Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2025-12-20 22:13:04

8

วนเวียนที่เลือนลาง

“ถ้าคุณต้องการให้แฟนเก่าอย่างผมช่วยหรือตามสืบเรื่องของเจ้าบ่าวของคุณให้ ก็อย่าลืมติดต่อกันมาล่ะ ผมยังใช้เบอร์เดิมที่คุณบล็อคผมนั่นแหละ ว่าที่เจ้าสาว..แต่จะเป็นเจ้าสาวของใคร..เรื่องนี้..”

“ไม่แน่ใจเลยแฮะ”

คำพูดของปฐวียังคงวนอยู่ในหัวของณิชชยา เรื่องบ้า ๆ ที่เขาเสนอมา เธอไม่ยอมขอความช่วยเหลือของคนเจ้าเล่ห์อย่างปฐวีแน่

“เมื่อก่อนก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ร้ายนักนะ”เธอว่าและมองไปรอบ ๆ สวนสาธารณะเพราะตัวเธอยังขุ่นใจไม่หาย เธอไม่อยากไปเฝ้าไข้ธนนท์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ถ้าทำแบบนั้น เรื่องของเขาและเธอที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้คงได้หลุดออกไปเพราะตัวเธอเองแน่

“คุณจำไว้นะ”

“คุณไม่มีทางลืมเรื่องของเราได้ ต่อให้คุณลืม ผมก็จะพูดและขุดมันขึ้นมาให้คุณจำ..ผมจะไม่มีทางจำเรื่องของเราได้แค่คนเดียวแน่”

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อคิดถึงอีกหนึ่งประโยคที่เขาว่าไว้ จริง ๆ แล้วเธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลับมาเจอกับเขาอีกครั้งหนึ่ง

กรุงเทพมหานคร..ก็ออกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้ คนก็เยอะแยะมากมาย ทำไมถึงต้องวนกลับมาเจอกันตอนนี้ด้วย

ตอนนี้ที่เธอกำลังจะแต่งงาน

“สัญญากับวีนะว่าถ้าเราเรียนจบแล้ว เราจะแต่งงานกัน”

ประโยคเก่า ๆ ความทรงจำเก่า ๆ ไหลเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ จนตัวเธอเองต้องหลบตาลงและทิ้งตัวเองลงบนพื้นหญ้า

หญิงสาวลืมตาขึ้นมามองเห็นท้องฟ้า กลุ่มเมฆที่กำลังเคลื่อนตัว ลมพัดมาอ่อน ๆ ทำให้ใจเธอรู้สึกสงบลง

ต่อให้พาทิศจะซื่อสัตย์หรือไม่ เธอก็ควรจะซื่อสัตย์กับเขาจนถึงวินาทีสุดท้ายของวันที่รู้ความจริง และมีหลักฐานมากพอที่จะทำให้เธอเชื่อว่าเขาทรยศความซื่อสัตย์ของเธอไปหาผู้หญิงคนอื่น

และต่อให้ปฐวีจะเป็นคนที่ทำให้เธอตกหลุมรักมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ยอมให้เขามาทำให้กำแพงของความซื่อสัตย์ของเธอพังลงได้แน่

แม้ในเรื่องนี้เธอจะเป็นคนที่สมควรจะถูกปฐวีลงโทษที่สุดก็ตาม

“หนูนิดหายไปไหนมาเหรอ นนท์ไม่เห็นหน้าตั้ง..พวกคุณคือ?”ธนนท์ที่กำลังพยายามลุกออกจากเตียงคนไข้ ถามคนมาใหม่ เพราะตอนแรกนึกว่าคนที่เข้ามาคือพี่สาวของตนเองเลยพูดออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มองก่อนว่าใครมา

“สวัสดีครับ คุณธนนท์”ชายหนุ่มผู้ติดตามเอ่ยทักทาย

“นี่เจ้านายผม คุณปฐวี ท่านรองเป็นคนที่ช่วยชีวิตคุณไว้”

“และกรุณาอย่าเข้ามาใกล้ท่านรองเกินสองเมตรด้วยครับ”เขาบอกและใช้แขนกันธนนท์ไว้ เมื่อธนนท์จะเดินเข้ามาใกล้เจ้านายของตนเอง

“คุณธีร์ อย่ามีพิธีมาก ผมไม่ใช่คนแก่สักหน่อย”เขาดันแขนของผู้ช่วยคนสนิทออกไป ทำให้คุณธีร์ต้องถอยตัวออกมา

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมมาเยี่ยมคุณน่ะ เพราะตั้งแต่เจอคุณและพาคุณมาส่งที่นี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเลย”

“เป็นยังไงบ้างครับ”

“เอ่อ..ผมดีขึ้นแล้วครับ แล้วก็..พอจะจำคุณได้ลาง ๆ ว่าคุณเป็นคนพาผมออกจากตรงนั้น ขอบคุณนะครับที่ช่วยชีวิตผมไว้ ผมว่าผมติดหนี้คุณแล้ว”

ธนนท์ยิ้มดีใจที่ได้เจอคนที่เขาคาดว่าเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้

แต่ดูท่าทางและคำเรียกแล้วก็คงจะไม่ใช่คนธรรมดา ๆ

“ไม่ต้องคิดว่าเป็นบุญคุณหรอก ผมไม่ถือว่าเป็นแบบนั้น”ปฐวีและธนนท์นั่งคุยกันอยู่ภายในห้องคนไข้ จึงทำให้คุณธีร์ออกไปรอด้านนอก..จนกว่าจะมีใครกลับเข้ามาในห้องนี้

“คุณเป็นใคร? ทำไมถึงมายืนอยู่หน้าห้องลูกชายฉันคะ”

เสียงของสาวใหญ่ อายุมากกว่าเขาเป็นสิบปี เอ่ยถามผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนทำหน้าเคร่งขรึมจนคนเดินผ่านไปผ่านมาไม่กล้ามอง “ตอนนี้ท่านรองกำลังคุยกับลูกชายของคุณอยู่ ขออนุญาติไม่เข้าไปด้านในตอนนี้นะครับ”

“ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้ นี่มันห้องลูกฉันนะ”คุณขวัญฤดีพยายามที่จะเข้าไปด้านในเพราะคนที่ยืนอยู่ด้านนอกดูไม่น่าไว้ใจ นางเกรงว่าคนด้านในจะทำอันตรายลูกชายของตนได้ แม้คุณธีร์จะพยายามพูดโดยไม่ใช้กำลังแล้ว ก็ไม่สามารถห้ามคุณขวัญฤดีไว้ได้

“คุณเป็นใครน่ะ คุยอะไรกับลูกชายฉัน”พอเข้าไปได้ก็ไม่พูดพร่ำ นางกล่าวถามถึงคนปริศนาที่อยู่ในห้องกับลูกชายทันที

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อย่างที่นางคิดไปเสียหมด เพราะดูแล้วลูกชายก็ไม่ได้เป็นอะไร แถมยังดูผ่อนคลายมากกว่าเดิมอีกด้วย

“แม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ คือนี่พี่วี..เอ้ย คุณปฐวี เขาเป็นคนช่วยชีวิตผมไว้ครับแม่”ธนนท์รีบบอกกลับไป ส่วนคุณขวัญฤดีพอได้ยินชื่อของคนที่เคยช่วยชีวิตลูกชายไว้ใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่ม

เพราะนางไม่คิดว่าจะได้พบเจอกับเขาอีกเป็นครั้งที่สอง

“ค..คุณ”

“สวัสดีครับ”

“คุณแม่”

“ส..สวัสดีค่ะ”

“รู้จักกันเหรอครับ?”พอเห็นว่ามารดามีอาการที่แปลกไป เหมือนว่ากำลังตกใจกับอะไรบางอย่างอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น และมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา

“เปล่านี่ พี่ไม่เคยรู้จักแม่ของนนท์นะ”ปฐวีตอบแทน

แต่มันทำให้คุณขวัญฤดีเกิดคำถามขึ้นในใจขึ้นมาเสียได้ เพราะทั้ง ๆ ที่ปฐวีรู้อยู่เต็มอกว่ารู้จักกัน รู้อยู่ว่านางเป็นมารดาของณิชชยา คนรักเก่าของเขา ทำไมเขาถึงได้ตอบกลับไปแบบนั้นกัน

“ถ้าพี่วีไม่รู้จัก แล้ว..แม่รู้จักพี่วีเหรอครับ”ยังไม่วายถามต่อ

“เปล่า แม่ไม่รู้จักหรอก แต่เห็นว่าคุณปฐวีหน้าตาดีน่ะ ก็เลยตกใจ”นางเปลี่ยนเรื่อง ไหลตามน้ำของปฐวีไปก่อน หลังจากที่ณิชชยามาที่นี่เธอจึงค่อยเล่าให้ลูกสาวฟังจะดีกว่า

“คุณแม่มาแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่กลับก่อนแล้วกัน ไว้ว่าง ๆ พี่จะมาคุยเป็นเพื่อน”ปฐวีไม่สนใจคุณขวัญฤดีอีก เขาหันไปบอกลาธนนท์ก่อนจะกลับออกไป พออีกคนกลับออกไป อีกคนก็วิ่งเข้ามาจับแขนของผู้เป็นแม่ไว้ “แม่ พี่วีเขาสุดยอดเลยเนอะ เป็นถึงรองประธานบริษัท ไม่อยากเชื่อว่าคนรวยขนาดนี้จะเป็นคนที่ช่วยผมไว้ มีผู้ช่วยหน้าโหดอีก เท่ห์มาก”

ธนนท์พูดชื่นชมคนที่เดินออกไปไม่หยุด ตอนที่เขาได้พูดคุยกับปฐวี เขารู้สึกว่าปฐวีนั้นเป็นคนที่สุดยอดมาก ๆ เป็นคนที่ทำงานเก่งและสุขุมเหมือนกับพระเอกในละครหลังข่าว

ไม่อยากเชื่อว่าจะมีอยู่จริง ๆ

“แต่จะว่าไป พี่วีเป็นสเปคหนูนิดด้วย ถ้ามาเจอล่ะก็..”

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะลูก พี่สาวเราน่ะกำลังจะแต่งงานแล้วนะ”คุณขวัญฤดีที่ฟังลูกชายพูดอยู่ก็ถามขึ้นมา เพราะนางรู้อยู่แก่ใจว่ามันใช่

และมันก็เคยเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

“ผมแค่พูดตามเนื้อผ้า พี่พีทกับหนูนิดไม่ได้ยินก็ไม่ผิดสักหน่อย”ธนนท์ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้และกลับไปนอนดูทีวีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในใจก็คิดที่จะอยากพูดเสียเต็มทนว่าเขานั้นรู้อะไรมาบ้าง

คุณขวัญฤดีถอนหายใจออกมาเพราะรู้ว่าธนนท์ก็ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่พูด แต่นางก็ไม่ได้ว่าอะไรลูกชาย จนกระทั่งลูกสาวกลับมาผลัดเวรเฝ้าจึงได้รีบดึงแขนของหญิงสาวออกไปคุยกันที่ระเบียงในขณะที่ธนนท์กำลังหลับอยู่

“แม่มีอะไรเหรอคะ”

“วันนี้คุณปฐวีมาที่นี่ จำเขาได้ใช่ไหม”คุณขวัญฤดีไม่อ้อมค้อม นางพูดออกมาตามที่อยากจะพูด “เขามาที่นี่ทำไมคะ”

“น้องบอกว่าคุณปฐวีเป็นคนช่วยชีวิตน้อง”

“ว่าแล้วเชียว”

“ว่ายังไงนะลูก?”มารดาถามซ้ำเมื่อเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเครียดพร้อมกับพึมพำออกมาคนเดียว “เปล่าค่ะแม่ ไม่มีอะไร”เธอเปลี่ยนสีหน้า ยิ้มกลับไปแทน

“แบบนี้มันจะดีเหรอลูก”

“ที่วนมาเจอกันน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาก็คงมาเยี่ยมนนท์ตามมารยาทของคนที่เคยช่วยชีวิตไว้ แม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเขาจะไม่มีทางรู้เรื่องนั้นแน่”

“แล้วถ้าเขารู้ล่ะ เราจะทำยังไง”

“เรากำลังจะแต่งงานแล้วนะ”

“หนูนิดจัดการได้ค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ เอาเป็นว่า..ถ้าเขารู้ หนูนิดจะคุยกับเขาเอง จะอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจเอง วี..วีไม่โกรธใครง่าย ๆ หรอก”คุณขวัญฤดีพยักหน้า แต่สีหน้าก็ยังคงกังวลอยู่ ทำให้ณิชชยาเอามือลูบที่ไหล่ของผู้เป็นมารดาจนนางยอมเชื่อและกลับเข้าไปในห้องเช่นเดิม

แต่พอมารดาเข้าไปแล้ว ณิชชยาก็ถอนหายใจออกมา สีหน้าความกังวลเผยออกมาให้เห็นเล็กน้อย เพราะเธอรู้ว่าที่เธอพูดมามันเป็นแค่คำโกหกที่เธอเอาไว้พูดเพื่อทำให้มารดาสบายใจขึ้นเท่านั้น “ฉันจะจัดการกับเขายังไงดีล่ะเนี่ย”

เริ่มล้ำเส้นเข้ามาแบบนี้ คิดจะทำเรื่องไม่ดีอีกแน่ ๆ

หรือเธอควรจะบอกจีรัณณ์ ผู้หญิงคนนั้นที่มีข่าวลือกับปฐวีให้จัดการเขาซะ ทุกอย่างจะได้จบ “แต่เราไม่มีหลักฐานว่าเขาจงใจจะมายุ่งกับเราและนนท์”

“แต่ถ้าไม่ทำอะไรต่อ ปฐวีก็จะยิ่งล้ำเส้นเข้ามาเรื่อย ๆ ”

“นายปฐวี ทำถึงขั้นนั้นเลยเหรอ”รัดเกล้าโมโหหลังจากที่ฟังณิชชยาเล่าจบ เธอโมโหถึงขั้นที่ทานของที่ตนเองชอบแล้วมันไม่อร่อย

“ใจเย็น ๆ อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนนท์”

“เพราะคนอย่างนายปฐวี ล็อคเป้าหมายที่หนูนิดเรียบร้อยแล้วยังไงล่ะ คนอื่นน่ะนายนั่นไม่สนใจหรอก เป็นแค่หมากในเกมนี้เท่านั้นแหละ”เธอว่าพร้อมเอาอาหารเข้าปากเพื่อให้ตัวเองใจเย็นขึ้น “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”

“ฉันว่าจะไปคุยเรื่องนี้กับคุณจีรัณณ์ คนรักของเขาน่ะ”

“จีรัณณ์? นางเอกที่กำลังดังคนนั้นน่ะเหรอ?”

“ใช่ เห็นมีข่าวด้วยกันเยอะแยะ ก็คงจะเป็นคนรักกันจริง ๆ น่ะแหละ”

ณิชชยาว่าและทานอาหารเข้าไปจนเต็มปาก เพราะการกินเป็นการแก้เครียดอย่างหนึ่งที่เธอสามารถระบายความเครียดนั้นออกมาได้

“แล้วดาราดังแบบนั้น เธอจะไปหาเขาได้จากที่ไหน”

“เรื่องนี้แหละที่ฉันเครียด ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไง เฮ้อ”

“ลองส่งข้อความไปหาดีไหม เผื่อจะเห็น”เพื่อนสาวเสนอ

“เออ! ลืมไปเลย!”แต่อยู่ ๆ ก็โพล่งออกมา

“อะไรเหรอเกล้า”

“นายธนา เพื่อนสนิทของนายปฐวียังไงล่ะ”

“แต่นั่นก็คนรักเก่าของเธอไม่ใช่เหรอ”

“เธอเกลียดขี้หน้าเขาจะตาย”

“เรื่องเกลียดขี้หน้าเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องสงบศึกเพราะฉันต้องช่วยเธอ”

“แล้วธนาเขาเกี่ยวอะไรด้วย?”

“ได้ข่าวว่าหมอนั่นเป็นสปอนเซอร์ให้กับจีรัณณ์ คิดว่าเขาน่าจะติดต่อ

จีรัณณ์แบบตัวต่อตัวได้และคิดว่าเขาน่าจะช่วยนะ”

....

“ไม่”

“ช่วยแค่นิดเดียวไม่ได้หรือไง”

“ไม่ก็ไม่สิ หนูนิดทำร้ายเพื่อนเรานะเกล้า”

“ก็ถือว่าเจ๊ากันเรื่องที่นายนอกใจเราไง”

“เราไม่เคยนอกใจเธอ เธอคิดไปเองทั้งนั้น”

“นี่!!”

“เกล้า พอได้แล้ว”ณิชชยาจับบ่าเพื่อนสนิทไว้ ทำให้รัดเกล้ายอมถอยออกมาเพื่อให้เพื่อนเป็นคนพูดแทน “ถ้าเขาไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร”

“มันก็ถูกแล้วที่เขาจะอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง”

“หนูนิด!?”รัดเกล้าหันขวับมองเพื่อนสนิทด้วยความตกใจ ส่วนธนาก็ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาเช่นกัน เพราะเขารู้ว่าหนูนิดเป็นคนใจเย็น และเขาก็ควรจะอยู่นิ่ง ๆ เช่นเดียวกัน “เธอฟังที่เพื่อนเธอพูดบ้างนะรัดเกล้า”เขาว่าต่อ

“เรารู้ แต่กับนาย เราไม่อยากใจเย็นด้วย”

“เกล้า ฉันบอกให้พอไง”ณิชชยาย้ำอีกครั้ง คราวนี้รัดเกล้าจึงยอมเงียบ

“ตามที่หนูนิดพูดนั่นแหละ เราไม่ช่วย”

“เราต้องอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง เพราะเราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องหายไปเฉย ๆ จนทำให้ไอ้วีต้องเป็นบ้าไปพักใหญ่”

“หนูนิดเกือบทำอนาคตเพื่อนเราพังเลยนะ”

“เราไม่มีข้อแก้ตัวในเรื่องนี้ ถ้าเขาอยากทำร้ายเราเพื่อเอาคืนในสิ่งที่เราเคยทำกับเขาก็มาทำที่เราคนเดียว อย่ามายุ่งกับน้องชายของเรา ตอนนี้เขากำลังล้ำเส้นอยู่ เขาควรจะมีขอบเขต ไม่ใช่เที่ยวไปทำร้ายใครต่อใครหรือสร้างความเชื่อใจใครแบบหลอก ๆ และสุดท้ายก็ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือแบบนี้”เธอพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด และธนาก็นั่งฟังเธอเงียบ ๆ เช่นกัน

“เธอจะยอมให้มันทำร้ายเธอจริง ๆ ใช่ไหม”เขาถามกลับ

“ใช่”

…..

“ก็ได้ เราจะช่วยเธอ”ธนามองหน้าคนที่จริงจังอยู่ก็หัวเราะในลำคอขึ้น

เขารู้ว่าถึงณิชชยาจะยอมให้ปฐวีทำร้ายเธอโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรกลับไป แต่คนอย่างปฐวีก็ไม่กล้าทำร้ายณิชชยาหรอก

แม้แต่ปลายเล็บก็ไม่กล้าทำ

....

“น้องจี ๆ คุณธนาเขามีเรื่องจะคุยด้วยนะคะ หลังฉากนี้แล้วออกมาคุยกับสปอนเซอร์หน่อยนะ”เสียงของผู้จัดการใจหญิงเดินเข้ามากระซิบบอกจีรัณณ์ที่กำลังอ่านทวนบทละครเพื่อเข้าฉากต่อไปอยู่

“คุยตอนนี้เลยก็ได้นะคะพี่เอกกี้ เดี๋ยวธนาเขารอนานน่ะค่ะ”

“แต่เหมือนว่าเขาจะคุยนานอยู่นะคะลูกสาว เห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ เรียบร้อย ๆ มาด้วยน่ะ เข้าฉากนี้ก่อนดีกว่านะแล้วค่อยไปคุย”สุดท้ายจีรัณณ์ก็ต้องเข้าฉากละครนี้ก่อนที่จะไปคุยกับสปอนเซอร์ของตนเอง

โดยมีธนาและณิชชยายืนมองจีรัณณ์อยู่ด้านหลังผู้กำกับ

“เป็นไงบ้าง? จีน่ะ”

“เธอเก่งและสวยมากค่ะ”

“แล้วหนูนิดคิดว่าจีสู้หนูนิดได้หรือเปล่า”

“เรื่องไอ้วีน่ะ”

“หนูนิดไม่อยากเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคุณจีหรอก แม้แต่ปลายเล็บ คุณจีก็สู้หนูนิดได้ ฉลาดขาดลอยเลยล่ะ แล้วอีกอย่างตอนนี้หนูนิดกับวีก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน วีเจอคนที่เหมาะสมแล้ว หนูนิดก็ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมา”

“งั้นเหรอ?”

หญิงสาวหันหน้ากลับมามองคนข้าง ๆ เขายิ้มและหันกลับมามองเธอเหมือนว่าเขารู้ว่าเธอเองก็กำลังมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน “ธนาหัวเราะอะไร?”

“หัวเราะเธอไง”

“คิดอะไรไม่เข้าเรื่องชะมัด”

“หนูนิดพูดจริง ๆ นะ”

“เรารู้ว่าหนูนิดพูดจริง แต่ไอ้วีมันไม่ได้คิดแบบที่หนูนิดคิดน่ะสิ”

“เราก็ยังงงอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอต้องมาหาจีด้วย”เขาพูดไว้แค่นั้น ปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นประโยคปริศนาต่อไป ณิชชยาเองก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดจึงปล่อย ๆ ไป ไม่คิดจะหาคำตอบ

“ธนามีเรื่องอะไรจะคุยกับจีเหรอ? เรื่องงานหรือเปล่า”

หลังจากที่ดาราสาวถ่ายงานเสร็จ ก็รีบเดินมาหาชายหนุ่มที่ยืนรออยู่

แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าให้ ยิ่งทำให้เธอสงสัยมากขึ้นไปอีก

“เปล่าหรอก เราไม่ได้จะมาคุยเรื่องงาน”

“และคนที่จะคุยก็ไม่ใช่เราด้วย”ธนาเบี่ยงตัวหลบให้คนที่อยู่ด้านหลัง

เมื่อจีรัณณ์เห็นคนที่ต้องการจะคุยกับเธอแล้ว หญิงสาวก็ชะงักงัน ตัวแข็งทื่อเหมือนกับว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในขั้วโลกใต้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 97

    “ไม่ได้เหรอ”เขาทำหน้าเศร้า “ไม่ได้”เธอตอบ ทำให้เขาเศร้ายิ่งกว่าเดิม “ไม่ได้..เพราะมันคือที่ของคุณตั้งแต่วันที่ฉันแต่งงานกับคุณแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องขอร้องในสิ่งที่เป็นของคุณค่ะ”เธอยิ้มออกมา คำตอบของภรรยาสาวทำให้ผู้เป็นสามีที่ภักดีมาตลอดดีใจจนแทบจะตะโกนออกมาดัง ๆ แต่ด้วยความที่ลูกน

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 96

    “ออกไปซะ เดี๋ยวค่าห้องผมจะจ่ายเอง จีเอาน้ำตาของจีไปใช้กับงานของตัวเองเถอะ ตอนนี้น้ำตาของจีใช้กับผมไม่ได้แล้ว”จีรัณณ์ยังคงจ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับน้ำตา ถ้าเป็นเมื่อก่อนปฐวีก็คงจะใจอ่อนกับน้ำตาของเธอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว แววตาของเขาที่มองมามันแข็งกร้าวและเด็ดขาด มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป“ผมขอ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 95

    “แต่วีก็เป็นเพื่อนจีนะ”จีรัณณ์ทำหน้าเศร้า“เดี๋ยวผมไปส่งที่โรงแรมแล้วกัน”เขาตอบปัดไปอย่างเสียไม่ได้“ถ้าวีไม่ว่างแล้วก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็ไปทานข้าวกับจีอีกสักครั้งได้ไหม เราสองคนไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันมานานแล้วนะ”“ไม่ได้หรอก ขอโทษนะ”ถึงปฐวีจะปฏิเสธตามตรงแบบนั้นแล้ว จีรัณณ์ก็ยังคงตื๊อไม่เลิกจนเข

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 94

    40ตอนจบช่วงสายของวันถัดมา ณิชชยาลืมตาตื่นขึ้นหลังจากที่พักฟื้นอยู่หลายชั่วโมงหลังจากที่ได้รับเลือดจากธนนท์ ร่างกายปรับระดับสายตาให้ชัดเจนขึ้น เธอมองเห็นเพดานสีขาวและเบนสายตามองข้างตัวก็พบเข้ากับเด็กน้อยนอนอยู่บนเตียงเด็กทารกของโรงพยาบาลเธอค่อย ๆ ลุกขึ้น ร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟูมาได้ไม่นานยังคงมีความ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 93

    “แกรู้ไหม? ว่าแม่นั่นไม่มีอะไรเหมาะสมกับแกเลยสักนิด ถ้าไม่มีแม่นั่น ตัวแกควรจะไปได้ไกลกว่านี้ แกมันไม่ต่างอะไรจากตาของแกเลยสักนิด ใฝ่ต่ำเหมือนกันทั้งตาทั้งหลาน”คุณหญิงศรีสุนันท์พูดด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว ท่านมองปฐวีเหมือนมีภาพซ้อนของสามีและคนรักของสามีขึ้นมา มันยิ่งทำให้ใจของท่านยิ่งเจ็บระทมมากขึ้นไปอ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 92

    เขากลับมาไม่ทัน ทำอย่างที่พูดไว้ไม่ได้ชายหนุ่มนั่งมองผ้าเช็ดหน้าในมือเพียงไม่ถึงนาทีน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ ธนาที่กำลังจะเดินมานั่งข้าง ๆ เพื่อนสนิทก็โดนรัดเกล้าห้ามไว้ก่อน ปาลิตาเองก็รู้ดีว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเขาตอนนี้ เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ ธนนท์ที่นั่งมองหน้าปฐวีอยู่แม้จะไม่ได้นั่งใกล้ก

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 87

    “นายเอาอะไรมาพูด? รู้ได้ไงว่าฉันไม่เต็มใจ?”“ก็หน้าเหวี่ยง ๆ ของคุณไง”“ฉันหน้าเหวี่ยงแล้วมันเกี่ยวอะไร? นายจงใจหาเรื่องฉันเหรอ?”“พอเถอะค่ะ อย่าทะเลาะกันสิ นี่โรงพยาบาลนะคะ”ณิชชยาที่ ณ ตอนนี้กลายเป็นคนกลาง เธอรีบยกมือห้ามทั้งสองคนก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันไปมากกว่านี้อยู่มาตั้งนาน ไม่เคยเห็นสองคนน

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 36

    “เรารู้นะว่ามันไม่ง่ายที่จะลืมเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้มันไม่มีใครผิดนะ ไอ้วี เธอ หนูนิด ไม่มีใครผิดเลยสักคน ไอ้วีมันก็แค่ซื่อตรงกับหัวใจของตัวเอง เธอก็เหมือนกัน หนูนิดก็มีเหตุผลของเขาที่ต้องแต่งงานกับไอ้วี อาจจะรักหรือไม่รักก็ได้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของสองคนนั้น เราอย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า”ธนาเดินเข

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 34

    18ห้องเดียวกัน“ฉันขอแยกห้องนอน”พอมาถึง เมื่อเธอรู้ว่าต้องนอนห้องเดียวและเตียงเดียวกับปฐวี ณิชชยาก็พยายามพูดเรื่องนี้กับเขาอยู่หลายครั้งจนถึงตอนนี้ที่เขาพาเธอลงมาทานข้าว “คุณพูดจาซ้ำ ๆ เดิม ๆ แบบนี้ไม่เบื่อบ้างหรือไง รู้ทั้งรู้ว่าพูดเป็นร้อยรอบผมก็ไม่ยอมแยกห้องน่ะ”เขาว่า“แล้วทำไมฉันต้องนอนห้องเดีย

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม (จบแล้ว)   บทที่ 8

    7ไว้ใจ“หนูนิดเครียดอะไรคะ พี่เห็นทำคิ้วขมวดอยู่ตั้งนาน”พาทิศเดินมากอดหญิงสาวจากด้านหลังในขณะที่เธอกำลังยืนอยู่หน้ากระจกของตู้เสื้อผ้า “หน้าหนูนิดออกขนาดนั้นเลยเหรอคะ”เธอถาม“ใช่สิคะ ออกมากเลยล่ะ หนูนิดเป็นอะไรไปคะ? บอกพี่ได้ไหม? พี่คิดว่าไม่มีเรื่องอะไรน่ากังวลแล้วนะ นนท์ก็เริ่มหายดีแล้ว ค่ารักษา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status