8
วนเวียนที่เลือนลาง
“ถ้าคุณต้องการให้แฟนเก่าอย่างผมช่วยหรือตามสืบเรื่องของเจ้าบ่าวของคุณให้ ก็อย่าลืมติดต่อกันมาล่ะ ผมยังใช้เบอร์เดิมที่คุณบล็อคผมนั่นแหละ ว่าที่เจ้าสาว..แต่จะเป็นเจ้าสาวของใคร..เรื่องนี้..”
“ไม่แน่ใจเลยแฮะ”
คำพูดของปฐวียังคงวนอยู่ในหัวของณิชชยา เรื่องบ้า ๆ ที่เขาเสนอมา เธอไม่ยอมขอความช่วยเหลือของคนเจ้าเล่ห์อย่างปฐวีแน่
“เมื่อก่อนก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ร้ายนักนะ”เธอว่าและมองไปรอบ ๆ สวนสาธารณะเพราะตัวเธอยังขุ่นใจไม่หาย เธอไม่อยากไปเฝ้าไข้ธนนท์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ถ้าทำแบบนั้น เรื่องของเขาและเธอที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้คงได้หลุดออกไปเพราะตัวเธอเองแน่
“คุณจำไว้นะ”
“คุณไม่มีทางลืมเรื่องของเราได้ ต่อให้คุณลืม ผมก็จะพูดและขุดมันขึ้นมาให้คุณจำ..ผมจะไม่มีทางจำเรื่องของเราได้แค่คนเดียวแน่”
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อคิดถึงอีกหนึ่งประโยคที่เขาว่าไว้ จริง ๆ แล้วเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลับมาเจอกับเขาอีกครั้งหนึ่ง
กรุงเทพมหานคร..ก็ออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ คนก็เยอะแยะมากมาย ทำไมถึงต้องวนกลับมาเจอกันตอนนี้ด้วย
ตอนนี้ที่เธอกำลังจะแต่งงาน
“สัญญากับวีนะว่าถ้าเราเรียนจบแล้ว เราจะแต่งงานกัน”
ประโยคเก่า ๆ ความทรงจำเก่า ๆ ไหลเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ จนตัวเธอเองต้องหลบตาลงและทิ้งตัวเองลงบนพื้นหญ้า
หญิงสาวลืมตาขึ้นมามองเห็นท้องฟ้า กลุ่มเมฆที่กำลังเคลื่อนตัว ลมพัดมาอ่อน ๆ ทำให้ใจเธอรู้สึกสงบลง
ต่อให้พาทิศจะซื่อสัตย์หรือไม่ เธอก็ควรจะซื่อสัตย์กับเขาจนถึงวินาทีสุดท้ายของวันที่รู้ความจริง และมีหลักฐานมากพอที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเขาทรยศความซื่อสัตย์ของเธอไปหาผู้หญิงคนอื่น
และต่อให้ปฐวีจะเป็นคนที่ทำให้เธอตกหลุมรักมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ยอมให้เขามาทำให้กำแพงของความซื่อสัตย์ของเธอพังลงได้แน่
แม้ในเรื่องนี้เธอจะเป็นคนที่สมควรจะถูกปฐวีลงโทษที่สุดก็ตาม
“หนูนิดหายไปไหนมาเหรอ นนท์ไม่เห็นหน้าตั้ง..พวกคุณคือ?”ธนนท์ที่กำลังพยายามลุกออกจากเตียงคนไข้ ถามคนมาใหม่ เพราะตอนแรกนึกว่าคนที่เข้ามาคือพี่สาวของตนเองเลยพูดออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มองก่อนว่าใครมา
“สวัสดีครับ คุณธนนท์”ชายหนุ่มผู้ติดตามเอ่ยทักทาย
“นี่เจ้านายผม คุณปฐวี ท่านรองเป็นคนที่ช่วยชีวิตคุณไว้”
“และกรุณาอย่าเข้ามาใกล้ท่านรองเกินสองเมตรด้วยครับ”เขาบอกและใช้แขนกันธนนท์ไว้ เมื่อธนนท์จะเดินเข้ามาใกล้เจ้านายของตนเอง
“คุณธีร์ อย่ามีพิธีมาก ผมไม่ใช่คนแก่สักหน่อย”เขาดันแขนของผู้ช่วยคนสนิทออกไป ทำให้คุณธีร์ต้องถอยตัวออกมา
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมมาเยี่ยมคุณน่ะ เพราะตั้งแต่เจอคุณและพาคุณมาส่งที่นี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเลย”
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“เอ่อ..ผมดีขึ้นแล้วครับ แล้วก็..พอจะจำคุณได้ลาง ๆ ว่าคุณเป็นคนพาผมออกจากตรงนั้น ขอบคุณนะครับที่ช่วยชีวิตผมไว้ ผมว่าผมติดหนี้คุณแล้ว”
ธนนท์ยิ้มดีใจที่ได้เจอคนที่เขาคาดว่าเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้
แต่ดูท่าทางและคำเรียกแล้วก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดา ๆ
“ไม่ต้องคิดว่าเป็นบุญคุณหรอก ผมไม่ถือว่าเป็นแบบนั้น”ปฐวีและธนนท์นั่งคุยกันอยู่ภายในห้องคนไข้ จึงทำให้คุณธีร์ออกไปรอด้านนอก..จนกว่าจะมีใครกลับเข้ามาในห้องนี้
“คุณเป็นใคร? ทำไมถึงมายืนอยู่หน้าห้องลูกชายฉันคะ”
เสียงของสาวใหญ่ อายุมากกว่าเขาเป็นสิบปี เอ่ยถามผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนทำหน้าเคร่งขรึมจนคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่กล้ามอง “ตอนนี้ท่านรองกำลังคุยกับลูกชายของคุณอยู่ ขออนุญาติไม่เข้าไปด้านในตอนนี้นะครับ”
“ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้ นี่มันห้องลูกฉันนะ”คุณขวัญฤดีพยายามที่จะเข้าไปด้านในเพราะคนที่ยืนอยู่ด้านนอกดูไม่น่าไว้ใจ นางเกรงว่าคนด้านในจะทำอันตรายลูกชายของตนได้ แม้คุณธีร์จะพยายามพูดโดยไม่ใช้กำลังแล้ว ก็ไม่สามารถห้ามคุณขวัญฤดีไว้ได้
“คุณเป็นใครน่ะ คุยอะไรกับลูกชายฉัน”พอเข้าไปได้ก็ไม่พูดพร่ำ นางกล่าวถามถึงคนปริศนาที่อยู่ในห้องกับลูกชายทันที
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างที่นางคิดไปเสียหมด เพราะดูแล้วลูกชายก็ไม่ได้เป็นอะไร แถมยังดูผ่อนคลายมากกว่าเดิมอีกด้วย
“แม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ คือนี่พี่วี..เอ้ย คุณปฐวี เขาเป็นคนช่วยชีวิตผมไว้ครับแม่”ธนนท์รีบบอกกลับไป ส่วนคุณขวัญฤดีพอได้ยินชื่อของคนที่เคยช่วยชีวิตลูกชายไว้ใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่ม
เพราะนางไม่คิดว่าจะได้พบเจอกับเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
“ค..คุณ”
“สวัสดีครับ”
“คุณแม่”
“ส..สวัสดีค่ะ”
“รู้จักกันเหรอครับ?”พอเห็นว่ามารดามีอาการที่แปลกไป เหมือนว่ากำลังตกใจกับอะไรบางอย่างอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น และมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา
“เปล่านี่ พี่ไม่เคยรู้จักแม่ของนนท์นะ”ปฐวีตอบแทน
แต่มันทำให้คุณขวัญฤดีเกิดคำถามขึ้นในใจขึ้นมาเสียได้ เพราะทั้ง ๆ ที่ปฐวีรู้อยู่เต็มอกว่ารู้จักกัน รู้อยู่ว่านางเป็นมารดาของณิชชยา คนรักเก่าของเขา ทำไมเขาถึงได้ตอบกลับไปแบบนั้นกัน
“ถ้าพี่วีไม่รู้จัก แล้ว..แม่รู้จักพี่วีเหรอครับ”ยังไม่วายถามต่อ
“เปล่า แม่ไม่รู้จักหรอก แต่เห็นว่าคุณปฐวีหน้าตาดีน่ะ ก็เลยตกใจ”นางเปลี่ยนเรื่อง ไหลตามน้ำของปฐวีไปก่อน หลังจากที่ณิชชยามาที่นี่เธอจึงค่อยเล่าให้ลูกสาวฟังจะดีกว่า
“คุณแม่มาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนแล้วกัน ไว้ว่าง ๆ พี่จะมาคุยเป็นเพื่อน”ปฐวีไม่สนใจคุณขวัญฤดีอีก เขาหันไปบอกลาธนนท์ก่อนจะกลับออกไป พออีกคนกลับออกไป อีกคนก็วิ่งเข้ามาจับแขนของผู้เป็นแม่ไว้ “แม่ พี่วีเขาสุดยอดเลยเนอะ เป็นถึงรองประธานบริษัท ไม่อยากเชื่อว่าคนรวยขนาดนี้จะเป็นคนที่ช่วยผมไว้ มีผู้ช่วยหน้าโหดอีก เท่ห์มาก”
ธนนท์พูดชื่นชมคนที่เดินออกไปไม่หยุด ตอนที่เขาได้พูดคุยกับปฐวี เขารู้สึกว่าปฐวีนั้นเป็นคนที่สุดยอดมาก ๆ เป็นคนที่ทำงานเก่งและสุขุมเหมือนกับพระเอกในละครหลังข่าว
ไม่อยากเชื่อว่าจะมีอยู่จริง ๆ
“แต่จะว่าไป พี่วีเป็นสเปคหนูนิดด้วย ถ้ามาเจอล่ะก็..”
“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะลูก พี่สาวเราน่ะกำลังจะแต่งงานแล้วนะ”คุณขวัญฤดีที่ฟังลูกชายพูดอยู่ก็ถามขึ้นมา เพราะนางรู้อยู่แก่ใจว่ามันใช่
และมันก็เคยเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
“ผมแค่พูดตามเนื้อผ้า พี่พีทกับหนูนิดไม่ได้ยินก็ไม่ผิดสักหน่อย”ธนนท์ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้และกลับไปนอนดูทีวีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจก็คิดที่จะอยากพูดเสียเต็มทนว่าเขานั้นรู้อะไรมาบ้าง
คุณขวัญฤดีถอนหายใจออกมาเพราะรู้ว่าธนนท์ก็ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่พูด แต่นางก็ไม่ได้ว่าอะไรลูกชาย จนกระทั่งลูกสาวกลับมาผลัดเวรเฝ้าจึงได้รีบดึงแขนของหญิงสาวออกไปคุยกันที่ระเบียงในขณะที่ธนนท์กำลังหลับอยู่
“แม่มีอะไรเหรอคะ”
“วันนี้คุณปฐวีมาที่นี่ จำเขาได้ใช่ไหม”คุณขวัญฤดีไม่อ้อมค้อม นางพูดออกมาตามที่อยากจะพูด “เขามาที่นี่ทำไมคะ”
“น้องบอกว่าคุณปฐวีเป็นคนช่วยชีวิตน้อง”
“ว่าแล้วเชียว”
“ว่ายังไงนะลูก?”มารดาถามซ้ำเมื่อเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเครียดพร้อมกับพึมพำออกมาคนเดียว “เปล่าค่ะแม่ ไม่มีอะไร”เธอเปลี่ยนสีหน้า ยิ้มกลับไปแทน
“แบบนี้มันจะดีเหรอลูก”
“ที่วนมาเจอกันน่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาก็คงมาเยี่ยมนนท์ตามมารยาทของคนที่เคยช่วยชีวิตไว้ แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเขาจะไม่มีทางรู้เรื่องนั้นแน่”
“แล้วถ้าเขารู้ล่ะ เราจะทำยังไง”
“เรากำลังจะแต่งงานแล้วนะ”
“หนูนิดจัดการได้ค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ เอาเป็นว่า..ถ้าเขารู้ หนูนิดจะคุยกับเขาเอง จะอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจเอง วี..วีไม่โกรธใครง่าย ๆ หรอก”คุณขวัญฤดีพยักหน้า แต่สีหน้าก็ยังคงกังวลอยู่ ทำให้ณิชชยาเอามือลูบที่ไหล่ของผู้เป็นมารดาจนนางยอมเชื่อและกลับเข้าไปในห้องเช่นเดิม
แต่พอมารดาเข้าไปแล้ว ณิชชยาก็ถอนหายใจออกมา สีหน้าความกังวลเผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย เพราะเธอรู้ว่าที่เธอพูดมามันเป็นแค่คำโกหกที่เธอเอาไว้พูดเพื่อทำให้มารดาสบายใจขึ้นเท่านั้น “ฉันจะจัดการกับเขายังไงดีล่ะเนี่ย”
เริ่มล้ำเส้นเข้ามาแบบนี้ คิดจะทำเรื่องไม่ดีอีกแน่ ๆ
หรือเธอควรจะบอกจีรัณณ์ ผู้หญิงคนนั้นที่มีข่าวลือกับปฐวีให้จัดการเขาซะ ทุกอย่างจะได้จบ “แต่เราไม่มีหลักฐานว่าเขาจงใจจะมายุ่งกับเราและนนท์”
“แต่ถ้าไม่ทำอะไรต่อ ปฐวีก็จะยิ่งล้ำเส้นเข้ามาเรื่อย ๆ ”
“นายปฐวี ทำถึงขั้นนั้นเลยเหรอ”รัดเกล้าโมโหหลังจากที่ฟังณิชชยาเล่าจบ เธอโมโหถึงขั้นที่ทานของที่ตนเองชอบแล้วมันไม่อร่อย
“ใจเย็น ๆ อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนนท์”
“เพราะคนอย่างนายปฐวี ล็อคเป้าหมายที่หนูนิดเรียบร้อยแล้วยังไงล่ะ คนอื่นน่ะนายนั่นไม่สนใจหรอก เป็นแค่หมากในเกมนี้เท่านั้นแหละ”เธอว่าพร้อมเอาอาหารเข้าปากเพื่อให้ตัวเองใจเย็นขึ้น “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”
“ฉันว่าจะไปคุยเรื่องนี้กับคุณจีรัณณ์ คนรักของเขาน่ะ”
“จีรัณณ์? นางเอกที่กำลังดังคนนั้นน่ะเหรอ?”
“ใช่ เห็นมีข่าวด้วยกันเยอะแยะ ก็คงจะเป็นคนรักกันจริง ๆ น่ะแหละ”
ณิชชยาว่าและทานอาหารเข้าไปจนเต็มปาก เพราะการกินเป็นการแก้เครียดอย่างหนึ่งที่เธอสามารถระบายความเครียดนั้นออกมาได้
“แล้วดาราดังแบบนั้น เธอจะไปหาเขาได้จากที่ไหน”
“เรื่องนี้แหละที่ฉันเครียด ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง เฮ้อ”
“ลองส่งข้อความไปหาดีไหม เผื่อจะเห็น”เพื่อนสาวเสนอ
“เออ! ลืมไปเลย!”แต่อยู่ ๆ ก็โพล่งออกมา
“อะไรเหรอเกล้า”
“นายธนา เพื่อนสนิทของนายปฐวียังไงล่ะ”
“แต่นั่นก็คนรักเก่าของเธอไม่ใช่เหรอ”
“เธอเกลียดขี้หน้าเขาจะตาย”
“เรื่องเกลียดขี้หน้าเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องสงบศึกเพราะฉันต้องช่วยเธอ”
“แล้วธนาเขาเกี่ยวอะไรด้วย?”
“ได้ข่าวว่าหมอนั่นเป็นสปอนเซอร์ให้กับจีรัณณ์ คิดว่าเขาน่าจะติดต่อ
จีรัณณ์แบบตัวต่อตัวได้และคิดว่าเขาน่าจะช่วยนะ”
....
“ไม่”
“ช่วยแค่นิดเดียวไม่ได้หรือไง”
“ไม่ก็ไม่สิ หนูนิดทำร้ายเพื่อนเรานะเกล้า”
“ก็ถือว่าเจ๊ากันเรื่องที่นายนอกใจเราไง”
“เราไม่เคยนอกใจเธอ เธอคิดไปเองทั้งนั้น”
“นี่!!”
“เกล้า พอได้แล้ว”ณิชชยาจับบ่าเพื่อนสนิทไว้ ทำให้รัดเกล้ายอมถอยออกมาเพื่อให้เพื่อนเป็นคนพูดแทน “ถ้าเขาไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร”
“มันก็ถูกแล้วที่เขาจะอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง”
“หนูนิด!?”รัดเกล้าหันขวับมองเพื่อนสนิทด้วยความตกใจ ส่วนธนาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาเช่นกัน เพราะเขารู้ว่าหนูนิดเป็นคนใจเย็น และเขาก็ควรจะอยู่นิ่ง ๆ เช่นเดียวกัน “เธอฟังที่เพื่อนเธอพูดบ้างนะรัดเกล้า”เขาว่าต่อ
“เรารู้ แต่กับนาย เราไม่อยากใจเย็นด้วย”
“เกล้า ฉันบอกให้พอไง”ณิชชยาย้ำอีกครั้ง คราวนี้รัดเกล้าจึงยอมเงียบ
“ตามที่หนูนิดพูดนั่นแหละ เราไม่ช่วย”
“เราต้องอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง เพราะเราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องหายไปเฉย ๆ จนทำให้ไอ้วีต้องเป็นบ้าไปพักใหญ่”
“หนูนิดเกือบทำอนาคตเพื่อนเราพังเลยนะ”
“เราไม่มีข้อแก้ตัวในเรื่องนี้ ถ้าเขาอยากทำร้ายเราเพื่อเอาคืนในสิ่งที่เราเคยทำกับเขาก็มาทำที่เราคนเดียว อย่ามายุ่งกับน้องชายของเรา ตอนนี้เขากำลังล้ำเส้นอยู่ เขาควรจะมีขอบเขต ไม่ใช่เที่ยวไปทำร้ายใครต่อใครหรือสร้างความเชื่อใจใครแบบหลอก ๆ และสุดท้ายก็ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือแบบนี้”เธอพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด และธนาก็นั่งฟังเธอเงียบ ๆ เช่นกัน
“เธอจะยอมให้มันทำร้ายเธอจริง ๆ ใช่ไหม”เขาถามกลับ
“ใช่”
…..
“ก็ได้ เราจะช่วยเธอ”ธนามองหน้าคนที่จริงจังอยู่ก็หัวเราะในลำคอขึ้น
เขารู้ว่าถึงณิชชยาจะยอมให้ปฐวีทำร้ายเธอโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรกลับไป แต่คนอย่างปฐวีก็ไม่กล้าทำร้ายณิชชยาหรอก
แม้แต่ปลายเล็บก็ไม่กล้าทำ
....
“น้องจี ๆ คุณธนาเขามีเรื่องจะคุยด้วยนะคะ หลังฉากนี้แล้วออกมาคุยกับสปอนเซอร์หน่อยนะ”เสียงของผู้จัดการใจหญิงเดินเข้ามากระซิบบอกจีรัณณ์ที่กำลังอ่านทวนบทละครเพื่อเข้าฉากต่อไปอยู่
“คุยตอนนี้เลยก็ได้นะคะพี่เอกกี้ เดี๋ยวธนาเขารอนานน่ะค่ะ”
“แต่เหมือนว่าเขาจะคุยนานอยู่นะคะลูกสาว เห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ เรียบร้อย ๆ มาด้วยน่ะ เข้าฉากนี้ก่อนดีกว่านะแล้วค่อยไปคุย”สุดท้ายจีรัณณ์ก็ต้องเข้าฉากละครนี้ก่อนที่จะไปคุยกับสปอนเซอร์ของตนเอง
โดยมีธนาและณิชชยายืนมองจีรัณณ์อยู่ด้านหลังผู้กำกับ
“เป็นไงบ้าง? จีน่ะ”
“เธอเก่งและสวยมากค่ะ”
“แล้วหนูนิดคิดว่าจีสู้หนูนิดได้หรือเปล่า”
“เรื่องไอ้วีน่ะ”
“หนูนิดไม่อยากเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคุณจีหรอก แม้แต่ปลายเล็บ คุณจีก็สู้หนูนิดได้ ฉลาดขาดลอยเลยล่ะ แล้วอีกอย่างตอนนี้หนูนิดกับวีก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน วีเจอคนที่เหมาะสมแล้ว หนูนิดก็ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมา”
“งั้นเหรอ?”
หญิงสาวหันหน้ากลับมามองคนข้าง ๆ เขายิ้มและหันกลับมามองเธอเหมือนว่าเขารู้ว่าเธอเองก็กำลังมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน “ธนาหัวเราะอะไร?”
“หัวเราะเธอไง”
“คิดอะไรไม่เข้าเรื่องชะมัด”
“หนูนิดพูดจริง ๆ นะ”
“เรารู้ว่าหนูนิดพูดจริง แต่ไอ้วีมันไม่ได้คิดแบบที่หนูนิดคิดน่ะสิ”
“เราก็ยังงงอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอต้องมาหาจีด้วย”เขาพูดไว้แค่นั้น ปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นประโยคปริศนาต่อไป ณิชชยาเองก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดจึงปล่อย ๆ ไป ไม่คิดจะหาคำตอบ
“ธนามีเรื่องอะไรจะคุยกับจีเหรอ? เรื่องงานหรือเปล่า”
หลังจากที่ดาราสาวถ่ายงานเสร็จ ก็รีบเดินมาหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่
แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าให้ ยิ่งทำให้เธอสงสัยมากขึ้นไปอีก
“เปล่าหรอก เราไม่ได้จะมาคุยเรื่องงาน”
“และคนที่จะคุยก็ไม่ใช่เราด้วย”ธนาเบี่ยงตัวหลบให้คนที่อยู่ด้านหลัง
เมื่อจีรัณณ์เห็นคนที่ต้องการจะคุยกับเธอแล้ว หญิงสาวก็ชะงักงัน ตัวแข็งทื่อเหมือนกับว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในขั้วโลกใต้