LOGINหนึ่งวันก่อนงานประมูล... ภายในคฤหาสน์
เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม อาซงคุกเข่าลงเ
"อย่าซื้อโอสถร้านนี้! ข้าได้ยินมาว่าสมุนไพรพวกนี้ปลูกด้วยซากศพ!" "นางคือมารดาอสูร! สินค้านางย่อมเป็นของอัปมงคล นำความวิบัติมาสู่ผู้กลืนกิน!" "ลูกในท้องนางเป็นอสูรวิปริต! ของในร้านก็ต้องเป็นของอสูรโสโครก!"เสียงตะโกนปลุกปั่นดังกึกก้องถนนย่านประตูตะวันออก เช้าวันที่สองของการเปิด ‘หอโอสถและเสบียงเร้นเงา’ ฝูงชนที่หลั่งไหลมาเพราะข่าวลือเรื่องยาวิเศษเมื่อวาน บัดนี้เบียดเสียดกันหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มบุรุษสวมหมวกฟางที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนผลัดกันตะโกนสาดโคลน ขัดขวางมิให้ผู้ใดก้าวข้ามธรณีประตูร้าน แม้ป้ายราคาจะดึงดูดใจ ทว่าความหวาดกลัวต่อสิ่งอัปมงคลก็ทำให้ชาวเมืองลังเลภายในโถงร้านอันเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายอยู่หลังโต๊ะไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ข้อกล่าวหาว่าใช้วิชามารหรือหลอกลวงหาได้ทำให้ผิวน้ำชาในถ้วยสั่นไหว ทว่าเมื่อถ้อยคำลามปามถึง ‘อสูรวิปริตในท้อง’ เปลือกตาที่หลุบต่ำพลันเปิดขึ้นดวงตาของนางหยุดนิ่ง อากาศภายในโถงร้านเย็นเยียบลงในชั่วพริบตาตี้อ๋าวเทียนที่ยืนพิงเสาไม้อยู่ด้านข้างรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง
"ของลวงโลกกระมัง... สมุนไพรวิญญาณระดับกลางราคาเพียงเท่านี้ จะเป็นของแท้ได้อย่างไร""ข้าได้ยินว่าตระกูลเซียวตั้งราคาไว้สูงกว่านี้สามเท่า ร้านซอมซ่อหน้าประตูตะวันออกนี่คงเอาเศษหญ้ามาต้มหลอกขายเป็นแน่"เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่เบื้องหน้า 'หอโอสถและเสบียงเร้นเงา' ฝูงชนเบียดเสียดกันจนถนนแทบไร้ทางเดิน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแม้แต่ผู้เดียว สายตานับร้อยคู่จับจ้องป้ายราคาสินค้าด้วยความเคลือบแคลงใจตี้อ๋าวเทียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู แผงคอสีทองชูชันด้วยความหงุดหงิด จ้าวราชสีห์ทองคำผู้เคยฉีกทึ้งอสูรยักษ์ด้วยมือเปล่า บัดนี้ต้องมาทำหน้าที่เฝ้าหน้าร้านรับฟังคำสบประมาทของพวกมดปลวก มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนแกร่งกระตุกเกร็ง หากมิใช่เพราะกฎเหล็กของสตรีด้านใน ป่านนี้เขาคงหิ้วคอพวกปากมากเข้ามาบังคับกรอกยาให้รู้แล้วรู้รอดลึกเข้าไปในโถงร้านอันเงียบสงบ เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรร้อนกรุ่นขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาทอดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง[แจ้งเตือน: ทายาทสายเลือดบรรพกาลในครรภ์ต้องการปราณอ่อนบริสุทธิ์เพิ่มเติมเพื่อหล่อเล
"ย่านประตูตะวันออกมีแต่กลิ่นเหงื่อคาวและพวกแรงงานรับจ้าง เหตุใดท่านไม่เลือกเปิดร้านในตลาดกลางที่พวกคหบดีและพ่อค้าใหญ่เดินสัญจรเล่าขอรับ?"หูจิ่วเยวียนขยับพัดมายาในมือ ปิดบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะทอดสายตามองอาคารไม้ซอมซ่อเบื้องหน้า บริเวณนี้คือจุดตัดของลานรับจ้างและเส้นทางผ่านของพวกนักล่าระดับล่าง กลิ่นสุราราคาถูกและโคลนตมลอยปะปนในมวลอากาศเซียวหนิงเยว่ก้าวข้ามแอ่งน้ำขังด้วยวิถีเท้าอันเงียบเชียบ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่"ผู้มั่งมีล้วนมีทางเลือกให้เดินอยู่แล้ว" เซียวหนิงเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะเริ่มจากคนที่ไม่มีทางเลือก"จังหวะนั้นเอง สตรีร่างผอมซีดนางหนึ่งเดินประคองครรภ์ที่นูนเด่น จูงมือเด็กเล็กวัยเตาะแตะเดินผ่านหน้าร้านไป เสื้อผ้าของนางปุปะ ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอน ทว่าอ้อมแขนกลับกอดประคองบุตรน้อยไว้แน่นเซียวหนิงเยว่หยุดสายตาอยู่ที่สองแม่ลูกนั้นนานกว่าปกติ มือบางยกขึ้นแตะหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ ไห่ยวี่เจ๋อที่ยืนอยู่เบื้องหลังสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนายหญิง จึงก้าวเข้ามาเงียบๆ"ผู้ที่กำลังอุ้มชูชีวิตไว้ในท้อง..
กลิ่นอายดินดำข้นคลั่กปะปนกับกลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วลานคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวเดินไปตามร่องดินอย่างเชื่องช้า พลางก้มมองยอดอ่อนของพืชพรรณวิญญาณที่แทงยอดพ้นดินขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ผลจากการสาดปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ลงไปในชั้นปฐพีเมื่อคืนก่อน ทำให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติถึงสี่เท่าหกส่วนปราณบริสุทธิ์จากโลกภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ร่างของสตรีชุดดำอย่างไร้สิ่งใดกางกั้น พริบตานั้น ก้อนแป้งทั้งห้าชีวิตภายในหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่นพลันขยับดิ้นเบาๆ เต้นตอบรับกระแสปราณอย่างร่าเริง พวกเขาแผ่ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านฝ่ามือของมารดาที่กำลังทาบลงบนหน้าท้อง"กินเก่งขึ้นทุกวัน..." เซียวหนิงเยว่เอ่ยพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาที่มักราบเรียบและว่างเปล่า บัดนี้กลับแฝงแววตามใจสายเลือดของตนอย่างที่สุด"เช่นนั้นแม่ต้องปลูกให้มากกว่าเดิม ขุนพวกเจ้าให้อิ่มหนำจนสวรรค์ยังต้องยำเกรง"วูบ...ทันใดนั้น จี้อัญมณีสีเขียวมรกตกลางหน้าอกพลันระเบิดแสงสว่างวาบ อักขระแสงสีทองเรืองรองลอยเด่นขึ้นมาในห้วงสำนึกของนางอย่างฉับพลัน พร้อมกับกระแสความคิดจากกลไกสลับเปลี่ยนภายใ
[สรุปผลการแปรสภาพศึกทะเลพิษ: ปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ บรรจุ 300 กระสอบ น้ำหมักปรสิตซากอสูร บรรจุ 80 ไห สมุนไพรวิญญาณระดับกลางเติบโตเร็วกว่าปกติสี่เท่าหกส่วน... ตรวจพบร่องรอยตกค้าง: เซียวเจิ้นหนาน]ตัวอักษรบนหน้าต่างโปร่งแสงจางหายไป เซียวหนิงเยว่กวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำอีกครา นิ้วเรียวเคาะลงบนแผ่นศิลาข้างกายเป็นจังหวะเชื่องช้า กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งเมื่อค่ำคืนก่อนถูกแทนที่ด้วยความหอมสดชื่นของสมุนไพรวิญญาณ พฤกษาสังหารที่ผ่านการวิวัฒนาการสงบนิ่งอยู่รอบกำแพงที่แตกหัก ดุจอสูรเฝ้าประตูกำลังจำศีลเช้าวันใหม่ของฟาร์มวิญญาณเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับกองทรัพยากรมหาศาล ทว่ามวลอากาศบนชานเรือนชั่วคราวกลับคุกรุ่นไปด้วยความเดือดพล่าน"ข้าจะไปฉีกกระเดือกมันเดี๋ยวนี้!" ตี้อ๋าวเทียนคำรามต่ำในลำคอ แผงคอสีทองตั้งชัน สองมือเปล่าที่เคยใช้ไถหน้าดินเมื่อวาน บัดนี้กำแน่นจนข้อต่อลั่นกร๊อบ จ้าวราชสีห์ทองคำเดินวนไปมาดุจสัตว์ร้ายถูกขังกรง"สวะพรรค์นั้นกล้าส่งทะเลพิษมาปนเปื้อนอาณาเขตของท่าน ปล่อยข้าไปเถิด ข้าจะกระชากหัวเซียวเจิ้นหนานมาเสียบประจานหน้าฟาร์ม!""แค่หัวมันไม่พอ! ข้าจะไปถล่มคฤหาสน์ตระกูลเซียวให้ราบเป
เพียงสิ้นเสียงของเซียวหนิงเยว่ ทะเลพิษซากศพสีดำทะมึนก็ไหลบ่าเข้าหากำแพงคฤหาสน์จากทุกทิศทาง คลื่นความตายกัดกร่อนทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า เถาวัลย์กะซวกลำไส้ที่เคยดุร้ายเริ่มเหี่ยวเฉา บุปผากลืนโลหิตปิดกลีบซ่อนคมเขี้ยว เห็ดสปอร์อัมพาตแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำดุจถ่านไหม้"ฮ่าๆๆ! ค่ายกลพฤกษาอันใดกัน สุดท้ายก็ต้องสยบต่อพิษซากศพของข้า! ทำลายกำแพงนั่นเสีย แล้วนำหัวของนังมารดาอสูรกลับไปรับรางวัล!" ผู้นำหน่วยเงาโลหิตแสยะยิ้มอยู่ใต้เงามืดของผ้าคลุมสีเลือด เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องทว่า ท่ามกลางความพินาศที่กำลังคืบคลาน เซียวหนิงเยว่ยังคงยืนหยัดอย่างสงบอยู่กลางลานดิน นางก้มลงยกชามน้ำแกงที่วางทิ้งไว้บนแผ่นศิลาขึ้นมาประคองไว้ มือหนึ่งถือจอบกระดูกวิญญาณ สายตาทอดมองทะเลพิษที่กำลังกัดกินรากฐานฟาร์มด้วยความว่างเปล่า"ของเสียมากมายเพียงนี้..." ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ "ทิ้งไปก็น่าเสียดาย"สิ้นคำพูด หน้าจอระบบฟาร์มมิติโอสถสวรรค์พลันสว่างวาบขึ้นในห้วงสำนึก[บ่อหมักซากพิษเปิดใช้งาน] [พืชสังหารเข้าสู่โหมดแปรสภาพ] [ค่ายกลพฤกษาวิญ
ยี่สิบวันผ่านพ้นไปดุจพายุร้ายที่พัดโหมกระหน่ำนครศิลาศักดิ์สิทธิ์ข่าวลือสะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยดุจไฟลามทุ่ง ว่าตระกูลเซียวได้รับ 'วาสนาจากสวรรค์' ทรงประทานโอสถระดับตำนาน เซียวเจิ้นหนานกว้านซื้อสมุนไพรอายุสิบปีที่หลงเหลืออยู่ในตลาดมืดและร้านค้าย่อยจนเกลี้ยงคลัง เพื่อนำมาหลอมโอสถต้านสวรรค์สะสมไว้ให้
ขบวนเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เขตป่าหมอกมายาอย่างราบรื่นภายใต้ความเงียบสงัดเมื่อก้าวพ้นแนวป่าทึบและเข้าสู่อาณาเขตค่ายกลป้องกันของเรือนไม้ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลก็เริ่มแสดงผลต่อสรีระของมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เซียวหนิงเยว่ก้าวขึ้นชานเรือนด้วยจังหวะที่โอนเอนเล็กน้อย ทว่ายังคงรักษาท่วงท่า
บรรยากาศภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่เอนกายพิงพนักนุ่มอย่างเกียจคร้าน บนโต๊ะไม้สลักเบื้องหน้ามีโฉนดทำเลทองที่เพิ่งได้มาวางแผ่หลาอยู่ หญิงสาวเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ นัยน์ตาสีดำขลับฉายแววครุ่นคิดวางแผนธุรกิจครรภ์ของนางเริ่มนูนเด่นชัดขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจากการหล่อเลี
บรรยากาศภายในห้องประเมินลับของหอคอยประมูลเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงเข็มร่วง หลงจู๊เฒ่าผู้เชี่ยวชาญการประเมินสมบัติล้ำค่าที่สุดในนครศิลา นั่งหลังค่อมอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหยก มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมขณะใช้คีมคีบเม็ดยาสีทองสุกปลั่งขึ้นพินิจใกล้ๆหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากชายชรา นัยน์ตาฝ้าฟ







