LOGINมินตราแอบมองเขาจากทางหน้าต่างห้องนอนโดยไม่เปิดไฟ ด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกวันนี้เวลาเธอหลับตาก็ยังเห็นภาพของวันนั้นได้อย่างชัดเจน กวินพยายามที่จะอธิบายให้เธอฟังหลายครั้งแต่เธอไม่ฟังและยังไม่พร้อมที่จะฟัง เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะรับความจริงที่เขาจะบอกได้ ที่จริงคงจะต้องพูดว่าเธอกลัวคำตอบของเขามากกว่าถึงได้ประวิงเวลาที่จะพบปะหรือว่าพูดคุยกับเขา
และนั่นทำให้หญิงสาวไม่ยอมรับการติดต่อกับเขาไม่ว่าในกรณีใด เธอยังคงทำงานอย่างหนักและพักผ่อนน้อยอย่างต่อเนื่อง มินตรารู้ดีว่าสุขภาพของเธอตอนนี้กำลังย่ำแย่ แต่สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าก็คือสภาพจิตใจ ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไม่สามารถกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมได้ เธอจึงเลือกที่จะทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงานจนลูกน้องของเธอเป็นห่วง แต่ไม่สามารถพูดเตือนอะไรได้ถึงแม้ว่าอยากที่จะทำก็ตามที พนักงานบางคนจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องของเธอด้วยความเป็นห่วงสุขภาพของเจ้านาย แต่ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
เย็นวันหนึ่งกวินแวะมาที่บ้านของปิยภัศร์เพื่อปรับทุกข์ เขาดื่มจนเมามายและพูดความในใจให้เพื่อนของเขาฟัง
“นายว่าฉันควรจะทำยังไงดีฟ้าไม่ยอมพบหน้าฉัน ไม่ยอมพูดกับฉันสักคำโทรศัพท์ไปก็ไม่ยอมรับสาย ฉันกลุ้มใจมากเลยทำไมเขาถึงได้ใจแข็งขนาดนี้ ทั้งที่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย แล้วเราก็เคยตกลงกันแล้วว่าฉันจะไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเพื่อใคร แต่ทำไมเธอจะต้องมาประท้วงฉันแบบนี้ด้วย กะอีแค่เห็นฉันนอนกับผู้หญิงอื่นเท่านั้นเอง”
ปิยภัศร์เองก็นั่งดื่มเป็นเพื่อนกวินแต่ไม่เมา เพราะรู้ดีว่าคืนนี้กวินจะต้องดื่มจนเมาพับไปแน่ ถ้าเขาเมาไปอีกคนก็จะไม่มีคนคอยดูแล เมธาวีได้ยินกวินพูดถึงพี่สาวของเธอก็เอ่ยปากขอตัวขึ้นไปนอนพักผ่อนข้างบน
“นายช่วยบอกฉันทีสิว่าฉันควรจะทำยังไงดีฟ้าเขาถึงจะให้อภัยฉัน ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรฟ้าถึงจะยอมยกโทษให้ ฉันได้ข่าวว่าตอนนี้เธอมุทำงานอย่างหนัก ไม่ดูแลแม้แต่สุขภาพของตัวเองขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเธอจะต้องน๊อคเข้าสักวัน...เฮ้อ!! กลุ้มโว๊ยนายเอาเหล้ามาอีกซิ”
“นายดื่มมากไปแล้วนะวินดื่มจวนน๊อคอยู่แล้ว ฉันว่าแทนที่นายจะมานั่งดื่มเหล้าเมาวันเว้นวันงานการไม่สนใจทำอยู่แบบนี้ล่ะก็ สู้เอาเวลาไปคิดทบทวนเรื่องของนายกับคุณฟ้าจะดีกว่า”
“ฉันก็คิดเรื่องนี้มาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกคืนไม่เคยนอนหลับมันเจ็บตรงนี้นายเข้าใจไหม” เขาทุบไปที่อกด้านซ้ายของตัวเอง
“ถ้าเป็นแบบนั้นนายก็เลิกชีวิตเสเพลซะสิ แล้วก็ไปตามง้อเธอแค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”
“ถ้ามันทำได้ง่ายอย่างที่นายพูด ฉันจะมานั่งกลุ้มใจอยู่แบบนี้ทำไมกันละ”
“นายคงต้องเลือกแล้วล่ะถ้าคุณฟ้ามีความสำคัญกับนายจริง นายก็ต้องเลิกนิสัยเพลย์บอยให้เด็ดขาดเธอถึงจะให้อภัยนาย”
“โอ๊ย! กลุ้มโว้ยทำไมมันกลุ้มอย่างนี้วะ ถ้านายมาเป็นฉันแล้วตะวันไม่พูดกับนาย ไม่ยอมพบหน้านายเหมือนที่ฟ้าทำกับฉันนายจะทำยังไง”
“ฉันก็จะไปเที่ยวกับสาวๆ ให้มันสนุกสุดเหวี่ยงไปเลยน่ะสิ” ถึงแม้ว่ากวินจะเมาแต่เมื่อเขาได้ยินคำตอบของเพื่อนรักเขาก็ต้องหันกลับไปมอง
“แน่ใจเหรอว่าจะทำได้อย่างที่พูด นายทำได้จริงเหรอ”
“ใครบอกนายล่ะฉันแค่พูดเล่นเท่านั้น”
“ฉันอยากรู้คำตอบของนายช่วยตอบฉันหน่อยสิว่า ถ้าตะวันทำกับนายแบบที่ฟ้าทำกับฉันนายจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร”
“ฉันก็จะถามตัวเองและตอบตัวเองอย่างจริงจังว่า ตะวันมีความหมายกับชีวิตของฉันมากแค่ไหน ถ้าไม่มีเธอแล้วฉันจะอยู่ได้ไหม และเธอมีความหมายมากพอที่จะทำให้ฉันยอมทิ้งชีวิตเสเพลได้หรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ฉันจะอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็จะยอมเลิกนิสัยเพลย์บอยนั่นซะและขอเธอแต่งงาน แต่ถ้าคำตอบคือไม่ฉันยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดตัวเองกับการแต่งงาน หรือว่าหยุดตัวเองอยู่ที่คนเพียงคนเดียวได้ ฉันก็จะยอมปล่อยเธอไป”
“ปล่อยเธอไปงั้นเหรอ นายทำได้เหรอตะวันเป็นเมียของนายนะ นายจะยอมปล่อยให้เธอไปเป็นของคนอื่นอย่างนั้นเหรอ นายทำได้จริงหรือ”
“คืนนี้นายเมามากแล้วฉันว่านายเลิกดื่มแล้วขึ้นไปพักผ่อนจะดีกว่า ไปฉันจะพานายขึ้นไปพักผ่อนเองเลิกดื่มได้แล้ว” เขาเอื้อมมือไปแย่งแก้วเหล้าจากมือของกวิน
“นายจะดื่มให้มันได้อะไรขึ้นมา”
“ก็มันกลุ้มใจ นายไม่มาเป็นฉัน นายจะเข้าใจได้อย่างไรจริงไหม”
“ตอนนี้สิ่งที่นายต้องทำก็คือถามตัวนายเองว่านายรักฟ้าหรือเปล่า และความรักที่นายมีต่อเธอนั้นมันมากพอที่จะทำให้นายละทิ้งชีวิตโสดที่ผ่านมาของนายได้ไหม เมื่อนายตอบตัวเองได้เมื่อไรเมื่อนั้นนายก็จะรู้เองว่าจะต้องทำตัวยังไง แต่ว่าตอนนี้นายควรจะขึ้นไปนอนพักได้แล้ว”
ปิยภัศร์ประคองกวินขึ้นไปนอนพักข้างบนด้วยความทุลักทุเลเพราะเพื่อนของเขาเมาจนพูดกันแทบไม่รู้เรื่อง
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)