LOGIN
เสียงผิวปากระหว่างเดินทางไปยังตึกเรียนทำให้พลอยไพลินกอดหนังสือเอาไว้แน่น พยายามหลีกเลี่ยงจากรุ่นพี่ที่ชอบแซวเธอเสียเหลือเกิน
“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องพลอยคนสวย วันนี้เดินคนเดียวเหรอจ๊ะ” หนุ่มทั้งแก๊งที่ชอบแซวสาว ๆ ในมหาวิทยาลัยรีบกระโดดมาขวางหน้าของพลอยไพลินเอาไว้
“หลีกไปนะ” พลอยไพลินถอยหนี ขยับแว่นตาไปมา ท่าทีรังเกียจของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ถึงกับอยากแกล้งต่อ
พลอยไพลินเป็นเด็กเรียน ดูเชย ๆ แต่มีหนุ่ม ๆ เคยเห็นเธอถอดแว่นตาหนาเตอะออกจากใบหน้าแล้ว สวยจับจิตจับใจเสียเหลือเกิน นั่นทำให้หลายคนอยากตามมาวอแว
“น้องพลอยบอกว่าหลีกไปว่ะพวกเรา” คนพูดหันไปหัวเราะ แต่ก่อนที่จะยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าเนียนของพลอยไพลิน มือหนาของใครบางคนก็กระชากออกไปเสียก่อน
“เฮ้ย!ไอ้เจตน์ เสือกอะไรด้วยวะ”
“เสือกไม่เสือก มึงอยากเจอกับกูไหม” เจตน์มองอย่างเอาเรื่อง ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจตน์เป็นขาใหญ่ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ ไม่มีใครกล้าจะมีเรื่องด้วย
“จะจีบน้องแว่นเองก็ไม่บอก ไม่ยุ่งก็ได้วะ” คนพูดสะบัดมือไปมาเพราะโดนเจตน์บีบจนเจ็บไปหมด ไม่กล้างัดข้อกับคนหน้าดุ แถมยังเป็นนักเลงหัวไม้แบบเจตน์อีก
“คิดยังไงถึงเดินผ่านทางนี้ ก็รู้ว่าจะโดนแซวหรืออยากให้โดนแซว” เจตน์เอ่ยถาม แต่พลอยไพลินไม่คิดจะตอบโต้กับเขา เธอเดินผ่านเขาไปเหมือนเป็นอากาศธาตุ
“นี่พี่พูดกับเธออยู่นะ” เขาตามมากระชากข้อมือของเธอเอาไว้
“โอ๊ย! เจ็บนะคะพี่เจตน์ นี่ปล่อยนะ” ท่าทีรังเกียจของเธอทำให้เขาสบถยาวเหยียด
“หยาบคาย” เธอถูกจับผู้ใหญ่หมั้นกันแต่เล็ก บ้านเขาเป็นมาเฟียใหญ่ ทำธุรกิจสีเทามากมาย ในขณะที่เธอเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง อยู่ในสวนกับคุณยาย ใช้ชีวิตเรียบง่ายและสงบ
พ่อของเธอเคยเป็นลูกน้องเก่าของพ่อเจตน์ ท่านเอ็นดูเธอเลยขอหมั้นหมายเอาไว้ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นจิรศักดิ์คิดอะไรอยู่ แต่เธอไม่ปรารถนาจะเกี่ยวดองกับครอบครัวเจตน์ตั้งแต่แรก
เขาร้ายกาจ ฟันผู้หญิงแล้วทิ้ง สาวๆ ในมหาวิทยาลัยน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะเขาด้วยกันทั้งนั้น
“รังเกียจพี่นักหรือไง” มีแต่สาว ๆ อยากได้เขากันทั้งนั้น ก็มีแต่เธอนี่แหละที่รังเกียจเขาเสียนักหนา
ทั้งเสียหน้า ทั้งอยากเอาชนะ และใจเขาก็บอกว่าพลอยไพลินคือคู่หมั้นของเขา เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่
“ปล่อยพลอยนะคะ พลอยจะรีบไปเรียน” เธอพยายามดึงข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่เขาไม่ยอมปล่อย
เธอทำเหมือนเขาเป็นตัวประหลาด เวลาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นเขาโคตรมั่นใจ แต่เวลาอยู่กับพลอยไพลินเขาโคตรเสียความมั่นใจ เธอห้ามนักหนาว่าไม่ให้เขาบอกใครว่าเป็นคู่หมั้นกัน
เธออายที่จะมีคู่หมั้นแบบเขา ในขณะที่เขาโคตรเสียหน้าชะมัด
“อยากไปเรียนมากกว่าคุยกับพี่อย่างนั้นเหรอ”
“เป็นวิชาสำคัญ ถ้าพี่เจตน์ไม่มีอะไร พลอยขอตัวก่อนนะคะ” เขาไม่ยอมปล่อยเธอ เลยต้องใช้ไม้อ่อน พูดดีกับเขา
“พี่ไม่มีคาบเรียนอยากออกไปหาอะไรกินหน่อย”
“แล้วไงคะ” เธอพูดอย่างเย็นชา
“หิวข้าว ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง ไปด้วยกันสิ” เขาเช็กแล้วว่าเธอไม่มีคาบเรียน เธอแค่อ้างจะหนีเขาเท่านั้น
“พลอยไม่ไป ว้าย! พี่เจตน์ ปล่อยพลอยไปนะ” เธอทุบแผ่นหลังเขาระรัว แต่เจตน์ไม่คิดจะสนใจ เขาแบกเธอขึ้นบ่า ก่อนจะยัดเธอใส่รถคันงามและล็อกประตูอย่างแน่นหนา
“ปล่อยพลอยไปนะคะ พลอยไม่อยากไปกับพี่เจตน์” เธอขยาดกับสาว ๆ ที่คลั่งไคล้เขา เพราะเพิ่งโดนรุมตบหาว่าอ่อยเขาไปหยก ๆ เธอเข็ดขยาดจริง ๆ
“ไม่อยากไปก็ยิ่งต้องไป เธอก็รู้ว่าพี่อยากเอาชนะ”
“พลอยไม่อยากโดนรุมตบอีก” เธอพูดอย่างอ่อนใจ
“พี่จัดการพวกนั้นให้แล้ว”
“พี่เจตน์ก็มีผู้หญิงมากมาย ล้อมหน้าล้อมหลัง เลิกยุ่งกับพลอยเถอะค่ะ”
“เธอเป็นคู่หมั้นของพี่”
“เราถอนหมั้นกันก็ได้นี่คะ พี่ให้เหตุผลพ่อพี่ไปว่าพี่เองก็ไม่อยากหมั้นกับพลอย คุณลุงรักพี่มากเพราะเป็นลูกชายคนเล็ก ยังไงก็ต้องยอมยกเลิกแน่ ๆ อีกอย่างพี่ก็รวยขนาดนี้ คงมีผู้หญิงสวย ๆ รวยๆ เหมาะสมคู่ควรกับพี่เยอะแยะ” พลอยไพลินหว่านล้อม
“พูดเหมือนเล่นขายของ ไม่ใช่เด็กอมมือเสียหน่อย หมั้นกันแล้วใช่จะเลิกกันง่าย ๆ”
“พลอยไม่ชอบใช้ผู้ชายร่วมกับใคร” เธอแสดงสีหน้ารังเกียจเขาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่เป็นของเธอคนเดียว เธอไม่ต้องใช้พี่ร่วมกับใคร”
“พลอยกลัวติดโรค พี่สำส่อนฟาดผู้หญิงไปทั่วมหาวิทยาลัย พลอยไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ พลอยโคตรเกลียด”
“พี่ไม่ได้เป็นโรคติดต่อนะ” เขากัดกรามแน่น พูดอย่างหงุดหงิดที่เธอแสดงออกว่ารังเกียจขนาดนี้
“สมัยก่อนพ่อก็เจ้าชู้ ชอบทำร้ายทุบตีแม่ของพลอย มีเมียไปทั่ว” เธอพูดแล้วตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้
พอมีปัญหากัน แม่เลยพาเธอมาอยู่กับยาย บิดายังตามจองล้างจองผลาญ จับเธอไปยัดเยียดให้ลูกชายเจ้านาย หมั้นหมายกันอีก ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย เพราะหนี้บุญคุณแท้ ๆ ที่เธอต้องเป็นว่าที่เมียในอนาคตของเขา
คนรวยมักเห็นความสำคัญของผลประโยชน์เป็นสำคัญ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมบิดาของเขาถึงอยากได้เธอเป็นสะใภ้นัก แค่บิดาเคยช่วยเอาไว้ก็ไม่เกี่ยวกับการหาเมียให้ลูกชายเสียหน่อย
พ พี่เขยที่มีบุญคุณสูงสุดในชีวิตของเธองานแต่งงานของทั้งคู่ใหญ่โตอลังการสมกับฐานะ และเจ้าทัพอยากจะกอบกู้ฐานะ ชื่อเสียงของเจ้าสาวคนสวยกลับมาด้วย ยิ่งเธอเป็นคนมีชื่อเสียงมีแฟนคลับมากมาย เขาก็อยากที่จะทำให้ยิ่งใหญ่อลังการไปเลยงานแต่งงานเชิญแขกเหรื่อมากมาย มีการทำโรงทานเลี้ยงคนจนคนยากไร้ด้วย เรียกว่าเป็นงานแต่งที่เต็มไปด้วยการทำบุญทำทานอย่างแท้จริงเจ้าทัพคิดว่าธุรกิจของเขาก็กำลังไปได้ด้วยดี ก็อยากแบ่งปันอะไรให้สังคมบ้าง เงินทองมากมายใช้ไปจนตายก็ไม่หมด การแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นคือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตพิธีส่งตัวเข้าห้องหอเสร็จสิ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้อยู่ด้วยกันในห้องหอสองต่อสอง หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็มานอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข วันนี้ที่รอคอยมาถึงสักที การเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่พร้อมทั้งใจ พร้อมทั้งกายของคนทั้งคู่“คุณเจ้าเหนื่อยไหมคะ”“ไม่เหนื่อย มีคนช่วยจัดงานให้ทุกอย่าง” เขาหลับตาพริ้มลูบไล้แขนเปลือยของเธอเล่น เจตน์เป็นตากล้องให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ แถมยังวาดภาพของทั้งคู่เป็นภาพโชว์ในงานแต่งอีก เรียกว่าเจตน์ฝีมือดีมาก ๆ และภาพนั้นก็เป็นของขวั
“มาถึงก็พูดมากเลยนะเจ้าตัวดี” เจ้าทัพบ่นว่าน้องชายแต่ไม่จริงจังนัก“พี่เจ้าเป็นยังไงบ้างคะ” พลอยไพลินคู่หมั้นของเจตน์ เอ่ยถามอย่างห่วงใย“พี่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ”“ฝากดูแลเฮียให้ดีด้วยนะครับ” เจตน์เอ่ยบอกปิ่นเพชรหลังจากที่คุยกับพี่ชายอยู่ครู่ใหญ่“เดี๋ยวฉันเดินไปส่งนะคะ” ปิ่นเพชรอาสาเดินไปส่งคนทั้งสอง“ฝากดูแลพี่ชายของผมด้วยนะครับ น้อยใจคุณจนทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลังเลยครับ”“น้อยใจฉันเรื่องอะไรคะ”“ก็คุณมีข่าวกับนักร้องร่วมสังกัด มีข่าวกับพระเอกแล้วก็นายแบบดังเต็มไปหมด พี่ชายของผมก็เลยตรอมใจน่ะครับ” เจตน์เอ่ยบอก“ไม่ใช่เลยนะคะ ข่าวพวกนั้นไม่ใช่เรื่องจริงเลย ก็แค่เพื่อนร่วมงานและคนรู้จักกันเท่านั้น” เพราะหลัง ๆ มีการทาบทามให้เธอไปเล่นหนังเล่นละครด้วย ทำให้เธอได้รู้จักคนในวงการมากขึ้น และอาจจะเป็นข่าวไปบ้าง แต่มันไม่มีอะไรเลยจริง ๆ“คุณต้องไปอธิบายให้พี่ชายผมฟังแล้วละครับ น้อยใจทำงานเป็นบ้าเป็นหลังจนล้มป่วย”“ขอบคุณนะคะที่บอกให้รู้ ฉันจะได้รู้ว่าจะต้องทำยังไง” เพราะเธอรู้ว่าเจ้าทัพไม่มีวันพูดเรื่องนี้กับเธออย่างแน่นอน เขาจะทำทุกอย่างให้เธอสบายใจพักหลังมานี้ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะเธองานยุ่
“ขอบคุณนะคะ” แม้เขาจะไม่ยอมรับว่าช่วยเธอ ไม่เอาดีเข้าตัว เธอก็กล่าวขอบคุณเขาอยู่ดีเจตน์เป็นคนบอกเธอเอง ว่าพี่ชายของเขาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จและความโชคดีของเธอทุกอย่าง แม้แต่ค่ายเพลงซึ่งเจ้าของค่ายเป็นเพื่อนกับเจ้าทัพเธอจึงสงสัยว่าทำไมเจตน์ถึงมาบอกเรื่องนี้กับเธอ เจตน์จึงบอกกับเธอว่าเพราะเขาอยากให้พี่ชายสมหวังกับความรักครั้งนี้ เพราะเจ้าทัพไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนจริงจังแบบนี้มาก่อนเธอไม่ได้เชื่อเจตน์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ประสบการณ์สอนว่าเราควรหาความจริงก่อนเชื่อ เธอจึงไปสืบมา โดยไปถามเรื่องทุนการศึกษาก่อน ถึงได้รู้ว่าเจตน์พูดจริงทุกคำและเรื่องที่เขาเคยนัดเธอไปกินข้าวในอดีตผ่านเลขาของเขาก็คือเรื่องจริงอีกเรื่องค่ายเพลง เธอก็สะกดรอยตามเจ้าทัพไป จึงได้เห็นว่าเขาไปขอโทษเจ้าของค่ายเพลงที่เธอไม่ได้ไปร่วมงานกับเขาในครั้งแรกเพราะเรื่องของปิ่นแก้ว ทำให้เธอต้องทิ้งงานวันนั้นไป“ขอบคุณเรื่องอะไร” เขาเอ่ยถามออกมา สีหน้าแปลกใจ“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ” เธอโผเข้ากอดเขา และเจ้าทัพก็กอดเธอเอาไว้แนบอก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รักปักใจกับเธอนัก ทั้ง ๆ ที่มีผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ มาให้เลือกม
จริง ฉันไม่ใช่คนพูดโกหกหรือพูดเล่นไปวัน ๆ” เขาย้ำ“ผมรักคุณนะปิ่นเพชร ผมคิดว่าคบกันครบสามเดือนจะขอคุณแต่งงาน แต่ผมขอคุณแต่งงานตอนนี้เลย แต่งงานกับผมนะปิ่นเพชร” จู่ ๆ เจ้าทัพก็คุกเข่าลงตรงหน้าของปิ่นเพชร ก่อนจะหยิบแหวนเพชรออกมาเพื่อขอหญิงสาวแต่งงาน“คุณเจ้า” ปิ่นเพชรหลุดอุทานออกมา ก่อนจะร้องไห้“ผมรักคุณมานานแล้ว” เขาสารภาพ ในขณะที่ปิ่นแก้วเอามีดที่จ่อคอเพื่อนสาวออก ทำให้เกศรินทร์รีบหนีไปหาคุณครูในทันที“คุณจะแต่งงานกับผมได้ไหม”“คุณรักปิ่นจริง ๆ ใช่ไหมคะ” เธอน่ะรักเขาไม่ต้องถาม แล้วเขาล่ะทำไปแบบนี้เพื่อต้องการที่จะช่วยน้องสาวของเธอและปกป้องชื่อเสียงของเธอ หรือเพราะเขารักเธอจริง ๆ“ผมรักคุณจริง ๆ สาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย และทุกคนที่นี่ก็เป็นพยานว่าผมบอกรักคุณจริง ๆ และผมอยากแต่งงานกับคุณ”“คุณเจ้า ปิ่นก็รักคุณค่ะ” เธอเอ่ยออกมาก่อนจะร้องไห้ เขาจึงดึงเธอมากอด“พี่ปิ่น” ปิ่นแก้วร้องออกมา ปิ่นเพชรหันไปหาน้องสาว ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนชายหนุ่มไปกอดน้องสาวเอาไว้“ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่ขอโทษ ขอโทษที่ไม่ได้ใส่ใจแก้วเลย พี่ขอโทษ ขอโทษจริง ๆ”“ใครบอกกันคะว่าพี่ปิ่นไม่ใส่ใจแก้ว พี่ปิ่นเป็นพี่สาวที
นทร์และพวกหาเรื่องเธอทุกวัน มีแต่คำพูดดูถูกเหยียดหยาม มีแต่การบูลลี่ เธอทนจนอกแทบระเบิดอยู่แล้ว ไม่อยากเรียนที่นี่อีกต่อไปแล้ว แต่ที่ทนเพราะไม่อยากให้พี่สาวเดือดร้อนอีก แต่เมื่อสิ่งที่เกศรินทร์พ่นออกมาคือเรื่องของพี่สาวโดยตรง เธอจึงเริ่มจะทนไม่ไหว“ฉันพูดเรื่องผู้หญิงขายตัว แกมีปัญหาอะไร”“แล้วแกหมายถึงใคร”“ฉันไม่ได้หมายถึงใคร ใครอยากรับก็รับไปสิ”“แกจะพูดจาหมา ๆ อะไรก็ได้ แต่อย่ามาลามปามพี่สาวของฉัน พี่ปิ่นไม่มีวันทำแบบนั้น”“ฉันเอ่ยสักคำหรือยังว่าพี่สาวแก ใครอยากรับก็รับไปสิ หรือว่าแกร้อนตัว รู้ว่าพี่สาวแกขายตัว เอาเงินมาช่วยแก”“อยากตายรึไง แกอยากตายมากนักใช่ไหม” ปิ่นแก้วทนไม่ไหวอีกต่อไป ตรงเข้าบีบคออีกฝ่าย ก่อนจะกดใบหน้าไปกับขอบระเบียง“โอ๊ย! เจ็บนะอีแก้ว มึงปล่อยกู โอ๊ย!”“อย่าเข้ามาไม่งั้นอีกเกศตาย” มีดคัตเตอร์ถูกดึงออกมาจากกระเป๋าของกระโปรง ก่อนจะจ่อไปที่ใบหน้าของเกศรินทร์ เพื่อนในกลุ่มของเกศรินไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัวเกศรินทร์โดนกรีดหน้า“แก้วมึงใจเย็น ๆ ก่อนนะโว้ย เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่พูดล้อเล่นไปแบบนั้นเอง” เกศรินทร์เห็นมีดคัตเตอร์คมขาวจ่ออยู่ตรงหน้าจึงร
การมาอยู่กับเขาทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งอาชีพการงาน ความเป็นอยู่และสิ่งที่เธอเคยได้รับตอนอยู่กับบิดามารดา เขาก็มอบให้เธอไม่ต่างกันเขาพาเธอมาซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับมากมาย จะเรียกได้ว่าเขาพาเธอมาชอปปิงบ่อยเท่าที่เขาต้องการ แต่เธอไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไร เพราะรู้ดีว่าของแบรนด์เนมและเครื่องประดับล้ำค่าที่เขาซื้อให้มันมีราคาเพียงใดเนื่องจากเคยมีชีวิตแบบนั้นมาก่อน จึงทำให้ตระหนักได้ว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอน“คุณซื้อให้ปิ่นเยอะเกินไปแล้วนะคะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ“ผมอยากให้คุณสวยอยู่เสมอ ผมชอบมองคนสวย ๆ” เขาชอบมองคนสวย ๆ แต่ไม่เคยแตะต้องคนสวย ๆ อย่างเธอ ตามที่เขาเอ่ยชมเลย มันทำให้เธอขาดความมั่นใจไปเยอะพอสมควร“หิวไหม อาหารร้านนี้อร่อยนะ” เขาถามคล้ายเอ่ยชวน เธอก็ตามใจเขาวันหยุดพักผ่อนของเธอคือการได้ใช้เวลาอยู่กับเขาทั้งวัน เขาเองก็ไม่ได้ไปทำงานเหมือนกัน นอกจากกินข้าวด้วยกัน ชอปปิง ทำกิจกรรมร่วมกันซึ่งอาจจะมีทำอาหารบ้าง นั่งดูหนังด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน ก็อาจจะมีกิจกรรมนอกบ้านคือการไปออกกำลังกายด้วยปิ่นเพชรรู้ตัวดีว่าเธอกำลังตกอับ การที่เธอมาอยู่







