Share

บทที่ 5 หาเรื่องจับผิด

last update publish date: 2026-03-07 15:09:35

เซียงหลิงถูกลั่วชิงหวงดึงมือมากุมไว้ จึงทำตัวไม่ถูก นัยน์ตาที่ใสสะอาดมองลั่วชิงหวง ดูราวกับกำลังทำความเข้าใจความหมายในคำพูดของลั่วชิงหวง นางมองลั่วชิงหวงอย่างสับสน นับตั้งแต่ฟื้นไข้ขึ้นมา คุณหนูดูเปลี่ยนไปมาก หากจะกล่าวว่าคุณหนูในอดีตคือดอกไม้ที่งดงามบานสะพรั่งภายใต้แสงอาทิตย์ คุณหนูในยามนี้ ก็เปรียบเสมือนดอกไม้ที่ผ่านประสบการณ์ลมฝนมาแล้ว ยิ่งงดงามน่าดึงดูดใจมากกว่าเดิม

“ถ้าเจ้าไม่อยากติดตามข้า ข้าก็จะไม่โทษเจ้า” ลั่วชิงหวงสังเกตเห็นความสับสนของเซียงหลิง จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางไม่คิดจะบังคับ หากเซียงหลิงไม่อยากติดตามนาง นางก็จะจัดการชีวิตในภายภาคหน้าให้เซียงหลิงอย่างดีงาม ถือเป็นการตอบแทนความจงรักภักดีที่เซียงหลิงมีต่อนาง

เมื่อได้ยินลั่วชิงหวงกล่าวเช่นนั้น เซียงหลิงจึงได้สติรีบคุกเข่าลง กล่าวด้วยความจริงใจและแน่วแน่ว่า

“ไม่เจ้าค่ะ บ่าวเต็มใจ ไม่ว่าคุณหนูจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นไร ก็ยังคงเป็นนายของบ่าว บ่าวเป็นห่วงเพียงว่า คุณหนูจะใจดีเกินไปจนถูกผู้อื่นรังแก ไฉนเลยจะคิดว่าคุณหนูใจคออำมหิตได้เล่า”

“ดี” ลั่วชิงหวงตอบรับเบา ๆ ดวงตาที่ดำสนิทดูสงบนิ่ง แต่…กลับแฝงไว้ด้วยพายุคลื่นลูกใหญ่ นางกวาดสายตาไปยังใบหน้าของเซียงหลิง แล้วกล่าวว่า

“เจ้าติดตามข้า ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีที่สุด แต่…เจ้าต้องจำไว้ว่า นับจากนี้เป็นต้นไป คำสั่งของข้า เจ้าจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จะลังเลมิได้ หากทำไม่ได้ ควรบอกข้าแต่แรก ข้าจะไม่บังคับเจ้า”

เซียงหลิงได้ยินลั่วชิงหวงกล่าวเช่นนั้น จึงคุกเข่าลงและกล่าวอย่างแน่วแน่ว่า

“ไม่ว่าคุณหนูต้องการให้บ่าวทำสิ่งใด บ่าวพร้อมจะพลีชีพทำตามอย่างไม่รีรอ หากไม่ใช่เพราะคุณหนูรับบ่าวมาดูแลจากข้างถนน บ่าวคงอดตายอยู่ริมทางไปนานแล้ว ถึงแม้บ่าวจะไม่เคยร่ำเรียนตำรามาก่อน แต่…หลักการรู้คุณต้องตอบแทน บ่าวเข้าใจดี”

“ลุกขึ้นเถิด” ลั่วชิงหวงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เมื่อพิจารณาอย่างยุติธรรมแล้ว นางปฏิบัติต่อเซียงหลิงก็มิได้สมบูรณ์พร้อม

แม้ว่านางจะมีนิสัยอ่อนโยน ไม่เคยเข้มงวดกับเซียงหลิง แต่…ท้ายที่สุดก็ปฏิบัติต่อเซียงหลิงราวกับเป็นคนนอก ไฉนเลยจะเทียบกับการทุ่มเททั้งกายและใจที่มอบให้แก่ลั่วชิงเฉิงได้เล่า ทว่า...เซียงหลิงกลับเป็นผู้ที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ ส่วนลั่วชิงเฉิง กลับเป็นผู้ที่ตอบแทนคุณด้วยความแค้น

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะฟื้น ไฉนจึงไม่สวมเสื้อคลุมเล่า ? ท่านไม่รู้หรือว่าตอนนี้เป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศเปลี่ยนแปลงง่าย ท่านอาจจะป่วยได้นะเจ้าคะ”

เซียงหลิงเห็นเสื้อผ้าที่บางเบาบนกายลั่วชิงหวงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว นางหมุนตัวไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้ลั่วชิงหวง จากนั้น…จึงนำขนมมาวางตรงหน้าลั่วชิงหวงแล้วยิ้มกล่าวว่า

“บ่าวเพิ่งสั่งให้ห้องครัวทำมาใหม่ ๆ ยังอุ่น ๆ อยู่เลย คุณหนูรีบทานเถิดเจ้าค่ะ”

“วางไว้ตรงนั้นเถิด” ลั่วชิงหวงไม่ได้ยื่นมือไปรับขนม แต่…ส่งสัญญาณให้เซียงหลิงวางขนมลงบนโต๊ะ

“คุณหนู ทานเสียตอนที่ยังอุ่น ๆ สิเจ้าคะ” เซียงหลิง มองดูขนมและอดไม่ได้ที่จะคะยั้นคะยอ ขนตาของลั่วชิงหวงสั่นไหวเล็กน้อย นัยน์ตาที่ดำสนิทลึกซึ้งดุจมหาสมุทร น้ำเสียงแฝงความเย็นชาอยู่บ้าง กล่าวว่า

“เจ้าจำสิ่งที่เพิ่งให้สัญญากับข้าไม่ได้แล้วรึ ?” เซียงหลิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อครู่นี้คุณหนูเพิ่งจะให้นางสัญญาว่า คำสั่งใด ๆ ของคุณหนู นางจะต้องปฏิบัติตามโดยไม่ลังเล แต่…ขนมนี้ หากปล่อยไว้ก็จะเย็นชืดไปเสียก่อน เซียงหลิงยังอยากจะอ้าปากพูด ทว่า…เมื่อสบเข้ากับสายตาของลั่วชิงหวง นางก็จำต้องหุบปากลง

บัดนี้…ทั่วร่างของคุณหนูแผ่อำนาจที่น่าเกรงขามออกมา ทำให้ผู้อื่นมิอาจปฏิเสธที่จะเชื่อฟังได้ และยังแฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัว ทว่า…ถึงแม้จะน่ากลัว ก็ยังคงเป็นคุณหนูของนางมิใช่รึ ?

เห็นเซียงหลิงไม่กล่าวอะไรอีก ลั่วชิงหวงก็เอนกายลงอย่างพึงพอใจ การที่ได้กลับมาเกิดใหม่ นางรู้ดีว่าจวนแม่ทัพใหญ่ไม่ได้สงบเงียบเหมือนดังที่เห็นภายนอก นางจะต้องปกป้องเซียงหลิง แต่…เซียงหลิงก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งนางด้วย ขนตายาวปกคลุมดวงตาที่ลึกล้ำ หากนางจำไม่ผิด พี่สาวต่างมารดาและอนุรองของนางจะต้องรีบมาเยี่ยมเยียนนางเป็นแน่

ส่วนสาเหตุที่พี่สาวต่างมารดาและอนุรองจะมาเยี่ยมเยียนนางเร็วเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นฝีมือของลั่วชิงเฉิง เมื่อครู่…นางลองทดสอบลั่วชิงเฉิงดู โดยขอให้อยู่พูดคุยด้วยกันสักครู่ แต่…ลั่วชิงเฉิงก็ยังจงใจปฏิเสธและรีบจากไปอย่างเร่งรีบ นางรู้ดีว่าเรื่องนี้ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับลั่วชิงเฉิงอย่างแน่นอน ทว่า...นางมิใช่ลั่วชิงหวงที่ยอมอ่อนข้อให้ผู้อื่นเช่นในอดีตอีกแล้ว พี่สาวต่างมารดาและอนุรองอยากจะมาเยี่ยมเยียนนางอย่างนั้นรึ ? ก็ดี นางกำลังรอให้พวกนางมาถึงอยู่พอดี

โครม!! เสียงดังสนั่น ประตูห้องของลั่วชิงหวงถูกผลักกระแทกออกอย่างแรง ลมหนาวในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิก็พัดเข้ามาในห้องทันที จนร่างของลั่วชิงหวงสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเย็น นางเงยหน้าขึ้นสงบนิ่ง มองไปยังผู้คนที่กรูกันเข้ามาในห้อง

ผู้ที่นำหน้ามาคืออนุรอง ‘หวังโยวรั่ว’ นางสวมชุดยาวสีฟ้าอ่อนวิจิตรงดงาม ปักด้วยไหมทอง หน้าอกประดับสร้อยคออัญมณี เปล่งประกายแพรวพราว ทั้งศีรษะประดับปิ่นหยกงดงาม เครื่องแต่งกายที่หรูหรานั้นอยู่ในสายตาของลั่วชิงหวงตั้งแต่แรก ทว่า…แม้ลั่วชิงหวงจะหลับตา นางก็สามารถจินตนาการถึงรูปลักษณ์ของหวังโยวรั่วได้

หางตาที่มักจะแฝงความร้ายกาจอาฆาตมาดร้ายยามมองนาง จมูกที่เชิดขึ้นตลอดเวลายามที่เจอนาง และริมฝีปากสีแดงสดที่มักจะเอ่ยคำพูดที่ไม่ดีต่อนางเสมอ คนที่ยืนอยู่ข้างหวังโยวรั่วคือ ‘ลั่วชิงกั๋ว’ พี่สาวต่างมารดาของนาง ซึ่งเป็นบุตรสาวคนโตของจวนแม่ทัพใหญ่ ลั่วชิงกั๋วสวมชุดนางกำนัลที่ประณีตงดงาม ใบหน้าแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน มีท่าทางโอหังเชิดหยิ่ง ดวงตาที่เฉียงขึ้นเล็กน้อยเผยความดูถูกดูแคลนออกมาไม่น้อย

ตามหลังพวกเขามาคือ ‘จางม่าม้า’ และ ‘ซ่งม่าม้า’ ซึ่งรับใช้อยู่ข้างกายหวังโยวรั่ว และ ‘ชุนเถา’ กับ ‘ลู่หลิว’ ที่รับใช้อยู่ข้างกายลั่วชิงกั๋ว ลั่วชิงหวงมองกลุ่มคนโอหังที่อยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าและแววตาสงบนิ่ง ไม่เอ่ยปากพูดสิ่งใด ฝ่ายตรงข้ามก็ชิงกล่าวขึ้นก่อน

“ได้ยินว่าคุณหนูรองฟื้นแล้ว ฮูหยินจึงมาเยี่ยมด้วยตนเอง จะได้ไม่ต้องมีใครที่ไม่รู้กาละเทศะ คิดไปเองว่าฮูหยิน เข้มงวดกับคุณหนูรอง”

ลั่วชิงหวงมองท่าทางของจางม่าม้าซึ่งทำตัวราวกับเป็นข้ารับใช้ที่ชั่วร้าย ในใจอดไม่ได้ที่จะเย้ยหยัน ไม่เคยเข้มงวดกับนางงั้นหรือ ? เช่นนั้น…การที่จงใจเปิดประตูห้องให้นางรับลมหนาวที่พัดเข้ามาโดยตรงในตอนนี้ เรียกว่าอะไรกัน ?

“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงเพิ่งหายจากไข้หวัด จะทนรับลมหนาวในต้นฤดูใบไม้ผลิได้อย่างไร ผ่านไปเพียงครู่เดียว นางก็เริ่มไอออกมา

เซียงหลิงได้ยินลั่วชิงหวงไอ ก็รีบวิ่งไปหมายจะปิดประตู แต่…ถูกจางม่าม้าขวางทางไว้เสียก่อน จางม่าม้าคว้ามืออันบอบบางของเซียงหลิงแล้วผลักนางออกไป พลางกล่าวว่า

“ไฉนจึงมีสาวใช้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นนี้! เห็นฮูหยินและคุณหนูใหญ่แล้วไม่รู้จักทำความเคารพหรือไร ?!”

ไฉนจึงมีสาวใช้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวงั้นหรือ ? เซียงหลิงรับใช้นางมาตั้งแต่เด็ก จางม่าม้าจะไม่รู้ได้อย่างไร จงใจกล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อลดทอนอำนาจของนางสินะ เมื่อมองไปยังเซียงหลิงที่ถูกจางม่าม้าจับมือไว้แน่น สีหน้าดูหวาดกลัวเล็กน้อย จางม่าม้าและซ่งม่าม้าอาศัยความโปรดปรานของหวังโยวรั่วในจวนแม่ทัพใหญ่ จึงเคยชินกับการโอหังมาแต่ไหนแต่ไร

เซียงหลิงจะกล้าโต้แย้งกับพวกนางได้อย่างไร อีกทั้ง…หากนางโต้แย้งไปตามอารมณ์ชั่ววูบ เกรงว่า…จะทำให้ลั่วชิงหวงต้องเดือดร้อนไปด้วย นางจึงไม่อยากทำเช่นนั้น นางกัดริมฝีปาก เตรียมจะเอ่ยคำทำความเคารพ

“ช้าก่อน” ลั่วชิงหวงลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ส่งสัญญาณให้เซียงหลิงเข้ามาประคองนาง เซียงหลิงรีบวิ่งเข้ามารับร่างที่บอบบางและผอมเพรียวของลั่วชิงหวงไว้ สายตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล ลั่วชิงหวงส่งสายตาที่ให้ความมั่นใจแก่เซียงหลิง มุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ กวาดสายตามองจางม่าม้า แล้วยิ้มกล่าวว่า

“จางม่าม้าก็เป็นคนเก่าคนแก่ในจวน ย่อมต้องเข้าใจกฎระเบียบในจวนเป็นอย่างดี เซียงหลิงผู้นี้ไม่ทำความเคารพอี๋เหนียงกับพี่หญิง ควรได้รับโทษอย่างไรดี ?”

ทันทีที่กล่าวจบ รอยยิ้มแห่งความได้เปรียบก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางม่าม้า หวังโยวรั่วและลั่วชิงกั๋วต่างมองลั่วชิงหวงด้วยความแปลกใจ ลั่วชิงหวงนั้นแม้จะอ่อนแอและรังแกง่าย แต่…ก็มีนิสัยที่ดื้อรั้น ไฉนครั้งนี้จึงยอมทำตามอย่างง่ายดายเช่นนี้ ยิ่งกว่านั้น นางรักสาวใช้เซียงหลิงคนนี้มาก จะทนลงโทษนางได้อย่างไร ? หรือว่านางโดนพิษไข้จนเพ้อคลั่งไปแล้ว ?

“กฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่มิอาจละเลยได้ ตามความเห็นของบ่าว ควรลงโทษด้วยการโบยสามสิบไม้ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 210 กริชพรากสายเลือด

    แววตาของนางฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง ขยับริมฝีปากเอ่ยเนิบๆ ว่า“ความสัมพันธ์อันใดรึ ? ข้าคือภรรยาของเขา” เมื่อได้รับคำตอบจากลั่วชิงหวง เหล่ามือสังหารต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ต่างพากันลังเลมิกล้าบุ่มบ่ามลงมือ ทว่า…ด้วยคำสั่งของจวินเสียนฉี พวกเขายังคงล้อมลั่วชิงหวงไว้แน่น มิยอมให้นางจากไปได้ง่ายๆ“พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่ ทำไมยังไม่ลงมืออีก !” จวินเสียนฉีเห็นมือสังหารเอาแต่ล้อมกรอบทว่ากลับขวัญหนีดีฝ่อมิกล้าขยับเขยื้อน ก็แผดเสียงตะคอกด้วยความโกรธจัดเหล่ามือสังหารเมื่อถูกจวินเสียนฉีตะคอกใส่ก็ยิ่งลนลาน ทว่า…ก็ยังมิกล้าบุกเข้าไป คนพวกนี้ล้วนเป็นชาวยุทธที่จวินเสียนฉีใช้เงินจำนวนมากซื้อตัวมา ทว่า…ชื่อเสียงของคุณชายหลิวจิ่งและหอลั่วซูในยุทธภพนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้ แล้วใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตลงมือเล่า ?ลั่วชิงหวงกวาดสายตามองเหล่ามือสังหาร แววตาเคร่งขรึม ทว่า…มุมปากกลับยกยิ้ม เอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า“หากพวกเจ้ากล้าลงมือ ก็จงเตรียมใจรับจุดจบที่จะตามมาไว้ให้ดี”คำขู่ของลั่วชิงหวงทำให้มือสังหารยิ่งขวัญกระเจิง ทุกคนแสดงท่าทีลังเล บางคนที่ใจเสาะเริ่มขยับถอย

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 209 พัดเพลิงคร่าวิญญาณ

    “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ในจวนเตรียมชาไว้แล้ว หากมิรีบดื่มเกรงว่าจะเย็นเสียก่อน” หลิวจินซิ่วยิ้มอย่างขัดเขิน พลางเอ่ยต่อ“สถานที่ที่ท่านหญิงว่าไว้วันหน้าพวกเราค่อยไปกันก็ได้”ลั่วชิงหวงครุ่นคิดในใจ หากนางมิยอมเข้าไปยามนี้ มือสังหารที่ซุ่มอยู่ย่อมปรากฏตัวออกมาแน่ ถึงตอนนั้นนางคงยากจะหนทางหนี มิสู้ตามเข้าไปข้างใน แสร้งดื่มชาแล้วค่อยหาทางแก้สถานการณ์ภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น ลั่วชิงหวงจึงยิ้มอย่างสงบพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ เชิญพระชายานำทาง” หลิวจินซิ่วที่เดิมทีกลัวว่าลั่วชิงหวงจะจับพิรุธได้ เมื่อเห็นนางยอมตกลงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบพานางเข้าไปในห้องทั้งสองนั่งลง หลิวจินซิ่วรินชาให้ลั่วชิงหวงแก้วหนึ่ง ทว่า…มิได้รีบส่งให้ แต่…นางกลับจ้องมองลั่วชิงหวงนิ่งแล้วเอ่ยว่า“ท่านหญิงชิงหวง ข้ามีคำถามอยากจะถามท่านสักข้อ”ลั่วชิงหวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หลิวจินซิ่วจะถามอะไรนางอีก ? แม้จะสงสัย ทว่า…ภายนอกยังคงสงบนิ่ง“มิทราบว่าพระชายามีสิ่งใดจะถามรึเจ้าคะ ?”“องค์ชายเจ็ดจำเป็นต้องชิงบัลลังก์จริงๆ รึ ? หากเสียนฉีได้เป็นฮ่องเต้ ข้าจะช่วยทูลขอให้เขาปฏิบัติต่อพวกท่านอย่างดี พวกท่านจะยอ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 208 อุบายคนเขลา

    หลิวหยวนเจิงจ้องมองจวินชิงอวี่ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยคล้ายกำลังรอฟังคำพูดต่อจากนี้ จวินชิงอวี่จึงค่อยๆ เอ่ยปากช้าๆ ว่า“ยามนี้สถานการณ์ของแคว้นจิ่นวิกฤตเพียงใด ข้าคงมิจำเป็นต้องสาธยายให้มากความ ท่านพี่ใหญ่แม้จะมีใจเมตตา ทว่ากลับขาดรัศมีขัตติยา มิใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ท่านอัครเสนาบดีทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาตลอด ย่อมมิเห็นแก่เรื่องส่วนตัวจนทำให้ราชสำนักพังพินาศ ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าได้ขึ้นครองราชย์ ด้วยความสามารถประดุจแขนขาอันล้ำค่าเช่นท่าน ข้าย่อมไม่มีวันปฏิบัติอย่างไร้เยื่อใยแน่นอน”เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวหยวนเจิงก็เริ่มมีสีหน้าลังเล เขามองจวินชิงอวี่ด้วยแววตาที่สับสนวูบหนึ่ง ทว่า…ยังคงเอ่ยปฏิเสธไปตามมารยาท“กระหม่อมย่อมมิกระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎราชสำนัก องค์ชายเจ็ดมิต้องกังวล เพียงแต่เสียนฉีนั้นกระหม่อมเห็นเขามาตั้งแต่เล็ก แม้นิสัยจะอ่อนแอไปบ้าง ทว่าก็ใช่ว่าจะกลายเป็นมหากษัตริย์ที่ดีมิได้”“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็มิขอบีบคั้นให้ท่านต้องลำบากใจ ทว่าคำพูดของข้าจะยังคงเป็นจริงเสมอ หวังว่าท่านอัครเสนาบดีจะเก็บไปไตร่ตรองดูให้ดี”จวินชิงอวี่เงยหน้าขึ้นมองหลิวหยวนด้วยรอยยิ้มกึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 207 ไร้วาสนาเคียงคู่

    “จำได้สิเจ้าคะ ตอนนั้นท่านบอกว่าข้าต้องจำไว้ว่ายังติดค้างบุญคุณท่านอยู่หนึ่งอย่าง เช่นนี้…พวกเราต่างฝ่ายต่างก็ติดค้างกันและกัน มิใช่ว่าถูกกำหนดมาให้ต้องผูกพันกันไปชั่วชีวิตหรอกรึ ? ตอนนั้นข้ายังมิอยากจะเชื่อ ทว่า…มิคาดคิดเลยว่า คำพูดในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงในวันนี้”จวินชิงอวี่แย้มยิ้มประดุจสุนัขจิ้งจอกผู้ชนะ เขาออกแรงดึงร่างลั่วชิงหวงเข้ามากอดไว้แนบอก มุมปากหยักยิ้มอย่างพึงพอใจ มันควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะต้องทำให้ลั่วชิงหวงมาเป็นภรรยาของเขาให้ได้ และจะมิยอมให้นางจากไปไหนชั่วชีวิตลั่วชิงหวงซบอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของจวินชิงอวี่พลางเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของทั้งสอง ขับเน้นรัศมีอันสง่างามและสูงศักดิ์จนดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่า…กลับดูอบอุ่นและกลมกลืนยิ่งนัก ราวกับว่าโลกทั้งใบได้รวบรวมเอาความงดงามและน่าประทับใจทั้งหมดมาไว้ที่คนคู่นี้เพียงผู้เดียววันถัดมา ลั่วชิงหวงและจวินชิงอวี่มาเดินเล่นริมสระน้ำอีกครั้ง และช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่พวกเขาได้พบกับ หลิงอู่หลิวอีกครั้ง ทว่า…ครานี้ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างนางคือห

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 206 รักมั่นชั่วนิรันดร์

    นางเพียงขอให้เขาช่วยสร้างกระแสเพียงเล็กน้อยก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทว่า…จวินชิงอวี่กลับเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ประโยคเดียวของลั่วชิงหวงที่ยังมิได้แสดงท่าทีโกรธเคืองด้วยซ้ำ ถึงกับประกาศว่าจะมิช่วยเหลือนางอีกในภายภาคหน้า เช่นนี้…จะมิให้นางโกรธขึ้งและขุ่นมัวได้อย่างไร“เหตุใดเล่าเจ้าคะ ? เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของท่านหญิงชิงหวงรึ ?”หลิงอู่หลิวจ้องมองจวินชิงอวี่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกับความโมโห วาจาที่เอ่ยออกมาจึงมิเกรงใจอีกต่อไป“ขออภัยที่เสียมารยาท ใจคอของท่านหญิงชิงหวงมิคับแคบเกินไปหน่อยรึเจ้าคะ ?”ลั่วชิงหวงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหยันโดยมิแยแส นางเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แววตาไหววูบก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งมิยินดียินร้ายว่า“ขอองค์หญิงอู่หลิวโปรดอภัยด้วย ข้านั้นใจคอคับแคบเช่นนี้เอง วันหน้าก็โปรดอย่าได้มาแหย่ข้าเล่น มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้ามิเกรงใจ”หลิงอู่หลิวมิคาดคิดว่าลั่วชิงหวงจะตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ เดิมที…นางตั้งใจจะใช้คำพูดกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทว่า…เมื่อเจอคำตอบที่โผงผางชัดเจนของลั่วชิงหวง กลับกลายเป็นนางเองที่ดูใจแคบและช่างจิกกัด ยิ่งพอมองใบหน้าที่ยังคงสง่างา

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 205 วาจาซ่อนเข็มพิษ

    เช้าของอีกวัน“หวงเอ๋อร์ ตะวันโด่งแล้ว ยังมิยอมตื่นอีกหรือ ?” จวินชิงอวี่มองลั่วชิงหวงที่ยังจมอยู่ในห้วงนิทรา เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดูลั่วชิงหวงปรือตาที่ยังง่วงงุนขึ้นมองจวินชิงอวี่ พลางเอ่ยอย่างงอนๆ ว่า“เหตุใดถึงปลุกข้าแต่เช้าเช่นนี้”“นี่มันยามเที่ยงแล้ว เจ้ามิหิวบ้างหรือ ?” จวินชิงอวี่เห็นท่าทางแง่งอนของนางก็ใจอ่อนยวบ เขาใช้นิ้วเขี่ยจมูกนางอีกครั้งเพื่อกันมิให้นางหลับต่อลั่วชิงหวงเม้มปากอย่างขัดใจพลางลืมตาขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นบังแสงแดดที่ลอดเข้ามาพลางพึมพำ“สายป่านนี้แล้วหรือ ? ข้านอนนานขนาดนั้นเชียว ?” เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสาน่าเอ็นดูของนาง จวินชิงอวี่ก็อดใจมิไหวโน้มตัวลงไปจูบนางอีกครั้ง ลั่วชิงหวงที่เพิ่งตื่นรีบผลักเขาออกด้วยใบหน้าแดงซ่าน“กลางวันแสกๆ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ?”“ข้าเห็นหวงเอ๋อร์ยังมิตื่นเต็มตา เลยต้องใช้วิธีพิเศษช่วยปลุกเท่านั้นเอง”นัยน์ตาหงส์ของจวินชิงอวี่ฉายแววหยอกล้อ มองนางที่กำลังพองลมที่แก้มอย่างนึกสนุกลั่วชิงหวงผลักเขาออกไปอีกครั้ง ในใจเขินอายทำตัวมิถูก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวว่า“ท่านยังมีหน้ามาพูดอีก หากมิใช่เพราะเมื่อคืนท่า

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 34 เสาะหาพันธ์มิตร

    นางแค่อยากจะสั่งสอนลั่วชิงหวงสักครา ไม่นึกเลยว่าจะกลับกลายเป็นตบหน้าตนเองเสียฉาดใหญ่ เมื่อครู่…นางเพิ่งจะเหน็บแนมเสื้อผ้าของลั่วชิงหวงว่าซอมซ่อ ใครจะไปคิดว่ามันคืออาภรณ์ที่ทำจากไหมฟ้าจริง ๆ กลายเป็นว่าตัวนางเองที่เป็นคนไร้ความรู้ความเห็น“หุบปากเดี๋ยวนี้!” จวินอวี่เยียนตวัดสายตามองเด็กสาวผู้นั้นด้ว

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 18 จัดการไปอีกคน

    ลั่วหยวนเอ่ยสั่งเสียงเรียบ พอไฉ่สวี่ได้ยินว่าต้องถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ นางก็เป็นลมล้มพับไปทันที ลั่วชิงเฉิงอ้าปากพะงาบอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่…สุดท้ายนางก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ นางเป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจดีถึงกลยุทธ์สละเบี้ยรักษาขุน ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นางไม่อาจปกป้องไฉ่สวี่ได้ หากขืนดื้อดึ

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 2 สูญเสียบุตรในครรภ์

    “เป็นอย่างไร ?! ยังไม่รีบมาอีก! อยากให้ข้าเชื้อเชิญเจ้าด้วยตนเองอีกหรือ ?!” จวินเฉียนหลิงกอดลั่วชิงเฉิงไว้แน่น“ดูเหมือนว่าอดีตฮองเฮาคิดจะเหิมเกริมล่วงเกินเบื้องบนแล้วกระมัง ? เช่นนั้น…ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเรียกคนมาประหารทั้งจวนแม่ทัพใหญ่ ให้มาฝังพร้อมกับเจ้า”นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่าของลั่วชิงหวง เม

  • หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย   บทที่ 1 ตำหนักเย็น

    อาภรณ์มงคลสีแดงฉานกองแผ่บนพื้นดิน ดุจดั่งดอกบัวโลหิตที่กำลังผลิบาน งดงามพิศวงทว่ารวดร้าว ทำให้สตรีที่เรือนผมขาวโพลนดุจหิมะผู้นั้นโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษโฉมหน้านางงามล้ำเป็นยิ่งนัก ผิวนวลผ่องดุจจันทร์เพ็ญ คิ้วโก่งงามดุจขุนเขา นัยน์ตากระจ่างใสราวหมู่ดารา ทว่า…สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือดวงตาคู่ที่เคย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status