Share

4

last update Tanggal publikasi: 2026-01-19 17:56:39

หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปยังรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูหยิบขวดน้ำมาบ้วนปาก จนกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อยๆ หายไป แล้วจึงเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถพลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

เมื่อกี้...เธออ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทักษกรนี่นะ

เวรละยายพลู แถมอ้วกใส่แล้วหนีอีกต่างหาก ถ้าเกิดเจอเขาอีกครั้งเธอจะทำหน้าอย่างไรล่ะนี่

แต่...วงจรชีวิตของเธอกับเขาไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้หรอกน่า คิดได้ดังนั้นดวงหน้าของคนอ้วก

แล้วหนีก็ยิ้มย่องผ่องใส แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าใบใหญ่ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นเพื่อนที่หน้าจอก็รีบกดรับทันที

“ว่าไงยายสา”

“ฉันไม่ว่า แต่จะด่าแกยายพลู ฉันออกมาไม่เจอก็นึกเป็นห่วง กลัวว่าแกแอบไปอ้วกอยู่ที่ไหน”

‘ฉันไม่ได้แอบแต่อ้วกใส่โต้งๆ เลยแหละ แถมอ้วกใส่คนที่แกชื่นชอบด้วยแหละยายสาเอ๋ย’ หิรัญญิการ์ตอบเพื่อนอยู่ในใจแต่ปากก็พูดออกไปว่า

“ฉันอยู่ที่รถกำลังจะกลับแล้ว ฝากแกบอกพวกที่โต๊ะด้วยแล้วกันว่า ฉันขอตัวกลับก่อน มึนหัวชะมัด”

“แล้วแกขับรถกลับคนเดียวได้เหรอ ให้ฉันนั่งไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”

“ไม่ต้อง” หิรัญญิการ์พูดปฏิเสธทันควัน “แกกลับไปนั่งกับพวกพี่พริ้งเถอะ เดี๋ยวฉันถึงบ้านแล้วจะ

โทร. รายงาน”

“อืม ถ้าอย่างนั้นแกก็ขับรถดีๆ นะ ระวังตำรวจด้วยแล้วกัน”

ขณะเดียวกัน คนถูกอ้วกใส่แล้วหนีซึ่งๆ หน้าอย่างทักษกร หลังจากยืนตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากของเหลวที่เลอะเทอะอยู่ตรงอกเสื้อ ชาวหนุ่มก้มลงมองนิดหนึ่งแล้วเบือนหน้าหนีโดยเร็ว

ความรู้สึกที่ตามมาคือความโกรธแต่ไม่นานก็กลายเป็นความขบขันโชคดีที่ตอนนี้ปลอดคนไม่มีใครมาเห็นเข้าตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะถูกผู้หญิงอ้วกใส่เป็นครั้งแรก มิหนำซ้ำยังอ้วกแล้วหนีอีกต่างหาก

คนอ้วกใส่เขาแล้วหนีก็เป็นผู้หญิงที่เขาถูกตาต้องใจเพราะขาสวย ส่วนหน้าตานั้นเป็นเพียงของแถมที่ตามมาซึ่งก็ถูกใจเขาอีกเช่นกัน ทำให้นึกถึงคำพูดของน้องเขยที่ถามเขาว่าถ้าขาสวยแต่หน้าไม่สวยขึ้นมาในทันที นี่ถ้าพี่ชายทั้งสองหรือน้องสาวรู้เรื่อง ที่เขาถูกผู้หญิงอ้วกใส่แล้วหนีเข้ามีหวังหัวเราะขำเขากันเป็นแถวแน่

ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากที่ยืนนักก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ชุบน้ำแล้วเช็ดคราบอ้วกอยู่หลายครั้ง แต่กลิ่นก็ยังคงอบอวลอยู่จนต้องตัดสินใจถอดเสื้อออกแล้วขยี้แรงๆ

ทว่า...

ขณะที่กำลังจะสวมเสื้อที่บิดจนหมาด เสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้ก็ดังขึ้นตรงทางเข้าห้องน้ำเสียก่อน

“อุ๊ยตายแล้ว ฉันตาฝาดหรือว่าเมาหือนังแจ๊ด นั่นคนเป็นๆ หรือเทพบุตรกันล่ะนั่น ล้อหล่อ” คนพูด

พูดพลางปาดน้ำลายที่ไหลย้อยตรงมุมปากหน้าตาบ่งบอกว่าร่ำสุราเข้าไปไม่ใช่น้อย

“นั่นสินังปริม อกขาวๆ นั่นก็น่าซบชะมัด”

“นังแจ๊ด ฉันเห็นก่อนหล่อนนะยะ ดังนั้นพ่อหนุ่มคนนี้ต้องเป็นของฉัน” คนส่งเสียงคนแรกพูดอย่าง

หมายมั่นปั้นมือ

“เห็นก่อนหรือหลังไม่สำคัญ มันอยู่ที่ความสามารถย่ะนังปริม” คนเห็นทีหลังพูดอย่างไม่สนใจ

“กะเทยควายอย่างแกกล้าจะมาสู้ฉันหรือนังแจ๊ด”

“กะเทยควายไม่ควายไม่สำคัญ มันอยู่ที่ลีลาเด็ดหรือไม่เด็ดย่ะนังปริม ซึ่งฉันมั่นใจว่าฉันเด็ดกว่าแกแน่นอน”

คนพูดผู้มีรูปร่างเตี้ยล่ำเป็นมะขามข้อเดียว หน้าตาแต่งจนเข้มจัดชวนขวัญหนีดีฝ่อมากกว่าน่ามอง รีบเดินย่างสามขุมตรงรี่เข้าไปหาหนุ่มหล่อที่ยืนเปลือยหน้าอกอยู่ ซึ่งผู้เป็นเพื่อนผู้มีรูปร่างผอมบางราวไม้เสียบผี แม้จะเสียเปรียบด้านรูปร่างแต่ก็ไม่ยอมแพ้รีบเดินตามเข้าไปติดๆ

ทักษกรที่จู่ๆ กลายเป็นสินค้าที่กำลังถูกเลือกรีบสวมเสื้อโดยเร็วก่อนที่จะปรายตาเข้มจัดมองไปยังคนทั้งคู่ที่ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้า ปกติตัวเขาไม่ใช่พวกเหยียดหรือรังเกียจเพศที่สามแต่อย่างใด เพราะลูกน้องหลายคนในบริษัทก็เป็น แต่วันนี้ขอสักหน่อยเถอะน่า

แหม...คุยกันเป็นตุเป็นตะถามกันเองตอบกันเอง ถามเขาสักคำก่อนดีไหม

“ใครจะเข้ามาก่อนล่ะ หรือจะพร้อมๆ กันก็ได้”

คำพูดกำกวมชวนให้เข้าใจผิดของชายหนุ่มผิวขาวเจ้าของร่างสูงเพรียว แถมดวงหน้าหล่อเหลา ทำเอาสองกะเทยยิ้มกริ่มอย่างถูกใจจนแทบจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว

“ตรงนี้เลยหรือคะ” คนชื่อปริมถามพลางเลียฝีปากแผล็บๆ ไปมา

“นั่นสิคะ ตรงนี้มันประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวจะโดนข้อหาอนาจารนะคะหรือถ้าชอบแบบนี้แจ๊ดก็จัดให้ได้ค่ะ” คนชื่อแจ๊ดพูดพลางลูบริมฝีปากหันไปทางผู้เป็นเพื่อน “ขอฉันก่อนแล้วกัน แกไปดูต้นทางนังปริม”

“ไม่ได้ ฉันต้องเป็นคนได้ก่อน แกนั่นแหละนังแจ๊ด ไปดูต้นทาง”

ก่อนที่ทั้งคู่จะเถียงกันต่อทักษกรก็ตวาดเสียงเข้มออกไปพลางกวักมือเรียก

“เข้ามาพร้อมๆ กันนั่นแหละ เมื่อกี้เพิ่งถูกคนเมาอ้วกใส่กำลังหาคนเตะระบายอารมณ์อยู่พอดี ไม่ได้เตะกะเทยมานานแล้ว วันนี้โชคดีจริงๆ”

“อ้าว...”

“อ้าว...”

ทั้งสองร้องอ้าวขึ้นพร้อมกัน ดวงหน้าระรื่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ปากสั่นระริก

“ไม่ต้องอ้าว เข้ามาเลย พ่อจะเตะให้หน้าเขียวเลย”

ชายหนุ่มพูดจบก็ยกมือทั้งคู่ขึ้นหักนิ้วดังกร๊อบพลางขยับเท้าขวาไปมา ทำเอาสองกะเทยถอยหลังกรูดจากท่าทางเอาจริงเอาจังที่เห็น ตอนแรกเข้าใจผิดคิดว่าคนหล่อชอบแบบสวิงกิ้ง

“แกเข้าไปสินังแจ๊ด แกเป็นคนเห็นก่อนไม่ใช่เหรอ”

คราวนี้ทั้งคู่เริ่มเกี่ยงกันผิดกับตอนแรกที่แย่งกันประหนึ่งหน้ามือเป็นหลังเท้า

“แกนั่นแหละเข้าไปเถอะ ฉันเสียสละให้” คนพูดพูดจบก็เผ่นแน่บออกไปก่อนทันที คนเป็นเพื่อนก็รีบเผ่นตามไปติดๆ เช่นกัน เพราะยังไม่อยากถูกหนุ่มหล่อเตะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจทักษกร    5

    “แกรอฉันด้วยนังแจ๊ด”ทักษกรมองตามหลังสองกะเทยแล้วส่ายหน้าไปมา นึกถึงหญิงสาวต้นเหตุที่นอกจากจะอ้วกใส่เข้าจนเหม็นไปทั้งตัวแล้ว ยังเกือบทำให้เขาถูกกะเทยปล้ำพลางคิดในใจอย่างเข่นเขี้ยวฝากไว้ก่อนเถอะ!เมื่อชายหนุ่มกลับไปยังโต๊ะอีกครั้งและมองไปยังโต๊ะของหญิงสาวที่ฝากความเลอะเทอะไว้ให้ เขาก็ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งท่าทางดังกล่าวก่อความสงสัยให้เกิดกับฌอนไม่น้อย“คุณกรหายไปไหนมา แล้วมองหาใครอยู่หรือครับ”“ปละ...เปล่า” คนถูกถามตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย“แล้วนั่นทำไมเสื้อเปียกล่ะครับ” คนเป็นน้องเขยเอ่ยถามเมื่อเห็นอกเสื้อของอีกฝ่ายที่สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน เมื่อเปียกจึงเห็นรอยได้อย่างชัดเจน“ถูกคนอ้วกใส่” ทักษกรตอบออกไปตามตรง“ถูกคนอ้วกใส่หรือครับ” ฌอนย้อนถามเสียงดัง“ใช่ ผู้หญิงด้วยนะ”คำพูดของทักษกรทำให้ฌอนอดที่จะนึกถึงผู้เป็นพี่สาวขึ้นมาไม่ได้ เขาพยายามเมียงมองไปที่โต๊ะก็ไม่เห็นหรือว่าเจ้าตัวกลับไปแล้ว โทร.หาก็เป็นฝากข้อความ แล้วผู้หญิงที่ไหนกันนะถึงกล้าอ้วกใส่พี่ภรรยาเขาได้แล้วคนเนี๊ยบกริบอย่างอีกฝ่ายไม่โกรธแย่หรือแต่ท่าทางที่เห็นไม่บ่งบอกว่าโกรธเลยนี่นา“แถมอ้วกแล้วหนีอีกต่างหาก”

  • หัวใจทักษกร    4

    หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปยังรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูหยิบขวดน้ำมาบ้วนปาก จนกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อยๆ หายไป แล้วจึงเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถพลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เมื่อกี้...เธออ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทักษกรนี่นะเวรละยายพลู แถมอ้วกใส่แล้วหนีอีกต่างหาก ถ้าเกิดเจอเขาอีกครั้งเธอจะทำหน้าอย่างไรล่ะนี่แต่...วงจรชีวิตของเธอกับเขาไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้หรอกน่า คิดได้ดังนั้นดวงหน้าของคนอ้วกแล้วหนีก็ยิ้มย่องผ่องใส แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าใบใหญ่ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นเพื่อนที่หน้าจอก็รีบกดรับทันที“ว่าไงยายสา”“ฉันไม่ว่า แต่จะด่าแกยายพลู ฉันออกมาไม่เจอก็นึกเป็นห่วง กลัวว่าแกแอบไปอ้วกอยู่ที่ไหน”‘ฉันไม่ได้แอบแต่อ้วกใส่โต้งๆ เลยแหละ แถมอ้วกใส่คนที่แกชื่นชอบด้วยแหละยายสาเอ๋ย’ หิรัญญิการ์ตอบเพื่อนอยู่ในใจแต่ปากก็พูดออกไปว่า“ฉันอยู่ที่รถกำลังจะกลับแล้ว ฝากแกบอกพวกที่โต๊ะด้วยแล้วกันว่า ฉันขอตัวกลับก่อน มึนหัวชะมัด”“แล้วแกขับรถกลับคนเดียวได้เหรอ ให้ฉันนั่งไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”“ไม่ต้อง” หิรัญญิการ์พูดปฏิเสธทันควัน “แกกลับไปนั่งกับพวกพี่พริ้งเถอะ

  • หัวใจทักษกร    3

    ซึ่งฟังแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ และตัวภรรยาเขาก็เคยบอกว่าพี่ชายเคยตั้งสเปกเอาไว้ว่า ผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนหรือภรรยาต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่อายุมากกว่า พูดตรงๆ ก็คือไม่ชอบคนอายุมากกว่านั่นเองซึ่งหิรัญญิการ์อายุมากกว่าเขาสามปีก็ย่อมมากกว่าทักษกรสามปีด้วยเช่นกัน เรียกว่าตกสเปกตั้งแต่ยังไม่ทันแนะนำให้รู้จักกันเลยก็ว่าได้ฌอนคิดแล้วก็อดขำไม่ได้ เรียกว่าทั้งคู่น่าจะไม่มีวาสนาต่อกันด้วยเหตุผลที่ว่านี้เขาก็คิดว่าชีวิตของทั้งคู่คงยากที่จะโคจรมาเจอกันอีก ดังนั้นไม่บอกน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ฌอนจึงหันเหหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นในทันควัน“ได้ยินหนูวาบอกว่าคุณกรจะเปิดบริษัทใหม่หรือครับ”พอพูดถึงเรื่องงานที่ตัวเองกำลังจดจ่ออยู่ทักษกรก็เบนสายตากลับมาทันที“ใช่ ผมจะเปิดบริษัทสำหรับรีโนเวท เพราะไหนๆ เราก็มีบุคลากรด้านนี้ที่มีความสามารถพร้อมอยู่แล้วตอนนี้บริษัทที่รับทำแล้วมีฝีมือดีๆ มีอยู่ไม่กี่แห่ง ดังนั้นเราต้องฉวยโอกาสนี้ไว้”“ผมเห็นด้วยครับ ตอนนี้คนหันมานิยมรีโนเวทบ้านกันมากกว่าจะรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ ผมเคยเห็นตึกแถวบางแห่งรีโนเวทออกมาจนจำสภาพเดิมไม่ได้เลยครับ”“ใช่ ผมจะใช้ชั้นที่เคยเป็นห้องป

  • หัวใจทักษกร    2

    “พลูไม่เห็นจะเหงา” หิรัญญิการ์เถียงเสียงดัง “คอยดูสิ อีกไม่นานพี่พริ้งก็จะเป็นเหมือนยายหนิง ที่หลังแต่งงานแล้วชวนไปไหนก็ไม่ไป เพราะต้องรีบกลับบ้านไปหาข้าวปลาไว้คอยท่าสามีที่ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน กลายเป็นยายเพิ้งที่แม้แต่วันหยุดยังต้องทำงานงกๆ สภาพตอนนี้ดูได้ที่ไหน”“ยายหนิงอาจจะมีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นก็ได้ คนเราต้องมองต่างมุม แกมองในมุมมองด้านเดียวของแกเท่านั้นนังพลู” ชานนท์พูดกับเพื่อนทว่าดวงตานั้นจ้องมองนักร้องบนเวทีตาเป็นมัน “แหม...นักร้องบนเวทีเนี่ยน่าสอยไปนอนซบชะมัด”“อาจจะเป็นอย่างที่นนนี่ว่านะพลู” ณัฐมนพยักหน้าเห็นด้วยกับชานนท์ “เรามองว่าหนิงมีชีวิตที่วุ่นวายแต่เจ้าตัวอาจจะมีความสุขกับชีวิตอย่างนั้นก็ได้ใครจะรู้ และที่พลูว่าสภาพดูไม่ได้น่ะมันขึ้นอยู่กับคนคนนั้นต่างหาก เพื่อนพี่หลายคนหลังแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดสรรเวลาเท่านั้นเองจ้ะ”ดวงหน้าสะสวยของหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะร่ำสุราเข้าไปหลายแก้วเผยรอยยิ้มหมิ่นๆ“เอาเถอะ ใครจะมีความสุขก็มีไป แต่พลูยินดีที่จะไม่เลือกมีความสุขแบบนั้น ขอมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง”ณัฐมนมองรุ่นน้องสาวแล้วยิ้มกว้าง เพ

  • หัวใจทักษกร    1

    “ต่อแต่นี้เราอย่าได้เจอกันขอให้มันจงเป็นวันสุดท้ายเพราะรู้ดีว่าไม่มีความหมายถึงเจ็บเพียงใดฉันก็ต้องตัดใจก็คนนั้นเขาก็ยังพบเธอก็เห็นเธอยังไปเดินกับเขาไม่เคยนึกเลยว่าจะทำกับเราอุตส่าห์เอาใจเอาความรักจริงมอบให้เธอที่แท้เปลืองตัว”ขณะที่บนเวทีในผับดังย่านทองหล่อ นักร้องหนุ่มหุ่นเซียะกำลังร้องคร่ำครวญเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่ โดยใส่อารมณ์ร่วมอย่างเต็มที่ทั้งน้ำเสียงและลีลาท่าทาง จนเรียกให้คนฟังด้านล่างต่างพากันร้องตามไปด้วย ทว่า...บนโต๊ะทางด้านขวามือห่างจากเวทีพอสมควร หญิงสาวสวยเจ้าของนามหิรัญญิการ์ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าอวดช่วงขาขาวเรียวยาวกับเสื้อเชิ้ตแขนสี่ส่วนเข้ารูปสีขาวแบบเก๋ กำลังส่งเสียงต่อว่าต่อขานหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน ที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงยานคางจากฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย“พี่พริ้งนะพี่พริ้ง พลูก็คิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไร ที่แท้เป็นปาร์ตี้สละโสดหนีน้องไปแต่งงานนี่เอง” พูดพลางก็ดื่มเหล้าในแก้วที่ถืออยู่เข้าไปอึกใหญ่ “สัญญากันไว้ดิบดีว่าจะอยู่บนคานทอง...ฝังเพชรด้วยกัน จู่ๆ ก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งกันไปดื้อๆ ซะงั้น อย่างนี้ก็ได้หรือคะ”ณัฐมนที่ถูกต่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status