Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 1-1 อยากเป็นแค่ผู้ชมไม่ได้เหรอ?

Share

หอมรักสลักใจ
หอมรักสลักใจ
Author: องค์หญิงโนเนม

บทที่ 1-1 อยากเป็นแค่ผู้ชมไม่ได้เหรอ?

last update publish date: 2026-10-02 17:47:01

“จูหลาน เจ้าคิดจะแข่งขันประชันกับข้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับลืมว่าตนเองเป็นเพียงบุตรอนุต่ำต้อยที่มารดาตายจากไปตั้งแต่แบเบาะ ต้องอาศัยอยู่ในจวนตระกูลเฟิ่งด้วยการดูสีหน้าข้าและท่านแม่ แต่กลับไม่เจียมตน ช่างน่าขันยิ่งนัก เจ้าอยากให้พระราชนัดดาชายตามองเจ้าหรือ ฝันกลางวันไปเถอะ ต่อไปนี้เจ้าจงไปอยู่ที่บ้านสวนเกษตร จนตายก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาเมืองหลวงอีกเลย!”

“พี่หญิง ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ อย่าได้ส่งข้าไปที่บ้านสวนแห่งนั้นเลย ข้าไม่กล้ายั่วยวนพระราชนัดดาอีกแล้ว!”

เสียงร้องขอความเมตตาของน้องสาวที่เกิดจากอนุไม่ได้ทำให้เฟิ่งหลิงหลงรู้สึกเวทนาสงสารหรือเห็นใจเลยแม้แต่น้อย กลับกันนางยังรู้สึกโล่งใจเสียมากกว่า ที่สุดท้ายแล้วเฟิ่งจูหลานก็จะไปอยู่พ้นหูพ้นตานางเสียที เมื่อไม่มีเฟิ่งจูหลานพระราชนัดดาจะต้องสนใจในตัวนางอย่างแน่นอน

นางปรายตามองเฟิ่งจูหลานอย่างดูแคลน ก่อนจะสะบัดชายเสื้อและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

สุดท้ายแล้วเฟิ่งจูหลานก็ถูกส่งไปอยู่ที่บ้านสวนเกษตรซึ่งอยู่นอกเมืองหลวง นางใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ต้องอดมื้อกินมื้อ ถูกคนของบ้านใหญ่กลั่นแกล้งรังแก และล้มป่วยจนตายไปในที่สุด จวบจนวาระสุดท้ายนางก็ไม่ได้พบเจอกับเซี่ยเสวียนเย่ พระราชนัดดาในฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนที่นางรักอีกเลยชั่วชีวิต

“เฮ้อ เรื่องราววนลูปเดิมๆ ตามแบบฉบับซีรีส์แนวตั้งอีกแล้ว เดี๋ยวยัยลูกอนุนี่ก็เกิดใหม่และกลับมาแก้แค้น น่าเบื่อจะตายชัก ไม่ดูต่อแล้วไปหาอะไรกินดีกว่า”

จูหลานเอ่ยขึ้นมาอย่างเบื่อหน่าย เพราะวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และเธอก็ไม่มีอะไรทำ จึงนั่งดูซีรีส์แนวตั้งฉบับการ์ตูนจบไปหลายสิบเรื่องแล้ว ดูจนแทบจะจำบทจำพล็อตได้ทั้งหมด

หญิงสาวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะไปหยิบขนมขึ้นมากิน เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน อีกไม่กี่ชั่วโมงวันหยุดที่แสนสุขของเธอก็หมดลงแล้ว วันพรุ่งนี้เธอจะต้องกลับไปทำงานและต้องพบเจอกับเพื่อนร่วมงานประสาทเหมือนเช่นทุกวัน

ปีนี้เธออายุยี่สิบห้าแล้ว จูหลานมีอาชีพเป็นพนักงานฝ่ายผลิตอยู่ที่บริษัทเครื่องสำอางชื่อดังแห่งหนึ่ง วันๆ นอกจากออกไปทำงานและกลับมานอนในห้องพักเล็กๆ แล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่ออีก เดิมทีจูหลานมีความฝันว่าอยากจะกลับบ้านเกิดไปปลูกผักทำสวน เพราะพ่อแม่ของเธอมีอาชีพเกษตร แต่เพราะตอนนี้เธอยังไม่มีเงินเก็บมากพอจึงต้องก้มหน้าก้มตาทำงานประจำไปก่อน

จูหลานกินขนมไปพลางเปิดดูอะไรในคอมพิวเตอร์ไปพลาง อยู่ๆ เธอก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาจึงคิดจะไปงีบหลับสักหน่อย คิดว่าพอตื่นขึ้นมาแล้วจะต้มบะหมี่กินสักชาม เมื่อคิดได้อย่างนั้นจูหลานจึงเดินไปทิ้งกายลงบนเตียงและผล็อยหลับไปทันที

เดิมทีมันควรจะเป็นวันพักผ่อนที่แสนสุขสบาย แต่อยู่ๆ กลับมีน้ำเย็นจัดสาดเข้ามาที่ใบหน้าของจูหลานเข้าอย่างจัง หญิงสาวสะดุ้งตกใจตื่น รีบดีดกายลุกขึ้นจากเตียงนอนพลางไอออกมาไม่หยุด ก่อนจะสบถเสียงแข็ง

“แม่งเอ๊ย ใครมันเอาน้ำมาสาดหน้าฉันวะเนี่ย แค่กๆ”

จูหลานเอ่ยไปพลางไอไปพลาง ก่อนจะได้ยินเสียงของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมา

“คุณหนูรอง ได้เวลาลุกไปหาบน้ำแล้วเจ้าค่ะ หากชักช้าจะไม่มีน้ำใช้นะเจ้าคะ”

คุณหนูรอง?

จูหลานพลันชะงักไปทันที เมื่อตั้งสติได้เธอจึงมองไปที่หญิงวัยกลางคนตรงหน้า และพบว่าเจ้าหล่อนสวมชุดเหมือนคนรับใช้ในซีรี่ส์จีนโบราณ ใบหน้าก็ฉายแววหยิ่งยะโสอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในมือยังถือถังน้ำเอาไว้อีกด้วย คาดว่าคงจะเป็นถังน้ำเดียวกันกับที่ใช้สาดหน้าเธอเมื่อครู่นี้

“คุณหนูรองเฟิ่งจูหลาน จะให้บ่าวพูดย้ำอีกรอบหรือเจ้าคะ?”

คราวนี้จูหลานเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว เธอค่อยๆ หันไปมองในกระจกทองเหลืองบานเก่าที่วางเอาไว้บนหัวเตียงก่อนจะสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าในกระจกทองเหลืองบานนั้นไม่ใช่หน้าของเธอ แต่คือใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่ง ที่ดูน่ารักจิ้มลิ้มอย่างยิ่ง จูหลานยกมือขึ้นมาจับใบหน้านั้น พร้อมกับอุทานออกมาเบาๆ

“ให้ตายเถอะ ตอนดูฉบับการ์ตูนว่าสวยแล้ว พอทะลุมิติเข้ามาแล้วเปลี่ยนเป็นร่างคนจริงๆ ดูสวยกว่าในการ์ตูนเป็นล้านเท่าเลย”

นางเอ่ยพร้อมกับย้อนคิดไปถึงชาติกำเนิดของตัวละครนี้

คุณหนูรองเฟิ่งจูหลาน เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ ปีนี้นางอายุสิบหก บิดาของนางเป็นถึงราชครูผู้มีความสามารถ สอนสั่งเหล่าบัณฑิตมาหลายรุ่น มีหน้ามีตาในสังคม ท่านปู่ของนางก็เป็นบัณฑิตเก่งกาจ เรียกได้ว่าตระกูลเฟิ่งนั้นเป็นแบบอย่างของบัณฑิตในใต้หล้าเลยก็ว่าได้ นางมีพี่สาวต่างมารดาหนึ่งคนนามว่า เฟิ่งหลิงหลง เป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกเพียงคนเดียวของฮูหยินใหญ่ บิดามารดารักถนอมเฟิ่งหลิงหลงราวกับหยกในฝ่ามือ ไม่ว่านางจะทำสิ่งใด ท่านพ่อและฮูหยินใหญ่ล้วนให้ท้าย ต่อมาเฟิ่งหลิงหลงยิ่งชังน้ำหน้าเฟิ่งจูหลานหนักขึ้นไปอีก เพราะเซี่ยเสวียนเย่พระราชนัดดาเกิดชอบพอในตัวของเฟิ่งจูหลาน เฟิ่งหลิงหลงจึงส่งน้องสาวต่างมารดามาที่บ้านสวนเกษตรแห่งนี้และทรมานนางจนตาย!

แต่เฟิ่งจูหลานตายไปแล้วไม่ใช่หรือ ซ้ำร้ายควรจะย้อนเวลากลับมาแก้แค้นสิ แล้วทำไมถึงกลายเป็นตัวนางเองที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนเล่า!

เวรเถอะ นางอยากเป็นเพียงผู้ชมซีรีส์แนวตั้งเท่านั้นไม่ได้อยากเข้ามาเป็นผู้ร่วมแสดงเสียหน่อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status