LOGINปิยภัศร์ทักทายมินตราและบอกให้เธอทำตัวตามสบาย ให้นึกซะว่าที่นี่คือบ้านของเธอเองไม่ต้องเกรงใจ อีกทั้งยังทักว่าหน้าของเธอดูซีดเผือดจะให้เขาตามหมอมาดูอาการหน่อยไหม แต่เธอปฏิเสธและบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากเพียงแค่ไม่สบายใจนิดหน่อยเท่านั้น เมื่อทานอาหารเสร็จปิยภัศร์ขอตัวไปทำงานต่อเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องได้อยู่ร่วมกันตามลำพัง สองพี่น้องชวนกันขึ้นไปคุยบนห้องรับรองที่ป้าวรรณจัดให้มินตราพักโดยเฉพาะ ในเวลานั้นเองโทรศัพท์มือถือของมินตราก็ดังขึ้นหลายครั้ง แต่เธอไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับสาย
“ทำไมไม่รับสายล่ะคะพี่ฟ้า”
“พี่ยังไม่อยากรับสายเขา พี่ยังไม่พร้อมและยังไม่เข้มแข็งพอที่จะพูดกับเขา ตะวันก็เหมือนกันไม่ต้องรับสายของเขานะจ๊ะ พี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อน”
เธอเดินเข้าห้องน้ำไปหลังจากพูดจบ ปล่อยให้เมธาวีมองตามไปด้วยความเห็นใจ คงจะต้องต่างฝ่ายต่างให้เวลากันและกันเพื่อคิดทบทวน สุดท้ายเสียงโทรศัพท์มือถือของมินตราก็เงียบเสียงไป สองพี่น้องนอนคุยกันต่ออีกสักพัก เมธาวีก็ขอตัวกลับไปนอนพักผ่อน แต่มินตรากลับไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เพราะว่าหลับตาเมื่อใดก็จะเห็นภาพของกวินกับผู้หญิงของเขาที่อยู่ในชุดล่อแหลม
เธอไม่อยากจะคิดมากกับภาพที่เห็น แต่มันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งกวินกับผู้หญิงคนนั้นทำอะไรกันก่อนที่พวกเขาจะหลับไป เมื่อเธอนอนไม่หลับก็เลยตัดสินใจเปิดประตูออกไปตรงระเบียงไปยืนรับลมดูดาวอยู่เพียงลำพังคนเดียว หลังจากที่ปิยภัศร์ทำงานเสร็จกำลังจะเข้านอนก็สังเกตเห็นมินตรายืนตากน้ำค้างอยู่ ชายหนุ่มเดินออกไปพร้อมกับเสื้อคลุมตัวยาวที่เขาชอบใช้ ไปคลุมไหล่ให้เธอพร้อมกับยืนเป็นเพื่อนเธออีกด้วย
““ขอบคุณค่ะ” มินตราหันไปกล่าวขอบคุณ
“ทำไมคุณฟ้าออกมายืนตากน้ำค้างคนเดียวแบบนี้ล่ะครับตะวันไปไหนแล้วครับ”
“ตะวันคงจะหลับไปแล้วล่ะค่ะ ฉันนอนไม่ค่อยหลับก็เลยออกมายืนรับลม คุณล่ะคะดึกแล้วทำไมยังไม่นอน”
“ผมเพิ่งจะทำงานเสร็จ ผมถามได้ไหมครับว่าเรื่องอะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ผมสังเกตเห็นตั้งแต่เย็นแล้ว เพียงแต่ไม่อยากที่จะถามอะไรให้คุณรู้สึกอึดอัด” แต่เมื่อมินตราไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมาและยังคงใช้ความเงียบแทนคำตอบ ทำให้ปิยภัศร์พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“กวินโทรมาหาผมเขาบอกว่าเขาพยายามที่จะโทรหาคุณหลายครั้งแต่คุณก็ไม่ยอมรับสาย เขากลุ้มใจมากและไม่รู้ว่าคุณโกรธเขาเรื่องอะไร ระหว่างคุณกับเพื่อนของผมมีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ คุณถึงได้ไม่ยอมแม้กระทั่งจะรับสายของเขา”
เธอเม้มปากและถอนหายใจก่อนที่จะยอมเปิดปากเล่าให้เขาฟังทั้งหมด ตั้งแต่เหตุการณ์คราวก่อนที่เกิดขึ้นในผับของกวินเอง จนถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้อย่างไม่ปิดบัง อีกทั้งยังบอกกับเขาอีก
ว่าเธอตัดสินใจจะถอยห่างจากกวินสักพัก เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสคิดทบทวนและช่วงนี้เธอจะขอทำแต่งานเท่านั้น ฝากปิยภัศร์ไปบอกกับเขาด้วยว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งรบกวนเธอ เพราะเธอจะไม่ติดต่อกับเขาไม่ว่ากรณีใดก็ตาม พร้อมทั้งขอตัวไปพักผ่อนเพื่อยุติการสนทนา ปิยภัศร์ถอนหายใจอย่างแรง
“นายเจออุปสรรคใหญ่เข้าแล้วล่ะวิน คุณฟ้าใจแข็งกว่าฉันที่คิดไว้มากนัก เห็นไม่ค่อยพูดแบบนี้บทจะเอาจริงขึ้นมาก็ทำให้เราเซอร์ไพรสได้เหมือนกัน พี่ยังขนาดนี้แล้วน้องสาวจะขนาดไหน โชคดีนะเพื่อน”
เขาพึมพำกับตัวเองในขณะที่เดินเข้าไปในห้องนอน และคิดทบทวนจากที่ได้คุยโทรศัพท์กับกวินตอนดึกที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่ามินตราเองก็มีอิทธิพลต่อจิตใจของกวินไม่น้อย เพียงแต่ว่ามันอาจจะยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาละทิ้งชีวิตอิสระและหยุดอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว ในขณะที่หญิงสาวเองดูเหมือนจะยืนยันการตัดสินใจของตนเองอย่างชัดเจนว่าถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของกวินแต่เพียงผู้เดียว เธอก็จะเป็นฝ่ายจากไปจะไม่ยอมเป็นผู้หญิงมีอันดับของเขา ถึงแม้ว่ากวินจะจัดให้เธออยู่ในอันดับที่หนึ่งก็ตามที น่าปวดหัวแทนจริงๆ
หลังจากวันที่มินตราไปค้างกับเมธาวี เธอก็มุทำงานอย่างหนักพักผ่อนน้อย และมักจะมีอาการแปลกๆ เธอจะรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนทุกเช้าก่อนที่จะมาทำงาน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพของตัวเองยังคงมุงานอย่างหนัก เพื่อให้ลืมสิ่งที่ทำให้เธอไม่สบายใจ
มินตราปฏิเสธที่จะพบหรือติดต่อกับกวินไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างมากมายแค่ไหน เธอไม่รับสายของเขาแม้ว่าเขาจะโทรเข้ามือถือหรือแม้แต่โทรเข้าบริษัทเพื่อที่จะขอพูดกับเธอ กวินเคยมาดักรอพบมินตราหลายครั้งทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
แต่หญิงสาวให้เลขาบอกกับเขาว่าเธอติดประชุมหรือไม่ก็ออกไปพบลูกค้าข้างนอก ทั้งที่จริงแล้วเธอไม่ได้ติดประชุมหรือออกไปพบลูกค้าแต่อย่างใด เพียงแต่ว่ายังไม่พร้อมที่จะพบเขาก็เท่านั้นเอง แม้แต่เวลาที่เขาไปดักพบเธอที่บ้านเธอก็ให้เด็กรับใช้ไปบอกเขาว่าไม่สบายกำลังนอนพัก ไม่สามารถลงมาพบเขาได้ขอให้เขากลับไปซะ
“ฟ้าคุณใจแข็งมากกว่าที่ผมคิดไว้มากนัก”
แต่กวินก็ไม่ละความพยายามเขาจะแวะเวียนมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของเธอทุกคืน จนกระทั่งเธอปิดไฟในห้องนอนเขาถึงจะขับรถกลับไป
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)