Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 1-2 อยากเป็นแค่ผู้ชมไม่ได้เหรอ?

Share

บทที่ 1-2 อยากเป็นแค่ผู้ชมไม่ได้เหรอ?

last update publish date: 2026-10-03 11:30:13

เมื่อได้รับรู้แล้วว่าตนเองทะลุมิติเข้ามาในซีรีส์แนวตั้ง จูหลานก็ถึงกับร้องโอดครวญในใจ แต่ยามนี้นางคงทำสิ่งใดไม่ได้แล้ว นอกจากสวมรอยเป็นเฟิ่งจูหลานคนเก่าไปก่อน แล้วค่อยคิดหาหนทางในการเอาชีวิตรอดในภายหลัง

บ้าบอที่สุด ทะลุมิติมาทั้งที ทำไมไม่ให้นางไปอยู่ในร่างของยัยเฟิ่งหลิงหลงกันนะ ยัยนั่นสบายจะตายไป!

เห้อ! หรือว่านี่จะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งกันนะ แล้วเธอจะกลับไปที่โลกอนาคตได้ยังไง แล้วพ่อกับแม่ล่ะ?

ในขณะที่จูหลานซึ่งยามนี้กลายเป็นเฟิ่งจูหลานไปแล้วกำลังร้องโอดครวญอยู่นั้น กลับมีแส้เส้นหนึ่งฟาดเข้ามาที่แขนของนางอย่างแรง แรงฟาดนั้นไม่เบาทำเอาเฟิ่งจูหลานแสบร้อนที่แขนไปหมด เมื่อนางหันไปมองก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนผู้นั้นนั่นเอง

“คุณหนูรอง หากยังไม่ยอมลุกไปหาบน้ำ เช่นนั้นอย่าหาว่าบ่าวไม่เตือนนะเจ้าคะ”

“คุณหนู อย่าทำให้หรงหมัวหมัวโมโหเลยเจ้าค่ะ รีบไปเถอะ บ่าวจะไปช่วยท่านหาบน้ำเอง”

อยู่ๆ ก็มีสตรีน้อยหน้าตาน่าเอ็นดูผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีหวาดกลัว เมื่อเฟิ่งจูหลานเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้แล้ว ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ปรากฏแจ่มชัดขึ้น

คนที่ตีนางคือหรงหมัวหมัว คนที่เฟิ่งหลิงหลงส่งมาทรมานเจ้าของร่างเดิม ส่วนสตรีน้อยที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือถงเสี่ยว สาวรับใช้ประจำตัวของนาง ถงเสี่ยวหวาดกลัวหรงหมัวหมัวอย่างมาก นางรีบเข้ามาหาเฟิ่งจูหลานและค่อยๆ ประคองเจ้านายให้ลุกขึ้น หรงหมัวหมัวที่เห็นเช่นนั้นจึงตวาดออกมาทันที

“เดินไปเองสิ เป็นง่อยหรืออย่างไรจึงต้องประคองกันอยู่ได้!”

ถงเสี่ยวสะดุ้งตัวโยน ต่างจากเฟิ่งจูหลานที่ไม่ได้ตกใจเท่าใดนัก นางลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเอ่ยกับหรงหมัวหมัว

“ท่านพูดดีๆ ก็ได้กระมัง เหตุใดต้องตะคอกด้วยเล่า?”

“นี่ท่านกล้าเถียงบ่าวหรือเจ้าคะ? เดี๋ยวนี้กล้าแล้วอย่างนั้นหรือ บ่าวเป็นคนของฮูหยินใหญ่ที่ส่งมาอบรมสันดานของท่าน ท่านต้องเชื่อฟังบ่าวถึงจะถูก ฮูหยินใหญ่บอกแล้ว หากท่านไม่เชื่อฟังก็ให้บ่าวลงโทษท่านได้เลย วันนี้บ่าวจะตีท่านให้รู้สำนึก และเจียมตนว่าเป็นเพียงบุตรอนุ!”

เอ่ยจบหรงหมัวหมัวก็เงื้อแส้ขึ้นมาหมายจะฟาดใส่เฟิ่งจูหลานอีกหน ถงเสี่ยวตกใจคิดจะเข้าไปรับแส้แทนเจ้านายตน เพราะที่ผ่านมาคุณหนูถูกทำร้ายมามากพอแล้ว แต่เฟิ่งจูหลานกลับมองหรงหมัวหมัวด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะคว้าจับแส้นั้นเอาไว้และกระชากแส้เส้นนั้นมาถือเอาไว้ในมือตนเอง แรงกระชากของนางไม่เบาทำเอาหรงหมัวหมัวแทบเซถลา

เวรกรรมจริงๆ นี่นางต้องมาอยู่ในร่างคนอื่น แล้วยังต้องเข้ามาในวงเวียนของการแก้แค้นอีกอย่างนั้นหรือ?

เอาเถอะ แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่ใช่คนยอมใครอยู่แล้ว

“ท่านกล้า โอ๊ย!”

หรงหมัวหมัวยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกเฟิ่งจูหลานฟาดแส้เข้าใส่ใบหน้าเข้าอย่างจัง แรงฟาดไม่เบาทำเอาหน้าของนางแตกจนเลือดซิบ หรงหมัวหมัวยกมือขึ้นจับใบหน้าตนก่อนจะกรีดร้องออกมาทันที นางไม่คิดเลยว่าเฟิ่งจูหลานจะกล้าทำกับนางเช่นนี้

“คุณหนูรอง ข้าจะตีท่าน!”

หรงหมัวหมัวยังไม่ละความพยายาม นางคิดจะพุ่งเข้ามาทุบตีเฟิ่งจูหลานอีกหน อย่างไรนางก็มีฮูหยินใหญ่และคุณหนูใหญ่คอยให้ท้าย เหตุใดต้องกลัวด้วยเล่า

เฟิ่งจูหลานยกมือขึ้นลูบคางตนเองคราวหนึ่ง ยายแก่นี่มันจ้องจะตีกับนางให้ได้เลย นางเองก็ไม่อยากจะกระทืบคนแก่ แต่เอาเถอะ คนแก่บางคนมันก็วอนเท้าจริงๆ

เมื่อคิดได้อย่างนั้นนางจึงยกเท้าขึ้นถีบยอดอกหรงหมัวหมัวอย่างเต็มแรง จนนางกระเด็นออกมาจากห้องและนอนแผ่หราอยู่บนพื้น เฟิ่งจูหลานค่อนข้างแปลกใจไม่น้อย เดิมทีเจ้าของร่างนี้อ่อนแอมาก แต่คงเป็นเพราะนางที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่งเข้ามาอยู่ในร่างกระมัง จึงทำให้ร่างนี้มีเรี่ยวแรงขึ้นมา เยี่ยมไปเลย ต้องบำรุงเพิ่มแล้ว

ด้านหรงหมัวหมัวเมื่อถูกทุบตีเต็มแรงก็เจ็บระบมไปหมด เหล่าบ่าวไพร่ต่างวิ่งออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นว่าหรงหมัวหมัวที่เคยหยิ่งยโสตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาก็ถึงกับลอบซู้ดปากกันเป็นแถว ด้านเฟิ่งจูหลานก็เดินตามออกมาดูด้วยแววตาเย็นชา

“มัวยืนอยู่ทำไม รีบจับคุณหนูรองเร็วเข้า แล้วไปเอาแส้เส้นใหม่มาให้ข้าด้วย!”

หรงหมัวหมัวหันไปตวาดสั่งการเหล่าบ่าวไพร่ที่ยืนอยู่ทันที วันนี้นางจะต้องทุบตีเฟิ่งจูหลานให้จงได้

“ใครกล้าตีจูจูของข้า ข้าจะฆ่ามันทิ้งให้หมด ไหนใครกล้า อ้อ นังแก่นี่เองหรือ!”

อยู่ๆ ก็มีเสียงของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดัน เฟิ่งจูหลานรีบหันไปมองก่อนจะต้องตกใจเป็นอย่างมาก

นั่นมัน เซี่ยเสวียนเย่ คนรักของเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่หรือ ให้ตายเถอะ เขาหล่อกว่าในฉบับการ์ตูนเสียอีก แล้วยังหน้าเหมือนพระเอกซีรี่ส์จีนแนวตั้งที่นางชอบอีกด้วย!

ฝันดี๊ดี!

ช้าก่อน! โรคหลงรักพระเอกในซีรีส์ไม่ซ้ำหน้าของนางเริ่มกำเริบอีกแล้ว

เฟิ่งจูหลานพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยามนี้นางเป็นเพียงวิญญาณที่มาอาศัยร่างของคนอื่น แล้วยังมาเอ่ยชมแฟนเขาอีก เช่นนี้มันไม่เหมาะกระมัง หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พลางคิดว่าหากนางอยากจะอยู่อย่างสงบสุข ก็ควรตัดสัมพันธไมตรีกับเซี่ยเสวียนเย่เสีย ไม่อย่างนั้นคงได้ตบตีกันตายกับเฟิ่งหลิงหลงเป็นแน่

“พระราชนัดดาเสด็จ ใครยังกล้าไม่คุกเข่า!”

เสียงของทหารองครักษ์เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใคร เหล่าบ่าวไพร่จึงรีบคุกเข่าลงทันที เฟิ่งจูหลานหันซ้ายหันขวาอย่างลนลาน นางกำลังจะคุกเข่าลงแต่กลับมีมือของใครบางคนคว้ารวบตัวนางเอาไว้เสียก่อน ใบหน้าของหญิงสาวซบลงไปบนแผงอกของเขา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มให้กับนาง พลางเอ่ย

“จูจูคนงามของข้า ในที่สุดข้าก็หาเจ้าเจอเสียที เมื่อครู่ตอนเจ้าถีบยัยแก่นั่นลอยออกมาจากห้องข้าเห็นแล้ว ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่พบกันเพียงไม่นาน จูจูคนงามเก่งขึ้นไม่น้อยเลย”

เอ่ยจบเซี่ยเสวียนเย่ก็ยักคิ้วให้นางคราวหนึ่ง ทำเอาเฟิ่งจูหลานเหม่อลอยไปทันที เมื่อตั้งสติได้ นางจึงผละออกจากเขา ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พระราชนัดดาเซี่ยเพคะ พวกเราเลิกคบหากันเถอะเพคะ”

เซี่ยเสวียนเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางตบเข่าตนเองฉาดใหญ่

“อ้อ ได้สิ เลิกเป็นคนรัก แล้วมาเป็นสามีภรรยากันแทนใช่หรือไม่ เหตุใดไม่บอกแต่แรกเล่า! เอาอย่างนี้ เข้าหอเลยเป็นอย่างไร แล้วค่อยแต่ง ให้บ่าวไพร่พวกนี้เป็นพยาน ดีหรือไม่? เจ้าอยากเข้าหอในห้องนอนหรือกลางแจ้งดี เลือกมาเลย”

เฟิ่งจูหลาน “.....”

ใครก็ได้บอกนางที นี่นางทะลุมิติมาสุ่มได้ตัวซีเคร็ทใช่หรือไม่ ให้ตายเถอะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status