Share

ปฏิเสธการแต่งงาน...1

last update Last Updated: 2025-12-02 22:54:10

         “ฟางเอ๋อร์...ไม่เอาสิ! นี่เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรืออย่างไร”

         ใบหน้าคมของบุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีม่วงปักลายมังกรสีทองเริ่มถอดสี คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันดวงตาเรียวคมสีดำขลับฉายแววไม่เข้าใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยถามสตรีตรงหน้าน้ำเสียงเว้าวอน นี่มิใช่ว่านางกำลังล้อเขาเล่นอยู่หรือ

         "ข้ามาขอเจ้าแต่งงาน จะให้ไปแต่งกับคุณหนูหวงได้อย่างไร!"

         หมิงหลิ่งฟางเงยหน้าขึ้นดวงตาคู่งามสีน้ำตาลเข้มจ้องมองเขาอย่างจริงจัง ไร้แววล้อเล่นใด ๆ หากไม่ติดว่าเขาเป็นองค์ชายนางคงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเหมือนชาติก่อนนางจึงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป โอกาสคงไม่ได้มีไว้ให้นางได้แก้ตัวหลายครั้งนัก

         เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังทั้งแววตาที่บ่งบอกว่าที่นางพูดคือเรื่องจริงหยางเทียนหลิวก็พลันเงียบเสียงลง ภายในใจรู้สึกร้อน  ๆ หนาว ๆ อย่างบอกไม่ถูก นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่านางรู้เรื่องของเขากลับหวงเจียวซินอย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้เรื่องนี้แม้มารดาของเขาก็ยังไม่รู้เขาคงคิดมากไปแล้ว

         ภายในห้องโถงในยามนี้พลันเงียบสนิทมีเพียงเสียงลมหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่าง บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกราวกับฤดูหนาวบ่งบอกถึงความอึดอัดและตึงเครียด

         ร่างบางในอาภรณ์สีส้มอ่อนนั่งบนเก้าอี้ไม้เนื้อดีสีดำที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต เอื้อมมือเรียวเล็กไปยกจอกชาร้อนที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สลักลายด้านข้างขึ้นมา ริมฝีปากสีแดงระเรื่อแตะจิบน้ำชาร้อนดื่มด่ำกับรสชาติอันหอมกรุ่นอย่างแผ่วเบาไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ปรากฏบนใบหน้า

         “ทูลองค์ชายหม่อนฉันไม่ได้พูดเล่นเพคะ หม่อมฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ เพียงแนะนำอีกทางเลือกหนึ่งก็เท่านั้นเพคะ เกรงว่าพระองค์จะรอนาน หากทำให้องค์ชายรองไม่พอใจหม่อมฉันต้องขอประทานอภัยด้วยเพคะ”

         หมิงหลิ่งฟางกล่าวอย่างสุภาพแต่น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นพร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ภายในใจเหยียดยิ้มอย่างรู้สึกสะใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดของเขา ทว่านางก็ไม่ได้แสดงอาการใดออกมาให้เห็น นี่ก็เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นต่อไปนางคงต้องหาวิธีเตรียมรับมือให้ดีกว่านี้

         หยางเทียนหลิวตะลึงงันไปครู่หนึ่งรู้สึกเหมือนหินก้อนใหญ่ทุ่มลงมาบนศีรษะ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่านางจะปฏิเสธเขาเช่นนี้ ทั้งที่เขาคิดมาตลอดว่านางหลงใหลเขามากถึงเพียงนั้น เพียงแค่เขาเอ่ยปากนางก็คงยินดีจนแทบถวายชีวิต แต่นี่...

         หยางเทียนหลิวจ้องมองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เหตุใดจู่ ๆ หมิงหลิ่งฟางผู้นี้ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก่อนหน้านี้นางยังชื่นชมเขามากเข้าหาจนเขารู้สึกรำคาญ แต่ดูตอนนี้สิสายตาที่เคยมองเขาอย่างหลงใหลกลับแข็งกระด้างเย็นชา บางครั้งเหมือนเขาเห็นแววตาเย็นเยียบราวกับโกรธแค้นเขาอย่างไรอย่างนั้น

         บุรุษสูงศักดิ์เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก เขาขบกรามแน่นพยายามสะกดกั้นอารมณ์คุกรุ่นภายในใจ เกรงว่าความใจร้อนของเขาจะทำให้เสียการใหญ่ แต่เขาก็ยังคงรู้สึกหวั่นใจไม่น้อยเพราะหากหมิงหลิ่งฟางเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งงานกับเขาขึ้นมา โอกาสที่จะดึงสกุลหมิงให้มาอยู่ฝั่งเดียวกับเขาคงเป็นไปได้ยากแล้ว หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่เขากลับมารดาวางแผนกันมาหลายปีคงจบสิ้นแล้ว

         แม้จะนึกหวาดหวั่นใจแต่บุรุษสูงศักดิ์ยังคงทำใจดีสู้เสือ มารดาเคยสอนว่าทำการใหญ่ใจต้องนิ่งไม่เช่นนั้นสิ่งที่ทำไปทั้งหมดอาจสูญเปล่าได้

         “แต่...ฟางเอ๋อร์ ข้า...รักเจ้า มิใช่ว่าเจ้าก็รักข้าหรอกหรือ”

         เขาพยายามเอ่ยคำหวานเพื่อโน้มน้าวใจนาง แต่สีหน้าของหลิ่งฟางกลับยิ่งเย็นชานางย่นคิ้วมองเขาอย่างพินิจพิจารณา คนผู้นี้ช่างหลงตัวเองได้ถึงเพียงนี้เชียว เมื่อก่อนนางคงตาบอดไปจริง ๆ นั่นแหละที่หลงชอบคนแบบนี้ได้

         “องค์ชายรอง หม่อมฉันขอบคุณในความเมตตาของพระองค์ แต่หม่อมฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ เพคะ" เสียงหวานกล่าวเน้นย้ำอีกครั้ง นางพูดถึงขนาดนี้แล้วคนผู้นี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรืออย่างไร แค่เห็นหน้าก็แทบจะให้สะอิดสะเอียนจนแทบอยากอาเจียนออกมาแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรักเลยแค่เศษเสี้ยวนางยังรู้สึกเสียดาย

         “ฟางเอ๋อร์ ไยเจ้าจึงได้เย็นชากับข้านักเล่า ก่อนหน้านี้เราสองคนเคยคุยกันแล้วมิใช่หรือว่าพวกเราจะหมั้นหมายกันไว้ก่อน หลังจากนั้นอีกครึ่งปีเราสองคนค่อยแต่งงานกัน แล้วทำไมตอนนี้เจ้าถึงได้…”

         หยางเทียนหลิวกลืนคำว่า 'เปลี่ยนใจ' ลงไปเมื่อเห็นสายตาเย็นเยียบของนาง เขาแทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง นึกย้อนคิดว่าเขาเคยไปทำเรื่องอะไรให้นางไม่พอใจอีกหรือไม่ หรือเขาเผลอพูดอะไรไม่ดีกับนางไปเช่นนั้นหรือ

         "หม่อมฉันไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้วเพคะ เรื่องระหว่างพวกเราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหม่อมฉันยังอยากอยู่กับบิดามารดาให้มากอีกสักหน่อยเพคะ ตอนนี้อายุของฉันก็เพิ่งจะสิบแปดเองทั้งยังมีเรื่องที่อยากทำอีกมากมายหวังว่าองค์ชายคงเข้าใจนะเพคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   บทส่งท้าย ครอบครัวที่รักของนาง

    จวนเสนาบดีสกุลหมิงถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าสีแดงมงคล ตลอดจนโคมไฟ ป้ายชุนเหลียน บ่าวไพร่ในจวนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีแดงอวยพรให้กับคุณหนูของพวกเขาในวันมงคลเช่นนี้บนท้องถนนตลอดเส้นทางนับตั้งแต่จวนเสนาบดีสกุลหมิงไปจนถึงวังหลวงเต็มไปด้วยความครึกครื้น สองฝั่งถนนถูกประดับประดาด้วยผ้าแดงมงคลอย่างวิจิตรนับเป็นงานอภิเษกสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้นหย่งเลยก็ว่าได้ เกี้ยวเจ้าสาวหลังใหญ่ถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสมเกียรติ เจ้าบ่าวในชุดแต่งงานสีแดงปักดิ้นทองเป็นลวดลายมังกรลงจากหลังม้าตรงเข้าไปกราบไหว้บรรพบุรุษหมิงหลิ่งฟางในชุดเจ้าสาวสีแดงนั่งอยู่ในห้อง มีมารดาและสาวใช้รวมถึงนางกำนัลที่อวี้ฮองเฮาส่งมาช่วยแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เครื่องประดับศีรษะวิจิตรถูกสวมลงบนศีรษะเล็ก แม้นจะหนัก หากแต่ใบหน้าของหมิงหลิ่งฟางยามนี้ก็แต้มเอาไว้ด้วยรอยยิ้มไม่คลายเมื่อถึงฤกษ์ยามขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว หมิงชิงไฉก็ทำหน้าที่พี่ชายส่งตัวน้องสาวขึ้นเกี้ยว ชาวบ้านชาวเมืองต่างมายืนรอดูชมขบวนเจ้าสาวด้วยความชื่นชม ตลอดทางมีแต่คำอวยพรเซ็งแซ่หนาหูครั้นมาถึงวังหลวง สถานที่ทำพิธีเป็นที่ตำหนักบูรพา หยางจวินเฟยและหมิงหลิ่งจับปลายผ้าแดงคนล

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ความสุขที่เฝ้าตามหา

    เรื่องราวของกบฏตระกูลสวี่ รวมถึงเรื่องที่ตระกูลหวงถูกเนรเทศไปด้วยถูกบอกเล่ากันปากต่อปากจนลามไปทั่วทั้งแคว้น ชาวบ้านร้านตลาดต่างขุดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมาพูดกันอย่างสนุกปากหลังจากเรื่องวุ่นวายจบลง ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น หมิงหลิ่งฟางหวนคิดถึงเรื่องราวในชาติก่อนก็คลี่ยิ้มขึ้นมาชาตินี้นางไม่ผิดต่อครอบครัว ไม่ผิดต่อตัวเอง จนพาเอาสกุลหมิงเดือดร้อนไปด้วย ดวงตาคู่สวยหลุบมองสองมือเล็กที่หาญกล้าคว้ากระบี่ขึ้นมาแทงหยางเทียนหลิวคราวนั้นแล้วพลันใจเต้นรัวตอนนั้นไม่ใช่เพียงแค่อยากชำระแค้นส่วนตัวที่มีกับหยางเทียนหลิว หากแต่นางไม่อาจทนมองหยางจวินเฟยถูกคนชั่วเช่นนั้นสังหารจนตายอีกเป็นครั้งที่สองไปได้ตอนนั้นที่เห็นหยางเทียนหลิวเงื้อกระบี่ขึ้นสูง ภายในใจนางก็พลันกระตุกวูบ ราวกับมันร่วงหล่นลงบนพื้น เจ็บหนึบไปหมด และความกลัวบวกรวมกับความแค้นที่มีอยู่เดิมทำให้นางเรียกพลังกลับขึ้นมาได้หลังจากจบเหตุการณ์นั้น หมิงชิงไฉ พี่ชายของนางก็เดินทางกลับเจียงโจวทันที หยางจวินเฟยต้องอยู่ประชุมขุนนางพร้อมสะสางงานมากมายที่วางรอให้เขาจัดการจนมันแทบล้มทับตัวเขาอยู่แล้วและเมื่อเรื่องร้ายจบลง ฮ่องเต้หยางหรงเ

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   จุดจบของเรื่องราว

    หยางจวินเฟยเร่งเดินทางติดตามหยางเทียนหลิวไปทันที หวังใจว่าจะตามอีกฝ่ายทัน อาชาศึกถูกฝึกมาเป็นอย่างดีทำให้ห้อตะบึงออกไปอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนม้าตลอดระยะทางที่เดินทางชายหนุ่มไม่คิดหยุดพัก ด้วยทั้งกังวลและเป็นห่วงหมิงหลิ่งฟางไม่น้อย เกรงว่าหยางเทียนหลิวจะทำอันตรายนางภาพที่นางถูกหยางเทียนหลิวสั่งประหารในชาติก่อนยังคงติดตาเขามาถึงทุกวันนี้ ยิ่งคิดถึงภาพนั้นทีไร ภายในใจยิ่งเจ็บปวดจวนแทบทนไม่ได้หมิงหลิ่งฟางถูกลักพาตัวไปเช่นนี้ ทำเอาหยางจวินเฟยกินไม่ได้นอนไม่หลับ พาลให้หมิงชิงไฉสงสัย ด้วยว่าน้องสาวตนก็เป็นเพียงบุตรีขุนนางในราชสำนัก ไหนเลยจะมีเหตุให้องค์รัชทายาทกังวลและร้อนใจ จนต้องออกติดตามหานางด้วยตัวเองเช่นนั้นกระนั้นหมิงชิงไฉเองก็คิดว่า เขาที่เป็นบุรุษย่อมมองบุรุษด้วยกันออก แม้จะยังกังวลเรื่องน้องสาว หากแต่ก็รู้สึกสบายใจหากบุรุษที่จะเข้ามาดูแลนางต่อจากครอบครัวเป็นคนผู้นี้“องค์รัชทายาท”หมิงชิงไฉเดินเข้าไปหยุดยืนข้างกายองค์รัชทายาท ผู้เปรียบเสมือนเจ้านายอีกผู้หนึ่งของเขา ก่อนจะยื่นห่ออาหารไปให้ยามนี้ขบวนของหยางจวินเฟยหยุดพักอยู่ริมบึงน้ำในป่า ด้วยว่ายามนี้ท้องฟ

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ถูกลักพาตัว

    “ท่านเสนาบดีและฮูหยินไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะพาหลิ่งฟางกลับมาอย่างปลอดภัย ข้าให้สัญญา” หยางจวินเฟยครั้นรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะก็หันหลังตั้งใจออกจากจวนสกุลหมิงเพื่อเดินทางไปยังค่ายทหารทันที“องค์รัชทายาท” เสียงทุ้มของผู้มาใหม่ดังขึ้นจากด้านหลังหมิงชิงไฉกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามายังโถงหน้าของจวน แล้วคำนับหยางจวินเฟยอย่างเรียบง่าย พร้อมกับขอติดตามออกไปหาตัวน้องสาวด้วยเช่นกัน หยางจวินเฟยไม่ขัดข้องด้วยรู้ว่าหมิงชิงไฉคงเป็นห่วงหมิงหลิ่งฟางไม่แพ้กัน ไม่เช่นนั้นคงไม่เร่งเดินทางจากเจียงโจวกลับมายังเมืองหลวงทันทีเช่นนี้หยางจวินเฟยและหมิงชิงไฉควบม้าตรงไปยังค่ายทหาร ก่อนจะมีคำสั่งเรียกระดมกำลังมาประชุมหารือเพื่อออกตามล่าหาตัวหยางเทียนหลิวต่อไป ด้วยว่าเวลาไม่อาจเร่งรอได้อีกแล้ว“องค์รัชทายาท กระหม่อมมีความเห็น”“เชิญท่านกุนซือ” หยางจวินเฟยเอ่ยบอกเพียงเท่านั้น และตั้งใจรอฟังความเห็นของอีกฝ่าย“กระหม่อมคาดเดาว่าอย่างไรองค์ชายรองก็คงเดินทางขึ้นเหนือพ่ะย่ะค่ะ”“...” หยางจวินเฟยเงียบฟังพลางคิดตาม“เส้นทางขึ้นไปทางตอนเหนือของแคว้นหย่งเต็มไปด้วยภูเขา มีเส้นทางคดเคี้ยวสลับซับซ้อน เดินทางยากลำบากไม่น้อย ทั้งย

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ห่วงใย

    หยางเทียนหลิวอาศัยอารามร้างเป็นที่หลบภัยก่อนจะเริ่มวางแผนการบางอย่างขึ้น เขาจะมิยอมเป็นคนที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้แน่นอนจุดอ่อนของหยางจวินเฟยยามนี้คงหนีไม่พ้นหมิงหลิ่งฟาง นั่นจึงทำให้หยางเทียนหลิววางแผนย้อนกลับไปที่เมืองหลวงอีกครั้ง“องค์ชายรอง แผนนี้ค่อนข้างเสี่ยงมากทีเดียวนะพ่ะย่ะค่ะ หากพวกเราถูกองค์รัชทายาทจับได้เสียก่อน...” องครักษ์ที่ติดตามมาด้วยเอ่ยเตือนเชิงแนะนำไปในคราวเดียวกัน“ถ้าเราเอาตัวหมิงหลิ่งฟางมาได้ นางจะเป็นโล่กำบังหอก ดาบ และลูกธนูชั้นดีทีเดียว” หยางเทียนหลิวเอ่ยออกมาเสียงเย็นเยียบ ไม่คิดเปลี่ยนใจอีกแล้วทางด้านฝ่ายหยางจวินเฟยนำกำลังทหารจำนวนหนึ่งเร่งออกตามหาหยางเทียนหลิวทันที พร้อมกันกับที่ต้าเผิงมารายงานว่า เรื่องโจรปล้นทรัพย์และเข่นฆ่าชาวบ้านนั้น แท้จริงแล้วเป็นแผนการสร้างสถานการณ์ของหยางเทียนหลิวและคนตระกูลสวี่ ที่หวังจากอยากให้หยางเทียนหลิวสร้างผลงานมีความดีความชอบ และเร่งแต่งหมิงหลิ่งฟางเข้ามาเป็นชายาเอก เพื่อแผนการขั้นต่อไปหยางจวินเฟยกำหมัดแน่น กายแกร่งบนหลังอาชาศึกพ่วงพียามนี้แค้นใจหยางเทียนหลิว เหตุการณ์คราวนี้แม้จะแตกต่างไปจากชาติก่อน หากแต่ถ้าเขายังไ

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   หลักฐานมัดตัว

    หยางจวินเฟยลอบเข้าไปในตำหนักของน้องชาย อาศัยช่วงเวลาดึกสงัดที่ทุกคนพากันหลับใหล ตำหนักของหยางเทียนหลิวเดิมทีองครักษ์ก็แน่นหนา หากแต่เพราะเขาออกไปปราบโจรปล้นทรัพย์ ทำให้พาองครักษ์ออกไปด้วยจนหมดร่างสูงในอาภรณ์สีดำปกปิดใบหน้ามิดชิดเข้ามาในห้องหนังสือของหยางเทียนหลิวพร้อมกับองครักษ์คนสนิทอย่างเฮ่อหลิวและต้าเผิง ทั้งสามพยายามช่วยกันหาจนกระทั่งเจอหนังสือลงนามเข้าร่วมกับหยางเทียนหลิวของเหล่าขุนนางกังฉิน“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ” ต้าเผิงหยิบหนังสือลงนามยื่นไปตรงหน้าผู้เป็นนายหยางจวินเฟยมองดูรายชื่อเหล่าขุนนางกังฉินก็ถอนหายใจออกมา ด้วยเพราะรู้แจ้งแก่ใจดีว่า สุดท้ายแล้วจุดจบของขุนนางเหล่านี้คือความตาย เพราะเมื่อหมดประโยชน์คนเช่นสวี่กุ้ยเฟยก็ไม่คิดที่จะให้คนเหล่านี้หลงเหลือเพื่อย้อนกลับมาทำลายตนได้ในวันหนึ่ง“เก็บไปด้วย”หยางจวินเฟยจำต้องเร่งลงมือรวบรวมหาหลักฐานและนำไปทูลต่อผู้เป็นบิดา ก่อนที่หยางเทียนหลิวจะกลับวังหลวง ด้วยกลัวว่าน้องชายต่างมารดาผู้นี้จะช่วงชิงสตรีที่เขารักไปอีกเหมือนชาติก่อน แน่นอนว่าเขายอมไม่ได้ และไม่มีวันยอมเป็นอันขาดหลังจากได้หลักฐานบางส่วนแล้ว วันต่อมาหยางจวินเฟยก็เข้าพบเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status