共有

บทที่ 45 : ล้ำเส้นตาย

last update 公開日: 2026-04-28 07:00:32

สิ้นคำประกาศิตของเซียวหนิงเยว่ เศษศิลาสื่อสารที่แตกละเอียดร่วงหล่นลอดง่ามนิ้วของม่ออู๋เหิน มวลอาก

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード
ロックされたチャプター

最新チャプター

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 200 : กลับฟาร์ม

    กลิ่นน้ำแกงกระดูกเคี่ยวรากบัวลอยออกจากห้องครัว อบอวลไปตามระเบียงทั้งที่ยามไฮ่ล่วงมาครึ่งยามแล้ว และไม่มีผู้ใดในเรือนพักหิวเลยแม้แต่น้อยเซียวหนิงเยว่หยุดยืนตรงธรณีประตูครัว มองแผ่นหลังกว้างที่ก้มอยู่หน้าเตา สยงป้าจ้านคนหม้อด้วยทัพพีไม้วนไปทางซ้ายทีทางขวาที ทั้งที่น้ำแกงเดือดได้ที่มาหลายก้านธูปแล้ว"ต้มให้ใครกิน" หญิงสาวถามทัพพีหลุดมือ ตกลงในหม้อดังจ๋อม จ้าวหมีหันขวับ ใบหน้ากลมแดงก่ำยิ่งกว่าเปลวไฟในเตา"ข้าไม่รู้จะทำอะไรขอรับ" น้ำเสียงอึกอัก "นั่งอยู่เฉยๆ หัวใจก็เต้นไม่หยุด เลยมาเคี่ยวน้ำแกง ต้มไปต้มมาได้สามหม้อแล้ว""ข้าบอกว่าจะเรียกพบทีละคน" เซียวหนิงเยว่ก้าวเข้าไปใกล้ "เจ้าคือคนแรก"สยงป้าจ้านเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนซ้ำหลายรอบ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ"ข้าไม่ต้องคิดขอรับ" คำตอบพรั่งพรูออกมาทันที "ข้าเป็นของนายหญิงมาตั้งแต่วันแรกที่ท่านให้ลงจอบขุดดินแล้ว พลิกแปลงแรกเสร็จ ข้าก็รู้ว่าจะไม่ไปที่ไหนอีก"ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร สองแขนใหญ่ก็โอบรวบร่างหญิงสาวไว้แน่น ยกจนปลายเท้าลอยพ้นพื้นครัว กลิ่นควันฟืนติดอยู่เต็มอกเสื้อหนา อุ่นเสียจนนายหญิงหลุดหัวเราะออกมาก่อนจะรู้ตัว"วางข้าลง""อีกครู่เด

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 199 : ห้าคนนี้เป็นของข้า

    "เผ่าราชสีห์มาเพื่อรับทายาทของตนกลับคืนถิ่น"ถ้อยคำนั้นดังขึ้นหน้าเรือนพักตอนตะวันคล้อยต่ำ ลูกทั้งห้าเพิ่งตื่นจากนอนกลางวัน ยังขยี้ตาอยู่บนระเบียง เซียวหนิงเยว่ไม่รอฟังประโยคถัดไป ลุกขึ้นรวบตัวเล็กทั้งหมดเข้ามาไว้ข้างหลังตนเองในอึดใจเดียว ก่อนผู้มาเยือนคนใดจะทันได้เห็นดวงหน้าลูกสักคนหน้าประตูรั้วมีคนยืนรออยู่สามกลุ่ม กลางสุดคือผู้อาวุโสเผ่าราชสีห์ทั้งสามซึ่งนั่งดูการประลองเมื่อวาน ทางซ้ายคือผู้อาวุโสเผ่าอสรพิษคนเดิม ขมับยังมีเกล็ดเข้มเรียงแนว บุตรชายที่ม่ออู๋เหินถอนพิษให้ก้มศีรษะอยู่ด้านหลังอย่างลำบากใจ ริมฝีปากที่เคยม่วงคล้ำบัดนี้มีสีเลือดฝาดแล้ว ทางขวาเป็นสตรีสูงวัยเผ่าเงือก ผิวซีดขาวราวแสงจันทร์บนผิวน้ำ ครีบสีเงินริมใบหูพับแนบนิ่ง ข้างกายมีหญิงสาวสองคนถือกล่องไม้หอมสลักลายคลื่น คล้ายเตรียมของรับขวัญมาแล้วเสร็จสรรพ ทั้งสามกลุ่มมาพร้อมกัน ประหนึ่งนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า"สายเลือดราชสีห์ต้องเติบโตในฝูง" ผู้อาวุโสกลุ่มกลางเอ่ยต่อ น้ำเสียงสุภาพ ทว่าหนักดุจก้อนศิลา "ทายาทผมทองผู้นั้นควรกลับไปเรียนรู้ธรรมเนียมของเผ่า นี่เป็นสิทธิ์ตามกำเนิดที่ลบล้างไม่ได้""เผ่าอสรพิษขอรับทายาทที่ดมกลิ่นพิษไ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 198 : ข่าวลือเรื่องมารดา

    ปลายนิ้วของไห่ยวี่เจ๋อแตะข้อศอกนางเพียงชั่วครู่ แผ่วจนแทบไม่ทันสังเกต ชื้นอย่างผิวของผู้ที่เติบโตในน้ำ แล้วถอนกลับไปทันที เซียวหนิงเยว่ไม่หันไปมอง ก้าวต่อไปบนทางเดินหินด้วยฝีเท้าเท่าเดิม รู้ดีว่าสัมผัสแบบนี้ของจ้าวสมุทรมีความหมายเดียวมีบางอย่างที่ต้องดูเช้าวันที่หก วันสุดท้ายของงานชุมนุม หมอกบางยังเกาะเชิงผา ขบวนเล็กของฟาร์มเร้นเงากำลังมุ่งหน้าไปยังปะรำธงแผงคอเพลิงตามคำเชิญเมื่อคืน ลูกทั้งห้าก้าวอยู่หน้าสุด ห้อมล้อมด้วยบิดาเป็นวง ไห่ยวี่เจ๋อเลื่อนกายมาเดินชิดข้างนายหญิง ก้มศีรษะลงจนเสียงเหลือเพียงลมหายใจ"ชายชราที่ยืนในเงาเสาคืนแรก" น้ำเสียงนั้นเรียบ หากเร็วกว่าปกติ "ข้าเห็นคนผู้นั้นอีกเมื่อวานซืนที่ลานรับรอง และเมื่อวานตอนท่านผูกผ้าให้จ่าฝูง สามวันแล้วขอรับ ไม่เคยมองลูกเลยสักครั้ง มองแต่นายหญิงคนเดียว"หญิงสาวไม่ถามว่าแน่ใจหรือไม่ ตาข้างที่เคยขุ่นมัวของคนผู้นี้หายสนิทแล้ว และนับแต่วันนั้น ดวงตาคู่นี้ยังไม่เคยมองพลาดสักครั้ง"วันนี้ชายชราจะอยู่ในวงชาของผู้อาวุโส" ไห่ยวี่เจ๋อเอ่ยต่อ "ข้าเห็นบริวารของผู้เฒ่าคนนั้นเดินนำทางไปปะรำราชสีห์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง"ปะรำของเผ่าราชสีห์กว้างใหญ่ ผ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 197 : ประลองที่ไม่มีใครขอ

    โฮก!เสียงคำรามแผดก้องขึ้นกลางลานชุมนุม สะท้อนไปกระทบเชิงผาแล้วย้อนกลับมาอีกหน จนผ้าหลังคาปะรำทั้งแถวสั่นระริก บ่ายวันที่ห้าของงาน แดดอ่อนลงแล้ว ผู้คนกำลังทยอยจับกลุ่มกันหน้าแผงขายเหล้าดอกไม้ ทว่าแรงกังวานนั้นทำให้ทุกถ้วยชะงักค้างในอากาศกลางวงศิลา นักรบหนุ่มผู้หนึ่งยืนเปลือยท่อนบน เรือนผมสีทองหยิกฟูรอบใบหน้าดุจสิงห์หนุ่ม ไหล่กว้างเต็มไปด้วยแผลเป็นจากการต่อสู้ ดวงตาสีอำพันจ้องตรงมายังที่นั่งของฟาร์มเร้นเงาไม่วางตา ฝั่งตะวันออกของลาน ใต้ปะรำซึ่งปักธงแผงคอเพลิง ผู้อาวุโสเผ่าราชสีห์สามคนนั่งนิ่งอยู่ ไม่ห้ามปราม ไม่ส่งเสียงหนุน เพียงเฝ้าดูอย่างผู้ที่วางเดิมพันไว้ก่อนแล้ว"ตี้อ๋าวเทียน!" คำท้ากร้าวพอให้ได้ยินไปถึงแท่นศิลา "เผ่าราชสีห์เคยเรียกท่านว่าจ่าฝูง ทุกวันนี้ฝูงไร้หัว เพราะหัวฝูงไปนั่งเลี้ยงลูกให้หญิงมนุษย์อยู่ในไร่ผัก คนเช่นนั้นไม่สมควรครองนามเดิมอีกต่อไป ลงมาเถิด ให้ทั้งทวีปได้เห็นว่าตำแหน่งนั้นคู่ควรกับผู้ใด"ลานชุมนุมเงียบงัน ทุกสายตาเลื่อนจากกลางวงไปยังบุรุษร่างสูงหน้าปะรำ พี่ใหญ่นั่งอยู่บนตักกว้าง ส่วนมือหนากำลังแกะเปลือกถั่วต้มให้ลูกทีละเม็ดตี้อ๋าวเทียนวางเปลือกถั่วลง แล้วหัน

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 196 : ทูตองค์หลิงกลับมา

    ฝักดาบสั้นที่เอวทูตองค์หลิงหุ้มด้วยหนังปลากระเบนสีเทาหม่น ขอบปลอกเลี่ยมเงินสึกเป็นเงามันตรงจุดที่นิ้วโป้งแตะอยู่บ่อยครั้ง ด้ามพันเชือกไหมดำมัดเงื่อนแน่นหนา แบบคนที่ไม่เคยปล่อยให้สิ่งใดหลุดมือ เช้าวันที่สี่ของงาน อาวุธเล่มนั้นยังห้อยอยู่ตำแหน่งเดิม เหมือนคราวที่เจ้าของเดินตรวจฟาร์มเมื่อหลายเดือนก่อนไม่มีผิดคนรับใช้ของสภานำป้ายเชิญมาส่งตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นยอดผา ขอเชิญนายหญิงแห่งฟาร์มเร้นเงาไปจิบชาในปะรำกลาง ห้าจ้าวติดตามมาครบ สยงป้าจ้านพาลูกทั้งห้าแยกไปเล่นบนลานหญ้าด้านนอก ไห่ยวี่เจ๋อยืนเฝ้าหน้าประตูโดยไม่ต้องมีผู้ใดสั่ง ส่วนอีกสามคนก้าวตามเข้าไปข้างในภายในปะรำกลางกว้างขวางกว่าที่เห็นจากภายนอก ม่านผ้าไหมสีทองเข้มทิ้งตัวจากคานเป็นชั้นๆ กระถางธูปทองเหลืองตั้งอยู่ทั้งสี่มุม ควันหอมกรุ่นของไม้กฤษณาลอยอ้อยอิ่งจนทั่วห้อง ตั้งแต่ก้าวพ้นผ้าไหมผืนแรก ปลายจมูกของหูจิ่วเยวียนย่นขึ้นครู่หนึ่งแล้วคลายออก คล้ายได้กลิ่นบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น ทว่าจิ้งจอกหนุ่มไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงทรุดนั่งข้างหลังผู้เป็นนายตามธรรมเนียมทูตองค์หลิงรินชาด้วยมือตนเอง ท่วงท่าสุภาพเคร่งครัดดุจคัดลอกมาจากตำราพิธี ไม่ต่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 195 : มิตรใหม่ในงาน

    "ดวงประทีปแห่งเส้นทางเสบียง ผู้ถือหนี้ชีวิตของเผ่านกยูงทองทั้งเผ่า นายหญิงแห่งฟาร์มเร้นเงา!"เสียงร้องทักกังวานข้ามลานชุมนุมจนนกบนชายคาปะรำแตกฮือ บ่ายวันที่สามของงาน แดดแผดจัดจนพื้นศิลาร้อนระอุ ผู้คนเดินชมแผงสินค้าอย่างเกียจคร้าน ทว่าคำขานนามนั้นทำให้ทุกศีรษะหันขวับไปทางเดียวกันกลางลาน ฝูงชนแหวกออกเป็นทางกว้างดุจคลื่นที่ถูกหัวเรือผ่า ข่งหลิงอวี่ก้าวเข้ามาพร้อมปีกทองที่สยายเต็มสองข้าง ขนนกยูงร้อยสีต้องแดดแล้วสะท้อนประกายจนคนแถวหน้าต้องยกมือบังตา นายน้อยตระกูลข่งตรงดิ่งมาโดยไม่สนใจใครที่ยืนขวาง แล้วทรุดเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้าหญิงสาว ท่าเดียวกับวันที่ท่าน้ำนครศิลาเมื่อหลายเดือนก่อน เสียงซุบซิบลามไปทั่วบริเวณในชั่วอึดใจ บุรุษผู้ไม่เคยก้มให้ผู้ใดนอกจากบิดาของตน บัดนี้คุกเข่าให้สตรีคนเดิมเป็นหนที่สองแล้ว"ข้ามาช้าไปสองวัน" บุรุษครึ่งวิหคเงยหน้ายิ้ม "กองเรือติดลมที่ปากแม่น้ำ ได้ยินว่ามีคนกล้าดูถูกลูกของเจ้าตั้งแต่วันแรก น่าเสียดายนักที่ข้าไม่ได้เห็นกับตา"ห้าจ้าวขยับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตี้อ๋าวเทียนสืบเท้าไปทางซ้าย ไห่ยวี่เจ๋อเลื่อนกายไปทางขวา ม่ออู๋เหินชิดเข้าด้านหลัง หูจิ่วเยวียนหุบ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 51 : ภาพลวงตา

    ยี่สิบวันผ่านพ้นไปดุจพายุร้ายที่พัดโหมกระหน่ำนครศิลาศักดิ์สิทธิ์ข่าวลือสะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยดุจไฟลามทุ่ง ว่าตระกูลเซียวได้รับ 'วาสนาจากสวรรค์' ทรงประทานโอสถระดับตำนาน เซียวเจิ้นหนานกว้านซื้อสมุนไพรอายุสิบปีที่หลงเหลืออยู่ในตลาดมืดและร้านค้าย่อยจนเกลี้ยงคลัง เพื่อนำมาหลอมโอสถต้านสวรรค์สะสมไว้ให้

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 42 : ปุ๋ยวิญญาณระดับเทวะ

    ขบวนเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เขตป่าหมอกมายาอย่างราบรื่นภายใต้ความเงียบสงัดเมื่อก้าวพ้นแนวป่าทึบและเข้าสู่อาณาเขตค่ายกลป้องกันของเรือนไม้ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลก็เริ่มแสดงผลต่อสรีระของมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เซียวหนิงเยว่ก้าวขึ้นชานเรือนด้วยจังหวะที่โอนเอนเล็กน้อย ทว่ายังคงรักษาท่วงท่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 40 : มอบหมาย

    บรรยากาศภายในห้องพักของโรงเตี๊ยมเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่เอนกายพิงพนักนุ่มอย่างเกียจคร้าน บนโต๊ะไม้สลักเบื้องหน้ามีโฉนดทำเลทองที่เพิ่งได้มาวางแผ่หลาอยู่ หญิงสาวเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ นัยน์ตาสีดำขลับฉายแววครุ่นคิดวางแผนธุรกิจครรภ์ของนางเริ่มนูนเด่นชัดขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยจากการหล่อเลี

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 33 : ปล่อยสุนัขให้เห่าหอน

    บรรยากาศภายในห้องประเมินลับของหอคอยประมูลเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงเข็มร่วง หลงจู๊เฒ่าผู้เชี่ยวชาญการประเมินสมบัติล้ำค่าที่สุดในนครศิลา นั่งหลังค่อมอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหยก มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมขณะใช้คีมคีบเม็ดยาสีทองสุกปลั่งขึ้นพินิจใกล้ๆหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากชายชรา นัยน์ตาฝ้าฟ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status