Mag-log inหลังจากพ้นเงาของแขกสำคัญที่นำความร้อนใจมาสู่คนของตระกูลหลัวเห็นเช่นนั้นสองแม่ลูกตระกูลหลัวต่างก็มองสบตากันด้วยความหมายที่เข้าใจจางอี้มีหรือจะยินดีให้ลูกสาวตนเองไปลำบากแค่เพียงคิดว่าต้องไปอยู่ไกลถึงตงอี๋ก็ว่ายากจะทำใจยามนี้ยิ่งรู้ว่าอ๋องเก้าทั้งดวงตามืดบอดใบหน้าก็กลายเป็นบุรุษอัปลักษณ์ที่ไร้แม้แต่กำลังในมือเพียงหลักพันแถมอนาคตภายหน้าคงต้องอยู่ยังตระกูลหลิวของฝ่ายมารดาที่ทำไร่ทำนาและปลูกผักส่งพืชชีวิตลำเค็ญเกินจะรับได้นางมีหรือจะตัดใจส่งบุตรีหนึ่งเดียวไปลำบากยากแค้นถึงเพียงนั้น
"ท่านแม่เช่นไรข้าก็ไม่แต่งให้กับฉีหวางนะเจ้าค่ะ"
หลัวหรั่นเยี่ยนที่ยามนี้นางรู้ว่าในครรภ์ตนเองมีเลือดเนื้อของผู้ใดอยู่เร่งเขย่าแขนของมารดาอย่างวอนขอนางนั้นลงทุนลงแรงไปมากมายจะให้ทิ้งอนาคตอันรุ่งเรืองเป็นสตรีอยู่เหนือสตรีแล้วไปอยู่ยังบ้านนอกบ้านป่าปลูกผักปลูกข้าวนางไม่ยินยอมเป็นอันขาด
"เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของท่านแม่เองเจ้าไปพักผ่อนเถิดกำลังท้องกำลังไส้ต้องระวังตัวให้มากหน่อย"
จางอี้ปลุกปลอบบุตรสาวให้สบายใจเช่นไรนางมิทุกข์ร้อนกับสามีเขาล้วนต้องฟังนางเพราะน้าสาวของนางเป็นถึงกุ้ยเฟยถึงอาจไปไม่ไกลจนถึงตำแหน่งฮองเฮาแต่อำนาจก็นับว่าใช่น้อยแล้วมีหรือสามีจะไม่เกรงใจนาง
“ท่านพี่”
นางกลับมาพบสามีอีกครั้งพร้อมกับน้ำแกงหวานที่เขาชอบ
"ฟูเหริน...เป็นเจ้านี่เอง"
หลัวถงหยินรับถ้วยน้ำแกงหวานมาถือเอาไว้แต่สายตาของเขายังเหม่อลอยเห็นอาการเช่นนี้จางอี้มีหรือจะไม่รู้ว่าสามีของนางกำลังตัดสินใจลำบากว่าจะยินดีเสียหมากตายในมือเช่นตำราสมุนไพรเก่าแก่ของตระกูลเซี่ยของฝ่ายมารดาสองฝาแฝดไปดีหรือไม่ซึ่งนางย่อมมิต้องการของที่ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เช่นนั้น
“ท่านพี่คงกลุ้มใจกระมังมีสิ่งใดให้ข้าช่วยคิดหรือไม่”
ถึงอายุจะมากแล้วแต่ปกติหลัวถงหยินก็มิเคยนั่งด้วยกิริยาหลังงองุ้มเช่นนี้เลยสักครั้ง หากแต่เหตุการณ์ในวันนี้ค่อนข้างทำเขาตัดสินใจลำบากยิ่งนักเพราะผู้อื่นอาจไม่รู้ทว่าเขาเป็นผู้ที่สนิทกับน้องชายมากที่สุดจึงรู้ว่าความเป็นจริงนั้นตำราดังกล่าวมีความสำคัญจริง ถ้าหากเปิดมันได้อำนาจจะตกมาอยู่ในมือของเขามากมายซึ่งรวมไปถึงเงินทองที่จะตามมาจนคาดเดาปริมาณไม่หมดก็ยารักษาโรคล้วนมีค่าสูงส่ง หากต้องปล่อยหลัวเหม่ยเหยาไปจะแน่ใจได้อย่างไรว่าอีกห้าหนาวเขาจะยังสามารถครอบครองตำราโบราณนั่นได้อีกหากเกิดนางเปิดเผยแก่คนสกุลหานผู้เป็นสามีเล่าเขามิเสียผลประโยชน์ไปฟรีหรอกหรือ
คนโลภยิ่งคิดก็ยิ่งตัดสินใจลำบากใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ลูกสาวของตนเองต้องลำบากอีกใจก็เสียดายผลประโยชน์มหาศาลที่รออยู่ใครจะรู้ได้บางทีตำรานั้นอาจทำให้เขามั่งคั่งกว่าองค์ฮ่องเต้ในยามนี้ก็เป็นได้
“ฟูเหรินของข้า...ใจข้านั้นอย่างไรก็มิคิดให้ลูกของเราไปลำบาก...หากแต่อีกใจของข้าก็แสนจะเสียดายหากต้องสูญเสียตำราโบราณนั่นไป”
....ชายสูงวัยพึมพำคล้ายคนใกล้สิ้นลมเพราะจมลงในสายธารลึกล้ำ...
ด้วยว่าร้ายดีเช่นไรนั่นก็เป็นเลือดเนื้อที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของน้องชายเขาแล้วเลือดของนางยังมีค่ามากอีกด้วยให้ตัดใจส่งกองอัญมณีออกไปจากหัวมันช่างยากนัก หากแต่ความอยู่รอดของตระกูลยามนี้ก็บีบคั้นเขาอย่างยิ่ง
พลันนั้นบางอย่างก็วาบผ่านเข้ามาในสมองของหญิงมากแผนการแหละหลากร้อยเล่ห์กล
"ถึงเราจะส่งนางไปยังตงอี้แล้วก็ใช่ว่าต่อไปท่านพี่จะเอาตำรานั้นมามิได้เสียเมื่อใดกันนังเด็กโง่นั่นรู้เสียเมื่อใดว่าเลือดในกายนางสามารถนำมาเปิดเอาหีบของมารดามันได้เราก็ส่งแต่ตัวนางไปส่วนหีบนั้นท่านพี่ก็เก็บเอาไว้อีกห้าหนาวท่านพี่ก็เพียงส่งคนไปจับนางกลับมา...จะยากเย็นอันใด"
แน่นอนว่าในสมองแยบยลของ'จางอี้'นั้นมีแผนการนั้นอยู่ก่อนแล้วเรียบร้อยคนเช่นนางไม่ยอมเสียผลประโยชน์แม้เพียงปลายเส้นผมอย่างไรความลับเรื่องการเปิดหีบเอาตำราโบราณของตระกูลเซี่ยยามนี้ก็มีเพียงนางและสามีของนางที่รู้เพราะแม้แต่เจ้าของจริงเช่นหลัวเหม่ยเหยานางยังไม่เคยรู้นี่จึงนับว่าง่ายดายแล้ว
"อา...ฟูเหรินไยข้าจึงลืมเลือนเรื่องเช่นนี้ไปได้นะ"
หลัวถงหยินคล้ายพบเจอแสงสว่างในชีวิตอีกครั้งนี่กระมังที่เขากล่าวเอาไว้ว่าคนชั่วก็ย่อมคู่กับคนชั่วสามีร้ายภรรยาเลวจึงอยู่กันยืดยาวมาหลายสิบหนาวดังเช่นไคกั๋วกงและฟูเหรินกั๋วกงคู่นี้
"แต่ยามนี้เหยาเอ๋อร์นางยังไว้ทุกข์ให้แก่ฉีเอ๋อร์อยู่ข้าเกรงว่าหากเป็นข้าไปพูดนางคงจะไม่ยินยอมตกแต่งออกไปสินะเจ้าค่ะท่านพี่"
ไคกั๋วกงเฒ่าลูบเคลาที่เริ่มเปลี่ยนสีไปมาอย่างใช่ความคิดย่อมเป็นเช่นนั้นต่อให้ระหว่างหลัวเหม่ยเหยาและหลัวเหม่ยฉีฝาแฝดผู้น้องจะดูว่านอนสอนง่ายกว่าแต่เขาผู้เป็นลุงย่อมรู้ดีเหม่ยเหยานางรักพี่สาวมากอันใดที่เป็นเรื่องของเหม่ยฉีแล้วต่อให้ถูกตีจนกายแตกยับเด็กคนนั้นก็มิยอมปริปากวอนขอความเห็นใจมานับแต่วัยห้าหนาวแล้วนี่นางกำลังไว้ทุกข์ให้พี่สาวฝาแฝดคงยากที่นางจะยินดีเดินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปเองเป็นแน่
"หึ...ในเมื่อรู้ว่าพูดด้วยดีเช่นไรนางก็คงยากจะยินยอมเช่นนั้นก็ให้ไม้พูดแทนก็ลองดูว่าไม้โบยกับเนื้อหนังของเด็กโง่นั่นสิ่งใดจะทนทานกว่ากันเรายังมีเวลาอีกตั้งสามราตรีวันนี้ไม่ก็ทรมานนางไปจนกว่าจะครบสามราตรีหากครบแล้วสุดท้ายนางยังไม่ยินดีขึ้นเกี้ยว...เจ้าก็ยังพอมีวิธีสุดท้ายกระมังฟูเหริน"
ชายสูงวัยมองภรรยาเอกของตนเองด้วยสายตาสื่อความหมายว่าทุกสิ่งมิได้ยากเย็นและจางอี้นางก็พอใจยิ่งเพราะหากสามีนางเอ่ยปากเองเช่นนี้ต่อให้นางทรมานนังเด็กโง่เหม่ยเหยาจนตายเขาก็จะไม่ต่อว่านางซึ่งแน่นอนว่านางฉลาดพอที่จะไม่ทำจนมันตายให้ ภัยนั้นตกมาถึงบุตรสาวของตนเองเป็นแน่นางก็แค่อยากหาที่ระบายมือระบายเท้าส่งท้ายก่อนที่มันจะไปพ้นจวนก็เท่านั้นเพราะต่อให้นังเด็กเหม่ยเหยาดื้อดึงจนเกี้ยวมารอหน้าจวนไคกั๋วกงจางอี้ก็สามารถที่จะส่งนางขึ้นเกี้ยวไปจนได้นั่นเอง
"เช่นนี้ข้าขอตัวไปจัดการธุระนี้ให้ท่านพี่ตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า"
จางอี้นางกล่าวโดยมิมีสะดุดใจของตนเองเลยแม้แต่น้อยทั้งที่นางกำลังจะไปลงมือทำร้ายเด็กสาวที่มิรู้เรื่องราวอันใดด้วยที่สำคัญนางกำลังจะช่วยมิให้ตระกูลหลัวหลุดพ้นจากความยากลำบากโดยแท้แต่...นางเกลียดมารดาของมันยามนี้นางส่งมารดามันไปท่องขุมนรกแล้วแต่ยิ่งเห็นดวงตาของเหม่ยเหยาที่ถอดแบบหญิงแพศยานามเซี่ยวซิวอิงความแค้นเก่ามันก็คอยแต่จะปะทุเช่นนี้จึงมีเพียงทรมานมันจนกว่าจะครบสามราตรีจึงพอทำให้นางบรรเทาเบาบางไฟโทสะอันคุกกรุ่นในอดีตลงไปได้บ้าง
...หึ...
'รอก่อนเถิด...อีกเพียงห้าหนาวข้าจะส่งลูกของเจ้าคนเล็กคืนกลับไปให้พวกเจ้าได้พร้อมหน้าพ่อแม่และลูกๆ '
จางอี้บอกไปถึงอดีตสหายรักสหายแค้นผู้ลาลับก่อนรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจะแตะตามมุมปากสวยจนคล้ายรอยยิ้มของนางปีศาจจิ้งจอกร้ายกาจอย่างไรอย่างนั้น
...หอนอนเล็กยังท้ายจวนไคกั๋วกงผ่านมาร่วมสองชั่วยามเสียงไม้หนักทุบตีของบางสิ่งดังออกมาเป็นระยะพร้อมเสียงครางแผ่วเบาที่ทุกคนในจวนนี้ต่างคุ้นเคยกันดี แต่ให้พวกเขาสงสารเจ้าของเสียงนั้นมากล้นทว่าก็หามีผู้ใดหาญกล้าเข้าไปสอดมือยุ่งเกี่ยวด้วยรู้แจ้งกั๋วกงฟูเหรินนั้นนางโหดร้ายหัวใจทมิฬเพียงใด
…ตุ๊บ! ...
…ตุ๊บ! ...
ความเจ็บปวดและจุกร้าวทั่วทั้งแผนหลังในความคิดของสาวน้อยเช่นหลัวเหม่ยเหยานางกำลังพยายามขบคิดว่าตนเองเผลอไปทำสิ่งใดให้ท่านป้าสะใภ้โกรธเคืองนางจึงต้องมาพบเจอกับความโหดร้ายและทรมานเช่นนี้?!
"นี่น้องเขย...เร่งพาน้องสาวข้าไปนอนเถิดเมาจนมองเปลวเทียนก็หัวเราะได้เช่นนั้นเกรงว่าสามีชื่ออันใดนางคงลืมจนสิ้นเสียแล้ว" คนที่เคยพบพานเหตุการณ์เช่นนี้ร่วมกันเช่นหานหย่งไท่และหานหย่งคังถึงกับหันมองสบตากันอย่างมิได้นัดหมายเมื่อถูกคำกล่าวนั้นของไท่จื่อจ้าวเทียนเฉิงสะกิดปมเก่าในอดีตเมื่อ7หนาวก่อน ส่วนหลี่เพ่ยหนิงกับหานซื่อหลางอีกทั้งองค์ฮ่องเต้แห่งเป่ยเหลียวและไท่จื่อแห่งสุ่ยโจวผู้พูดประโยคคุ้นเคยนั้นกลับมิรู้ความหมายที่2พี่น้องเขามองหน้ากันก็มิได้คิดมาก เมื่อเห็นว่าไม่มิอันใดก็หันกลับไปชวนกันนั่งดื่มกินพูดคุยกันสนุกสนานเช่นคนคุ้นเคยที่นานครั้งจะได้พบเจอปล่อยให้บรรดาสามีทั้งหลายร่วม"เก็บ"ภรรยาคออ่อนทั้งหลายเข้าห้องพักไป "เช่นนั้นอาหลาง เจ้าดูเป็นธุระ รับรองพี่หยางกับน้องเฉิงด้วยก็แล้วกันข้าจะพาต้าซ้อเข้านอนก่อน" หานซื่อหลางที่ปกติจะยิ่งใหญ่อยู่ภายนอกทว่ายามอยู่กันแต่เพียงในจวนสกุลหลิวหรือตำหนักฉีหวางเขากลับเป็น"อาหลาง"ของพี่น้องเช่นเดิมมิเปลี่ยนผันก็รับคำ แล้วพูดคุยด้วยเรื่องทั่วไปต่อมิได้เข้าไปขัดขวางทั้งต้าเกอและเอ๋อร์เกอที่ดูจะวุ่นวายดูแลพา...หวางเฟย...ของตนเองเข้านอน...จิ้งถีเองท
หานเฟยฉีคือธิดาองค์โตของเยี่ยนหวางกับหวางเฟย และยิ่งเติบโตทั้งใบหน้าและดวงตากลับแจ่มชัดให้หลัวเหม่ยเหยานางคิดถึงพี่สาวผู้วายชนย์ เช่นหลัวเหม่ยฉี นางเอาความฝันกับเรื่องที่เกิดมาผูกกันนับแต่เฟยฉีนางคลอดเช่นไรบางสิ่งก็คอยสะกิดใจไท่เฮาหานเฟิ่งเหยามิจากว่าเด็กน้อยผู้นี้อาจเป็นพี่สาวของนางที่มาเกิดหวังใกล้ชิดจนเองอีกครั้ง ดังนั้นแล้วส่วนใหญ่หานเฟยฉีท่านหญิงน้อยวัยร่วม7หนาวจึงมักพักอยู่เสียที่ตงอี๋เป็นหลักมิค่อยได้กลับแคว้นฉู่ที่บิดาและมารดากับน้องชายและหญิงทั้ง2พักพิงอยู่ "ฉีเอ๋อร์ถวายพระพรไท่เฮาเพคะ" กายเล็กสองแก้มแดงปลั่งดังผลลูกท้อโน้มศีรษะเต็มพิธีการเช่นปกติต่อให้หลัวเหม่ยเหยากำชับแล้วกำชับอีกว่ายามอยู่กันเพียงคนในครอบครัวมิต้องมากพิธีนางก็เป็นท่านน้าเหยาเท่านั้น "ฉีเอ๋อร์ๆ ...คิดถึงจังเลย" ห้าแสบโถมกายเข้าใส่"พี่ฉีเอ๋อร์"ที่กายก็ไม่ได้โตกว่าทั้งห้าคนแต่อย่างใดจึงเป็นภาพซานลาเปาห้าก้อน"ทับ"ลูกท้อเล็กๆ ชวนขบขันอีกทั้งยังชวนสงสารอีกด้วย "หยุดเลยเจ้าห้าแสบ...ถอยออกมาจากพี่ฉีเอ๋อร์เดี๋ยวนี้" เป็นหลี่เพ่ยหนิงที่ตรงมาช่วยจับกายกลมป้อมทั้งห้าออกจากลูกท้อน้อยอีกแรงเพราะเกรงว่าคนตั
บทส่งท้าย เมื่อจัดการปัญหาทุกอย่างที่สำคัญก่อน ไปทีละเปลาะนั่นก็คือเริ่มประกาศลดภาษี ในเหล่าพ่อค้าระหว่างแคว้นส่วนชาวนาและชาวสวนที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของต้าเหลียง หานหย่งไท่ประกาศงดเว้นภาษีเป็นเวลาสองหนาว กับจะเริ่มค่อยๆ จัดแจงแต่งตั้งขุนนางที่เหมาะสม โดยมีท่านเอกอัครมหาเสนาบดีซ่งขึ้นมานั่งตำแหน่งเอกอัครมหาเสนาบดีเพียงหนึ่งเดียว ส่วนขุนนางที่เคยเป็นฝ่ายของอดีตองค์ฮ่องเต้หานหย่งสือก็ค่อยๆ ถูกลดทอนหรือบางคนก็ถูกถอดถอนตำแหน่งด้วยการอนุญาตให้พวกเขาปลดตนเองลากลับบ้านเกิดไปใช้ชีวิตสงบสุขซึ่งความจริงก็คือการบีบบังคับและลดทอนอำนาจ ของคนไม่ซื่อตรง ต้องให้เวลาทอดยาวไปจน3หนาว หานหย่งไท่จึงสามารถ สละราชบัลลังก์แล้วส่งต่อให้แก่องค์ไท่จื่อหานซื่อหลาง แล้วตนเองก็ขึ้นนั่งตำแหน่งไท่ซางหวงสืบไป โดยที่ประทับของไท่ซางหวงและไท่เฮาก็คือแคว้นตงอี๋นั่นเอง เมื่อบ้านเมืองปลอดขุนนางโฉดชั่ว สิ้นผู้นำคลั่งอำนาจ ทุกสิ่งก็เริ่มดีขึ้นราวพลิกแผ่นฟ้า ชาวประชาล้วนเริ่มลืมตาอ้าปากกันได้ ผลผลิตก็งอกงาม ความเป็นอยู่ก็อิ่มหนำ หานหย่งไท่จึงชี้แนะแนวทางให้ องค์จักรพรรดิจินเหลียงตี้ที่2เริ่มเปิดเส้นทางการค้ากับทั้ง
ตอนที่ 95ยามได้ยินเสียงกายเล็กทำเสียงคล้ายอยากอาเจียนอยู่เบื้องหลังหานหย่งไท่จึงหยุดเท้าแล้วหันกลับมาดูจึงพบว่าใบหน้าของภรรยาเด็กยามนี้ซีดขาวชวนตกใจ "ต้าซ้อไม่สบายหรือ ขอข้าตรวจสักหน่อย" ยามอยู่กันเพียงลำพังทั้งหานหย่งคังและหานซื่อหลางก็ยังคงเรียกทั้งหานหย่งไท่และหลัวเหม่ยเหยาเช่นเดิมมิแปลเปลี่ยน "ต้าซ้อ!!!" เพียงครู่ที่แตะยังชีพจรใบหน้าของเยี่ยนหวางในวันนี้กลับประเดี๋ยวแดงเดี๋ยวม่วงจะยิ้มก็มิใช่จะร้องให้กลับยิ่งไม่เชิงเห็นเช่นนั้นหานหย่งไท่บุรุษผู้รักภรรยาเด็กยิ่งกว่าชีวิตของตนเองก็เริ่มใจคอไม่ดี "คังเอ๋อร์ เสี่ยวเหยาป่วยเป็นอันใด...เร่งบอกมา" จากที่วันนี้ตั้งใจจะไปชำระความกับครอบครัวแซ่หลัวสายหลักหานหย่งไท่มิสนใจเร่งช้อนอุ้มภรรยาเด็กแล้วมุ่งหน้ากลับเรือนม่านพิรุณทันที ตลอดทางเดินก็ออกคำสั่งตามท่านหมอเกาเรียกหาจื่อหลัน เรียกหาพ่อบ้างเจิงจนหานหย่งคังนั้นมิอาจพูดสิ่งที่ติดค้างได้เลย ...ต้าเกอท่านถามแล้วไยมิรอคำตอบให้กระจ่างกันเล่า?... เยี่ยนหวางให้หนักใจต่อความห่วงภรรยาจนเกินพอดีของผู้เป็นพี่ชาย "ฝ่าบาท..." ใบหน้าอวบอูมของท่านหมอเกาบัดนี้แดงจัดเต็มไปด้วยความยินดี
ตอนที่ 94ทั้ง4ชีวิตดูสั่นเทางกเงิ่นผู้ใดเล่าจะคิดเลือกหนทางตาย ยามนี้ต่อให้มีเงินทองมากมายสูงมากกว่ายอดเขาขุนนางใหญ่ทั้งหมดก็มิสนใจเท่าได้โอกาศหายใจนานอีกสักหน่อยเท่านั้นเช่นนี้มีหรือที่พวกเขาจะขัดขืน หานหย่งไท่เปิดรอยยิ้มหยามเหยียด ในใจก็วางแผนกำจัดคนเหล่านี้ให้พ้นไปจากราชสำนักทันทีหากทุกสิ่งเป็นไปดังเป้าหมายของพวกเขา "เช่นนั้น...สองพ่อลูกนี้ต้าเกอยกให้พวกเจ้าก็แล้วกัน...ต้าเกอจะทำเพียงดูชมเท่านั้น" กล่าวจบเขาก็ถอยกายไปทรุดลงยังโต๊ะด้านข้างด้วยกิริยาสงบนิ่งเช่นเดิม ทั้งหานหย่งคังและหานซื่อหลางจึงกดรอยยิ้มเหี้ยมโหด ถอดพิมพ์เดียวกับผู้เป็นต้าเกอ "จับตัวมันเอาไว้ให้ดีๆ" หานหย่งคังสั่งคนของตนเองทหารรูปร่างสูงใหญ่ทว่าคล่องแคล่วจึงตรงเข้ากดศีรษะและล็อกแขนและขาของหานหย่งสือ กายในอาภรณ์หรูหราถึงกับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ผู้ใดจะใส่ใจหรือก็เปล่าดาย... "อาหลางลงมือ" ในเมื่ออดีตคนผู้นี้ทรมานมารดาของพวกเขาตายลงต่อหน้าวันนี้จะมีโทษใดร้ายกาจเท่าพวกเขาทรมานบุตรรักของเจ้าคนชั่วช้าผู้นี้ไปได้ "ตัดนิ้วมัน!" เสียงโหยหวนเริ่มต้นขึ้นในต้นยามห้ายและสิ้นสุดลงในปลายยามโฉ่ว กับสภาพร่างกายสิ้น
ตอนที่ 93…ตำหนักลี่เสวี่ยน… บรรยากาศแสนจะอึมครึมและกดดันอย่างยิ่ง ต่อให้มีทั้งขุนนางและเชื้อพระวงศ์รวมตัวกันอยู่ร่วมสิบชีวิตทว่ากับเงียบงันมีแต่เพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่บ่งบอกว่ายังมีผู้คนอยู่ภายในโถงกว้างแห่งนี้ “คนของเจ้าไยจึงเดินทางช้าอย่างยิ่งหย่งเต๋อ นี่หากเจ้าหย่งไท่ผู้นั้นตีตลบเข้ามายังเมืองหลวงได้เพียงทหารองครักษ์สองพันจะต้านไหวได้อย่างไร” บุรุษวัยราว 48 หนาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ทูลเสด็จพ่อท่านแม่ทัพฝูแจ้งข่าวมาแล้วว่ามิเกินต้นยามอู่พรุ่งนี้กำลังทั้งหมดของค่ายหนานจีหนึ่งแสนมาถึงประตูด้านทิศใต้พร้อมตลบหลังกองทัพกฏบอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” หานหย่งเต๋อองค์ไท่จื่อวัย 21 หนาว กล่าวรายงานผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงแสนจะมั่นคงเพราะเขาแน่ใจว่ากำลังพลในมือนั้นย่อมเหนือกว่าฝ่ายหานหย่งไท่และสองแม่ทัพตระกูลหลิ่วอย่างแน่นอน “แล้วเรื่องที่เจ้าพวกชาวนาสมควรตายเหล่านั้นเล่าเสนาบดีเสวี่ย บัดนี้จัดการให้พวกมันพ้นไปจากลานด้านเหนือของพระราชวังได้หรือไม่” เพราะบัดนี้ชาวนาและเหล่าชาวสวนต่างหมดความเชื่อถือกับการปกครองของหานหย่งสือเพียง 6 หนาว พวกเขาล้วนสิ้นเนื้อประดาตัวที่นาที่ไร่
ตอนที่ 35แต่ที่ต้าซ้อกล่าวนั้นพวกเขาช่างชมชอบยิ่งอย่างน้อยพวกเขาก็รู้แล้วว่าภายใต้ท่าทีเหนือก็ไม่เคยรู้ตะวันออกนางก็คล้ายจะไม่แจ้งใจแท้ที่จริงนางรู้ดีทีเดียวเพียงแค่นางเลือกที่จะ'รู้'หรือว่าเลือกจะ'วางเฉย'เท่านั้นเอง"เด็กน้อย...กินข้าวเถอะ"จากพายุใหญ่พร้อมเก็บกวาดทุกสิ่งที่ขวางหน้ากลับกลายเป็นสา
เมื่อรู้แล้วว่าภรรยาตัวน้อยของตนเองนางไม่กลัวเลือดและไม่เหม็นจึงให้นางได้ลงมือตรวจอาการเจ้าสองคนตรงหน้า"คนนี้น่าจะทนได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามส่วนผู้นี้ยังพอรักษาชีวิตได้เพคะท่านอ๋องจะให้เหยาเอ๋อร์ห้ามเลือดเตรียมรักษาเขาหรือไม่เพคะ"ใบหน้าเล็กๆ แหงนเงยขึ้นมาถามเขาแล้วนิ่งรอคำสั่งมิได้ต่างจากเหล่าอง
ตอนที่ 8“หึ!...คงคิดว่าจะส่งศพให้ข้าสินะเจ้าเฒ่าถงหยินผู้นั้น”น้ำเสียงที่กดต่ำฟังแล้วย่อมรู้บัดนี้ฉีหวางโกรธมากเพียงใด “ข้าเกรงว่าหากยังมิถึงมือท่านหมอในค่ำคืนนี้ยามรุ่งเช้ามาเยือนเราอาจต้องส่งศพฉีหวางเฟยไปยังสุสานแทนที่จะเป็นห้องหอเป็นแน่”ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเอ่ยกับหลานชายด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาบ
ตอนที่ 7ทั้งที่เป็นฝ่ายตนเองโดยแท้บิดเบือนสัญญาเก่าก่อนจับเอาเพียงหลานสาวสายรองส่งขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปทดแทนบุตรของตนเองแต่กลับไม่สำนึกแล้วยังมาพานโกรธเคืองผู้อื่นว่ามิรักษาหน้าให้พวกตนเอง"มิทราบว่าในเมื่อท่านอ๋องเก้ากล่าวว่าวันนี้คิดให้เกียรติคนตระกูลหลัวมารับตัวเจ้าสาวด้วยตนเองแต่เหตุใดจึงทรงปิดห







