Masukเมื่อปิยภัศร์เปิดประตูห้องคอนโดเขาก็อุ้มหญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอน พร้อมทั้งวางเธอลงบนเตียงและก็โน้มตัวลงมาทาบทับตัวเธอเอาไว้ ทั้งคู่จูบกันดูดดื่มมือเรียวเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่าง เขาถอดเสื้อผ้าของเธอออกอย่างรวดเร็ว แล้วก็ลงมือจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง หญิงสาวนอนมองการกระทำของเขาด้วยสายตาเชิญชวนอย่างไม่ปกปิด ไม่นานชายหนุ่มก็แนบตัวลงไปเนื้อต่อเนื้อสัมผัสกัน เขาเลื่อนริมฝีปากลงประกบริมฝีปากสีกุหลาบ และหลอกล่อให้เธอเผยอริมฝีปาก ลิ้นของเขาเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นนุ่ม เธอตอบสนองจูบของเขาอย่างคนรู้งาน
ปิยภัศร์ใช้ลีลาชั้นเชิงคลุกเคล้ากับร่างบางตรงหน้าอย่างไม่ปรานี อีกฝ่ายสอดมือเข้าไปใต้ผมนุ่มสลวยของเขา เขาเริ่มจูบซุกซอนไปตามซอกคอของหญิงสาวอีกครั้ง
แต่แล้วก็ไม่สามารถที่จะสานต่อได้เพราะเขาเห็นแต่ใบหน้าของเมธาวี ทำไมนะแม้แต่ช่วงเวลาที่เขากำลังจะมีความสุขกับผู้หญิงอื่น แต่กลับคิดถึงเธอ...คิดถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแป้งเด็กที่หญิงสาวชอบใช้ แทนที่จะคิดถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนจากร่างของสาวคนนี้ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าหล่อนชื่ออะไร และเพราะภาพของเมธาวีตามมาหลอกหลอนจนทำให้ปิยภัศร์หมดอารมณ์ที่จะสานต่อ
“ให้ตายสิ! นี่เธอยังตามมาหลอกหลอนฉันอีกเหรอ”
แล้วเขาก็หยุดการกระทำของตัวเองทั้งหมดหันไปหยิบเสื้อคลุมมาใส่พร้อมทั้งหยิบเงินในกระเป๋ามาปึกนึง โยนไปให้หญิงสาวที่นั่งทำหน้างงอยู่บนเตียงพร้อมกับบอกให้เธอกลับไป หญิงสาวทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายพร้อมทั้งหยิบเงินบนเตียงปึกนั้นแล้วก็ลุกขึ้นแต่งตัว ก่อนที่จะไปเธอได้ยื่นนามบัตรส่งให้ปิยภัศร์และจูบแก้มเขา ปิยภัศร์มองนามบัตรในมือพร้อมกับขยำและปามันทิ้งไปอย่างไม่สนใจใยดี ตอนนี้เขากำลังรู้สึกโกรธเมธาวีที่เป็นตัวขัดขวางความสุขของเขากับผู้หญิงคนอื่น
“ตะวันคุณนี่ร้ายกาจจริงๆ ขนาดตัวเองไม่มายังสามารถทำให้ผมหมดอารมณ์ที่จะหาความสุขกับผู้หญิงอื่นได้เลย ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างพรุ่งนี้เช้าต้องไปดูซะหน่อย” เขาบอกตัวเองก่อนที่จะไปอาบน้ำเข้านอน
ปิยภัศร์กลับบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องกลับก็ได้ เพราะที่คอนโดของเขาก็มีเสื้อผ้าอยู่แล้ว แต่เพราะอยากที่จะกลับมาดูยายตัวแสบว่าเป็นยังไงบ้างมากกว่า เขารีบเดินไปที่ห้องของเธอก็พบว่าหญิงสาวยังคงหลับอยู่
“ทำไมนอนขดตัวแบบนั้น”
“ตะวันคุณเป็นไงบ้าง”
หญิงสาวรู้สึกตัวตื่น
“คุณเองเหรอคะ...หนาวค่ะ...ทั้งหนาวทั้งปวดหัว”
เธอตอบชายหนุ่มเสียงเบาพร้อมกับพยายามลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง โดยมีปิยภัศร์ช่วยประคองให้นั่งได้สะดวกยิ่งขึ้น และนั่นเองที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่ายายตัวแสบของเขานั้นน่าจะกำลังมีไข้ ปิยภัศร์นั่งลงข้างตัวเมธาวีพร้อมกับใช้มือสัมผัสไปตามใบหน้าและลำคอของเธอ หญิงสาวรีบปัดมือของเขา
“คุณจะทำอะไร”
“ก็วัดไข้นะสิทำไมคุณถึงได้มีไข้สูงอีก กินยาครบตามที่หมอสั่งหรือเปล่า”
เมธาวีพยักหน้าแทนคำตอบ
“ถ้ากินยาแล้วทำไมถึงยังมีไข้สูงแบบนี้ได้...ป้าวรรณดูแลคุณยังไง” ปิยภัศร์บ่นก่อนที่จะเดินออกไปเรียกป้าวรรณที่หน้าห้องนอนของหญิงสาวเจ้าปัญหา
“มีอะไรคะคุณภัศร์” ป้าวรรณซึ่งกำลังจะเดินเข้ามาดูหญิงสาวในห้อง แต่ได้ยินเสียงร้องเรียกของเจ้านายหนุ่มเข้าซะก่อน
“ผมอุตส่าห์ไว้ใจให้ป้าวรรณดูแลตะวัน แล้วดูแลกันแบบไหนถึงได้ปล่อยให้ตะวันตัวร้อนขนาดนี้”
“ไหนค่ะ” เธอเดินเอามือมาอังหน้าผากของเธอเพื่อวัดไข้ ปากก็ต่อว่าชายหนุ่มไปด้วย
“ก็เพราะคุณภัศร์นั่นแหละค่ะที่เป็นสาเหตุ เมื่อคืนคุณทำอะไรคุณตะวันคะ พอคุณขับรถออกไปข้างนอกคุณตะวันก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำสระผมอยู่เป็นนาน”
“แล้วป้าวรรณปล่อยให้ตะวันทำแบบนั้นได้ยังไงโดยไม่ห้ามปราม”
“ก็ป้ามัวแต่ยุ่งอยู่กับการสั่งให้เด็กเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ให้กับคุณตะวันนี่คะ”
“ป้าวรรณไม่ทราบหรือครับว่าอะไรมีสำคัญมากกว่ากัน”
ชายหนุ่มกล่าวตำหนิผู้สูงวัยกว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด นี่ขนาดป้าวรรณเป็นคนที่เคยทำหน้าที่ดูแลเขามายังโดนตำหนิแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นละก็อาจจะได้โดนไล่ออกหรือตัดเงินเดือนโทษฐานบกพร่องต่อหน้าที่
แต่ผู้สูงวัยก็หาได้โกรธชายหนุ่มเพราะรู้ดีว่าการที่เขาพูดตำหนิแบบนี้ เป็นเพราะเป็นห่วงหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวนั่นเอง เมธาวีรู้สึกไม่สบายใจที่ปิยภัศร์กล่าวตำหนิป้าวรรณเพราะเรื่องของเธอจึงพูดออกรับแทน
“คุณก็ไม่ควรที่จะไปตำหนิป้าวรรณแบบนั้นนะคะ อย่าไปโทษป้าวรรณเลยค่ะ ฉันเป็นคนผิดเองถ้าคุณจะว่าก็ว่าฉันแล้วกัน”
“เดี๋ยวป้าจะโทรไปตามหมอสรรค์ก่อนนะคะ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







