LOGINปิยภัศร์มองออกไปข้างนอกก็พบหญิงสาวเดินเล่นอยู่ที่ชายหาดหน้าบ้านพักนั่นเอง ทำให้เขาตัดสินใจเดินตามออกไป มินตรากำลังจะเดินตามเขาไปเช่นกัน แต่กวินห้ามไว้ที่เขาทำแบบนี้ ก็เพราะว่าต้องการจะเปิดโอกาสให้กับเพื่อนรักได้อยู่ตามลำพังกับเมธาวีด้วย เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักของเขาคิดถึงหญิงสาวคนนี้มากมายแค่ไหน
ทั้งที่เจ้าตัวก็มักจะปากแข็งไม่ยอมรับความจริง และมักจะบอกอยู่เสมอว่าเขาไม่ได้คิดถึงเธอมากมายขนาดนั้น แต่ว่าการกระทำของเขามันฟ้องและค้านกับคำพูดของตัวเขาเอง
“ผมว่าเราควรปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง ส่วนเราสองคนไปหาซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นกันดีกว่านะครับ คุณอยากทานอะไร”
“มาเที่ยวทะเลทั้งทีก็ต้องทานอาหารทะเลสิคะ”
มินตราชวนกวินไปตลาดเพื่อซื้อหาอาหารทะเลสดๆ มาไว้สำหรับอาหารมื้อเย็น โดยมีกวินทำหน้าที่สารถีขับรถให้รวมถึงช่วยเธอถือของอีกด้วย
อาหารสำหรับมื้อเย็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารทะเลที่มีรสจัดจ้าน รวมไปถึงกุ้งเผาปูเผาอีกด้วยทั้งสี่คนลงความเห็นว่า ควรจะมานั่งทานมื้อค่ำที่ริมชายหาดเพื่อให้ได้บรรยากาศ โดยมีสองหนุ่มเป็นคนจัดสถานที่ และทำหน้าที่ติดเตาที่จะใช้ย่างอาหารทะเล ปิยภัศร์รับหน้าที่ทำเมนูกุ้งเผา ปูเผา ส่วนเมธาวีก็เป็นคนจัดเตรียมน้ำจิ้มรสเด็ดเธอเดินมาสมทบกับปิยภัศร์
“สุกบ้างหรือยังคะ”
“ผมเพิ่งจะเอาลงเองรอสักพักนะ”
หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับช่วยเขากลับกุ้ง เมื่อเห็นว่าสุกแล้วเธอจึงเดินไปหยิบจานมายื่นส่งให้เขา
“ใส่จานนี้”
จากนั้นก็ยกจานกุ้งเผาไปให้กวินกับมินตรา ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เธอยืนมากนัก แล้วก็กลับมายืนที่เดิมเพื่อสั่งการชายหนุ่มข้างตัว
“ตัวนั้นจะไหม้แล้วนะคุณรีบกลับก่อนสิ”
“ไม่ไหม้หรอกน่าผมรับรอง” หญิงสาวแกะกุ้งเผาทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ลืมที่จะเผื่อเขาด้วย
“คุณป้อนผมด้วยสิ ไม่เห็นหรือว่ามือผมไม่ว่าง”
เธอยอมป้อนเขาตามคำสั่งเมื่อเห็นว่าเขากำลังสาละวนอยู่กับการปิ้งกุ้งให้พวกเธอ เขาเอ่ยปากขอบคุณและจูบแก้มนวลของเธอเป็นการตอบแทน
“คุณนี่ชอบเอาเปรียบฉันอยู่เรื่อยเลยนะ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”
“ถ้าการเป็นสุภาพบุรุษในสายตาของคุณ คือการที่ผมจะต้องทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการแล้วล่ะก็ ผมขอเป็นแค่บุรุษที่ไม่มีคำว่าสุภาพนำหน้าจะดีกว่า เพราะผมจะได้ชิมความหอมหวานจากตัวคุณยังไงล่ะ”
หญิงสาวส่ายหน้าอย่างระอาในคำพูดของเขา และเธอขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำกับเขา ก็เลยเดินมานั่งทานอาหารที่โต๊ะ ส่วนกวินก็ลุกไปทำหน้าที่ช่วยเพื่อนรักแทนเธอ เมธาวีถือโอกาสนี้ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวของตนเองและกวินว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม
“เราแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ”
“พูดแบบนี้หมายความว่าพี่กับคุณวินตกลงเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหมคะ” มินตราพยักหน้าก่อนที่จะตอบ
“ใช่จ้ะถึงแม้จะมีเงื่อนไขตามมา”
แล้วมินตราก็เล่าทุกอย่างให้น้องสาวฟังอย่างไม่ปิดบัง รวมไปถึงการที่เธอยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา อย่างที่ไม่เคยยอมให้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน
“พี่เหมือนผู้หญิงใจง่ายใช่ไหมตะวัน ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่ควรทำแบบนั้นแต่ก็ยังไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจปล่อยให้อารมณ์ใคร่เข้ามาครอบงำ ถ้าพ่อรู้พ่อจะต้องผิดหวังในตัวพี่อย่างแน่นอน” เมธาวีเอื้อมมือไปจับมือของมินตราเอาไว้ทั้งสองข้างและพูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่ฟ้าอย่าคิดมากเลยนะคะ ตะวันรู้ว่าพี่รักคุณวินถึงได้ยอมเป็นของเขา พ่อเองก็ต้องเข้าใจเพราะฉะนั้นพี่ก็ไม่ต้องคิดมากอีก แต่พี่ฟ้ารับปากตะวันสักเรื่องได้ไหมคะขอให้จำไว้ว่าเรามีกันสามคน ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตามอย่าเก็บเอาไว้คนเดียวบอกให้พวกเรารับรู้บ้าง และไม่ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาแค่ไหน เราก็จะฝ่าฟันมันไปพร้อมกัน”
“พี่ให้สัญญานะตะวันไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่ก็ตาม พี่จะบอกตะวันกับพ่ออย่างไม่ปิดบัง แล้วเรื่องของตะวันกับคุณภัศร์ละไปถึงไหนกันแล้ว”
“เขานะเหรอคะก็แค่กวนประสาทตะวันไปวันวันหนึ่งเท่านั้นเองล่ะค่ะ ตะวันยอมรับนะคะว่าเขาเป็นคนดี แต่ตะวันก็ต้องระวังตัวเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเขาชอบฉวยโอกาสรังแกตะวันอยู่เรื่อย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้มือยุ่มย่ามอย่างกับหนวดปลาหมึก”
“แล้วคืนนี้ตะวันคิดไว้หรือยัง ว่าจะทำยังไงถึงจะรอดพ้นเงื้อมือเขาไปได้” ที่ถามเพราะเธอรู้ดีว่าคืนนี้น้องสาวของตัวเองจะต้องพักห้องเดียวกับปิยภัศร์ แต่เมธาวีบอกให้พี่สาวของเธอวางใจไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเธอมีแผนการหรือวิธีที่จะจัดการกับเขาเรียบร้อยแล้ว
“แผนอะไรกัน?”
“ตะวันเคยนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องการผ่าตัดของพ่อ เลยไปขอยานอนหลับจากหมอเจฟซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขา มันยังไม่หมดค่ะตะวันกะว่าถ้าจวนตัวจริงๆ ก็คงจะต้องหลอกให้เขากิน”
“คุณภัศร์ไม่ใช่คนโง่เขาคงจะไม่ยอมกิน”
“ตะวันก็ไม่ได้ว่าเขาโง่ค่ะแต่ว่าประมาทไงคะ ตะวันกะว่าจะผสมกับน้ำส้มคั้นให้เขาดื่ม”
“มีแผนแยบยลแบบนี้พี่คงจะไม่ต้องห่วง เพราะมั่นใจว่าตะวันจะดูแลตัวเองได้”
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยต่างก็แยกย้ายกันเข้าไปพักผ่อน
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







