่มมึนเบลอคิดอะไรไม่ออก สติเองก็เริ่มเลือนราง ตอนนี้สิ่งที่ติดอยู่ในห้วงความคิดมีเพียงความต้องการอันยากจะอดกลั้น“อึก ฮุ่ยหมิง สามี ฮึก ข้า ข้า...ต้องการท่าน” น้ำเสียงแหบพร่า ขาดหายและเว้าวอนหลงฮุ่ยหมิงดันศีรษะขึ้นมองใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยอารมณ์ความต้องการ กระตุกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้าย ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าชื้นเหงื่อ“ภรรยาส่วนนี้ของเจ้ายังคับแคบนัก ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถรองรับตัวข้าได้”“แต่ว่าข้า ข้า”“ภรรยาเชื่อข้านะ ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเจ็บตัว”ดวงตาปรือปรอยตวัดมองคนที่ยังยิ้มทั้งที่นางเอ่ยขอถึงขนาดนี้แล้วด้วยความโมโห“ท่านจะทำหรือไม่ทำ?”“...”ไม่รอฟังคำตอบคนถูกกระตุ้นจนแทบจะ







