Home / รักโบราณ / หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70 / บทที่13 คู่หมั้นที่แสนหน้ามึน

Share

บทที่13 คู่หมั้นที่แสนหน้ามึน

Author: sanvittayam
last update publish date: 2026-02-13 10:40:41

คู่หมั้นที่แสนหน้ามึน

พอเห็นว่าใครเดินเข้ามา หว่านซูฉียังคงมีทีท่าเหมือนเดิม เนื่องจากอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้เธอก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องทำตัวเคร่งขรึมเหมือนกับตอนที่เป็นนายหญิงซู

“อ้าว ท่านผู้พัน ผมนึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เห็นเรื่องที่ไม่สมควร” หว่านเหวินเปียวพูดขึ้นมาเพราะไม่คิดว่าผู้พันหยางจะตามมาถึงที่นี่ 

“อย่าเรียกห่างเหินเช่นนั้นเลย อีกไม่นานเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เรียกผมว่าซีห่าวเถอะ”  

แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงท่านผู้พัน ทว่าชายหนุ่มไม่คิดที่จะถือตัวเลยแม้แต่น้อย เพราะหลังจากนี้อย่างไรเขาก็ต้องแต่งงานกับหว่านซูฉี และคนตรงหน้าก็จะได้ชื่อว่าเป็นพี่ภรรยาของตนเอง สายตาของชายหนุ่มมองไปยังจื่อหานด้วยความสนใจ เพราะดูหน่วยก้านแล้วไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่นอน และถ้าหากเขาจำไม่ผิด นี่คงจะเป็นอีกคนที่ช่วยเขาในวันนั้น

ด้วยสัญชาตญาณของอดีตนายทหาร ทำให้รู้ตัวว่ามีคนกำลังจับตามองอยู่ แต่จื่อหานกลับไม่สนใจ เขายังคงทำตัวเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยมากกว่านี้

หว่านเหวินเปียวเมื่อได้ยินคนที่กำลังจะมาเป็นน้องเขยพูดเช่นนี้ก็ได้แต่พยักหน้าแต่ก็ไม่อาจทำตัวเทียบเท่า เพราะอย่างไรเสียคนตรงหน้าก็เป็นถึงท่านผู้พัน นายทหารที่มียศตำแหน่งซึ่งต่างกับเขาที่เป็นชาวบ้านธรรมดา

“รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะนะครับท่านผู้พัน ตอนนี้ผมขอเรียกเหมือนเดิมก่อนดีกว่า ว่าแต่ท่านผู้พันยังไม่บอกผมเลยว่าตามมาที่นี่ทำไม”

“ผมจะแจ้งว่าเรื่องกำหนดการแต่งงานยังคงเดิม และจะไม่มีวันเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเด็ดขาด ส่วนเรื่องที่ฉีเอ๋อร์โดนหลอกเข้าเมืองเพื่อขายให้กับกลุ่มใต้ดินนั้น พี่ภรรยาคิดว่ายังไง จะเอาเรื่องหรือไม่”

หยางซีห่าวยังคงกำหนดการเดิมเรื่องการแต่งงาน และไม่ยอมที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวเด็ดขาด กระต่ายป่าดี ๆ แบบนี้จะให้เขาไปหาจากที่ไหนได้อีกล่ะ ส่วนเรื่องเอาผิดคนพวกนั้นขอแค่หว่านเหวินเปียวพูดมา เขาจะเร่งจัดการเอาผิดคนพวกนั้นทันที

แต่กลายเป็นว่าทางฝ่ายหว่านเหวินเปียวและภรรยาตกใจเมื่อรู้ความจริงว่า หว่านซูฉีนั้นโดนหลอกไปขายจริง ๆ  ในใจนั้นพลันคิดว่าหากท่านผู้พันหยางไม่พบเข้าโดยบังเอิญ จะเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวที่ใสซื่อและขี้กลัวของตนเองกัน

หว่านซูฉีเมื่อถูกเปิดโปงจึงแอบถลึงตาใส่ว่าที่สามีตนเอง ก่อนจะก้มหน้าสำนึกผิดให้กับพี่ชายและพี่สะใภ้ “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ฉันขอโทษที่ไม่พูดความจริง แค่พวกเราแยกบ้านออกมาจากบ้านนั้นก็พอแล้ว อย่าจองเวรกันเลย”

เมื่อเจอเจ้านายของตนพูดคำนี้ออกมา จื่อหานอยากจะหัวเราะให้เสียงดังลั่นเสียเหลือเกิน ‘นายหญิงเนี่ยนะไม่อยากจองเวร กลัวแต่อีกฝ่ายจะไม่มีชีวิตรอดเสียมากกว่าน่ะสิ’

“ไม่ได้หรอกซูฉี เรื่องนี้พี่ยอมไม่ได้ ครั้งนี้บ้านใหญ่ทำเกินไปแล้ว หมี่ลี่เองอายุสิบแปดปีแล้วจะบอกว่าไม่รู้เรื่องมันไม่ได้หรอกนะ และพี่เชื่อว่าเรื่องนี้ป้าสะใภ้น่าจะเป็นตัวต้นคิด เพราะไม่อย่างนั้นหมี่ลี่จะกล้าทำเรื่องร้ายแรงแบบนี้ได้ยังไง”

“เรื่องนี้ผมจะเป็นฝ่ายสืบให้แน่ชัดเองว่า ทางบ้านใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใครอีกบ้าง ถ้าเป็นจริงอย่างเหวินเปียวพูด จะต้องมีคนร่วมมือด้วยเป็นแน่ อย่าลืมสิว่าโจรพวกนั้นเป็นคนในกลุ่มใต้ดิน หากไม่มีการคลุกคลีกันหรือพอจะรู้จักกัน พวกนั้นคงไม่กล้ารับงานเสี่ยงตายเช่นนี้” หยางซีห่าวพูดออกมาว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ส่วนตัวแล้วต่อให้ไม่สืบเรื่องนี้ เขาเชื่อเต็มสิบส่วนแล้วว่า บ้านใหญ่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และอยู่ที่ว่าสองผู้เฒ่าในบ้านจะรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่ หากรู้เห็นด้วย บ้านหว่านคงหาคนดีไม่ได้แล้ว

“ขอบคุณมากนะครับท่านผู้พัน และต้องขอโทษที่ต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้” ไม่ว่าอย่างไรในฐานะพี่ชายของหว่านซูฉี ชายหนุ่มก็ยังอยากขอโทษว่าที่น้องเขย ที่ทำให้ต้องมารับรู้เรื่องราวแย่ ๆ ของบ้านหว่าน

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมขอตัวกลับก่อน ได้ยินว่าพวกคุณทุกคนต้องการย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองใช่ไหม ในสินสอดมีบ้านในเมืองอยู่ด้วย ส่วนเรื่องย้ายทะเบียนเข้าในเมือง ผมจัดการให้เอง”

หยางซีห่าวเอ่ยลา แต่ก่อนที่จะกลับเหมือนชายหนุ่มนึกอะไรได้ จึงหันมาเอ่ยถึงเรื่องที่จะมารับไปดูสถานที่จัดงานแต่งงานพรุ่งนี้ “ฉีเอ๋อร์ พรุ่งนี้พี่มารับเข้าเมืองนะ เตรียมตัวไว้ด้วย”

หว่านซูฉีทำหน้าตาคล้ายกับสงสัย จึงได้ถามออกมา “ในเมื่อวันนี้ชุดแต่งงานก็ลองหมดแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องไปไหนอีกหรือคะ”

พรุ่งนี้เธอยังมีงานต้องทำ อีกทั้งเรื่องการแต่งงานในครั้งนี้ก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญแล้ว ที่สำคัญจริง ๆ คือเจ้าหน้าที่ระดับนี้จะอยู่กินกับนายหญิงซูที่ทำการค้าเช่นเธอได้จริง ๆ หรือ

อย่าลืมสิเวลานี้การค้ามีแต่ของรัฐหรือขึ้นตรงกับรัฐเท่านั้น ส่วนเธอเป็นพียงเจ้าของตลาดมืดและเปิดร้านค้าในเครือนายหญิงซู เรื่องของเธอและผู้พันหนุ่มตรงหน้าแทบจะเป็นเพียงเส้นขนาน แล้วชีวิตการแต่งงานหลังจากนี้จะอยู่กันรอดหรือไม่นะ

“พี่จะมารับน้องไปดูสถานที่แต่งงาน จะได้รู้ว่าดีหรือไม่ และเหมาะสมหรือเปล่า อีกอย่างตอนนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นว่าที่เจ้าสาวพี่เลย”

หยางซีห่าวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เมื่อไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบออกมาจากบ้านชั่วคราวของว่าที่ภรรยา เพราะกลัวเธอจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่ไหว ไม่อย่างนั้นเธอคงหยิบอาวุธมีคมข้างตัวปาใส่เขาแน่ เมื่อเดินออกมาแล้วก็มีแต่เสียงหัวเราะเบา ๆ แว่วมาเท่านั้น

หว่านซูฉีอยากจะถลึงตาใส่คนคนนี้เหลือเกิน ไม่รู้ว่าเอาความหน้ามึนมาจากไหน หากพี่ชายและพี่สะใภ้รู้ตัวตนของเธอก็ว่าไปอย่าง จะได้ไม่รู้สึกผิดที่ต้องหลบซ่อนและปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตนเองต่อพี่ทั้งสองคน

หลังจากหยางซีห่าวกลับไปแล้ว หว่านเหวินเปียวและภรรยาจึงเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้ทุกคนกิน อย่างไรเสียทั้งสองคิดว่าเข้ามาอาศัยบ้านของจื่อหานซึ่งแม้จะเป็นพี่ชายของภรรยา แต่เขาก็ไม่คิดที่จะนิ่งดูดาย

เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงกินกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่มีใครพูดถึงเรื่องราววันนี้อีกเลย

วันต่อมา...

หว่านเหวินเปียวและภรรยาต่างก็เข้าไปลางานในคอมมูน ส่วนจื่อหานนั้นไม่ต้อง เนื่องจากปกติเขาก็ไม่ได้ทำงานที่คอมมูนทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้หัวหน้าคอมมูนรู้ดีเพราะเป็นสหายเก่ากับชายหนุ่ม

“พี่เข้าเมืองก่อนนะ วันนี้จะพาซวงซวงไปโรงพยาบาลด้วย เมื่อวานเป็นลมไม่รู้กระทบกระเทือนลูกหรือเปล่า น้องอย่าออกไปเล่นซนที่ไหนล่ะ หากผู้พันหยางมาค่อยเปิดประตูเข้าใจไหม”

หว่านเหวินเปียวพูดกำชับน้องสาวเมื่อตนเองและทุกคนไม่อยู่บ้าน นอกจากจะพาภรรยาไปหาหมอแล้ว เขาและพี่ชายภรรยายังต้องไปพบคนสนิทของนายหญิงซู เพื่อพูดคุยเรื่องงานที่เขาจะไปขอทำ  เมื่อไรที่น้องสาวอย่างหว่านซูฉีแต่งงานแล้ว เขาและทุกคนจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองเสียที จะได้ไม่ต้องมามองหน้าบ้านหว่านให้ระคายใจอีก

จะว่าไปเรื่องนี้จะโทษคนบ้านหว่านไม่ได้ หากคนเป็นปู่ไม่เข้าข้างอีกฝ่าย มีหรือที่คนพวกนั้นจะกล้าทำเช่นนี้กับบ้านรอง

“เข้าใจค่ะ สั่งอย่างกับน้องพี่เป็นเด็กสามขวบอย่างนั้นแหละ ร่างกายน้องแค่อ่อนแอนะ ไม่ได้พิการ” หว่านซูฉีอดไม่ได้ที่จะเถียงพี่ชายกลับไป

“รู้ว่าแค่อ่อนแอและขี้โรค น้องของพี่ไม่ได้พิการจริง ๆ นั่นแหละ แต่แล้วทำไมเมื่อวานถึงยอมถูกรังแกขนาดนั้นล่ะ ถ้าท่านผู้พันไปช่วยไว้ไม่ทัน พี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าน้องสาวพี่จะเป็นยังไง”

พอเจอพี่ชายย้อนกลับมาแบบนี้ หว่านซูฉีจึงได้แต่ยิ้มแกน ๆ เท่านั้น ก่อนจะเหลือบมองจื่อหานเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าจื่อหานกลับเสมองไปทางอื่น แม้ว่าเขาจะมีฐานะเป็นลูกน้องของหญิงสาวตรงหน้า แต่เวลานี้เขาไม่ต่างจากเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่ขอยุ่ง ให้พี่กับน้องจัดการกันเองดีกว่า

เมื่อหาตัวช่วยไม่ได้ หว่านซูฉีจึงถลึงตาใส่คนสนิท ก่อนจะยิ้มให้พี่ชายอย่างอ้อน ๆ และสัญญาว่าจะไม่ออกจากบ้านไปไหน จนกว่าหยางซีห่าวจะมารับ

ทันทีที่น้องสาวรับปาก พี่ชายเช่นเหวินเปียวและซวงซวงก็เบาใจขึ้น จากนั้นทั้งสองคนรวมถึงจื่อหานจึงรีบออกไปรอเกวียนเพื่อเข้าเมือง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทส่งท้าย ความสุขที่ต้องการ

    ความสุขที่ต้องการเมื่อเข้าเดือนที่สี่หว่านซูฉีพบว่าแม้เห็นหน้าหยางซีห่าวเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามองอยู่ก็คลื่นไส้แล้ว หญิงสาวจึงอดกลั้นแล้วบอกให้สาวใช้ออกไปเรียกชายหนุ่มมานั่งคุยกันเสียหน่อย“ภรรยาเอ่อ…พี่นั่งได้หรือครับ” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เห็นเพียงหญิงสาวเมินหน้าหนีก็เข้าใจในทันทีว่าเธอยังไม่หายอาการนั้น“อุ่ก คือฉันคิดว่า อึ่ก…” หว่านซูฉีใช้มือลูบหน้าท้องเบาๆ คิดในใจว่า ‘ลูกรักแม่ขอคุยกับพ่อสักหน่อยได้ไหมคะ’ ทันใดนั้นอาการอยากอาเจียนก็เหมือนค่อย ๆ บรรเทาลง แต่พอจะหันไปมองหน้าเขาก็เป็นเหมือนเดิม เธอจึงต้องจำใจหันหน้าไปอีกด้านเพื่อคุยกันให้จบ“พี่ซีห่าว เชื่อเรื่องของชาติภพไหมคะ” หว่านซูฉีเอ่ยถาม“พี่ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้ว หรือชาติก่อนพี่เป็นศัตรูกับลูก เขาถึงได้รังเกียจพี่นัก” หยางซีห่าวเอ่ยถามอย่างกังวล“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง แต่พี่ช่วยแตะลูกและพูดกับลูกดีดีสักครั้ง พูดอะไรก็ได้จากใจพี่ได้ไหม” หว่านซูฉีอยากลองดู หากมันจะช่วยได้สักทางเธอรู้สึกเหมือนลูกเข้าใจทั้งเธอและหยางซีห่าวมันเป็นสายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดมาก หรืออาจเป็นเพราะทั้งคู่รักกันมากจนกลายเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 66 เหม็นหน้าสามี

    เหม็นหน้าสามีนี่เป็นครั้งแรกที่จิงหลันได้พบกับจิตสังหาร เธอคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่านายพล และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ซึ่งกรำศึกมานักต่อนัก แต่เมื่อเห็นหว่านซูฉีก็พบว่าตนเองนั้นเป็นเพียงมดเท่านั้น จิตสังหารของหว่านซูฉีบดขยี้จิตใจของจิงหลัน จนเธอได้แต่พึมพำ ขดตัวลงด้วยความหวาดกลัวในทันใดแตกต่างจากเพ่ยจีที่ยังมีความนึกคิดแม้จะโดนข่มขู่ หว่านซูฉีจัดการกับจิงหลันอย่างเลือดเย็น เหมือนที่เธอกล้าลงมือกับพ่อลูกหยางอย่างเลือดเย็น ทั้งที่อยู่ด้วยกันมายี่สิบปีอย่างน้อยก็ควรรู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวบ้าง ไม่ว่าจะโดนกีดกันอย่างไร อาศัยบ้านเขามียี่สิบปีกลับไม่มีสำนึกใดใดเลยหรือ?เธอเกลียดคนที่กล้าหักหลังเจ้าบ้าน เพราะเธอเองก็เคยโดนหักหลังเช่นกัน เพียงแต่ความผูกพันน้อยนิดหว่านซูฉีไม่คิดเก็บมาใส่ใจ“ฉีเอ๋อร์ อย่าใส่ใจเลย จิงหลันกับเพ่ยจีพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาจะโดนจับขังลืมหรืออะไรก็ตามที่น้องต้องการ” หยางซีห่าวเอ่ยบอกกับภรรยาที่นักของเขาเพื่อให้เธอผ่อนคลายลงบ้างสักนิด“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเตรียมคุกพิเศษไว้ให้เพ่ยจีแล้ว” ว่าแล้วหว่านซูฉีก็ก้มลงมองบาดแผลบนแขนของสามีแล้วยังลูบไปตามตะเข็บที่

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 65 ภรรยาท้องแล้ว

    ภรรยาท้องแล้ว“พี่โทรศัพท์ไปแล้วไม่มีคนรับ ประเดี๋ยวพี่จะไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง ภรรยาเข้าไปกินข้าวกับคุณพ่อก่อน…จิงหลันเองก็มาด้วยในวันนี้ ระมัดระวังตัวด้วย” ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องอาหารก็กระซิบบอกภรรยาด้วยความห่วงใย“ไปเถอะค่ะ ฉันจะเก็บอาหารเช้าไว้ให้” หว่านซูฉีส่งสามีออกไปแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องอาหาร“แล้วซีห่าวล่ะจ๊ะ หนูซูฉี” จิงหลันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นหน้าหว่านซูฉี“พี่ซีห่าวรีบไปตามพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันให้มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ เพราะเห็นว่าฉันยังเศร้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณป้ามีอะไรหรือเปล่า” หว่านซูฉีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใครแล้ว“ไม่…ไม่มีจ๊ะ” จิงหลันยิ้มแหย นึกในใจว่าหว่านซูฉีเลิกทำตัวเป็นดอกบัวขาวเมื่อไหร่กัน? หรือพอโดนเปิดโปงแล้วก็คิดจะวางมาดเป็นนายหญิงซูทันที เมื่อคิดดังนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นไม่ได้“ซูฉีอย่าคิดมากเลยนะ ช่วงที่ผ่านมาพ่อกังวลกับลูกแทบแย่ ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนมา ดูสิผอมลงเยอะเลย กินเยอะๆนะ เอาส่วนของพ่อไปทั้งหมดเลยก็ได้” นายพลหยางกล่าวจบก็ยื่นชามของตัวเองให้ลูกสะใภ้หว่านซูฉีที่คิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรเพื่อกำจ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 64 ไม่เคยโทษตัวเอง

    ไม่เคยโทษตัวเองบ้านสกุลหว่านนั้นวุ่นวายอย่างมากจนเป็นที่โจษจันไปทั่วหมู่บ้าน ชื่อเสียงดีงามที่สั่งสมมาสามรุ่นพังทลายลงก็ตรงนี้แต่บ้านสกุลหว่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนั้น ต้องกล่าวถึงเรื่องราวหลังจากหว่านซูฉีแต่งงานไปเมื่อปู่หว่านเดินทางเข้าเมืองไปเป็นญาติผู้ใหญ่ให้หว่านซูฉี ย่าหว่านก็แสร้งแกล้งป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น จนเมื่อปู่หว่านกลับมาและคิดจะหย่าขาดจากภรรยาดีหรือไม่เห็นดังนั้น ก็ตัดสินใจฟังคำแนะนำของหลานสาวหลานชาย มุ่งหน้าไปเฝ้าสุสานประจำตระกูล อาศัยอยู่ที่ทางขึ้นสุสานตลอดทั้งปีไม่ได้กลับลงมาอีกเมื่อย่าหว่านได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจในทีแรก เพราะคนที่เฝ้าสุสานตระกูลยังได้รับเบี้ยหวัด และแต้มคะแนนงานส่วนแบ่งจากตระกูลประจำทุกวันไม่ขาด คนชราที่ไม่ได้มีลูกหลานดูแลหลายคน อยากช่วยเหลือลูกหลานบ้างบางคนก็สละตนขึ้นไปประจำอยู่บนนั้นแม้โดนนินทาว่าร้ายจากเพื่อนบ้าน ย่าหว่านก็ไม่หวั่นทั้งยังรู้สึกเหมือนได้รับอิสระในการตัดสินใจ จากที่เคยต้องถามปู่ผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านก่อน ตอนนี้นางก็ตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเองหมดแล้วดังนั้นนางจึงชี้นิ้วบอกให้ลูกชายคนโตแต่งงานใหม่ทันที โดยไม่สนใจคำทัดทานของเ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 63 จุดจบของหว่านหลี่มี่

    จุดจบของหว่านหลี่มี่หยางซีห่าวเพิ่งเดินลงมาโดยมีทหารคนสนิทคอยรับใช้อยู่ไม่ไกล เห็นภรรยาคุยกับลูกน้องคนสนิทจบพอดีก็รีบเดินเข้าไปกอด“ภรรยา พี่คิดถึงน้องมากเลย” หยางซีห่าวป้อนคำหวานใส่ภรรยาโดยไม่สนใจสายตาใครแม้แต่น้อย“พี่ซีห่าว อายแม่บ้านสักหน่อยเถอะค่ะ” หว่านซูฉีหน้าแดง สามีของเธอหน้าหนาเหลือเกิน ไม่รู้จักอายบ้างเลย แสดงความรักในที่สาธารณะแบบนี้ หากอยู่ด้านนอกในช่วงห้าปีก่อนหน้านี้ คงได้โดนทหารแดงจับแห่ประจานทั่วเมืองไปแล้ว“พี่จะอายทำไมกันนี่บ้านของเรา อีกทั้งเราก็เป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ว่าแต่เป็นอย่างไรบ้าง การค้ากับทางการเป็นไปด้วยดีไหม” หยางซีห่าวพูดออกมาอย่างคนหน้ามึนและไม่ลืมถามถึงกิจการของภรรยา“เป็นไปด้วยดีค่ะ” หว่านซูฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เพราะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี“แล้วเงินพอไหม สามีของน้องรวยมากนะ ถ้าหากเงินสำหรับซื้อสินค้าไม่เพียงพอก็เบิกเพิ่มได้ สกุลหยางของเราต้องพึ่งพากิจการของนายหญิงซูแล้ว”หว่านซูฉีได้ยินแบบนั้นก็หันไปกอดสามีตอบกลับ แล้วยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความกังวล“พี่จะไม่ยอมรับตำแหน่งกลับคืนจริง ๆ หรือคะ”“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว” หยางซีห่าวตอบพร้อมกั

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 62 เริ่มสร้างกิจการบนดิน

    เริ่มสร้างกิจการบนดินหว่านซูฉีดูแลสามีด้วยตัวเองมาตลอดจนวันเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก่อนที่ตู้หมิงจะมาขอเข้าพบเพื่อรายงานข่าวกิจการใหม่ และเรื่องราวที่เธอได้ให้เขาไปสืบมา“ตอนนี้ร้านค้าในตลาดมืดของเรายุติทั้งหมดและปิดตลาดมืดเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนเจ้าของร้านที่มาเช่า ผมและจื่อหานส่งหนังสือให้แล้วว่า นายหญิงกำลังสร้างห้างสรรพสินค้าขึ้น และเปิดพื้นที่ให้จับจองเช่า ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่เกินหกเดือนครับ ส่วนกิจการการในกลุ่มการค้าซูเม่ยทั้งหมด เวลานี้รัฐได้จัดทำใบอนุญาตและมอบสัมปทานให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ ก็เริ่มตกแต่งแล้วครับ”หว่านซูฉีนั่งฟังพร้อมกับพยักหน้าตาม เรื่องกิจการร้านค้าเธอเองก็มีการซื้อที่ดินและร้านค้าไว้จำนวนไม่น้อย จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใหม่ ส่วนเรื่องห้างสรรพสินค้าระบบนี้เธอเองเป็นคนขอไว้ และบอกแผนทุกอย่างให้กับผู้บัญชาการสูงสุดแต่เพียงแค่คนที่เคยขายในตลาดมืดของเธอเท่านั้น และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของกลุ่มการค้าซูเม่ย เนื่องจากร้านค้าที่เช่าที่ในตลาดมืดของเธอนั้น เธอไม่อยากลอยแพพวกเขา แม้ว่าเวลานี้รัฐยังมีข้อจำกัดเรื่องการค้า แต่ทุกอย่างมักจะมีช่องโหว่เสมอ

  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 61 จบปัญหาเสียที

    จบปัญหาเสียทีจากนั้นนั้นเสียงของเลขาหนานก็ดังขึ้น เขาอ่านรายงานสิ่งที่ได้รับการตรวจสอบมาแล้วว่าเป็นจริง แตกต่างจากการฟ้องร้องก่อนหน้านี้ที่มีเพียงพยานบุคคลทั้งสองฝ่าย“รายงานฉบับนี้ได้กล่าวไว้ว่า ตอนนี้เกิดการขาดแคลนเสบียงอาหารจากทางใต้ ไล่มาจนถึงภาคกลางแล้ว และอีกไม่นานก็คงลามไปจนถึงภาคเหนือ เมื่

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 60 จากดำเป็นขาว

    จากดำเป็นขาวหว่านซูฉีรู้ดีว่าสามีรักประเทศนี้ ส่วนเธอยังมีพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ พวกเขาเพียงต้องไปกบดานชั่วคราวเพื่อรอวันที่เธอจะสวมรอยพร้อมสร้างตัวตนใหม่เพื่อเข้ามาในประเทศได้อีกครั้งเท่านั้นเอง“แล้วพ่อ…”“คุณพ่อจะไม่โดนอะไร” หว่านซูฉีหลบตาสามี เธอคิดจะทิ้งสิ่งที่พ่อสามีสามารถใช้ต่อรองกับกอ

    last updateLast Updated : 2026-04-02
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 58 ผลประโยชน์

    ผลประโยชน์นายพลหยางตอนนี้อยู่บ้านสกุลโจว เขาพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองแขกเป็นส่วนใหญ่ เพราะบ้านโจวเองก็ค่อนข้างวุ่นวายเรื่องหลังบ้านเป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว แต่ทางคนใหญ่โตยังไม่คิดจะลงมือทำอะไรสักอย่าง นั่นทำให้นายพลหยางจิตใจเริ่มไม่สงบ ใจนั้นกลัวว่าเรื่องราวจะถูกละเลยกลายเป็นคดีและยืดเยื้อไ

    last updateLast Updated : 2026-04-01
  • หว่านซูฉี นายหญิงซูแห่งยุค 70   บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อ

    บทที่ 34 แผนนายท่านเป๋อข้อมูลของอีกฝ่ายได้มาน้อยนิดนั้นเป็นเรื่องปกติมาก เพราะการสืบข่าวของคนในองค์กรยุคนี้ ก็ไม่ต่างกับการสอดแนมและกลายเป็นสายลับได้โดยง่ายเมื่อโดนอีกฝ่ายจับได้ เวลานี้ลูกน้องของนายท่านเป๋อโดนจับตัวไปพร้อมกับถูกยัดเยียดข้อหาสายลับร่วมสองคนแล้วปัง!! เสี่ยงทุบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของ

    last updateLast Updated : 2026-03-23
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status