Home / รักโบราณ / หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70 / บทที่ 14 ความหวังสุดท้ายของหมี่ลี่

Share

บทที่ 14 ความหวังสุดท้ายของหมี่ลี่

Author: sanvittayam
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-13 10:40:59

ความหวังสุดท้ายของหมี่ลี่

ด้านหว่านหมี่ลี่ แม้เวลานี้ว่าสิ่งที่คิดและวาดหวังนั้นไม่เหลืออีกแล้ว เธอจึงดูเหงาและซึมจนผู้เป็นแม่อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“แกยังตัดใจไม่ได้อีกหรือ แม่ว่าเรื่องนี้พวกเราควรจะเงียบ ๆ เข้าไว้ อีกอย่างท่านผู้พันลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะไม่ขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเด็ดขาด แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”

แม้ว่าอยากจะส่งลูกสาวแต่งเข้าตระกูลหยางมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทว่าเวลานี้เธอไม่ยอมที่จะให้ตนเองต้องเสี่ยงอันตรายแน่นอน ดูแล้วผู้พันหยางคนนี้คงไม่ยอมให้ใครมาตลบหลังอีกแน่

“แล้วยังไงคะแม่ ถ้าไม่มีนังซูฉี ยังไงฉันก็ต้องได้แต่งงานกับท่านผู้พันแน่นอน”

แม้ว่าผู้เป็นแม่จะไม่เห็นด้วย แต่หว่านหมี่ลี่คิดว่าเธอนั้นถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเห็นหน้าท่านผู้พันหยาง ก็ยิ่งทำให้เธออยากแต่งเข้าตระกูลหยางวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าต้องทำวิธีใดเธอก็จะทำ และไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนกับเรื่องนี้

เมื่อพูดในสิ่งที่ควรพูดหมดแล้ว ก็หวังว่าลูกสาวจะเข้าใจ ปี้เจียวจึงเดินออกมาเพื่อไปทำอย่างอื่น

ส่วนทางด้านคฤหาสน์ตระกูลหยางตอนนี้แทบจะร้อนเป็นไฟ เพราะสองป้าหลานรู้ว่าหยางซีห่าวนั้นพบเจอกับหว่านซูฉีแล้ว

“นี่ลูกจะไปไหนอาห่าว ไม่กินอะไรก่อนหรือ” ท่านนายพลเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าลูกชายเตรียมตัวเหมือนกำลังจะออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุดของหยางซีห่าว

“ไม่ละครับพ่อ ผมนัดกับฉีเอ๋อร์ไว้ ขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับพ่อของตน แต่พอเอ่ยถึงว่าที่เจ้าสาว ใบหน้าของเขามีแววอ่อนโยนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงวีรกรรมของเธอ

นี่จึงสร้างความแปลกใจให้กับนายพลหยางยิ่งนัก ที่เห็นลูกชายมีอาการแบบนี้ให้เห็น แต่กลับสร้างความอิจฉาและแค้นใจให้กับเพ่ยจี ที่มีความเกลียดชังหว่านซูฉีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“ถึงกับเรียกฉีเอ๋อร์เลยหรือคะพี่ซีห่าว นี่ขนาดยังไม่แต่งงานกันนะ หากแต่งกันแล้วพี่คงไม่ตามใจหล่อนจนคนในบ้านเดือดร้อนหรอกใช่ไหมคะ”

เพ่ยจีอดที่จะสอดในเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ทว่าหลังจากพูดประโยคนี้ หญิงสาวก็เจอเข้ากับสายตาเย็นชาของหยางซีห่าวส่งกลับมา พร้อมกับประโยคที่เธอแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมา

“ผมไม่เคยมีน้องสาว เท่าที่ผมจำได้ผมเป็นลูกคนเดียวของแม่ ดังนั้นแค่คนที่มาอาศัยบ้านหลังนี้ไม่ควรที่จะเรียกผมอย่างสนิทสนม ช่วยเรียกผมว่าผู้พันตามตำแหน่งผมด้วย”

คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของหยางซีห่าวเป็นการตบหน้าสองป้าหลานได้อย่างดี คนเป็นป้าได้แต่มองสามีของตนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ทว่าท่านนายพลหยางกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ และหันมาพูดคุยถึงเรื่องของลูกสะใภ้กับลูกชายต่อ

“ดูท่าลูกจะถูกใจว่าที่ภรรยาคนนี้ยิ่งนัก ใบหน้าที่มักจะเย็นชาและไม่สนอะไรของแกกลับมีความอ่อนโยนขึ้นโดยที่ลูกก็อาจจะไม่รู้ตัว” คนเป็นพ่อเช่นเขามีหรือที่จะไม่รู้ว่าลูกชายตนเองเป็นคนอย่างไร แสดงว่าการที่ลูกชายไปพบกับว่าที่ลูกสะใภ้ในครั้งนี้ เจ้าตัวดีเกิดสนใจว่าที่ภรรยาเข้าแล้วสินะ

“ยิ่งกว่าสนใจอีกครับพ่อ เธออาจจะเป็นคนที่ผมกำลังตามหามานานแล้วก็ได้ แต่พ่ออย่าลืมนะครับว่าสะใภ้คนนี้ผมเป็นคนหามาด้วยตัวเอง แล้วผมจะไม่พอใจเธอได้ยังไงล่ะครับ”

หยางซีห่าวตอบกลับผู้เป็นพ่อ บ่งบอกว่าเขานั้นพอใจว่าที่ภรรยาของตนเองยิ่งนัก นี่จึงทำให้นายพลหยางพยักหน้าเห็นชอบ และหวังว่าสะใภ้คนนี้เมื่อแต่งเข้ามา จะทำให้ลูกชายของตนมีรอยยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม

ก่อนที่ประมุขของบ้านจะปรายตามองภรรยาและหลานสาวของเธอด้วยความไม่พอใจ

“ส่วนคุณ เมื่อภรรยาของอาห่าวแต่งเข้ามาแล้ว ก็อย่าสร้างความลำบากใจให้ลูกสะใภ้ผม ไม่อย่างนั้นก็เก็บข้าวของกลับบ้านเดิมพร้อมหลานสาวได้เลย แล้วอย่าลืมว่าต่อไปคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลแทนผมก็คืออาห่าวและสะใภ้”

เมื่อเจอคำพูดนี้ของสามี จิงหลันจึงยิ้มเจื่อน ๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ ทว่าสองมือที่อยู่บนตักกลับกำแน่นด้วยความโกรธ

ในใจของคุณนายเช่นเธอนั้น วาดหวังให้หลานสาวของเธอได้แต่งเข้ามาเป็นนายหญิงน้อยของตระกูลหยาง แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่หวังกลับพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เมื่อหยางซีห่าวต้องการแต่งงานกับหญิงสาวชาวบ้าน ที่เป็นเพียงเด็กจากครอบครัวชาวนาเท่านั้น

แต่ไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้เธอยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว เนื่องจากรู้มาว่าหญิงสาวที่ชื่อหว่านซูฉีนั้นเป็นคนอ่อนแอและขี้ขลาด ไม่แน่ว่าเมื่อแต่งเข้ามาอาจจะกำจัดได้โดยง่าย และดันหลานสาวของเธอขึ้นมาแทน

โดยที่จิงหลันไม่รู้เลยว่าหว่านซูฉีนั้นไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ แต่เป็นเธอและหลานสาวที่จะโดนจัดการเสียเอง

ส่วนทางด้านหว่านหมี่ลี่ เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่แล้ว ในใจของเธอก็ยังไม่ยอมรับ และคิดจะจัดการโดยการขู่เข็ญหว่านซูฉีเพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นเจ้าสาวในครั้งนี้ จึงได้เดินมาหาที่บ้านจื่อหานด้วยตัวเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น เนื่องจากประตูรั้วไม่ได้ใส่กุญแจไว้ หว่านหมี่ลี่เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาจนถึงประตูด้านใน

หว่านซูฉีนั้นคิดว่าหยางซีห่าวมาถึงแล้วจึงได้เดินออกมาเปิดประตู แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงต้องเสแสร้งเป็นคนอ่อนแอเพื่อตบตาคนตรงหน้า

“พะ…พี่ พี่สาวหมี่ลี่ มาทำไมคะ” ใบหน้าของหว่านซูฉีก้มลงเพื่อบดบังสายตาของตนเอง เวลานี้ท่าทางของเธอไม่ต่างจากคนที่กำลังหวาดกลัว นี่จึงทำให้หมี่ลี่ยิ้มอย่างพอใจ คิดว่าหว่านซูฉีนั้นกลัวตนเองจริง ๆ

“แกจะกลับมาอีกทำไม มาเพื่อทำลายวาสนาฉันหรือ คนอย่างแกไม่เหมาะที่จะเป็นคุณนายท่านผู้พันหรอกนะ” เมื่อเข้ามาในบ้านได้ หว่านหมี่ลี่จึงเอ่ยขึ้นมาด้วยความอัดอั้นผสมความเกลียดชังคนตรงหน้า

ใบหน้าที่ก้มอยู่ฉายประกายความโหดเหี้ยมเล็กน้อย พร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงตนเอง

“พี่ไม่ให้ฉันกลับบ้าน แล้วพี่จะให้ฉันไปไหนล่ะ ที่บ้านมีทั้งพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ และพี่จื่อหาน ฉันต้องกลับบ้านสิ”

เมื่อตอบคำพวกนี้แล้ว หญิงสาวอย่างหว่านซูฉีจึงเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแววตาใสซื่อ นี่จึงทำให้หว่านหมี่ลี่แทบอยากจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้ายหว่านซูฉีให้ตายคามือ

“นี่แกโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่ ฉันต้องการให้แกหายไปจากที่นี่ซะ ฉันจะขอเงินจากแม่ให้แกไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น หรือแกจะไปเที่ยวต่างเมืองก็ได้ แต่แกห้ามกลับมาที่นี่เป็นอันขาด หรือไม่แกก็ตายไปเหมือนพ่อแม่ของแก อยู่ไปก็น่ารำคาญ”

หว่านหมี่ลี่ไม่รู้เลยว่าประโยคสุดท้ายของตนเองนั้นจุดประกายความโหดเหี้ยมที่เธอไม่เคยเห็นของหว่านซูฉีออกมา

ใบหน้างดงามของหว่านซูฉีเงยขึ้นอีกครั้ง แผ่นหลังเหยียดตรง พร้อมกับมีความโหดเหี้ยมทางสายตา และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนอีกฝ่ายรู้สึกกลัว

“มันไม่ดีเลยนะหมี่ลี่ การที่พูดถึงพ่อแม่ฉันที่ตายไปแล้วแบบนี้ หรือว่าเธออยากจะไปรับใช้พ่อกับแม่ฉันที่สวรรค์ล่ะ” ร่างของเธอเดินเข้าหาหว่านหมี่ลี่อย่างช้า ๆ จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกกลัว และถอยหลังหนีจนชิดกำแพง

“ถอยไปนังซูฉี นี่หล่อนบ้าไปแล้วหรือ ฉันบอกให้ออกไปไง ที่ผ่านมานี้แกแกล้งใช่ไหม ทำให้ทุกคนเห็นว่าแกหวาดกลัวและอ่อนแอขี้โรค” หว่านหมี่ลี่ไม่คิดมาก่อนว่า ที่ผ่านมานั้นอีกฝ่ายจะแกล้งทำเป็นหวาดกลัว และแกล้งอ่อนแอให้ทุกคนได้เห็น จนทุกคนในหมู่บ้านเชื่อ

“เปล่าเลยหมี่ลี่ ฉันไม่เคยแกล้ง แต่ทุกคนคิดไปเองไม่ใช่หรือว่าฉันขี้ขลาดและอ่อนแอ แต่มันก็ดีสำหรับฉัน เพราะทุกคนไม่มีใครมาสนใจฉันเลยไม่ว่าฉันจะทำอะไรหรือไปที่ไหน หรือแม้แต่ฉันจะฆ่าเธอตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครสนใจ และไม่มีใครคิดว่าเป็นฉัน”

หว่านซูฉีตอบกลับ พร้อมกับมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ ในใจนั้นคิดว่าต้องทำให้อีกฝ่ายสำนึกเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นแล้วอีกฝ่ายคงจะมาตามราวีกันไม่จบสิ้น ถึงแม้ว่าหมี่ลี่จะรู้ว่าตนเองเป็นใคร หว่านซูฉีก็ไม่คิดที่จะกลัว เพราะเธอเชื่อว่าสิ่งที่เธอมีทำให้หมี่ลี่ปิดปากเงียบได้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last updateHuling Na-update : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last updateHuling Na-update : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 58 ผลประโยชน์

    ผลประโยชน์นายพลหยางตอนนี้อยู่บ้านสกุลโจว เขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองแขกเป็นส่วนใหญ่ เพราะบ้านโจวเองก็ค่อนข้างวุ่นวายเรื่องหลังบ้านเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ทางคนใหญ่โตยังไม่คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นทำให้นายพลหยางจิตใจเริ่มไม่สงบ ใจนั้นกลัวว่าเรื่องราวจะถูกละเลยกลายเป็นคดีและยืดเยื้อไ

    last updateHuling Na-update : 2026-04-01
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last updateHuling Na-update : 2026-03-23
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status