แชร์

หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก
หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก
ผู้แต่ง: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย

บทที่ 1

ผู้เขียน: จิ่นจิ่นไม่ใช่ตัวร้าย
สี่ปีที่คบกับฉือเย่า คือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของสวี่หว่านหนิง

หลังจากเลิกรากันไป…

สวี่หว่านหนิงร้องไห้มานานถึงห้าปี

แม้จะไม่ได้ร้องไห้ทุกวัน แต่เพียงแค่คิดถึงฉือเย่า ในใจก็เหมือนมีฝนโปรยลงมา รู้สึกชื้นแฉะ อึดอัด และดวงตาก็พลอยเปียกปอนไปด้วย

เธอไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตนี้จะได้พบเขาอีก

จนกระทั่งในงานเลี้ยงของไป๋ซวี่

ทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในห้องส่วนตัวที่อึกทึกครึกครื้น สายตาก็หยุดลงอย่างแม่นยำบนใบหน้าด้านข้างที่คุ้นเคย

วินาทีนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับฟ้าผ่า มันกระหน่ำใส่จนเธอตั้งตัวไม่ทัน คลื่นอารมณ์ถาโถมเข้ามาในใจราวกับสึนามิ

เสียงรอบข้างแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงัน สีสันเลือนหาย

ในสายตาคู่นี้…มีเพียงฉือเย่า

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำ รูปร่างสูงโปร่งดูแข็งแรง บุคลิกสง่างามและสูงศักดิ์ แฝงด้วยความเย็นชาจาง ๆ ใบหน้าด้านข้างของเขานั้นคมคาย หล่อเหลาจนยากจะละสายตา

เขากำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือ

ความทรงจำทับซ้อนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลัง ความอบอุ่น แสงแดด และรอยยิ้มคนนั้น ราวกับว่าเพิ่งจะโอบกอดเธอเมื่อวาน และก้มหน้ามาออดอ้อนเสียงอ่อน “หนิงหนิง จูบฉันหน่อย”

แต่มันไม่ใช่เรื่องของเมื่อวานแล้ว มันคือห้าปีที่แล้ว

ราวกับผ่านไปอีกภพหนึ่ง…

ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย ความปวดร้าวขมขื่นลามไปทั่ว ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอไม่มีแม้แต่ความกล้าจะเผชิญหน้าเขาอีก เธออยากจะหนีไปให้พ้น...

เธอลังเล สับสน แล้วกำลังจะหันหลังจะเดินออกไป

“สวี่หว่านหนิง…” ไป๋ซวี่เรียกเธอเสียงดังขึ้น “เพิ่งเข้ามาเอง จะไปไหนล่ะ ? ”

ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก มือที่จับลูกบิดประตูอยู่ถึงกับแข็งค้างไป

ในห้องนั้น แทบทุกสายตาหันมามองเธอ

มีเพียงฉือเย่าคนเดียว ที่หยุดนิ้วโป้งที่กำลังเลื่อนหน้าจอมือถือลงกะทันหัน แล้วนิ่งไป ไม่ขยับอีกเลย

สวี่หว่านหนิงสูดลมหายใจลึก พลางรู้สึกแน่นในทรวงอก ราวกับจะหายใจไม่ออก

การได้พบรักแรกอีกครั้ง ช่างน่าอึดอัดและกระอักกระอ่วน

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเลิกรากัน พวกเขาจบกันอย่างเลวร้ายเหลือเกิน

“เข้ามาสิ ฮุ่ยฮุ่ยกำลังจะมาถึงแล้ว” ไป๋ซวี่เร่ง

เสิ่นฮุ่ยคือเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ เมื่อเดือนก่อน เสิ่นฮุ่ยไปดูตัว และรักไป๋ซวี่เข้าอย่างจังตั้งแต่แรกเจอ ก่อนจะตกลงคบหากันอย่างรวดเร็ว

ความรักที่ร้อนแรงทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจกำหนดวันแต่งงานขึ้นในช่วงกลางเดือนหน้า

งานเลี้ยงวันนี้ เป็นการนัดเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายมาพบกัน ทำความคุ้นเคยกันล่วงหน้า และพูดคุยเรื่องการแสดงในงานแต่ง

ตามความคิดของเสิ่นฮุ่ย อยากให้กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเต้น ส่วนบ่าวสาวก็ร้องเพลงรักบนเวที

ถ้าไม่สนิทกันถึงขั้นสุดจริง ๆ คงไม่มีใครยอมขึ้นไปทำเรื่องน่าเขินอายแบบนั้น

สวี่หว่านหนิงเตรียมใจอยู่นาน ก่อนจะหันกลับไป

ไป๋ซวี่เดินมารับ พลางวางมือไว้ด้านหลังเธอแต่ไม่แตะต้อง และรักษาระยะห่างอย่างสุภาพ อีกมือหนึ่งทำท่าเชื้อเชิญ พาเธอไปนั่งฝั่งผู้หญิง

ทันทีที่นั่งลง เธอก็เห็นว่าข้างฉือเย่ามีผู้หญิงที่ดูสวยสง่าคนหนึ่งนั่งอยู่

ซูเยว่เยว่ เพื่อนสมัยเด็กของเขา

ตอนที่เธอคบกับฉือเย่า ซูเยว่เยว่ก็ไม่เคยเป็นมิตรกับเธอเลย

และตอนนี้ สายตาของซูเยว่เยว่นั้นยิ่งไม่ปิดบังความรังเกียจที่มีต่อเธอ “เดี๋ยวนะ…พี่ซวี่ จะเอาขยะที่ไหนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวก็ได้งั้นเหรอ ? ”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องตกตะลึง

ไป๋ซวี่เองก็อึ้งไปเช่นกัน

นี่เป็นงานรวมเพื่อน ไม่เคยเห็นใครพูดแรงและน่าเกลียดขนาดนี้มาก่อน

ทุกสายตาหันไปมองซูเยว่เยว่

สวี่หว่านหนิงรู้ดีว่าซูเยว่เยว่กำลังด่าใคร หัวใจเหมือนถูกบีบแน่น จนเกิดความอับอาย เธอจึงเงยหน้ามองไปทางฉือเย่า

ฉือเย่าก้มหน้า แสดงท่าทีเหมือนไม่เกี่ยวข้อง ราวกับเรื่องนี้ไม่ใช่ธุระอะไรของเขา พลางจ้องมองโทรศัพท์นิ่ง ๆ

ใบหน้าคมเข้มเย็นชานั้น เมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟสีขาว มันทำให้เกิดเงาบาง ๆ บนเส้นผมสั้นนั้น ทั้งร่างแผ่รัศมีห่างเหิน ชนิดที่ว่าคนแปลกหน้าไม่ควรเข้าใกล้

มีผู้หญิงคนหนึ่งไม่พอใจ “เธอหมายถึงใครกัน ? ”

ซูเยว่เยว่เชิดหน้าอย่างหยิ่งผยอง “ฉันหมายถึงใคร สวี่หว่านหนิงน่าจะรู้ดี”

สายตาทุกคู่หันกลับมาที่สวี่หว่านหนิงอีกครั้ง

สวี่หว่านหนิงเป็นผู้หญิงที่สวยอย่างไม่โอ้อวด ราวกับดอกกระดิ่งหายากในหุบเขาลึก ผมยาวสีดำขลับถูกรวบไว้ด้านหลัง บุคลิกดูสะอาดบริสุทธิ์ แม้จะเป็นทนายด้านการกุศล แต่กลับดูอ่อนโยน เรียบง่าย ให้ความรู้สึกสงบ ไม่แก่งแย่งชิงดีกับใคร

แต่คนที่รู้จักเธอดี ต่างรู้ว่า นิสัยจริงของเธอแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ทุกคนเริ่มอยากรู้ว่าพวกเธอมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ถึงได้เจอกันปุ๊บก็ด่าสวี่หว่านหนิงว่าเป็นขยะแบบนั้น

พอถูกด่าว่าเป็นขยะ เธอควรโกรธ และควรโต้กลับ

แต่เธอรู้ดีว่า ซูเยว่เยว่กำลังพูดแทนฉือเย่า

และก็…ไม่ได้ด่าผิดนัก

เมื่อเทียบกับฉือเย่าแล้ว เธอก็เป็นเพียงขยะจริง ๆ

ไป๋ซวี่ทำหน้าอึดอัด “ที่แท้ก็รู้จักกันมาก่อนนี่เอง สวี่หว่านหนิงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของภรรยาผม ไว้หน้าผมสักนิดเถอะ เรื่องเก่า ๆ ที่มี วันนี้ดื่มสามแก้ว เพื่อลบความแค้น จับมือคืนดีกันได้ไหม ? ”

ซูเยว่เยว่หัวเราะเยาะ “ฉันไม่ได้มีเรื่องกับเธอ และก็ไม่รู้จักผู้หญิงเลว ๆ แบบนี้ด้วย คนที่มีเรื่องกับเธอคือพี่เย่า ถามพี่เย่าดูสิว่าจะยอมลบรอยแค้นนี้ไหม”

ผู้หญิงเลวงั้นเหรอ ?

ความสัมพันธ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก ไป๋ซวี่หน้าแข็งทื่อ ก่อนจะยิ้มฝืน ๆ แล้วถาม “ฉือเย่า นายรู้จักสวี่หว่านหนิงงั้นเหรอ ? ”

อันที่จริงเขาอยากถามมากกว่านั้น ว่านายเคยโดนเธอทำเรื่องเลว ๆ ใส่งั้นเหรอ

สวี่หว่านหนิงกำหมัดไว้ใต้โต๊ะ แน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ไม่กี่วินาทีที่รอฉือเย่าเอ่ยปาก สถานการณ์นั้นตึงเครียดยิ่งกว่าตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก

ราวกับอากาศเบาบางลง ความกดดันที่มองไม่เห็นนั้นกดทับเข้ามา

เมื่อถูกเอ่ยชื่อถึง ไฟก็ลามมาถึงตัวฉือเย่า เขาหลบไม่พ้นอีกต่อไป

เขาวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะเชยตาขึ้นมองสวี่หว่านหนิง

ดวงตาสีดำสนิทเย็นยะเยือกราวกับน้ำค้างเดือนสิบสอง แววตาคมกริบ เต็มไปด้วยความห่างเหินที่อ่านไม่ออก

“ไม่รู้จัก” เสียงของเขานั้นทุ้มต่ำ ไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ

เพียงคำว่า ‘ไม่รู้จัก’ คำเดียว ทำให้หัวใจของสวี่หว่านหนิงราวกับถูกของหนักกระแทกอย่างแรง เจ็บจนสั่นไหว พลางถูกความว่างเปล่ากลืนกิน

เมื่อสบตากับเขา เบ้าตาของเธอร้อนผ่าว เพราะอยากร้องไห้จนแทบกลั้นไม่อยู่ เธอกดอารมณ์นั้นไว้ กำหมัดแน่นจนสั่น แล้วรีบก้มหน้าลง

มันทรมานเกินไป จนเธออยากจะออกจากตรงนี้

บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที ทุกคนล้วนเป็นผู้ใหญ่ เพียงได้เห็นสีหน้าและอารมณ์ก็พอจะเดาเรื่องราวได้บ้าง

ไป๋ซวี่รีบคลี่คลายสถานการณ์ทันที “วันนี้ที่เรียกเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมารวมกัน ก็เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันดีขึ้น และอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นนะ เพื่อให้สนิทกันเร็วขึ้น ก่อนเริ่มกินข้าว เรามาเล่นเกมกันหน่อยดีกว่า”

เกมที่ทำให้คนหนุ่มสาวสนิทกันเร็วที่สุด และสร้างบรรยากาศได้ดี คงหนีไม่พ้น เกมพูดความจริงหรือรับคำท้า

“ผมเริ่มก่อนแล้วกัน…” ไป๋ซวี่หยิบขวดเหล้า วางไว้กลางโต๊ะกลม แล้วหมุนสุดแรง

นอกจากสวี่หว่านหนิง แทบทุกคนต่างหวังให้ขวดชี้ไปที่ฉือเย่า

เมื่อขวดค่อย ๆ หยุดลง เสียงเฮก็ดังขึ้นอย่างสมใจ “ฉือเย่า! อยากพูดความจริงหรือรับคำท้า”

ฉือเย่ามีสีหน้าสงบ เขาไม่อยากเปิดเผยความในใจต่อหน้าคนอื่น “รับคำท้า”

ไป๋ซวี่หยิบกระดาษออกมา อ่านแล้วถึงกับตกใจ “ใช้กระดาษทิชชู่คั่น แล้วจูบผู้หญิงหนึ่งคนในที่นี้ เป็นเวลาสองนาที”

คิ้วของฉือเย่าขมวดเข้าหากัน ใบหน้าหล่อเหลาดูหม่นหมองลง

มือของสวี่หว่านหนิงที่วางบนต้นขาค่อย ๆ กำกางเกงแน่น กระดูกนิ้วออกแรงไม่หยุด ความปวดร้าวเอ่อท่วมอก

เธอรู้สึกว่าตัวเองคงบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่ยังนั่งอยู่ที่นี่ แล้วแบกรับความทรมานไม่รู้จบ ความคิดที่อยากจากไปนั้นพุ่งถึงขีดสุด

ซูเยว่เยว่หยิบทิชชู่ขึ้นมา พลางยิ้มอย่างสดใส “พวกเธอหมดสิทธิ์แล้ว พี่เย่าต้องจูบฉันแน่นอน”

พูดจบ เธอก็แนบทิชชู่ไว้ที่ริมฝีปาก พลางเอียงกายเข้าหาฉือเย่า
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 30

    วันแรกของการอยู่ร่วมกัน สุดท้ายก็ยังมีความอึดอัด ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติอยู่บ้างสวี่หว่านหนิงขังตัวเองอยู่ในห้อง เพื่ออ่านสำนวนคดีพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตหลี่เสวี่ยจากตึกฝั่งตรงข้ามยามเย็น เธอสังเกตเห็นหลี่เสวี่ยพาชายวัยกลางคนคนหนึ่งกลับบ้านทั้งสองกอดจูบกันในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็รูดม่านปิดลงสวี่หว่านหนิงถึงกับตกตะลึงหลี่เสวี่ยคนนี้ อายุปูนนี้แล้ว ตกลงเธอมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากี่คนกันแน่?ไม่กลัวเฉินจื่อหาวกลับบ้านมาเห็นหรือไง?“ก๊อก ก๊อก!”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติของสวี่หว่านหนิงกลับมาเธอรีบเก็บกล้องส่องทางไกลใส่ลิ้นชัก ก่อนจะหันไปมองประตู “มีอะไรหรือเปล่า?”“ทำกับข้าวเยอะไปหน่อยน่ะ เธอจะมากินด้วยกันไหม?”สวี่หว่านหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเธอมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว เลยไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น 6 โมงเย็นแล้ว“ได้ค่ะ”เธอถือโทรศัพท์ออกจากห้อง เดินไปที่โต๊ะอาหารเพื่อนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉือเย่าบนโต๊ะมีอาหาร 3 อย่างกับซุปหนึ่งหม้อเนื้อผัดไข่ ปลานึ่ง ผักกาดแก้วผัด ซุปฟักกับซี่โครงหมูและข้าวสวยสองชามที่ตักไว้เรียบร้อยเธอเหมือนไม่ได้กินอาหารบ้านๆ ที่ครบถ้วนและมีคุณค่าขนาดนี้ม

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 29

    สุดท้ายยังต้องลงนามและพิมพ์ลายนิ้วมือ กลายเป็นสัญญาอยู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการมีผลผูกพันทางกฎหมายฉือเย่าวางขวดน้ำลง นั่งลงบนโซฟาเพื่ออ่านกฎแต่ละข้ออย่างละเอียดอ่านจบ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อ จากนั้นกดลายนิ้วมือลงบนแท่นหมึกสีแดงที่เตรียมไว้ข้างๆสวี่หว่านหนิงหิ้วถุงใหญ่ 2 ถุงกลับมาจากข้างนอกเธอเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญสบกับดวงตาสีดำลึกของฉือเย่าจึงเกิดอาการชะงักไปชั่วขณะอยู่คนเดียวมา 5 ปี จู่ๆ ในบ้านก็มีผู้ชายเพิ่มขึ้นมาแถมยังเป็นแฟนเก่าอีกมันไม่ชินจริงๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวเธอหลบสายตา เดินไปเปลี่ยนรองเท้าแล้วเดินเข้าไป “คุณเซ็นสัญญาแล้วหรือยัง?”“เซ็นแล้ว” ฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ออกมา เดินเข้าไปหาเธอแล้วเปิดหน้าจอให้เห็นคิวอาร์โค้ดสวี่หว่านหนิงก้มมองโทรศัพท์เขา “ทำอะไร?”“ในสัญญามีข้อเรื่องการช่วยเหลือกันและการแบ่งค่าใช้จ่ายถ้าไม่มีช่องทางติดต่อคุณจะโอนค่าเช่ายังไง”ความสัมพันธ์แบบอยู่ร่วมกัน จำเป็นต้องแลกข้อมูลติดต่อกันจริงๆไม่ว่าจะเป็น ฝนตกต้องช่วยกันเก็บผ้า ลืมปิดเตาหรือโอนค่าเช่าทางออนไลน์ ล้วนต้องติดต่ออีกฝ่ายได้เธอลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะวางถุงลงเพื่อห

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 28

    เมื่อออกจากห้องมาแล้ว เสิ่นฮุ่ยกับไป๋ซวี่จับมือกันเข้าไปในลิฟต์ไป๋ซวี่รีบโอบกอดเสิ่นฮุ่ยไว้ พูดเสียงอ่อนโยนปลอบใจ “ขอโทษนะ ที่รัก”เสิ่นฮุ่ยผลักเขาออก “ไปให้พ้น ก็บอกแล้วว่าใครไม่หย่าใครเป็นหมาไง”ไป๋ซวี่ทำหน้าจริงใจ “โฮ่ง โฮ่ง!”เสิ่นฮุ่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่แต่แล้วก็พึมพำอย่างเศร้าๆ “ฉันรู้สึกผิดกับหนิงหนิง พวกเราใช้เรื่องหย่ามาบีบให้เธอยอม ฉันรู้สึกผิดกับเธอจริงๆ”ไป๋ซวี่ทำหน้าบริสุทธิ์ “แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกหนิ ใครจะรู้ว่าทั้งเธอทั้งฉือเย่าต่างก็หัวแข็ง ไม่มีใครยอมถอยเลย”“หนิงหนิงทำเพราะต้องสืบคดีของพ่อเธอ ฆาตกรก็อยู่ตึกฝั่งตรงข้าม เธออยู่ที่นี่สะดวกกว่า แต่ฉือเย่าล่ะ ทำไมเขาไม่ยอมย้ายเหรอ”ไป๋ซวี่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน “ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ปกติฉือเย่าเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน วางตัวดี มีมารยาทและภาพลักษณ์ยอดเยี่ยม แต่ครั้งนี้ ผมเดาไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงดื้อรั้นขนาดนี้”“ช่างเถอะ ไม่สนแล้ว ในเมื่อเรื่องทางนี้จบแล้ว งั้นเราไปที่สำนักงานทะเบียนสมรสดีกว่า”“ที่รัก อย่าขู่ผมเลย ผมเลือดลมยิ่งไม่ดีอยู่ หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว”เสิ่นฮุ่ยเม้มปากยิ้มบางๆไป๋ซวี่จับมือเธอขึ้นมาจูบ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 27

    “ฉันไม่ไป” สวี่หว่านหนิงส่ายหน้า เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยและไม่ใช่เรื่องราคาเลยด้วยซ้ำการอยู่ที่นี่ ทำให้เธอสะดวกในการติดตามสืบสวนแม่ของเฉินจื่อหาว เพราะจริงๆ แล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเธอก็คิดจะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ แต่ค่าเช่าแพง แถมที่พักแถวนี้ก็หายาก แผนการดังกล่าวเลยถูกพับเก็บมาจนถึงตอนนี้กว่าจะได้เจอห้องของเสิ่นฮุ่ยที่ว่างพอดี ยังให้เช่าเธอในราคาครึ่งหนึ่ง เธอไม่มีทางยอมย้ายออกเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้น บ้านฝั่งตรงข้ามของฉือเย่ามีซูเยว่เยว่อาศัยอยู่ แค่คิดว่าต้องเจอผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ ก็ปวดหัวแล้วฉือเย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดประวัติการพูดคุยผ่านข้อความ ก่อนจะตั้งหน้าจอแนวตั้งให้สวี่หว่านหนิงดู “คุณเป็นทนาย น่าจะรู้ดีกว่าผมว่าข้อความการคุยผ่านโทรศัพท์ในรวมถึงหลักฐานการโอนเงินล้วนมีผลทางกฎหมาย ใช่ไหม?”สวี่หว่านหนิงเงียบไปฉือเย่าพูดต่อ “บ้านหลังนี้ ผมย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีเรียบร้อย อะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ตอนนี้คุณถือว่าแย่งชัดๆ”สวี่หว่านหนิงสูดหายใจลึกเพราะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย เธอเอามือดึงเชือกหมวกเสื้อฮู้ดไปมา “บ้านหลังนี้เ

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 26

    ณ เขตเตี๋ยอวิ๋นสวี่หว่านหนิงแบ่งเวลาช่วงสุดสัปดาห์ ย้ายบ้านคนเดียวเมื่อจัดของจนถึงเที่ยงคืน เธอเหนื่อยกระดูกแทบหักเธออาบน้ำ แล้วเข้าไปนอนพักเธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากนอกห้องในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นในฐานะผู้หญิงโสดที่อาศัยอยู่คนเดียวมานาน สวี่หว่านหนิงมีสัญชาตญาณระแวดระวังสูง เธอเลยสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเธอเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบมองเวลาเวลาตี 5:30เป็นช่วงเวลาทองของพวกโจรจริงๆสวี่หว่านหนิงทั้งกลัวทั้งไม่สบายใจ จึงสวมเสื้อคลุมบางๆ แล้วคว้าปืนช็อตไฟฟ้าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างระมัดระวังเธอแนบหูลงกับบานประตู ก็ได้ยินเสียงเคาะ “ปึงๆ” ดังขึ้นทันที ทำเอาเธอสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าวขโมยถึงกับกล้าเคาะประตูงั้นเหรอ อุกอาจเกินไปแล้วหรือจะเป็นเสิ่นฮุ่ยหัวใจของสวี่หว่านหนิงเต้นกระหน่ำ ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอกำปืนช็อตแน่น แล้วตะโกนถาม “ใครน่ะ”“ออกมาหน่อยสิ”เสียงผู้ชายจากนอกประตู คุ้นเคย อบอุ่น นุ่มลึกและมีเสน่ห์เหมือนเสียงของฉือเย่าเลยสวี่หว่านหนิงตกตะลึงพลางคิดว่าตัวเองหูฝาด “คุณเป็นใครกันแน่ เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ถ้ารู

  • หวนพบอีกครา คุณฉือคลั่งรัก   บทที่ 25

    หลังจากตั้งสติอยู่พักใหญ่ เขาเผยรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ เม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ แล้วถอนหายใจยาวเขาไม่พูดอะไรสักคำ ความผิดหวังในดวงตาราวกับกำลังลุกไหม้ จากนั้นก็หันหลังอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะเดินผ่านโซฟาไปคว้าเสื้อสูทและเนกไทของตัวเอง แล้วก้าวออกจากห้องเช่าไปอย่างรวดเร็วสวี่หว่านหนิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง พลางมองแผ่นหลังของฉือเย่าที่จากไปหัวใจของเธอเหมือนถูกควักออกไปทั้งก้อน เลือดไหลนอง เจ็บจนแทบขาดใจ เธอใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น ไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแต่น้ำตากลับไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกเธอไถลตัวลงตามผนัง นั่งยองอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นไม่หยุด ปากถูกปิดแน่นจนทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ สายตามัวพร่าไปด้วยน้ำตา ทั้งใบหน้าและหลังมือเปียกชุ่มไปหมดเจ็บเหลือเกิน… เจ็บจริงๆฉันควรทำอย่างไรดีขอโทษนะ ฉือเย่า ขอโทษจริงๆ…——เดือนพฤศจิกายน เมืองเซินเฉิงมีฝนตกหนักครั้งใหญ่เมืองชายทะเลทางใต้ ในที่สุดก็ได้รับคลื่นอากาศหนาวระลอกแรกอุณหภูมิ 18 องศาเซลเซีย ทั้งชื้นทั้งเย็น ลมที่พัดมาแทรกซึมถึงกระดูก หนาวจนฟันกระทบกันไม่หยุดไม่กี่วันก่อน สวี่หว่านหนิงได้รับแจ้งจากเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status