Share

องค์ชายรองมาเยี่ยมเยือน 2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-28 15:09:10

ณ ห้องโถงจวนสกุลหมิง

         หลังจากที่หยางเทียนหลิวรู้ข่าวว่าหมิงหลิ่งฟางหายป่วยดีแล้ว เขาก็รีบเดินทางจากวังหลวงมายังจวนสกุลหมิงในทันที เพื่อแสดงความห่วงใยเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมาให้นางได้เห็นว่าเขานั้นรักและห่วงใยนางมากเพียงใด 

         "ขอประทานอภัยที่ให้องค์ชายรองทรงรอนานเพคะ"

         สตรีร่างบางในอาภรณ์ผ้าแพรสีส้มอ่อนใบหน้างามนิ่งเรียบ เดินทอดกายเข้ามายืนตรงหน้าบุรุษทั้งสองในห้องโถง พร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพตามมารยาท ดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งามเหลือบมองบุรุษในอาภรณ์ปักลายมังกรสีม่วงเพียงครู่หนึ่ง

         "ในเมื่อฝ่าบาทมีเรื่องพูดคุยกับบุตรสาวของกระหม่อม คงต้องขอตัวก่อน” อัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือเอ่ยบอกองค์ชายรองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงตาคู่คมมองบุตรสาวตนเองอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอ่ยอย่างไรกัน

         หมิงหลิ่งฟางมองตามบิดาเงียบ ๆ แม้นตอนนี้เขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่นางรู้ว่าท่านพ่อไม่พอใจที่นางยังคบหากับองค์ชายรองอยู่ ดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำก่อนจะคารวะองค์ชายรองตามพิธีการ

         “ไม่ต้องมากพิธีหรอก” หยางเทียนหลิวคว้าแขนเรียวเล็กของนางไว้เสียก่อน หลังจากจับให้นางมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วมือใหญ่ก็คว้ามือเรียวเล็กมากุมไว้ จากนั้นองค์ชายรองหยางเทียนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาเรียวคมจ้องมองหมิงหลิ่งฟางด้วยความห่วงใย

         "ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้างข้าได้ยินมาว่าเจ้าหายป่วยแล้ว ข้ารู้สึกดีใจมากจึงรีบมาหาเจ้าในทันทีหลังจากเสร็จราชกิจที่อำเภอชิงหลง"

         เสแสร้ง! ได้ยินสิ่งที่บุรุษผู้นี้กล่าววาจาเช่นนี้แล้วหมิงหลิ่งฟางแทบอยากจะอาเจียนออกมา หากนางไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนอย่างไรนางคงใจอ่อนหลงคารมคนผู้นี้ไปแล้ว

         แต่นางยังคงปั้นหน้ายิ้มเล็กน้อยให้กับเขา เอาสิ! เขาเสแสร้งมานางก็เสแสร้งกลับเช่นที่เขาทำ ดูซิว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ หากนางเดาไม่ผิดที่เขามาวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแต่งงานกระมัง แม้ว่าในใจอยากจะไล่บุรุษหน้าหนาผู้นี้ไปให้ไกลลูกกะตานางก็ตาม

         "ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเป็นห่วง หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้วเพคะ" 

         หมิงหลิ่งฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพลางยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม แล้วดึงมือของตนออกจากมือใหญ่ของเขา

         หยางเทียนหลิวเห็นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจที่ที่ผ่านมามิใช่ว่านางเพียงเห็นเขาก็ดีใจจนวิ่งเข้าหาไปแล้วหรือ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทีเฉยชาเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร หรือว่านางน้อยน้อยใจเขาที่ตอนนางนอนป่วยเขาไม่ได้มาเยี่ยมกัน หากปล่อยไว้เช่นนี้นานเกรงว่าคงไม่ดีแน่

         มารดาของเขาเองก็กำชับมาว่าทำไมวันนี้วันนี้เขาต้องคุยเรื่องแต่งงานกับนางให้สำเร็จให้จงได้หากช้ากว่านี้ แผนการที่พวกเขาวางไว้มาหลายปีคงพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว

         “เจ้าโกรธข้าหรือ ที่ข้าไม่ได้มาเยี่ยมตอนเจ้าป่วย ตอนนั้นข้าได้รับพระโองการจากเสด็จพ่อให้ไปสะสางราชกิจแทนพระองค์ที่อำเภอชิงหลงพอดี เจ้าก็รู้ราชโองการมิอาจขัด หลังจากเสร็จราชกิจข้าก็รีบมาหาเจ้านี่อย่างไร”

         หยางเทียนหลิวพยายามอธิบายให้กับนาง แต่หมิงหลิ่งฟางกลับฟังดูแล้วเหมือนข้ออ้างมากกว่า เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าเขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว หากมิใช่ว่าพระสนมกุ้ยเฟยเร่งรัดมา มีหรือที่คนอย่างองค์ชายรองหยางเทียนหลิวผู้นี้จะมาหานาง ไม่แน่อาจจะอยู่กับสหายเก่าผู้นั้นของนางแล้วก็ได้ อารามร้อนใจเช่นนี้มีหรือที่นางจะคาดเดานิสัยเขาไม่ออกว่ามาด้วยเรื่องอันใด

         “ที่องค์ชายรองมาหาหม่อมฉันวันนี้ มิใช่ว่ามาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันอย่างเดียวกระมังเพคะ” หมิงหลิ่งฟางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากแต่ไม่ถึงดวงตา   

         “วันนี้นอกจากจะมาเยี่ยมแล้วข้าก็อยากจะมาคุยเรื่องการหมั้นหมายแต่งงานของเราด้วย ไม่รู้ว่าฟางเอ๋อร์จะเห็นว่าอย่างไร”

         นั้นปะไรเป็นเช่นที่นางคาดไว้ไม่มีผิด คงกลัวว่าแผนการที่พวกเขาที่วางไว้จะผิดพลาดสินะ ถึงได้เร่งมาคุยเรื่องแต่งงานเร็วถึงเพียงนี่ หากเป็นเมื่อก่อนนางคงดีใจจนเนื้อเต้นไปแล้ว

         “ขอเพียงเจ้าตอบตกลงข้าจะส่งของหมั้นมาให้อย่างเป็นทางการในอีกสามวันแล้วจะให้ทางวังหลวงจัดหาฤกษ์งามยามดีในการจัดงานแต่งงานให้เจ้าอย่างสมเกียรติ”

         หมิงหลิ่งฟางมองใบหน้าจริงจังของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าก็อดทอดถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้ นี่มิใช่ว่าเป็นการมัดมือชกนางหรอกหรือ

         นางเสมือนตกนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้นางจะไม่ยอมก้าวพลาดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง แค่เห็นหน้าเขาตอนนี้นางก็ขยะแขยงมากพอทนแล้ว

         “องค์ชายรอง...หม่อมฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพคะ” หมิงหลิ่งฟางจ้องหน้าเขาแววตาคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบอยู่ครู่หนึ่ง

         “หากองค์ชายรีบร้อนขนาดนั้นมิสู้แต่งคุณหนูหวงเจียวซินดีหรือไม่เพคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ความริษยาของหวงเจียวซิน 2

    ตำหนักด้านหลังเป็นเพียงตำหนักเล็ก ซึ่งถูกยกให้หวงเจียวซินมานับตั้งแต่นางแต่งเข้ามา ครั้นเมื่อกลับเข้ามาถึงภายในตำหนัก นางไม่รอช้าใช้มือเรียวกวาดข้าวของที่อยู่ใกล้เพื่อระบายโทสะ ทำเอาไม่มีนางกำนัลคนใดกล้าเข้ามาใกล้ กระทั่งภายในตำหนักเล็กนั้นกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง“อู่กงกง”บุรุษวัยกลางคนเจ้าของนาม ครั้นได้ยินผู้เป็นนายเรียกหา ก็เร่งรีบเข้าไปพบทันที“พ่ะย่ะค่ะพระชายารอง”“ให้คนไปสืบดูหน่อยว่าช่วงนี้องค์ชายรองเสด็จไปที่ไหน หรือพบผู้ใดบ้าง ข้าต้องการรู้ทั้งหมด”“พระชายารอง เรื่องเพียงเท่านี้ ข้าน้อยตอบได้โดยมิต้องให้ผู้ใดไปสืบหา”คำพูดของกงกงซึ่งถูกส่งมาประจำตำหนักเล็กนี้เอ่ยขึ้นทันที ด้วยว่าเขาเป็นคนของกุ้ยเฟย ถูกส่งให้มาคอยดูพฤติกรรมของพระชายารอง เพื่อหวังกำจัดออกไปอีกทางหนึ่ง“เจ้าจะรอให้ข้าหาเหล็กมาง้างปากเจ้าหรือ รีบพูด”“องค์ชายรองช่วงนี้มิได้ไปที่ใดไกลนัก เพียงแต่ไปเยือนจวนเสนาบดีหมิง เพื่อพบปะและพูดคุยกับคุณหนูหมิงเพียงเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”หวงเจียวซินได้ยินเช่นนั้น มือกำชายกระโปรงแน่นจนผ้าไหมเนื้อดีนั้นแทบจะขาดติดมือมาหมิงหลิ่งฟางเช่นนั้นหรือ ไยเจ้าไปตาย ๆ ไปเสียทียิ่งได้ยินในสิ่ง

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ความริษยาของหวงเจียวซิน 1

    หลังจากเที่ยวชมจนพอใจก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับจวนเสียที รถม้าของตระกูลหมิงเคลื่อนมารอตรงประตูค่ายหยางจวินเฟยมาส่งหญิงสาวกลับถึงจวนอย่างปลอดภัย แต่เพราะเย็นมากแล้วจึงมิได้เข้าไปพบเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือและฮูหยินอย่างที่ควรจะเป็น“ข้าฝากขอขอภัยท่านเสนาบดีด้วยที่เสียมารยาท ไม่ได้เข้าไปพบ”“ไม่เป็นไรเพคะ อันที่จริงพระองค์ไม่จำเป็นต้องมาส่งหม่อมฉันก็ได้ หม่อมฉันทราบดีว่าราชกิจทรงยุ่งเพียงใด”“ไม่ได้ ไม่ได้ ข้าเป็นคนพาเจ้าไป ต่อให้ยุ่งอย่างไรข้าก็ต้องเป็นคนมาส่ง”ทั้งสองอยู่พูดคุยกันไม่กี่ประโยค หมิงหลิ่งฟางก็เดินกลับเข้ามาในจวน ทันได้เจอบิดามารดานั่งรออยู่ที่โถงหลัก หลีฮูหยินนั้นเพียงปรายตามองบุตรสาวก็รู้แจ้งชัดเจนถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป นางยกยิ้มอย่างดีใจ หากแต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดสิ่งใดออกมา“กลับมาแล้วหรือฟางเอ๋อร์ สนุกหรือไม่” หมิงฮุ่ยจือเอ่ยถามบุตรสาวออกไป“ท่านพ่อ นับว่าเป็นโชคดีของลูกที่ได้ชมการตรวจพลด้วยเจ้าค่ะ ยิ่งใหญ่จนหาคำใดเปรียบไม่ได้เลยเจ้าค่ะ”“ดูเจ้าตื่นเต้นไม่น้อย แล้วองค์รัชทายาทเล่า?” หลีฮูหยินทำทีเอ่ยถามถึงคนอีกผู้“องค์รัชทายาทฝากลูกมาขออภัยท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่ได้เข้ามาพบ ด้วยว่าย

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ความจริงใจที่ทำให้ใจหวั่นไหว

    ระหว่างที่เดินกลับต่างฝ่ายต่างมิได้พูดอันใดออกไป กระทั่งหยางจวินเฟยและหมิงหลิ่งฟางมาถึงประตูทางด้านหลังจวนพักรับรอง ชายหนุ่มก็หยุดเท้าก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าของหมิงหลิ่งฟางอีกครั้ง“หลิ่งฟาง”“พะ...เพคะ”“เรื่องนั้น เจ้ายังไม่ต้องให้คำตอบข้าตอนนี้หรอก แต่ข้าอยากให้เจ้าเอาสิ่งที่ข้าบอกไปคิดไตร่ตรองให้ดี ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าก็จะรอคำตอบจากเจ้า”“...”“อีกอย่าง อย่าได้อึดอัดใจไป ทำตัวตามสบายเช่นเดิมเถิด ข้าสัญญาว่าจะไม่เร่งรัด หรือบีบบังคับไม่ว่าทางใดก็ตาม และท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคำตอบของเจ้าจะเป็นอย่างไร ข้าจะยอมรับมัน”ดวงตาคู่คมหลุบมองมือเรียวที่เขากุมเอาไว้ พลางใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไล้ลูบไปมาเบา ๆ ซึ่งหมิงหลิ่งฟางเองก็ไม่ได้ชักมือกลับแต่อย่างใด“ไปเถอะ ข้าจะเดินไปส่ง”หยางจวินเฟยเดินมาส่งนางถึงหน้าเรือนนอน เขาจึงปล่อยมือนางให้เป็นอิสระ“ขอบพระทัยเพคะสำหรับเรื่องวันนี้”“เจ้าหมายถึง...”“เอ่อ หม่อมฉันหมายถึงเรื่องที่พระองค์ใจดีพาหม่อมฉันเที่ยวมาตลอดทั้งวันนี้เพคะ”หมิงหลิ่งฟางพูดจบก็ย่อกายลงเล็กน้อย แล้วเดินกลับเข้าห้องไป ปล่อยให้รัชทายาทหนุ่มยืนมองดูนางอยู่เช่นนั้นเพียงลำพัง แม

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   คำอธิฐานเป็นจริง 2

    หยางจวินเฟยหันใบหน้ามามองสบตาของหมิงหลิ่งฟางนิ่ง ๆ ราวกับจะส่งต่อความรู้สึกของเขาผ่านทางดวงตาออกมาให้นางได้รับรู้“ข่าวร้ายนั้นก็คือ ข้าได้รู้ว่าเจ้าถูกเทียนหลิวสั่งประหาร”“เพคะ ตอนนั้นองค์ชายรองสั่งประหารหม่อมฉันและครอบครัวจนสิ้นตระกูล เพียงเพราะหม่อมฉันถูกใส่ร้ายว่า เป็นผู้วางแผนสังหารหวงเจียวซิน”“อืม ตอนนั้นข้าทั้งโกรธและคับแค้นใจที่ตัวข้าไม่สามารถช่วยผู้ใดเอาไว้ได้เลย แม้แต่เสด็จแม่ พระนางยังเลือกที่จะปลิดชีพตนเอง ด้วยไม่อาจทนอยู่ในสภาพเช่นนั้นได้อีกต่อไป ตอนนั้นข้าอยากจับหยางเทียนหลิวมาฉีกเนื้อออกเป็นชิ้น ๆ กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของข้ามาเยือน ข้าทำได้เพียงลั่นวาจาออกมาว่าอย่างไรข้าก็ต้องสังหารกบฏเช่นหยางเทียนหลิวให้ได้ แม้ว่าจะไม่อาจอยู่ทำเช่นนั้นได้แล้วก็ตาม”หมิงหลิ่งฟางหัวใจเต้นรัวแรง ครั้นได้ยินว่าเขาคับแค้นใจเรื่องของนางมากถึงเพียงนั้น กระนั้นนางก็ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองเท่าใดนัก มือที่วางทาบทับอยู่บนหลังมือหนาก็ขยับออกมากุมมือตัวเองเอาไว้ พลางใช้มันกอดตัวเองหยางจวินเฟยเห็นเช่นนั้นก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกมาห่มคลุมทับลงไปให้นางอีกชั้น อากาศที่ค่ายทหารนี้ ยามกลางคืนจะหนาวเหน็บ ย

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   คำอธิฐานเป็นจริง 1

    หม่อมฉันเสียใจมากจนตัดสินใจกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ไม่รู้เป็นเพราะท่านเทพชังหรือสวรรค์กลั่นแกล้ง ทำให้หม่อมฉันหลุดเข้าไปห้วงแห่งกาลเวลา มันทั้งมืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใดเลย อีกทั้งยังหนาวเหน็บจนปวดร้าวเข้าถึงเนื้อกระดูก หม่อมฉันได้แต่คิดว่า สวรรค์เกลียดอันใดหม่อมฉันหนักหนา หม่อมฉันที่ตายไปแล้วกลับยังต้องมาพบเจอกับความทรมานนั้นอีกทว่าขณะที่อยู่ในห้วงแห่งกาลเวลานั้น หม่อมฉันได้ยินเสียงปริศนาเสียงหนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวในอดีตต่าง ๆ มากมาย ทำให้ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำของหม่อมฉัน นั่นจึงทำให้หม่อมฉันได้รู้ว่า แท้จริงแล้วหม่อมฉันคือหมิงหลิ่งฟาง บุตรีของเสนาบดี และเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของตระกูลหมิงอีกด้วย นอกจากนี้หม่อมฉันยังเคยอธิษฐานจิตเอาไว้ก่อนตายในคราวนั้นว่า หากสวรรค์ยังมีความเมตตาและความยุติธรรมอยู่ ก็ขอให้หม่อมฉันได้ย้อนกลับมาในอดีตอีกครั้งหม่อมฉันตื่นมาอีกครั้ง ตอนนั้นท่านแม่เล่าว่าหม่อมฉันตกน้ำจนศีรษะกระแทกโขดหิน จึงสลบไปหลายวันเพคะ”หมิงหลิ่งฟางเล่าเรื่องราวของตนเองอย่างละเอียด ในน้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง มั่นคง“เพราะเป็นเช่นนี้ หลังจากเจ้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้งจึ

  • หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก   ความจริงภายในใจ

    หมิงหลิ่งฟางหันไปมอง ก่อนจะใช้สองมือเรียวคว้ากระชากสาบเสื้อตัวนอกของหยางจวินเฟยเอาไว้แน่น แล้วรั้งเข้ามาใกล้ ๆ ทำให้หยางจวินเฟยนั้นเอื้อมมือไปโอบรอบเอวคอดเอาไว้ ด้วยกลัวว่านางจะเสียหลักตกลงในเบื้องล่างเสียก่อน“ฝ่าบาท เช่นนั้นหม่อมฉันขอบังอาจถามพระองค์สักหนึ่งคำถามได้หรือไม่เพคะ พระองค์...” หมิงหลิ่งฟางเม้มปากแน่น กระนั้นก็ไม่อยากปล่อยให้ค้างคาต่อไปอีก สุดท้ายจึงกลั้นใจถามออกไป แม้ว่าสุดท้ายแล้วหากมันเป็นเพียงความเข้าใจผิดของนางไปเอง นางก็จะยินยอมน้อมรับความอายนั้นเอาไว้ “ก่อนหน้านี้ที่จะเจอหม่อมฉัน เป็นพระองค์ใช่หรือไม่เพคะที่คอยเฝ้าสวดภาวนา อธิษฐานต่อสวรรค์ขอให้หม่อมฉันได้กลับมาอีกครั้ง”สิ้นคำถามของหมิงหลิ่งฟาง ก็ทำเอาหยางจวินเฟยนิ่งไปเป็นครู่ แววตาของหมิงหลิ่งฟางที่มองสบตาเขายามนี้ เขาสัมผัสได้ว่ามันไร้ซึ่งแววล้อเล่น หรือมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกขบขันแต่อย่างใด“นี่เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน” ถามออกไปแล้ว หยางจวินเฟยก็พลันฉุกคิดขึ้นมากับตัวเอง ก่อนจะหันกลับไปสบตาหมิงหลิ่งฟางอีกครั้ง “หรือเจ้าเองก็...”“...”“หรือเจ้าเองก็ย้อนกลับมาในอดีตเช่นกันอย่างนั้นหรือ”แม้มันจะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status