Share

3. ข้างดงามหรือไม่

last update Tanggal publikasi: 2025-10-15 16:52:06

เหมยหลินมองดูบุตรสาวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ด้วยแววตาปลื้มปริ่ม เมื่อชุดผ้าไหมสีฟ้าได้มาอยู่บนตัวของซืออิ่งแล้วงดงามไร้ที่ติ ดรุณีน้อยหมุนตัวหน้าคันฉ่องสองสามรอบแล้วหันมาหัวเราะคิกคักกับมารดา

“หากคุณชายหานได้เห็นข้าสวมใส่ชุดนี้จะเป็นอย่างไร”

“เขาคงมองเจ้าตาค้างเลยทีเดียว”

“จะเป็นเช่นนั้นแน่หรือเจ้าคะ แม้แต่ท่านพ่อเอ่ยปากเชิญคุณชายหานมาที่จวนเขาก็ยังปฏิเสธ ข้ามีโอกาสได้เห็นคุณชายหานเพียงครั้งเดียว มองไกลๆ ยังรู้ว่าเป็นบุรุษรูปงามสง่าผ่าเผย”

หากไม่ใช่เพราะหลายปีก่อนเจียเฉิงเคยช่วยหานอี้ควนไว้โดยบังเอิญ พอได้รู้สถานะที่แท้จริงว่าเป็นถึงคุณชายน้อยผู้สืบทอดหอคุณธรรมก็รีบเอ่ยปากทวงบุญ โดยการเรียกร้องให้หมั้นหมายกับซืออิ่ง อี้ควนเหมือนถูกมัดมือชกกลายๆ ถ้าไม่เพราะเหตุการณ์นั้นเขาก็คงไม่มีวันชายตามองตระกูลว่าน

เดิมทีตระกูลหานคือตระกูลสูงส่ง เป็นผู้ดีเก่าแห่งอำเภอเต้าหมิง รับหน้าที่ดูแลหอคุณธรรมมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน หอคุณธรรมคือหอไม้สักทองขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอดีตกษัตริย์ของแคว้นฉิน ต่อมาพระราชทานให้ตระกูลหานเป็นผู้สืบทอดดูแล ระดับความสูงเก้าชั้น งดงามอลังการราวกับตำหนักสวรรค์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางอำเภอเต้าหมิง ในแต่ละปีจะมีประชาชนเข้าคัดเลือกหลายพันคนเพราะอยากฝากตัวเป็นศิษย์ หลังจากผ่านการคัดเลือกแล้วก็ได้รับการฝึกฝนทั้งบุ๋นและบู๊ เมื่อเสร็จสิ้นหลักสูตรผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดก็จะถูกส่งตัวเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อทำหน้าที่รับใช้ราชวงศ์ต่อไป

“คุณชายหานผู้นั้นไม่มีทางจะไม่สนใจสาวงามเช่นเจ้า อิ่งเอ๋อร์ของแม่เพียบพร้อมไปทุกสิ่ง หากไม่ใช่เจ้าจะเป็นผู้ใดไปได้อีก”

“ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”

“ว่าแต่ผ้าไหมในคลังสมบัติมีสีอื่นอีกหรือไม่”

“มีเจ้าค่ะ ยังเหลือสีม่วงกับสีแดง ท่านแม่ก็อยากตัดชุดใหม่หรือเจ้าคะ”

เหมยหลินไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยกยิ้มบางๆ เมื่อไม่ได้รับคำตอบซืออิ่งก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน นางเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี พอเข้ามาในเขตสวนหย่อมเห็นถิงถิงยืนอยู่ใกล้ๆ เขามอ ตรงนั้นมีดอกไม้หลายชนิดที่ถิงถิงเป็นคนปลูกและดูแลรักษาเป็นอย่างดี หลักๆ ก็จะเป็นเหมยกุ้ยแดง โบตั๋น และหอมหมื่นลี้

เมื่อปลายหางตาเหลือบเห็นอาภรณ์สีฟ้าปลิวไสวมาแต่ไกล ถิงถิงวางถังรดน้ำต้นไม้ไว้ที่พื้นแล้วหันกลับมามอง ซืออิ่งอยู่ในชุดสีฟ้าสดใส ลวดลายของผ้าไหมที่นำมาตัดชุดถิงถิงจดจำได้ดีว่าเป็นสินเดิมของมารดา แววตาของถิงถิงมีประกายวูบไหวแต่ก็ไม่คิดจะกล่าวสิ่งใด หันไปให้ความสนใจต้นไม้ใบหญ้าต่อ

“ท่านพี่”

เสียงที่เอื้อนเอ่ยอยู่ทางด้านหลังถิงถิงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าผู้เป็นน้องสาวขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น

“ท่านพี่ลองมองให้ดีว่าอาภรณ์ชุดใหม่ของข้างดงามหรือไม่”

ถิงถิงหันกลับมาประจันหน้า ตอบกลับมาคำหนึ่ง

“งาม”

เห็นว่าพี่สาวไม่มีปฏิกิริยาเกรี้ยวโกรธซืออิ่งก็ยิ่งหัวเสีย นางคิดว่าอย่างน้อยถ้าถิงถิงได้เห็นผ้าไหมนี้แล้วก็น่าจะทักท้วงสักคำ แต่กลับวางตัวนิ่งเฉยและเก็บอารมณ์โกรธเคืองได้เป็นอย่างดี ทีแรกกะจะมายั่วโมโห ไปๆ มาๆ กลายเป็นโมโหเสียเอง

“ผ้าผืนนี้ข้าเอามาจากห้องคลังสมบัติเห็นแล้วชื่นชอบเป็นพิเศษจึงเอาไปให้ช่างตัดชุดให้ ในคลังสมบัติยังเหลืออีกสองสามผืนข้าว่าจะนำออกมาตัดชุดใส่ให้หมด”

“อ้อ" ถิงถิงร้องอ้อออกมาคำเดียวแล้วยื่นมือออกไปสัมผัสดอกเหมยกุ้ยแดงสดอย่างทะนุถนอม ซืออิ่งแทบอยากกระทืบเท้าเร่าๆ พอไม่ได้รับความสนใจก็กระชากดอกกุ้ยเหมยที่กำลังเบ่งบานหวังจะเขวี้ยงลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำ

“เจ้าจะทำอะไร!”

“เห็นทีว่าของที่ท่านพี่รักที่สุดไม่ใช่สินเดิมของมารดาแต่เป็นดอกไม้โกโรโกโสนี่สินะ ข้าจะทำลายมัน”

“ซืออิ่ง!”

ถิงถิงจับมือของซืออิ่งเอาไว้ ฝ่ายนั้นก็รีบสะบัดออกโดยไม่ทันระวัง ทำให้โดนหนามเหมยกุ้ยครูดหลังมือจนเป็นแผลยาวเลือดไหลซิบ เมิ่งฉีสาวใช้แก่ที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาดูพร้อมแหกปากเอ็ดตะโรลั่น

“คุณหนูใหญ่ตีคุณหนูรองแล้ว ใครก็ได้ห้ามที! อนุเหมยหลิน อนุเหมยหลินอยู่ที่ใดเจ้าคะ”

เหมยหลินและเจียเฉิงได้ยินเสียงดังโวยวายก็รีบออกมาจากเรือนหลัก พอมาถึงก็เห็นว่าหลังมือของซืออิ่งเป็นแผลยาวมีเลือดไหล ฝ่ายซืออิ่งก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาหาบิดาเล่าความเท็จ

“ท่านพ่อข้าแค่เดินมาคุยกับท่านพี่เท่านั้น พอท่านพี่เห็นอาภรณ์ชุดใหม่ของข้าก็ไม่พอใจ”

ก่อนที่เจียเฉิงจะได้โวยวายเหมยหลินก็เสแสร้งพูดขึ้นอย่างใจเย็น

“โธ่เอ้ย ถิงถิงเจ้าก็ไม่เห็นต้องรุนแรงกับน้องสาว ผ้าไหมสินเดิมของแม่เจ้าแค่ผืนเดียวน้องขอไปตัดชุดจะไม่ได้เชียวหรือ”

“แค่ผ้าไหมผืนเดียวถึงขั้นลงมือกับน้องสาวใช้ได้ที่ไหน” เจียเฉิงสำทับ ชี้หน้าถิงถิงตะเบ็งเสียงดุดัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   104 บทส่งท้าย

    ณ ตรอกฉงกุ่ยสถานที่ดวงตะวันไม่เคยส่องถึง ต่างทราบกันดีว่าที่แห่งนี้มีขอทานและคนจรจัดอาศัยอยู่มากที่สุด ท่ามกลางความสลัวรางมองเห็นเงาร่างผอมโซหลายชีวิต ผู้คนทรมานจากความหนาวเหน็บไร้ผ้าห่ม บ้างเจ็บไข้ บ้างนอนขดตัวอยู่ข้างพื้นถนนเย็นเฉียบ ส่งเสียงไอกระเสาะกระแสะให้ได้ยินเป็นระยะเป็นเวลาห้าเดือนเต็มที่เจียเฉิงเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ไม่มีผู้ใดรู้จักเขา เขาก็ไม่ปริปากพูดคุยกับใครสักคำ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในมุมมืดมีชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวัง รอให้แต่ละวันผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า เพราะความไม่สุงสิงกับใครจนบางคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นใบ้หูหนวก ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้นรอเพียงแค่คนใจดีเอามาบริจาคกินไปพอประทังชีวิต อิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง สำหรับเจียเฉิงไม่ได้สนใจเรื่องปากท้องแล้ว อยู่ก็ได้ตายไปก็ไม่เป็นไร“มีคนเอาอาหารมาแจกแล้ว มีคนเอาอาหารมาแจก รีบไปรับเร็วเข้า!”ขอทานน้อยตะโกนดังไปทั่วตรอก โดยปกติเจียเฉิงไม่ได้ออกไปรับอาหารเอง เพราะได้เจ้าขอทานน้อยผู้นั้นที่เป็นคนเอามาโยนให้ถึงที่ เนื่องด้วยทุกคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นใบหูหนวก จึงแสดงน้ำใจรับอาหารมาเผื่อแผ่จากตรงที่เจียเฉิงนั่งอยู่สามารถม

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   103 เจอเจ้าข้าก็หายเหนื่อยแล้ว

    ห้าเดือนต่อมาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าในระยะเวลาเพียงแค่ห้าเดือนเจี้ยนกั๋วก็เบื่อซืออิ่งเสียแล้ว พอสิ้นวาสนาแม้แต่เสือก็ยังถูกสุนัขรังแก แรกๆ ในตอนที่ซืออิ่งแต่งเข้าจวนได้รับการปกป้องอยู่บ้าง แต่บัดนี้เจี้ยนกั๋วพาสตรีใหม่เข้าจวนเพิ่มอีกหนึ่งคน ความโปรดปรานที่มีต่อซืออิ่งจึงลดน้อยถอยลง จากที่เคยดีด้วยอย่างถึงที่สุดก็แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือยามนี้เจี้ยนกั๋วปล่อยปละละเลยไม่ปกป้อง เนื่องด้วยความหัวแข็งไม่ยอมคนจึงทำให้นางใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก บางวันถูกอนุของเจี้ยนกั๋วกลั่นแกล้งให้เจ็บตัว บางวันก็ถูกหาเรื่องใส่ความยัดเยียดความผิดให้ มิหนำซ้ำยังถูกกรอกยาทำให้แท้งลูกไปแล้วครั้งหนึ่ง หมอบอกว่าภายในเสียหายจนไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก เพียงแค่คิดว่าจะต้องอยู่ในจวนที่มีสภาพไม่ต่างจากคุกไปตลอดชีวิต ซืออิ่งก็ร่ำร้องอยากตายวันละหลายร้อยรอบหดหู่ สิ้นหวัง ทุกข์ระทมทรมาน นั่นคือทุกความรู้สึกที่ซืออิ่งกำลังเผชิญอยู่ฝ่ายเจียเฉิงที่ได้สัมปทานรังนกมาครอบครองแต่กลับมารู้ภายหลังว่าตนได้ครอบครองแค่ในนาม เพราะเจี้ยนกั๋วตลบหลังโกงทุกอย่างไปหมด อย่างที่ถิงถิงเคยบอกไว้ เจี้ยนกั๋วเป็นพวกเจ้าเล่ห์มากแผนการ

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   102 ได้ทั้งนั้น

    คุยกลับลู่ชิงเสร็จแล้วก็เดินกลับเข้ามาในห้อง หานอี้ควนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ถิงถิงนึกว่าเขานอนต่ออย่างเช่นนางบอก จึงเดินเข้าไปกระชับผ้าห่มให้แนบแน่นขึ้น แล้วหมุนตัวคว้าเสื้อคลุมมาสวม จากนั้นเดินไปหยุดอยู่หน้าคันฉ่องมองเงาสะท้อนของตนเองแย้มยิ้มบางๆวันนี้เป็นวันแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในสถานที่ใหม่ นอกหน้าต่างท้องฟ้าสว่างสดใสไร้เมฆบดบัง เพียงครู่เดียวแสงแดดอ่อนๆ ก็ชโลมไล้พื้นดิน ถิงถิงยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างนิ่งงัน เสียงขยับตัวเบาๆ ของผู้ที่นอนอยู่บนเตียงทำให้ต้องละสายตาจากทิวทัศน์งดงาม มองกลับมาเห็นหานอี้ควนนั่งหน้าตึงอยู่“ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”เขาลุกเดินไปแต่งกายให้เรียบร้อย นางจึงรีบเข้ามาช่วยปรนนิบัติตามหน้าที่ภรรยาพึงกระทำ เช้านี้ไม่รู้ว่าหานอี้ควนจะออกไปที่ใดหรือไม่ แต่ดูจากลักษณะอาภรณ์ที่เขาหยิบมาสวมใส่อย่างไม่เป็นทางการก็น่าจะอยู่ติดจวนไม่ออกไปไหน“ตกลงเลือกเรือนให้ข้าได้หรือยังเจ้าคะ”“ถ้าข้าไม่ทำอย่างที่เจ้าเสนอมาล่ะ”“ข้าคิดว่าความต้องการของท่านพี่คือต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอกหรือเจ้าคะ”“ความต้องการของเจ้าก็ต่างคนต่างอยู่อย่างนั้นหรือ”“ได้ทั้งนั้น”ค

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   101 แข็งกระด้างเช่นนี้

    “ถิงถิง”“เจ้าคะ”“แต่งงานกันแล้วก็ทำหน้าที่ภรรยา เจ้าจะทำอะไรตามอำเภอใจได้อย่างไร” น้ำเสียงของเขาคล้ายว่ากำลังขุ่นเคืองอยู่ นางเอียงคอมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวนั้น นิ่งและเยือกเย็นจนต้องหันกลับมาดังเดิม มองนานเกินไปคงไม่ดี เพราะเดี๋ยวจะถูกความหล่อเหลาล่อลวงเอาได้ หากคืนนี้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นก็อย่ามาโทษที่ถิงถิงไม่ยับยั้งชั่งใจเป็นอันขาด“หน้าที่ภรรยาหรือเจ้าค่ะ ใช่ๆ ประมุขน้อยพูดถูก อย่าตำหนิที่ข้าไม่รู้ความเอาไว้วันหน้าข้าจะค่อยๆ ปรับปรุงตัว”“ท่านพี่”“อะ…อะไรนะ”“เรียกท่านพี่”ตัวนางออกจะแข็งกระด้างเช่นนี้ จะให้พูดจาอ่อนหวานเรียกขานเขาท่านพี่ก็ยังรู้สึกอายๆ จึงพูดย้ำประโยคเดิมให้ฟังอีกรอบ“เอาไว้วันหน้าข้าจะค่อยๆ ปรับปรุง เรื่องหน้าที่ภรรยาข้ารู้ตัวดีว่าต้องทำเช่นไร”พูดจบก็รีบเปลี่ยนท่านอนพลิกตัวหันหลังให้ ปิดเปลือกตาลงฝืนข่มใจให้หลับ“ไม่ เจ้าไม่รู้ตัว นี่แหละเรียกว่าไม่รู้ตัว"“แล้วเหตุใดประมุขน้อยต้องมาหาเรื่องตำหนิ ทั้งที่ข้าก็ทำตามที่ท่านเคยพูดไว้ทุกอย่าง ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่”หานอี้ควนแทบอยากทุบกำปั้นระบายอารมณ์กับกำแพง นางพูดถูกหมด เพราะทำตามคำพูดของเขาทุกอย่างก็เลยเว้นระ

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   100 สงสัยข้าจะคออ่อน

    เพราะตั้งใจหลีกเลี่ยงชุดเจ้าสาวสีแดงซึ่งเป็นการตีตัวเสมอภรรยาเอก ข้อนี้ซืออิ่งรับรู้และเข้าใจดีว่านั่นอาจแสดงถึงการไม่ให้เกียรติผู้ที่อยู่ก่อน ด้วยเหตุนี้เหมยหลินจึงให้นางสวมชุดเจ้าสาวสีชมพูอ่อน หากวันนี้สวมอาภรณ์สีแดงเข้าไปอนาคตจะต้องอยู่ในจวนเจี้ยนกั๋วอย่างยากลำบาก บรรดาอนุทั้งหลายต้องเขม่นไม่ชอบขี้หน้านางตั้งแต่วันแรกที่แต่งเข้า“จับนางเปลี่ยนชุด”“อย่านะ! ไม่! ข้าไม่ต้องการ อย่า! พวกเจ้าเป็นใครเหตุใดทำกับข้าเช่นนี้ คอยดูข้าจะฟ้องท่านพ่อ ท่านพ่อของข้าจะเอาชีวิตพวกเจ้าทุกคน”กรี้ดดดดดดดปลายยามซวีจบจากพิธีการที่ยุ่งยากมาทั้งวัน ถิงถิงนั่งอย่างสงบเสงี่ยมในห้องหอ นางกำลังรอให้เจ้าบ่าวมาเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวให้ตามธรรมเนียม สักพักเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกันนั้นเบื้องหน้าก็สว่างวาบเพราะผ้าคลุมถูกเปิดออก“เจ้าคงหิวเพราะไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน” เขาถามพลางอมยิ้มน้อยๆ“ข้าซ่อนขนมโก๋ไว้ในแขนเสื้อแอบกินไปบ้างแล้ว ประมุขน้อยไม่ต้องห่วง”“เป็นเช่นนั้นหรือ”“เจ้าค่ะ ห่วงแต่ประมุขน้อยคงดื่มมามาก เอ่อ…หน้าท่านแดง”เขาดื่มมามากจริง พวกที่ยกจอกสุราให้ก็ยุให้ดื่มไม่หยุด แล้วตอนนี้หานอ

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   99 มอบของขวัญ

    ท่านตาชอบเล่นใหญ่อยู่เสมอ ถิงถิงถอนหายใจเหนื่อยๆ เห็นว่าเจ้านายไม่ถามอะไรต่อลู่ชิงจึงพูดอีก“คนที่เร่งรัดหาใช่ใต้เท้าหานไม่ เป็นประมุขน้อยต่างหาก”ถิงถิงชะงักค้างครู่หนึ่ง หัวคิ้วจดกันแทบเป็นเส้นตรง“ประมุขน้อยคงต้องการเป็นผู้สืบทอดหอคุณธรรมไวๆ”“ไม่คิดว่าประมุขน้อยอาจจะชอบคุณหนูก็เลยเร่งรัดงานแต่งบ้างหรือเจ้าคะ”เขาเคยบอกอย่างชัดเจนแล้วว่าจำเป็นต้องแต่งเพื่อเข้ารับเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ถิงถิงก็เลยเตือนใจตนเองอยู่เสมอไม่กล้าคิดไกลไปถึงขั้นนั้น ส่วนตัวเขาเองก็ไม่เคยบอกความในใจให้ได้ยิน แล้วอย่างนี้จะให้นางคิดทึกทักเอาเองคนเดียวได้อย่างไรว่ามีใจให้ ดีไม่ดีอาจถูกมองเป็นตัวตลกและถูกหัวเราะเอา“ไม่คิด”“วันนั้นที่คุณหนูถูกนายท่านเจียเฉิงลักพาตัวไปประมุขน้อยเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ ดูก็รู้ว่าประมุขน้อยชอบคุณหนู ใครๆ ก็รู้มีแต่คุณหนูที่ไม่รู้”“พอแล้วเจ้าเลิกเหลวไหล”ลู่ชิงหุบปากลงฉับแล้วอมลมไว้จนแก้มป่อง นึกขึ้นได้ว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเช่นกันต้องรายงาน“ข้ายังมีอีกเรื่องเป็นเรื่องของตระกูลว่าน มีข่าวแว่วมาว่าคุณหนูซืออิ่งจะถูกส่งตัวไปจวนเกี้ยนกั๋วในอีกสามวัน ดังนั้นคุณหน

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   96 ข้าบอกให้พอ

    “พ่อมีเรื่องอยากให้เจ้าช่วยสักอย่าง ปีนี้พ่อค้าใหญ่หงเจ๋อจะร่วมประมูลสัมปทาน ปกติเจี้ยนกั๋วก็สนับสนุนตระกูลว่านเป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้เขาขอซืออิ่งไปเป็นอนุแลกกับการสนับสนุน พ่อจึงอยาก เอ่อ…ถิงถิงเจ้าเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ น้องสาวของเจ้าอ่อนต่อโลก หากนางต้องถูกส่งไปจวนเจี้ยนกั๋วจะใช้ชีวิตต่อไปอย

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   95 ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ

    เรื่องของเจียเฉิงนางไม่เก็บมาใส่ใจ ป่านนี้เหมยหลินและซืออิ่งคงจะดิ้นพล่าน ถิงถิงจะคอยดูต่อไปว่าสองแม่ลูกจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร นี่ก็เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ไม่ได้ย่างกายเข้าไปในหอคุณธรรม ถิงถิงไม่รู้ว่าหานอี้ควนจะเป็นเช่นไร หรือบางทีเขาอาจจะสบายใจดีเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องมีนางคอยวุ่นวายให้รำ

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   94 จดหมาย

    “แต่อะไรหรือเจ้าคะท่านพ่อ”“แต่เขาขอเจ้าไปเป็นอนุแลกกับความช่วยเหลือ”เมื่อรู้ชัดแจ้งซืออิ่งส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง นางรู้ดีแก่ใจว่าตระกูลว่านยืมจมูกเจี้ยนกั๋วหายใจมาตลอด ดังนั้นเจี้ยนกั๋วจึงมีอิทธิพลต่อคนทั้งตระกูล ซืออิ่งทรุดลงกอดขาบิดาน้ำตาไหลพราก อ้อนวอนอย่างน่าเวทนา“ท่านพ่อ ฮื่อ ไม่นะท่

  • หวนคืนสู่วันฟ้าใส   93 ชอบหรือไม่

    “เอาของขวัญที่เตรียมมาให้ข้า”บ่าวรับใช้ที่ติดตามมามอบกล่องของขวัญให้เจี้ยนกั๋ว ของข้างในคือกำไลหยกล้ำค่า เป็นของขวัญที่เตรียมมามอบให้ซืออิ่งโดยเฉพาะ“ฮ่าๆ วันนี้เพิ่งมีโอกาสได้เจอสตรีงามที่สุดในใต้หล้า สมคำล่ำลือจริงๆ ข้าเตรียมของขวัญที่ดีที่สุดมามอบให้เจ้า รับไปสิ”ดวงหน้าของซืออิ่งซีดเผือด ฝ่ายน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status