Masukหญิงสาวลุกขึ้นมากอดป้าวรรณไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ซึ่งผู้สูงวัยก็ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวร้องไห้เพราะเหตุผลอะไรกันแน่ ป้าวรรณกอดหญิงสาวพร้อมกับลูบหลังและไหล่ของเธอไปมาเบาๆ เป็นการปลอบ
“อย่าร้องไห้ค่ะ...โดนคุณภัศร์รังแกเอาใช่ไหมคะ แล้วคุณตะวันเป็นอะไรไปคะถึงได้อาเจียนออกมา”
“ตะวันเหม็นน้ำหอมที่เขาใช้ค่ะ ตอนแรกตะวันนึกว่าตัวเองฝันไป มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเขามาทาบทับอยู่บนตัวของตะวันและพยายามที่จะเอ่อ ...ทำแบบว่า...แต่ตะวันอาเจียนใส่เขาซะก่อนค่ะ” มันยากที่จะอธิบายแต่เมธาวีก็พยายามที่พูดให้ป้าวรรณฟัง
“คุณลุกขึ้นไหวไหมคะ ป้าจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ก่อน”
“ไหวค่ะตะวันขอไปล้างตัวในห้องน้ำก่อนนะคะ”
“เดินไหวแน่นะคะ” หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะค่อยพยุงตัวขึ้นยืน
“เดี๋ยวป้าจะไปตามให้เด็กมาจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้คุณตะวันก่อน” แต่ก่อนที่ป้าวรรณจะเดินออกไปจากห้อง หญิงสาวก็เรียกเธอพร้อมกล่าวคำขอโทษ
“ป้าวรรณคะ...ขอโทษนะคะที่ตะวันสร้างความเดือดร้อนให้กลางดึกแบบนี้”
“ไม่ต้องขอโทษป้าหรอกค่ะสาเหตุก็มาจากคุณภัศร์นี่ล่ะค่ะ แล้วคนก่อเรื่องตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้วนะคะไม่รู้ขับรถออกไปไหนกลางดึก แถมยังสั่งเอาไว้ว่าไม่ต้องรอ เพราะว่าคืนนี้จะไม่กลับค่ะเหลวไหลจริงๆ”
หญิงสาวรับรู้สิ่งที่ป้าวรรณพูดเกี่ยวกับเขาโดยไม่พูดอะไรก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไป ในขณะที่ป้าวรรณไปตามเด็กขึ้นมาจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้กับเธอ เมธาวีอาบน้ำสระผมอยู่นานจนกระทั่งป้าวรรณมาเคาะประตูห้องน้ำและถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าเธอจะเป็นอะไรไป
“กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” จากนั้นเธอก็รีบอาบน้ำล้างตัวจากฟองสบู่พร้อมกับสวมชุดคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำ เพราะรู้ดีว่าป้าวรรณเป็นห่วงเธอ แต่เมื่อป้าวรรณเห็นว่าหญิงสาวอาบน้ำสระผมก็พูดด้วยความห่วงใย
“คุณตะวันอาบน้ำสระผมแบบนี้จะทำให้ไข้กลับมาอีกได้นะคะ” เธอพูดพร้อมกับเดินเข้าไปประคองหญิงสาวมานั่งที่เตียง พร้อมกับช่วยหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เธอ
“พักผ่อนได้แล้วค่ะต้องห่มผ้าหนาๆ ด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็อาจจะทำให้อาการหนักขึ้นมาอีก กินยาก่อนนอนตามที่หมอสั่งไว้หรือยังคะ”
“กินแล้วค่ะ ฤทธิ์ของยาที่กินเข้าไปทำให้ตะวันหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็เป็นอย่างที่ป้าวรรณทราบนั่นล่ะค่ะ”
“คุณตะวันไม่ต้องคิดมากและก็นอนพักผ่อนซะนะคะ คืนนี้ไม่มีใครเข้ามาทำอะไรคุณตะวันได้อีกแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะหลับตาซะ” หญิงสาวเองก็ยังรู้สึกเพลียประกอบกับร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงของเธอ ทำให้เธอหลับไปได้อย่างง่ายดาย ป้าวรรณดูแลห่มผ้าให้ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยความหนักใจ เพราะรู้ดีว่าคุณภัศร์จะต้องหาโอกาสรังแกหญิงสาวอีกแน่ และตัวเธอเองก็ไม่รู้จะช่วยให้เธอรอดพ้นเงื้อมือของคุณภัศร์ได้อย่างไร
หลังจากที่ปิยภัศร์ออกมาจากบ้านพร้อมกับพกพาอารมณ์ที่ค้างและหงุดหงิดติดมาด้วย เขาขับรถมาที่ผับแห่งหนึ่งที่กวินเป็นเจ้าของอยู่ ชายหนุ่มเข้าไปนั่งดื่มเหล้าคนเดียวด้วยความเซ็ง ไม่นานนักก็มีหญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งเดินเข้ามาทักเขา
“ให้ฉันนั่งดื่มเป็นเพื่อนด้วยคนนะคะ” เธอพูดพร้อมกับเข้ามานั่งกระแซะชายหนุ่มเกือบจะเรียกได้ว่าจะขึ้นมานั่งบนตักของเขาก็ว่าได้ ด้วยกระโปรงตัวสั้นจู๋ที่เธอสวมใส่อยู่นั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวของผู้สวมใส่
ปิยภัศร์ลูบไล้เรียวขานั้นพร้อมกับซุกไซ้ใบหน้าไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
“ได้เลยคืนนี้ผมกำลังเหงาอยู่พอดี”
“ฉันจะช่วยขจัดความเหงาให้คุณเองค่ะ”
“คุณอยากดื่มอะไรก็สั่งได้เลยเดี๋ยวผมจ่ายเอง”
หลังจากที่ดื่มกันไปพอประมาณจนปิยภัศร์เริ่มรู้สึกมึน เขาทั้งจับจูบลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่ปรานี ซึ่งเธอเองก็ไม่ปฏิเสธสิ่งที่เขาทำแถมยังจะชอบซะด้วยซ้ำไป
“เราไปต่อกันที่คอนโดของผมดีกว่า”
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกไปขึ้นรถ เพื่อที่จะพากันไปหาความสำราญกันต่อที่คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของชายหนุ่ม
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







