Masukปั้ง! เสียงวางของเอกสารแฟ้มสุดท้ายดังลั่นหลังจากที่กวินท์ได้ทำการเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ทำให้ภากรที่นั่งทำงานด้วยถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพลางจ้องมองใบหน้าของเจ้านายตัวเอง
“งานกูเสร็จแล้ว” ชายหนุ่มบอกก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“ครับ”
“วันนี้กูขอกลับก่อนนะ” กวินท์มองนาฬิกาที่สวมอยู่ในข้อมือพลางยิ้มออกมาบาง ๆ
“แต่คุณวินท์ต้องไปกินข้าวกับคุณสันตินะครับ”
“กูไม่ว่าง วันนี้กูรีบกลับ”
“รีบกลับหรือรีบไปหาคุณไข่มุกครับ” ภากรพูดอย่างรู้ทันในความคิดของเจ้านาย เขารู้ว่าการที่กวินท์รีบทำงานทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียวเพื่อไปหาอดีตภรรยา
“กูจะไปหาเมียตัวเองมันผิดตรงไหน?”
“ผิดครับ”
“ผิดอะไร?” กวินท์ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากลูกน้องคนสนิท
“ตอนนี้นายกับคุณไข่มุกไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะครับเป็นแค่อดีตสามีภรรยากัน”
“พูดแบบนี้อยากกินข้าวต้มโรงพยาบาลเหรอ” เขาเอ่ยถามเสียงเข้มแล้วจ้องภากรตาเขม็งทันที
“ไม่ครับ”
“ตอนนี้กูกำลังตามง้อเมียอยู่และกูเชื่อว่ายังไงมุกก็ต้องให้โอกาสกูแน่นอน” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพราะเชื่อว่าหญิงสาวนั้นต้องให้โอกาสเขาแน่นอน
“แต่ผมไม่รู้สึกถึงอะไรแบบนั้นเลยนะครับ”
“เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา”
“แต่ผมเห็นนายตามง้อคุณไข่มุกมาหนึ่งปีแล้วนะครับ ผมไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย”
“สรุปมึงเป็นพ่อกูหรือลูกน้องกูกันแน่” กวินท์ถามเสียงเข้มอีกครั้งพลางพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ เขาตามง้ออดีตภรรยาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วแต่ไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนแปลงเลย
“ผมไม่บังอาจเป็นพ่อของนายได้หรอกครับ”
“ปากหมานะมึง” เขาเอ่ยอย่างคาดโทษลูกน้องคนสนิทก่อนจะหยิบกุญแจรถพลางเดินผ่านหน้าภากรไป
“นายไปไหนครับ?”
“ไปหาเมีย” เมื่อพูดจบแล้วกวินท์ก็เดินออกไปจากห้องทันทีทำให้ภากรที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอากับการกระทำของเจ้านาย
@คาเฟ่ของไข่มุก
“น้องปันพี่ฝากเอาอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้าหน่อย” น้ำเสียงอ่อนโยนของไข่มุกเอ่ยบอกรุ่นน้องคนสนิทอย่างปันปันเพื่อให้นำอาหารไปให้ลูกค้า
“ได้ค่ะพี่มุก” หญิงสาวตอบพลางยิ้มหวานให้ก่อนจะหยิบถาดอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้า
ไข่มุกเธอเปิดกิจการส่วนตัวโดยการเปิดคาเฟ่น่ารัก ๆ เพื่อให้ผู้คนได้มานั่งดื่มนั่งและรับประทานอาหารสบาย ๆ ในวันหยุดว่าง ๆ
“พี่มุกคะไปรับออเดอร์ให้ฟ้าหน่อยไหมคะ ฟ้าจะเอาของไปเสิร์ฟให้ลูกค้าค่ะ” น้ำฟ้าเดินเข้ามาบอก ทำให้ไข่มุกพยักหน้าเชิงเข้าใจ
หญิงสาวเดินไปหาลูกค้าที่น้ำฟ้าบอกแต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นอดีตสามีของตัวเอง เขายิ้มให้เธออย่างตื่นเต้นต่างจากไข่มุกที่ยิ้มไม่ออกเลย
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับคุณเจ้าของร้าน” เขาถามอย่างกวนประสาทร่างบาง แค่เห็นหน้าเธอเขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
“พี่วินท์มานี่ทำไมคะ”
“แค่อยากมาอุดหนุนร้านเมียตัวเอง”
“เลิกพูดจาแบบนั้นเถอะค่ะ มุกไม่ชอบ”
“แต่พี่ชอบ”
“ถ้าจะมากวนประสาทก็กลับไปเถอะค่ะ”
“เดี๋ยวอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายนะ” เขายิ้มเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของหญิงสาว ไข่มุกพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณลูกค้ารับอะไรดีคะ” คำถามของหญิงสาวทำให้กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที คุณลูกค้างั้นเหรอ
“อย่าทำเหมือนพี่เป็นคนอื่นสิ” เขาไม่ค่อยชอบใจนักกับสรรพนามที่หญิงสาวเรียกเขา มันดูห่างเหินจนน่าหงุดหงิด
“มุกก็เรียกลูกค้าแบบนี้แหละค่ะ คนที่ไม่สนิทกันจะให้เรียกเหมือนสนิทสนมก็ไม่ได้หรอกค่ะ”
“……”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







