LOGINเมื่อหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้าไปเธอได้ยินเสียงของบิดาเอ่ยถาม
“ตะวันมาแล้วเหรอลูก”
“พ่อดูแข็งแรงขึ้นมากเลยนะคะ สีหน้าก็ดูดีขึ้นด้วย”
“พ่อไม่เป็นอะไรแล้วรู้สึกแข็งแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำไป คุณหมอมาร์ตินบอกพ่อว่าถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน อีกไม่นานพ่อก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แต่พ่ออยากกลับไปพักฟื้นเมืองไทยมากกว่า หมอบอกว่าถ้าจะกลับไปเมืองไทยคงจะต้องรออีกสักพักให้พ่อแข็งแรงมากกว่านี้ก่อน”
“ตะวันได้คุยกับคุณหมอมาร์ตินเกี่ยวกับอาการของพ่อ คุณหมอบอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตะวันก็เลยคิดว่าจะกลับเมืองไทยพรุ่งนี้เช้า พ่อไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”
“แล้วจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือลูก”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ พ่ออยู่ได้นะคะ”
“ตะวันไม่ต้องห่วงพ่อนะลูกพ่ออยู่ได้ เมื่อวานคุณปิยภัศร์โทรมาคุยกับพ่อเขาบอกว่า ถ้าหมออนุญาตให้พ่อออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร เขาจะให้พ่อไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพักของเขา ที่นั่นจะมีคนดูแลพ่อเป็นอย่างดี แล้วเขาก็สั่งให้เพื่อนของเขาจัดหาพยาบาลพิเศษมาเฝ้าพ่ออีกด้วย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเขาจะเป็นคนรับผิดชอบเอง พ่อบอกว่าพ่อจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง แต่เขายืนยันว่าเขาจะจัดการให้ ขอให้พ่อรักษาตัวให้แข็งแรงไม่ต้องห่วงอะไร”
“ถ้ามีอะไรพ่อโทรหาตะวันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ตะวันรักพ่อค่ะ”
“พ่อก็รักตะวัน” สองพ่อลูกกอดกันแนบแน่น
“กลับไปกรุงเทพฯ คราวนี้เราก็อย่าไปแผลงฤทธิ์อะไรกับคุณปิยภัศร์อีกล่ะ”
“ตะวันรับปากพ่อตราบใดที่เขาไม่รังแกตะวัน...ตะวันก็จะไม่แผลงฤทธิ์ใส่เขา” คุณวิชญะหัวเราะกับคำตอบอันชาญฉลาดของบุตรสาว
เมื่อเมธาวีเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็พบว่าปิยภัศร์มาคอยรับเธออยู่ก่อนแล้ว เขาโบกมือให้ทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้า
“คุณมารอนานแล้วเหรอคะ”
“ก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงเราไปกันดีกว่า” ชายหนุ่มเข็นกระเป๋าสัมภาระของหญิงสาวไปใส่ไว้ท้ายรถ เมื่อขึ้นรถเสร็จเรียบร้อยเขาก็ขับรถออกไปด้วยความเร็วสูงจนอีกฝ่ายต้องร้องห้าม
“คุณขับช้ากว่านี้หน่อยก็ได้เพราะฉันอยากไปถึงบ้านแบบปลอดภัย ดีกว่าจะต้องแวะไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล” ปิยภัศร์หันมายิ้มให้หญิงสาวโดยไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อเมธาวีเห็นว่าเขากำลังขับรถออกนอกเส้นทางกลับบ้านก็เลยทักท้วง
“เราไม่ได้จะกลับบ้านกันเหรอคะ”
“ผมไม่ได้บอกว่าจะพาคุณกลับบ้าน ผมจะพาคุณไปพักผ่อนชายทะเลต่างหาก คุณไปอเมริกาไม่เท่าไรทำไมถึงผอมไปมากขนาดนี้”
“ฉันควบคุมน้ำหนัก แล้วป้าวรรณรู้ไหมคะว่าเราจะไปเที่ยวทะเล”
“ผมบอกป้าวรรณเรียบร้อยแล้วว่าจะพาคุณมาพักผ่อนที่หัวหิน ป่านนี้นายวินกับพี่ฟ้าของคุณคงจะไปถึงที่พักแล้ว” เมื่อได้ยินชื่อพี่สาวทำให้เธอรีบหันไปถามชายหนุ่มข้างตัวด้วยความตื่นเต้นทันที
“พี่ฟ้าไปด้วยเหรอคะ ดีจังเลยฉันกำลังคิดถึงพี่ฟ้าอยู่พอดี คุณขับรถให้ไวกว่านี้หน่อยสิคะ” เมธาวีเร่งให้ชายหนุ่มขับรถให้เร็วขึ้นทำให้ปิยภัศร์หัวเราะออกมา
“จะเอาไงแน่ครับคุณผู้หญิงพอผมขับเร็ว คุณก็บอกให้ขับช้าๆ พอขับช้าก็เร่งให้ขับเร็วๆ”
“ก็เอาแบบขับเร็วแต่ถึงที่หมายปลอดภัยไงคะ ฉันจะได้ไปกอดพี่ฟ้า”
“คุณคิดถึงแต่พี่ฟ้าของคุณเท่านั้นเหรอ”
“ฉันก็คิดถึงทุกคนนั่นละค่ะรวมทั้งคุณด้วยนะ” ปิยภัศร์ยิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้รับก่อนจะถามถึงอาการของคุณวิชญะ
“ก็ดีขึ้นค่ะคุณหมอมาร์ตินบอกว่าถ้าดีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้อีกไม่นานก็จะกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านได้ และที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีฉันคงจะต้องยกให้เป็นความดีของคุณ รวมถึงคำขอบคุณจากใจของฉันด้วยค่ะ”
“ผมขอเปลี่ยนคำขอบคุณ เป็นอย่างอื่นแทนได้ไหมตะวัน”
“เช่นอะไรคะ”
“อย่างเช่นให้ผมนอนห้องเดียวกับคุณคืนนี้ไง”
“ฝันไปก่อนเถอะค่ะ”
“ผู้หญิงอะไรใจร้าย” เมธาวีหัวเราะก่อนจะแซวเขา
“ผู้ชายอะไรขี้บ่น”
“ถึงผมจะขี้บ่นแต่ก็หล่อโดนใจสาวๆ ใช่ไหม”
“หลงตัวเอง”
ปิยภัศร์ขับรถมาถึงบ้านพักสุดหรูริมหาดหัวหิน ทั้งคู่ก็พบว่ากวินกับมินตรามายืนรออยู่ที่หน้าบ้านพักและทันทีที่รถจอดสนิท เมธาวีก็ลงจากรถและวิ่งเข้าไปสวมกอดพี่สาวของเธอไว้แน่น พร้อมกับหอมแก้มเธอด้วยความคิดถึง มินตราเองก็กอดน้องสาวด้วยความคิดถึงไม่แพ้กัน เมธาวีหันไปทักทายกวินจากนั้นทั้งหมดก็ชักชวนกันเข้าไปในบ้าน ปิยภัศร์เอากระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองและเมธาวีไปเก็บที่ห้องพัก โดยมีกวินตามไปด้วยเพราะเขาต้องการจะเปิดโอกาสให้สองพี่น้องได้คุยกันตามลำพัง
“ทำไมนายถึงมาช้า”
“ฉันเปิดโอกาสให้นายได้อยู่ตามลำพังกับคุณฟ้าสองต่อสองนานหน่อยไง” กวินยิ้มกับคำตอบของเพื่อน เมื่อเห็นว่าปิยภัศร์ขนเอาสัมภาระของเขาและของเมธาวีเข้าไปไว้ในห้องนอนของมินตราทำให้ต้องเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“นายจะนอนห้องนี้เหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“แต่ว่านี่มันห้องของฟ้านะ”
ที่กวินพูดเช่นนี้เพราะว่าที่นี่มีเพียงแค่สองห้องนอนเท่านั้น และเขาคิดจะให้สองสาวพักด้วยกันส่วนตัวเขาก็พักกับเพื่อน แต่ดูเหมือนเพื่อนรักของเขาจะมีปัญหาซะแล้ว
“จะยากอะไรก็ให้คุณฟ้าย้ายไปนอนห้องเดียวกับนาย หรือไม่นายก็ย้ายมานอนห้องนี้กับแฟนของนายก็หมดเรื่อง ฉันจะได้นอนกับตะวัน”
“แล้วตะวันจะยอมเหรอ”
“นายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง ตกลงนายจะเป็นคนย้ายห้องหรือจะให้คุณฟ้าย้าย”
“เดี๋ยวฉันย้ายมานอนห้องนี้เอง ส่วนนายกับตะวันก็ไปพักห้องนั้นแล้วกัน”
“ตกลงตามนี้”
เมื่อสองหนุ่มกลับออกมาอีกทีก็พบแต่มินตราอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นแต่เพียงลำพัง ทำให้ปิยภัศร์เอ่ยปากถาม
“ตะวันไปไหนล่ะครับ”
“ออกไปเดินเล่นชายหาดค่ะ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







